มาฝึกวิชานินจาที่ “โอชิโนะ” หมู่บ้านนินจาแห่งใหม่ใกล้ภูเขาไฟฟูจิกันเถอะ! Oshino Ninja Village

ไฮ้!! สวัสดีค่าาาา สำหรับคนที่ชื่นชอบญี่ปุ่น สมัยเด็กๆหลายคนคงอยากเป็นนินจา ใช้วิชาล่องหน ปาดาวกระจาย กระโดดข้ามตึก เดินบนน้ำ อะไรประมาณนั้น ตามแบบในการ์ตูนกันใช่มั้ย? ก็นินจาน่ะเท่จะตาย ถ้าเป็นไปได้ก็อยากลองเรียนรู้วิธีเป็นนินจากะเค้าเหมือนกันนะ นินๆๆๆๆๆ บล็อกนี้ เรามีสถานที่นึงที่จะทำให้ทุกคนได้ลองสัมผัสประสบการณ์นินจาแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ที่สำคัญเพิ่งเปิดใหม่ไม่ถึงปีนึงเลย แถมยังอยู่ใกล้แถวภูเขาไฟฟูจิ แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตที่คนไทยชอบไปเที่ยวกันอีกด้วย อย่ารอช้าไปทำความรู้จักที่นี่กันเลยค่ะ

“โอชิโนะ ชิโนบิโนะซาโตะ” (Oshino Shinobi no Sato) 忍野 しのびの里 หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Oshino NINJA Village อยู่ในจังหวัดยามานะชิ เดินทางไม่ยากเลยค่ะนั่งรถบัสจากสถานีรถไฟคาวากุจิโกะ หรือสถานีฟูจิซัง ใช้เวลาไม่นาน ไม่ถึง 20 นาทีก็ถึงแล้ว (ข้อมูลการเดินทางจะบอกอีกทีด้านล่างนะคะ)

เมื่อมาถึงทางเข้า ก็จะเจอป้ายไม้ญี่ปุ่นแบบนี้ ถึงแล้ววววว “หมู่บ้านนินจาโอชิโนะ”

ตึกและรั้วทำเป็นสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ แต่จริงๆแล้วยังใหม่มากเลย เพราะเพิ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือนต.ค.2015 นี่เอง โดยก่อนหน้านี้ที่นี่เคยเป็นโรงแรมมาก่อน แล้วทางเจ้าของคือบ.ฟูจิคิวได้พัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม เอานินจามาเป็นจุดเด่น แน่นอนว่าถูกใจนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะจากต่างชาติมากๆเลยล่ะ

แผนผังของที่นี่ ด้านบนจะเป็นส่วนของร้านอาหารและร้านค้า ตรงกลางเป็นสวนญี่ปุ่น และด้านล่างเป็นลานกิจกรรมให้เราได้ลองเล่นสนุกกับเครื่องเล่นสไตล์นินจา

ตั๋วเข้าสถานที่และสามารถทำกิจกรรมได้ 1 อย่าง สำหรับผู้ใหญ่ ราคา 800 เยน  เด็ก 500 เยน (สามารถซื้อตั๋วทำกิจกรรมเพิ่มได้)

ภายในตัวอาคาร ตกแต่งไว้แบบญี่ปุ่นแท้ๆ ได้บรรยากาศหมู่บ้านนักรบสมัยก่อนจริงๆ

แหมมมม เพิ่งมาถึง ขอหาอะไรทานเพิ่มแรงก่อนวิ่งเล่นหน่อยนะ ที่นี่มีร้านอาหาร “เซตซึเกตซึคาสะบานะ” 雪月風花 และร้านน้ำชา “ฟูจิมิชาเรียว” ふじみ茶寮 ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีบัตรเข้า ก็สามารถใช้บริการได้นะคะ เราเลือกเข้าร้านข้าวละกัน หิวละ 555

อาหารมาแว้วววววว น่ากินมะล่ะ

มาลองดูเมนูของคนอื่นเค้าก่อนดีกว่า เซ็ตนี้เป็นข้าวหน้าไก่กับไข่ พร้อมซุป สลัด เครื่องเคียง ราคา 1,620 เยน

เซ็ตโซบะอุนไคยามาโตะ ราคา 1,400 เยน เลือกได้ว่าจะทานแบบร้อนหรือเย็น

แต่นแต๊นนนน และนี่ของเรา “ชิโนบิคุโระคาเร” แกงกะหรี่ดำพร้อมความลับที่ซ่อนอยู่

ว้าวววว มันจะมีอะไรอยู่นะ ตื่นเต้นๆ

เค้าบอกว่า ความลับซ่อนอยู่ในข้าวสวย …

.

เราจึงค่อยๆแหวกข้าวลงไป

.

เจอบางอย่างซุกอยู่!!

.

เป็นก้อนใบไม้กลมๆ

.

.

.

นินจาซ่อนไข่เอาไว้นี่เองงงงงงง

เข้าใจคิดนะเนี่ย ยังดีนะที่เป็นไข่นกกระทา ถ้าเป็นไข่ไก่คงปิดไม่มิดแน่เลย อิอิ

 

ท้องอิ่มแล้ว ได้เวลาขยับร่างกายกันแล้ววววว เดินเข้าไปในส่วนของลานกิจกรรมกันเถอะ!

แผนผังของสวนญี่ปุ่นด้านนอก ที่มีกิจกรรมต่างๆให้เล่น

ตรงนี้มีบ่อน้ำแร่ให้แช่เท้าได้ด้วยนะ คุณพ่อคุณแม่ที่พาลูกมาเล่น ก็มักจะมานั่งพักเหนื่อยกันตรงนี้แหละ ถ้าเป็นช่วงอากาศเย็นๆคงฟินมากทีเดียว (เราไปตอนต้นเดือนสิงหาคมค่ะ เป็นฤดูร้อน อากาศเลยอาจจะยังไม่ดึงดูดให้แช่ซักเท่าไหร่)

นินๆๆๆๆๆ แปลงร่างเรียบร้อยแล้ววววว ดูทะมัดทะแมง พอไหวมั้ย คิคิ

ที่นี่มีชุดนินจาให้เช่าใส่ ทั้งไซส์เด็กและผู้ใหญ่ ราคาเพียงแค่ 500 เยนเท่านั้น แนะนำว่าให้ใส่รองเท้าผ้าใบสีเข้มๆหรือสีดำไปนะคะ มันจะยิ่งเนียนไปกะชุดมากเลย ส่วนผมรวบง่ายๆทำหางม้า ก็ดูทะมัดทะแมงเข้ากันดีนะ

เนียนไปกะแก๊งนินจาเด็กซะหน่อย มีวิวให้ถ่ายรูปสวยๆเยอะเลย เสียดายที่วันที่เราไปอากาศค่อนข้างครึ้ม ฝนใกล้จะตก ฟ้าเลยไม่ใสและต้องรีบถ่ายรูปก่อนฝนมา

วิวสวยเหมือนภาพวาดเลยนะเนี่ย บ้านนินจาด้านในนั่นแหละ ที่เราจะมาทำกิจกรรมกัน ตื่นเต้นๆๆ

ก่อนอืนทักทายนินจาสาวเจ้าถิ่นซะก่อน ที่ซุ้มกิจกรรม “ดาวกระจาย” เธอคนนี้จะเป็นคนสอนเราเขวี้ยงดาวกระจาย

คำว่า ดาวกระจาย ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า ชูริเคน 手裏剣 ค่ะ

กิจกรรมเขวี้ยงดาวกระจาย ราคา 500 เยน สำหรับผู้ใหญ่ (เด็กม.ต้นขึ้นไป) และ 400 เยน สำหรับเด็ก (3 ขวบขึ้นไป) แต่สำหรับเรา เค้าคงเห็นว่ามีแววจะต้องใช้เยอะ เลยเอามาให้เล่นได้เต็มที่เบยกร๊ากกกกก ลองดูบรรยากาศตอนเราเขวี้ยงดาวกระจายได้ที่วิดิโอ จากเฟสบุ๊กไลฟ์ตอนท้ายบล็อกเลยจ้ะ

เมื่อเข้ามาด้านในบ้านที่เราเห็นตอนแรก ก็จะเจอทางเข้าของ “บ้านลวงตา”  ราคา 500 เยน สำหรับผู้ใหญ่ (เด็กม.ต้นขึ้นไป) และ 400 เยน สำหรับเด็ก (3 ขวบขึ้นไป)

แอคท่ากับนินจาหนุ่มประจำบ้านซะหน่อย นินนินนินนน

ซึ่งในบ้านจะมีลักษณะคล้ายๆกับเขาวงกต เราต้องหาทางออกให้ได้ โดยจะมีจุดหลอกตา พรางทางเข้าออกหลายแห่ง ซึ่งเราขอไม่บอกละกันนะ ว่ามีอะไรบ้าง เดี๋ยวใครมีโอกาสได้มาก็ลองลุ้นเองนะจ๊ะ

อ่ะ เอาภาพบางส่วนมาให้ดูกันหน่อยละกัน

อันนี้เป็นป้ายสั่งให้เราพยายามเดินให้ตัวเบาที่สุด อย่าให้พื้นมีเสียง

เฮ้ยยยย ศัตรูมา รีบหนีผ่านทางลับเร็วๆๆๆ

ด้านนอกบ้านก็มีบทเรียนให้เราเล่นนะ ลองพรางตัวกันหน่อย เนียนนนนนไปกะพื้นไม้ อ๋อออ เค้าทำกันยังงี้นี่เอง

img_1754

มาดูกิจกรรมกลางแจ้งกันมั่ง ให้อารมณ์เหมือนไปค่ายลูกเสือเลยแฮะ

ฝึกกำลังกายปีนป่าย ดีนะ ปกติเราก็มีไปวิ่งเล่นที่สวนสาธารณะบ้าง เลยยังพอไหวอยู่ แฮ่กๆๆ

เขาวงกตด้านนอก ถ้าเป็นเด็กๆคงยิ่งตื่นเต้น เพราะรั้วบังมิดหัวน้องๆหนูๆเลย

ยะฮู้ววววววววว ให้ปีนแค่นี้สบายยยย

ว่าแต่ถ้าเล่นหมดนี่ก็เบิร์นได้หลายแคลอรี่เหมือนกันนะเนี่ย

โหนลูกตุ้ม ฟิ้วววววววว ตื่นเต้นนิดหน่อย พอให้ลมตีหน้าเย็นๆ

มีคลาสพิเศษสอนฟันดาบสำหรับเด็กๆด้วย น่ารักน่าเอ็นดู (ชมแบบวิดิโอได้ที่ท้ายบล็อกเลยจ้ะ)

เสียเหงื่อกันมาพอควรแล้ว เราเข้าห้องแอร์เย็นๆ ดูของขายในร้านขายของฝากกันเถอะ

ขนมโมจิสีดำ มีติดป้ายว่า ได้รับความนิยมอันดับ 1 ซะด้วย

เซ็ตขนมห่อน่ารักๆ ที่เหมาะจะทานคู่น้ำชา

ร่มลายญี่ปุ่นแท้ๆ ที่น่าจะถูกใจชาวต่างชาติ เราชอบลายซูชิจังเลย แต่กางแล้วต้องหิวแน่ๆ

ไม้พลองแบบโฟม และร่มก้านดาบญี่ปุ่น เท่ๆ สำหรับคนชอบชักดาบ

แน่นอนว่า ต้องมีชุดคอสเพลย์นินจาขายด้วย เอาไว้ใส่ไปงานแฟนซีก็น่าจะดีนะ

ลองซื้อฟูจิยาม่าไซเดอร์ เครื่องดื่มอัดลมที่มีขายแถมฟูจิมาลอง หวานหอมใช้ได้ รสชาติก็คล้ายๆลามูเนะทั่วไปแหละ แต่มันรู้สึกพิเศษ เพราะแพ็กเกจนี่แหละ

ป้ายโฆษณากิจกรรมช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ต้องรอดูกันนะคะ ว่าฤดูใบไม้ร่วงเค้าจะมีอะไร

ดูเป็นภาพนิ่งกันไปแล้ว มาเข้าถึงให้มากกว่าเดิมด้วยภาพเคลื่อนไหวกันดีกว่าาาา เราไลฟ์ทางเฟสบุ๊กไว้ด้วย ท่อนแรกจะเป็นตอนเขวี้ยงดาวกระจาย ปล.อย่ารำคาญเสียงกรี๊ดเค้านะเตง♡

ส่วนท่อนที่ 2 พาเดินชมสวน และดูเด็กๆฝึกดาบ น่าเอ็นดูววววว

คนที่เปิดทางมือถือแล้วลิ้งไม่ขึ้น ลองเข้าไปดูวิดิโอในเพจเรา wew.facebook.com/Reiko.ws เลยจ้ะ

*ข้อมูลสถานที่*

忍野 しのびの里

〒401-0511山梨県南都留郡忍野村忍草2845
0555-84-1122

Oshino Ninja Village

2845 Shibokusa, Oshino– mura, Minamitsuru, Yamanashi 401-0511

www.oshinoninja.com

เปิด 9:00-17:00 (ให้เข้าก่อน 16:30)

การเดินทาง

(ด้วยรถบัส) ขึ้นรถบัสที่สถานีฟูจิซัง สายฟูจิคิวโค (富士急行線・富士山駅) เลือกรถบัสฟูจิคิว (富士急バス) ไปยังสถานีโกเทมบะ (御殿場駅行き)เลือกคันที่ผ่านโอชิโนะ ฮาจิอุมิ (忍野八海経由)ใช้เวลานั่งประมาณ 18 นาที ลงที่ป้าย Oshino Ninja Village

ซึ่งตอนนี้ทางบ.ฟูจิคิว เค้ากำลังจะมีแอพแนะนำการเดินทางและสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณฟูจิออกมา พร้อมเปิดให้บริการในเดือนกันยายนนี้ เที่ยวเองได้ง่ายๆ รับรองไม่หลง ลองโหลดมาใช้กันนะคะ

file-page1.jpg

และที่พิเศษสุดๆๆๆๆเลยยยย

คนที่โชว์บล็อกนี้ให้พนักงานดูตอนซื้อตั๋ว รับส่วนลดไปเลย 100 เยน!! (หมดเขต 31 มีนาคม 2017 นะจ๊ะ)

「このブログを見た」と携帯画面をチケット売り場スタッフに見せれば100円割引になります!(2017年3月31日まで有効)

ไหนๆทะเลสาบคาวากูจิโคะและฟูจิซัง ก็เป็นสถานที่ท่องเที่องยอดฮิตในใจคนไทยอยู่แล้ว ก็ลองแวะมาเที่ยวสัมผัสประสบการณ์นินจาญี่ปุ่นที่นี่กันดูนะคะ รับรองว่าต้องสนุกถูกใจ โดยเฉพาะครอบครัวและเด็กๆแน่นอน ขนาดเรามาญี่ปุ่นบ่อยๆยังไม่ค่อยได้มีโอกาสเล่นเป็นนินจาแบบนี้เลย สนุกและประทับใจมากๆค่ะ เอาจริงๆ แค่ได้แต่งคอสเพลย์ก็แฮปปี้แล้วล่ะ

บล็อกคราวหน้าจะพาไปเที่ยวไหน หรือเขียนเม้าท์เรื่องอะไร รอติดตามกันนะคะ ระหว่างนี้ก็ไปเจอกันที่โซเชี่ยลอื่นๆของเรากันไปก่อนนะคะ แล้วเจอกันค่าาา มะตะเน้!

*about me*

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter, youtube @Reiko_ws

Blog : www.ReikoBangkokNeko.com

 

 

ปะ ไปชิม “ราเมงอาจิไซ” ร้านราเมงของคนญี่ปุ่นแท้ๆในย่านรามอินทรากันเถอะ!! Ajisai Ramen in Bangkok

เห่นโหลวววววว มีใครชอบกินราเมนมั่งยกมือขึ้น!! เราก็เป็นหนึ่งในคนที่ชอบกินราเมนมากกก ถึงมากที่สุดเลยล่ะ สมัยเรียนที่ญี่ปุ่น หิวๆก็เดินจากหอออกไปกินที่ร้านตอนตีหนึ่งงี้ ซดซุปร้อนๆฟินเลย ตอนนี้ก็ยังรักการกินอยู่นะ แต่ต้องเผื่อเวลาไปเวิร์กเอ้าต์เอาแคลอรี่ออกหน่อย

เข้าเรื่องดีกว่า ด้วยความที่ออฟฟิศนิตยสารที่เราทำงานอยู่ มันอยู่ไกลจากเมือง (หมายถึงพวกสยาม สุขุมวิทไรงี้) ก็เลยหาร้านราเมนญี่ปุ่น แบบที่เจ้าของเป็นคนญีุ่ปุ่นทานยากหน่อย สาวออฟฟิศย่านชานเมืองอย่างเรา อยากทานราเมนทีนึง ก็จะเปิดหาตามฟรีก็อปปี้ญี่ปุ่น แล้วบึ่งรถขึ้นทางด่วนเข้าเมือง ดูพยายามกับการกินมากเลยนะ 555

แต่!!! เราได้ยินมาว่า ที่ห้างเซ็นทรัล รามอินทรา เค้ามีร้านราเมนที่เจ้าของเป็นคนญี่ปุ่นมาเปิดด้วย  ถึงแม้เราจะพยายามเป็นสายเฮลธ์ตี้ (แต่ก็ยังเป็นไม่ได้เต็มตัว) วันนี้เลยขอมาเป็นสายนักชิม ลองไปกินให้มันรู้ไปว่า ย่านรามอินทราก็มีร้านราเมนคนญีุ่ป่นมาเปิดกะเค้าด้วย แล้วมันจะอร่อยแค่ไหนยังไง วะฮ่าาาาาาาาา

ร้านหาไม่ยากเลยค่ะ คือห้างเซ็นทรัลรามอินทราเนี่ย เป็นห้างที่เล็กกระทัดรัด เดินไม่น่าจะหลงง่ายๆนะ ขึ้นบันไดเลื่อนมาที่ ชั้น 4 ก็จะเจอร้าน “อะจิไซราเมน” ร้านใหม่สวยงาม เพิ่งเปิดมาได้ครึ่งปีเอง

ชื่อร้าน “อาจิไซ” ตอนแรก เรานึกว่ามาจากคำว่า 紫陽花 อาจิไซ ที่แปลว่า “ดอกไฮเดรนเยียร์” ซะอีก แต่จริงๆแล้วชื่อร้านนี้เขียนด้วยตัวคันจิ 味 อาจิ +彩 ไซ ที่แปลว่า “รสชาติ”  และ “มีสีสัน” ฟังดูดีจัง

เจ้าของร้านเป็นชาวญีุ่ปุ่นจากจ.คุมาโมโตะ บนเกาะคิวชู จังหวัดบ้านเกิดของหมีคุมะมงนั่นแหละ ซึ่งที่คิวชูเค้าจะขึ้นชื่อเรื่องน้ำซุปกระดูกหมู (ทงคตซึ) ราเมนของร้านนี้ส่วนใหญ่ จึงมีเบสของน้ำซุปเป็นรสทงคตซึนั่นเอง

img_1671-1

เอาล่ะ เรามาดูเมนูแนะนำของร้านนี้กันเลยดีกว่า หิวละ

“โชยุราเมน” เบสน้ำซุปกระดูกหมูที่ผจก.ร้านแนะนำให้ลองชิม ชามนี้เป็นไซส์ฮาร์ฟนะคะ สำหรับสาวๆที่กลัวอ้วน หรือคนที่อยากลองทานหลายๆอย่างจะเลือกไซส์นี้ก็ดีเหมือนกัน ราคา 159 บาท คนที่ชอบซุปรสเข้มข้น ออกเค็มๆ เส้นบะหมี่เล็กเรียว น่าจะชอบชามนี้

ชามนี้เราชอบมาก เพราะทั้งดูเฮลธ์ตี้แล้ว แถมยังกลมกล่อมมากๆ เป็น “ราเมนน้ำซุปไก่รสเกลือ” ชุ่มชื่นใจจริงๆ ใส่ผักเยอะดี เส้นบะหมี่หนาหน่อยแต่ไม่อืดไว โปะอกไก่ย่างสองชิ้น อร่อยลงตัว ราคา 89 บาท เบาๆสบายกระเป๋า

เห็นอาหารแล้วหน้ามืด 555 ลืมถ่ายรูปเดี่ยวให้น้องจานที่อยู่ด้านใน ดูรูปหมู่ไปละกัน “ราเมนเย็นแบบจีน” หรือ “ฮิยาชิจูกะ” นั่นเอง ของร้านนี้เค้าจะใส่ผักเยอะหน่อย คนที่รักสุขภาพก็น่าจะชอบนะคะ ชามนี้ 89 บาทค่ะ

เมนูอื่นๆนอกจากราเมนก็มีนะคะ “แซลมอนโรลรมควัน” 4 ชื้น 170 บาท

“ยำหมูย่างต้นหอมญี่ปุ่น” 49 บาท

(จากซ้ายบน) ยำสาหร่ายวากาเมะ 49 บาท / สลัดมันฝรั่ง 39 บาท / สลัดปูอัด 99 บาท / เกี๊ยวซ่ากุ้ง 69 บาท ส่วนตัวเราชอบสลัดมั่นฝรั่งมากๆ รสชาติละมุนนุ่มลิ้น ใช้เหงือกสัมผัสแล้วกลืนลงคอเลย อ๊าาา อร่อย

ปกติแล้วเวลาทานๆราเมนไปแล้วเส้นมันเริ่มอืด ทำให้ซุปมันเค็มขึ้นใช่มั้ยล่ะ ร้านอาจิไซเค้ามีวิธีแก้ปัญหานี้ด้วยการเตรียมน้ำซุป Golden ที่ทำจากปลาคัตซึโอะและส่วนผสมอื่นๆมากมาย จนได้รสชาติเบาๆกลมกล่อม ให้มาเติมลงในชามราเมน หรือจะใส่ถ้วยแล้วซดกับอาหารอื่นๆก็ได้ แถมยังเติมได้ไม่อั้นอีกด้วย และฟรี!! มันดีตรงนี้ล่ะ

ล้างปากกันด้วยของหวานกันหน่อย “พุดดิ้งชาเขียว” รสชาติเค้าจะเบาๆ ไม่หวานแหลม หรือมันแบบนมเยอะๆ สัมผัสคล้ายๆเจลลี่ ทานกับครีมสด อร่อยดี 29 บาทเอง

นอกจากเมนูที่เราสั่งวันนี้แล้ว เค้ายังมีโปรโมชั่นเมนูหม้อไฟอีกด้วย น่าลองมากๆ ช่วงหน้าหนาวถ้าได้มาทานหม้อไฟคงฟินสุดๆไปเลย แถมยังมีโปรโมชั่นเครื่องดื่มด้วย นัดเพื่อนมากันเยอะๆก็ดีนะ


เพื่อนๆที่มาด้วยกันวันนี้ จัดการทุกเมนูบนโต๊ะ ซัดเรียบ ไม่เหลือเลย 555 อิ่มอร่อยกันทุกคน

พนักงานในร้านยิ้มแย้มแจ่มใสดี คนซ้ายหน้า ผู้จัดการร้าน “ไซโต้ซัง” หนุ่มญี่ปุ่นมาดเท่ ยังกะนักดนตรีเจร็อก และคนขวา “คุณช้าง” เป็นพนักงานคนไทยที่พูดภาษาญี่ปุ่นเก่งมากๆเลย

แผนที่และเบอร์โทรร้าน หาง่ายมากๆ เพราะอยู่ในห้างเซ็นทรัลรามอินทรา

เปิด 11:00 – 21:30 (last order 21:00) Tel 02-970-6629

facebook page / Ramen Ajisai at Ramindra in Central Plaza Ramindra

instagram @ramen_ajisai_ram_inthra

นอกจากนี้ยังมีสาขาในเมืองกรุง ที่ทองหล่อ และอโศกอีกด้วย สะดวกที่ไหนไปที่นั่นเลยจ้าาา แต่สำหรับชานเมืองเกิร์ลอย่างเรา ขอมาที่นี่ละกัน สะดวกดี 555

img_1562

เป็นไงคะ น่าทานใช่มั้ยล่ะ หวังว่าคงจะเป็นแรงบัลดาลใจให้หลายคนออกไปหาของอร่อยกินได้บ้างนะคะ อยากให้เขียน หรือรีวิว และนำสถานที่ท่องเที่ยวหรือไอเท็มแบบไหน ก็คอมเม้นต์มาเป็นกำลังใจกันด้วยนะคะ แล้วเจอกันในบล็ิอกหน้า ไม่นานเกินรอจ้าาาาา

img_1666

*about me*

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter, youtube @reiko_ws

Blog : www.ReikoBangkokNeko.com

ดินเนอร์แบบมีสไตล์ ที่บาร์ญี่ปุ่น Yoichi Nikka Bar & Restaurant 余市 สุขุมวิท39

เดี๋ยวนี้ร้านอาหารญี่ปุ่นมีให้เลือกทานกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นซูชิ ชาบู ปิ้งย่าง ราเมน อิซากายะ เรียกได้ว่าอยากทานอะไรก็หาได้หมดในกทม.ไม่ต้องไปถึงญี่ปุ่นแล้ว หลายคนอาจจะมีร้านอาหารญี่ปุ่นในดวงใจกันอยู่แล้ว แต่วันนี้เรามีร้านอาหารญี่ปุ่น ที่สามารถนั่งดื่มด่ำบรรยากาศดีๆได้ แถมยังอยู่ในซอยสุขุมวิท 39 นี่เอง มาแนะนำกันค่ะ

2875d576-8df4-41be-962d-090ce470fe00

ร้าน โยอิจิ นิกกะ 余市 (Yoichi Nikka) เป็นบาร์ญี่ปุ่นแท้ๆ โดยเจ้าของชาวญี่ปุ่น สาขาแม่อยู่ที่เกาะฮอกไกโด ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น จ.ฮอกไกโด เค้าขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลสดๆ นมและชีสแสนอร่อย เมล่อนหวานฉ่ำ และยังเป็นแหล่งผลิตวิสกี้ญี่ปุ่นชื่อดัง “นิกกะ”  ซึ่งที่นี่นอกจากจะได้อร่อยกับเมนูญี่ปุ่นแบบฟิวชั่นแล้ว ยังมีวิสกี้, สาเก และเมนูประยุกต์อีกมากมายให้ลิ้มลองอีกด้วย

ลองตามแผนที่มาในซอยสุขุมวิท 39 ก็จะเห็นหน้าร้านเป็นแบบนี้ ไฟส่องโลโก้ลงไปในน้ำ สวยวิบวับๆ

มุมสวยๆน่านั่งในร้าน เหมาะสำหรับมาเดตแบบผู้ใหญ่ หรือไม่ก็มาดื่มกับเดอะแก้งค์หลังเลิกงาน

ช่วงที่เราไปยังเป็นหัวค่ำอยู่ แต่ลูกค้าก็เริ่มมากันแล้ว แน่นอนว่าส่วนใหญ่เป็นซาราลี่มังชาวญี่ปุ่น ที่แวะมาสังสรรค์หลังเลิกงาน

พนักงานและบาร์เทนเดอร์ยิ้มแย้ม พร้อมพูดคุยกับลูกค้าทุกคน นั่งที่เค้าน์เตอร์ก็ดีนะ จะได้ฝึกคุยภาษาญี่ปุ่น หรือถ้าชอบความเป็นส่วนตัว ก็มีห้องด้านบนให้เลือก

มาลองดูเมนูอร่อยๆของที่นี่กันมั่ง

อะ…บอกไว้ก่อนนะ เค้าแพ้อาหารทะเลแหละ ฮือๆๆๆ ทานได้แต่ปลากับปลาหมึก ดูแต่ตา เอาเข้าปากไม่ได้ ดังนั้นคงไม่สามารถรีวิวรสชาติซีฟู้ดให้อ่านได้นะจ๊ะ ลองดูรูปแล้วจิ้นตามละกัน

ซูชิเนื้อวัวจากเมืองฟุราโน่ฮอกไกโด 3 ชิ้น / 280 บาท เนื้อมันนิ่มมมม ละลายในปากเลยล่ะ

สลัดราเมนซีฟู้ด 220 บาท

ซังกิ หรือไก่ทอดคาราอาเกะสไตล์ฮอกไกโดนั่นเอง มันจะมีรสชาติในตัวอยู่แล้ว ไม่ต้องใส่ซอสก็อร่อย 180 บาท

กุ้งทอด 200 บาท

ซันมะโนะมัมมะ 220 บาท เป็นการเอาตัวปลาซันมะมาใส่ข้าวรสโชยุหอมกรุ่นไว้ข้างใน แล้วจัดแต่งให้เหมือนตัวปลาอีกครั้ง เป็นเมนูขึ้นชื่อของสาขาฮอกไกโด

เซ็ตผักสติ๊ก 200 บาท เฮลธ์ตี้กันหน่อย ผักสดๆกรอบจิ้มเดรซซิ่งอร่อยดี

มาที่ของหวานกันมั่ง ที่นี่เค้าขึ้นชื่อเรื่องแอลกอฮอร์ ดังนั้นจึงมีเมนูของหวานที่ผสมแอลกอฮอร์ด้วย

ไอศครีมช็อกโกแลตวิสกี้ทาเคซึรุ 200 บาท เวลาจะทานก็เอาวิสกี้ราดไปข้างบนให้รสชาติหวานแบบผู้ใหญ่

เมล่อนโด้ง 330 บาท เมล่อนสดหวานฉ่ำกับไอศกรีมวนิลลา ราดวิสกี้ไปข้างบน ถ้าไม่ค่อยถนัดดื่มแอล ก็ราดนิดเดียวก็พอ แค่รสชาติเมล่อนฉ่ำๆก็อร่อยน้ำตาจะไหลแล้ว

ตบท้ายด้วยชาเขียวกันหน่อย บาร์เทนเดอร์เค้าจะชงชาเขียวมัตฉะให้ดูกันตรงหน้าเลย สมเป็นญี่ปุ่นจริงๆ

ชาเขียวมัตฉะ เสริฟพร้อมขนมญีุ่ป่น เข้ากันสุดๆ

บาร์เทนเดอร์หนุ่มหล่อคนนี้ นอกจากจะผสมเครื่อมดื่มเก่งแล้วยังรับจ๊อบเป็นนายแบบด้วยนะ อยากเห็นชัดๆต้องลองมาดูที่ร้านนะจ๊ะ

ดูสิ มีวิสกี้ให้เลือกดื่มเยอะแยะเลย ปล.ดื่มแล้วก็อย่าขับ กลับแท็กซี่นะจ๊ะ

คอกเทลออริจินอลที่บาร์เทนเดอร์ทำให้เราเป็นพิเศษ

ที่ร้านมีหลายชั้น แบ่งเป็นห้องย่อยๆเป็นส่วนตัว และที่ห้องใหญ่สุดด้านบน สามารถเพลิดเพลินกับคาราโอเกะ จัดปาร์ตี้ได้สบายๆเลยล่ะ

สำหรับเราแล้ว ประทับใจเมล่อนโ้งลูกนี้ีที่สุดเลยยยย นอกจากหน้ากินแล้วยังอร่อยและรู้สึกถึงความเป็นฮอกไกโดมากๆอีกด้วย

ร้านเปิดตั้งแต่ 18.00-02.00 สำหรับคนที่อยากลองไปโยอิจิ ขอแนะนำให้เดินทางด้วยรถสาธารณะ เช่นแท็กซี่ หรือใช้บริการพี่วินจะดีกว่านะคะ เพราะบริเวณร้านไม่มีที่จอดรถ ถ้าจะไปกันหลายคน โทรเข้าไปจองก่อนจะดีกว่้านะคะ เค้าจะได้จัดที่นั่งไว้ให้ มีพนักงานคนไทย ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษาค่ะ

ที่อยู่ 6/ 11 ซอย สุขุมวิท 39 แขวง คลองตันเหนือ เขต วัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

โทร 02 662 4270

https://www.facebook.com/yoichi.nikkabar.restaurant/
ไว้จะนำเรื่องราวสนุกๆไม่ว่าจะเป็นที่ญี่ปุ่นหรือที่ไทยมาฝากกันอีกนะคะ
ฝากติดตามโซเชี่ยลของเราด้วยนะคะ ติชมคอมเม้นต์ ทักทายกันได้ค่าาา
facebook : Reiko.ws
instagram, twitter, youtube @reiko_ws

Water Color lesson มาสานฝันวัยเด็ก ไปเรียนสีน้ำกัน!

สวัสดีค่ะ คราวนี้ขออัพเดตอีกหนึ่งไลฟ์สไตล์ของเรา ที่คนไม่ค่อยจะรู้กัน นั่นคือเรื่อง ศิลปะ นั่นเอง

สมัยประถม-ม.ต้น-ม.ปลาย เราชอบวาดรูปมากกกก วิชาศิลปะเป็นวิชาที่ชอบที่สุด ในสมุดเรียนก็จะมีการ์ตูนวาดไว้ตามหน้าต่างๆตลอด เพื่อนที่เรียนมาด้วยกันจะรู้ดี แถมยังชอบส่งรูปวาดไปแข่ง ได้ลงนิตยสารก็หลายครั้ง ถือได้ว่าตอนนั้นเครซี่การวาดรูปมากเลยล่ะ

แต่เมื่อเข้ามหาลัย เลือกเรียกศิลปะศาสตร์ เอกญี่ปุ่น ที่ธรรมศาสตร์ ไม่ได้เรียนวิชาศิลปะแล้ว โอกาสแตะปากกาวาดก็น้อยลง เพราะความสนใจเริ่มไปด้านอื่น เช่น เริ่มเข้าโมเดลลิ่ง แคสงานถ่ายโฆษณา ทำกิจกรรมมหาลัย ก็เลยห่างๆปากกา สี และพู่กันไป

เราได้ตามเพจสีน้ำ Ling Jaidee ในเฟสบุ๊ก เมื่อเร็วๆนี้เค้ามีจัดเวิร์กช้อปวาดรูปสีน้ำ เลยไปลองเรียนมาล่ะ ซึ่งนี่เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่เรามาเรียนที่นี่ เรียกได้ว่าต้องปัดฝุ่นกันเยอะเลย 555

ครูเค้าจะมีหัวข้อแต่ละสัปดาห์ไปซ้ำกันค่ะ เราเลือกไปเรียนวิวทิวทัศน์ก็จะมีรูปวิวให้เลือก เริ่มจากเลือกรูปที่ตัวเองชอบก่อนเลย 

เราเลือกรูปนี้ ท้องฟ้ากะทะเลสวยดี หวังว่าซักวันคงได้ไปเห็นด้วยตาตัวเอง 
กะสัดส่วน แล้วเริ่มร่างด้วยดินสอก่อน 
เริ่มลงสีส่วนที่มีเนื้อที่เยอะด้านหน้า ทั้งต้นไม้ พื้นดิน

ท้องฟ้าและทะเลอยู่ใกล้กัน มันเลยยากตอนเกลี่ยสีฟ้าไล่ระดับนี่แหละ ครูเค้าบอกให้ใช้น้ำเยอะๆก็ออกมาเป็นแบบนี้ล่ะ ส่วนทะเลเราเลือกระบายให้สีเข้มกว่าจะได้แตกต่าง  
จากนั้นลงรายละเอียดตรงบ้านเมืองด้านล่าง เขี่ยๆมั่วๆไป ดูจากไกลๆมันก็โออยู่นะ 555
เก็บรายละเอียดอีกหน่อย ก็เป็นอันเสร็จทั้งหมดนี้ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงค่ะ 
อวดๆๆผลงานเค้าเองงงงงง

สุดแสนจะภูมิใจ ไว้ไปหากรอบใส่ดีกว่า 
ส่วนรูปนี้เป็นผลงานจากการมาเรียนครั้งแรกของเรา เมื่อเดือนพ.ย.2015ค่ะ ธีมคือวาดรูปขนมๆ สเก็ตไปหิวไป 555

เสร็จแล้วววว เอาไว้ดูเล่นยามไดเอ็ต 555 นี่แหละผลงานสีน้ำครั้งแรกในรอบหลายปีของเรา

บรรยากาศห้องเรียน คลาสนึงไม่ถึง 10คนกำลังสบายๆ

มีอุปกรณ์ขายสำหรับคนอยากฝึกต่อที่บ้านด้วย 

ผลงานสีน้ำน่ารักๆทั้งนั้นเลย  

สำหรับคนที่สนใจเรียนสีน้ำแบบเรา ก็ลองเข้าไปดูที่เฟสบุ๊กเพจ สีน้ำ by Ling Jaidee เลยจ้ะ https://www.facebook.com/LingjaideeStudio/ สตูดิโออยู่ในซอยรัชดา19 ปากซอยมีรถไฟฟ้าสถานีรัชดา เดินทางสะดวกมากเลย

ค่าเรียนก็ไม่แพง แค่ 500 บาทเอง มีอุปกรณ์ให้ยืมใช้ทุกอย่าง ไปตัวเปล่าได้เลย

เราก็ขอมาแบ่งปันงานอดิเรก เผื่อใครที่ชอบวาดรูปเหมือนกัน แต่ห่างหายไปนานแบบเราแล้วอยากจะกลับมาฝึกกันใหม่ ตอนนี้ก็กำลังหาเซ็ตอุปกรณ์คู่ใจ สำหรับใช้วาดรูปเวลาเดินทางใครมีชิ้นไหนแนะนำก็รบกวนด้วยนะคะ จากนี้เราก็จะหัดวาดให้บ่อยขึ้น พัฒนาฝีมือ แล้วจะเอามาอัพเดตให้ดูกันนะจ๊ะ
*about me*

facebook : Reiko.ws

instagram & twitter & youtube @reiko_ws

Blog : www.ReikoBangkokNeko.com

วาร์ปไปช้อปปิ้งที่โตเกียว ในงาน Tokyo Fashion District อิเซตัน กรุงเทพ

ต้องยอมรับเลยว่า “โตเกียว” คือเมืองแห่งแฟชั่นในใจเรา ถึงจะไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ มีอะไรใหม่ๆมากระตุ้นและสร้างแรงบรรดาลให้เราได้เสมอ ผู้คนแต่งตัวในแบบของตัวเอง มีเทรนด์หลากหลายให้เลือกช้อป แค่เดินเล่นในแต่ละย่านท่องเที่ยว  เช่น ฮาราจูกุ, ชิบูย่า, โอโมเทะซังโด หรือชิโมคิตะว่า ก็ได้เพลิดเพลินกับการดูแฟชั่นการแต่งกายของชาวญี่ปุ่นแล้ว

  

แต่คนที่ไม่มีโอกาสได้ไปสำรวจแฟชั่นถึงญี่ปุ่นก็ไม่ต้องเสียใจไปนะ เพราะตอนนี้ห้าง Isetan ตรงราชประสงค์ เค้าได้จัด Pop up store นำเอาแบรนด์ญี่ปุ่นสุดแนวกว่า 10 แบรนด์มาให้ได้ชมช้อปกันแล้วในงาน Tokyo Fashion Districtโดยใช้ชื่อธีม This is Japan    

โดยเราได้ไปร่วมงานเปิดเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา มีคนในวงการแฟชั่นไทยและญี่ปุ่นมาร่วมงานมากมาย อิมเมจงานคือ Live house ที่ให้ทุกคนสนุกสนานกับสตรีทแฟชั่นไปพร้อมๆกับเสียงเพลงโดยดีเจ   

ทั้ง 10แบรนด์ในงาน ที่บินตรงมาให้ช้อปจากโตเกียว ได้แก่ Christian Dada, D.TT.K, Facetasm, Fake Furniture by Fake Tokyo, little sunny bite, Medicom Toy, Porter, Wacko Maria, Yoshirotten, YuumiARIA 

ไปลองชมบรรยากาศ และไอเท็มเก๋ๆในงานกันเลยค่ะ   
   

  

กระเป๋าPorter นี่หนุ่มๆน่าจะชอบกัน
  

เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เก๋
   
 

วันพีซสีชมพูวววว สีสันได้ใจ  

โลโก้ด้านหลังก็น่ารักนะ

เหมาะมากๆกับสปริงซัมเมอร์นี้   
 

แต่นแต๊นนน!!! และไฮไลท์ของงานคือ การโชว์ดีเจโดยน้องแฝดสุดน่ารัก AMIAYA  

AMI (ขวา) AYA (ซ้าย) เป็นฝาแฝดนางแบบ, ศิลปินนักร้อง, ดีเจ และเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า Jouetie ที่สาวๆแนวสตรีทรู้จักกันดี

  

เรามีโอกาสได้สัมภาษณ์ 2 สาวแบบเอ็กคลูซีฟด้วย เราเคยเจออามิอายะในงานญี่ปุ่นอื่นๆมาหลายครั้งแล้ว ดีใจจังที่พวกเธอจำเราได้ ในรูปอายะจังกำลังให้ดูรูปชุดว่ายน้ำของซัมเมอร์ปีนี้ของเธอ

ติดตามอ่านบทสัมภาษณ์ AMIAYA ที่เราเขียนได้ในนิตยสาร Ray Thailand เร็วๆนี้นะคะ  

เราได้เก็บภาพดีเจสาวแฝดและบรรยากาศในงานมาฝากกันด้วย ลองดูสิ น่ารักมากเลย 

สำหรับงานนี้จะมีที่ชั้น 1 ห้าง Isetan ตรง Central World ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2016 นี้

ใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศโตเกียวเมืองแฟชั่น ที่เมืองไทยใกล้ๆนี่เอง ก็ลองแวะมาดูนะคะ

*about me*

facebook : Reiko.ws

instagram & twitter & youtube @reiko_ws

BLOG www.ReikoBangkokNeko.com

เมื่อฉันแช่ออนเซ็นญี่ปุ่นออกรายการทีวี!? Bathing in Onsen for TV Show experience!?

สวัสดีค่ะ อัพเดตบล็อกสุดท้ายของปี 2015 ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นโพสต์ที่เขียนค้างไว้นานมาก ตั้งกะช่วงกลางเดือนพ.ย. กะว่ายังไงต้องให้จบภายในปีนี้เลยมารีบปั่นๆ คิดถึงกันมั้ยยยยย?

เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ตั้งแต่ญี่ปุ่นยกเลิกวีซ่าเข้าประเทศสำหรับคนไทยในปี 2013 ใครๆก็สามารถไปเที่ยวญี่ปุ่นได้ ไม่ว่าจะเป็นเที่ยวกับทัวร์หรือเที่ยวด้วยตัวเอง จำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่ไปญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ดังนั้นถ้าพูดถึง “ออนเซ็น” (温泉)หรือบ่อน้ำพุร้อนของญี่ปุ่น คิดว่าคงมีหลายคน เคยได้สัมผัสมาบ้าง ตอนไปเที่ยวญี่ปุ่น หรือแม้แต่ที่ออนเซ็นสไตล์ญี่ปุ่นในเมืองไทยก็ตาม

onsen 1

(เปลี่ยนเป็นยูคะตะแล้วเดินในสวนของเรียวกัง ผ่อนคลายดีจริงๆ)

ออนเซ็น มีหลายแบบค่ะ มีทั้งแบบไพรเวท แช่ได้เป็นส่วนตัวในห้อง, แบบแยกชายหญิงในร่ม, แบบแยกชายหญิงกลางแจ้ง และแบบสาธารณะแช่ริมแม่น้ำท่ามกลางธรรมชาติ ส่วนใหญ่แล้วออนเซ็นจะแยกชายหญิง เป็นสัดส่วนนะคะ มีส่วนล้อบบี้หรือห้องนั่งพักผ่อนรวมกัน แต่มีประตูแยกเข้าห้องไปเฉพาะชายหญิง ตามต่างจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดที่เค้ามีชื่อด้านบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ ก็มักจะมีบ่อสาธารณะกลางแจ้ง ไว้ให้บริการชาวบ้านฟรีๆ ด้วย ทั้งบ่อแช่เท้า และบ่อแช่ทั้งตัว

0nsen 2

(ป้ายของยูโนะโกออนเซ็น ในจ.โอคายาม่า)

เรื่องที่จะเล่าคราวนี้ไม่ใช้แค่ความรู้ทั่วๆไปเกี่ยวกับออนเซ็นนะคะ แต่เป็นประสบการณ์การ “ถ่ายรายการทีวี” ทีออนเซ็นค่ะ!! คิดว่าคงมีไม่บ่อยหรอกที่เราจะได้แช่ออนเซ็นต่อหน้ากล้องทีวี (ฮา) ดังนั้นเลยขอเก็บตกประสบการณ์ เล่าความรู้สึกให้อ่านกันนะคะ

onsen 3

(เรียวกังอยู่ริมแม่น้ำ ที่เห็นเป็นหลังคาอยู่ฝั่านั่นคือ ออนเซ็นกลางแจ้งรวมชายหญิง!)

เป็นที่รู้กันดีว่า ถ้าจะแช่ออนเซ็นญี่ปุ่นแบบแท้ๆ ต้อง “ไม่ใส่อะไรเลย” หรือ “แก้ผ้าหมด” นั่นแหละ ดังนั้นไม่ต้องอายเพศเดียวกันหรอกค่ะ เหมือนๆกันน่ะแหละ (ฮา)

สิ่งที่เอาติดตัวเข้าไปด้วยได้ มีแค่ผ้าขนหนูสีขาวผืนบางๆเท่านั้น ซึ่งเจ้าผ้าขนหนูผืนน้อยนี้ ทำหน้าที่ได้แค่ปิดบังบางส่วนเวลาที่เดินอยู่ในห้องอาบน้ำเท่านั้น แต่ห้ามเอาลงแช่ลงไปในน้ำนะคะ เพื่อความสะอาดของผู้ใช้บริการคนอื่น

ดังนั้นชาวไทยเราที่ไม่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมการอาบน้ำเป็นหมู่คณะ (ฮา) จึงมักจะไม่ค่อยกล้าลงออนเซ็นสาธารณะในการไปญี่ปุ่นครั้งแรกๆ แต่ถ้าคนที่ไปหลายครั้งแล้ว หรือเคยไปใช้ชีวิตที่โน่น จะรู้ดีเลย ว่าการได้แช่น้ำแร่ร้อนๆ หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันเนี่ย มันช่างฟินนนนนน แค่ไหน20150423_220824

(บรรยากาศในออนเซ็นฝั่งผู้หยิง ตอนไม่มีคน)

เรามีโอกาสได้ไปร่วมงานเป็นพิธีกรในรายการท่องเที่ยวญี่ปุ่น “Many Many Japan” ตอนจ.โอคายาม่า (อยู่ใกล้กับโอซาก้า) ออกอากาศทางช่องเนชั่นทีวี เป็นรายการที่มีทั้งหมด 5 ตอน ช่วงที่ไปถ่ายทำคือช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิต้นฤดูร้อนค่ะ อากาศกำลังสบายเลย ประมาณ 20 กว่าองศา

โลเคชั่นออนเซ็นของเราคือที่ มิมาซากะ (美作)และ ยูโนะโก(湯郷) ซึ่งเป็นออนเซ็นขึ้นชื่อในจ.โอคายาม่า

C360_2015-04-24-08-57-10-132

(เปลี่ยนชุดเป็นยูคะตะ แล้วนอนกลิ้งกันในห้องเสื่อทาทามิ หอมกลิ่นเสื่อ ผ่อนคลายมากๆเลย)

พิธีกรคู่ของเรา ชื่อ “อันนะจัง” (原アンナ)เป็นนางแบบสาวชาวญี่ปุ่น เธอเป็นพิธีกรรายการขายสินค้าทางทีวี, รายการท่องเที่ยวด้วย ดังนั้นจึงมีประสบการณ์การถ่ายงานในออนเซ็นมาหลายครั้งแล้ว สำหรับเราเอง ถึงจะมีประการณ์ถ่ายทำรายการที่ญี่ปุ่น และชอบแช่ออนเซ็นเป็นชีวิตจิตใจ ตั้งแต่สมัยมาเรียนที่ญีุ่่ปุ่น แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ต้องลงแช่ต่อหน้ากล้องทีวีน่ะสิ!! มันก็ต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดา

อันนะจังแนะนำว่า เวลาที่นางแบบลงแช่ออนเซ็นเพื่อถ่ายรายการ จะพันตัวด้วยผ้าขนหนูสีขาว ซึ่งจริงๆแล้วมันต้องไม่ใส่อะไรเลยอ่ะนะ แต่ต้องออกทีวีนี่เลยต้อองมีอะไรปกปิดหน่อย ทีนี้ผ้าขนหนูสีขาวพออลงน้ำมันก็จะโปร่งแสงเป็นธรรมดา เพื่อกันโป๊จึงต้องหาอะไรใส่ไว้ข้างใน

จะใส่เป็นชุดชั้นในก็ได้แหละ แต่เพื่อเซฟให้มากขึ้น ใส่เป็น “ชุดว่ายน้ำสีขาวหรือสีเนื้อ” ไว้ข้างในจะดีกว่า แฮ่ เราเตรียมตัวมาดีอยู่แล้ว เลยเอาชุดแบบเกาะอกสีขาวไปใส่ด้วย สร้างความมั่นใจได้เยอะเลยล่ะ

20150423_220015

(ชุดยูคะตะที่ทางเรียวกังเตรียมไว้ให้ มีหลายแบบให้เลือก)

สำหรับเรื่องหน้าผม หน้าเนี่ยไม่ต้องแต่งเยอะ เป็นแนวธรรมชาติ ขนตาปลอมไม่ต้องติด ให้เหมือนคนมาเที่ยวพักผ่อนแช่ออนเซ็นจริงๆ สำหรับผม ชาวญีุ่ป่นเค้าจะไม่ให้ผมลงไปแช่ในน้ำ เพราะจะทำให้สกปรก ดังนั้นต้องมัดหรือเกล้าให้เรียบร้อยก่อน

20150424_084740

(ทำผม แต่งหน้าเบาๆ พร้อมไปถ่ายรายการที่ออนเซ็นแล้วค่ะ)

ซึ่งจริงๆแล้วในห้องแช่ออนเซ็นรวมที่แยกชายหญิงเนี่ย เค้าห้ามถ่ายรูปข้างในโดยเด็ดขาดนะคะ มันเป็นกฏของทุกที่ ยกเว้นออนเซ็นแบบห้องส่วนตัว หรือออนเซ็นแบบที่ใส่ชุดว่ายน้ำเข้าไปได้ เช่นที่ Yunessan (ユネッサン)ฮาโกเนะ อันนั้นพอถ่ายได้ แต่โดยมารยาท ต้องไม่ให้ติดคนอื่นเค้านะ

ออนเซ็นกลางแจ้งแบบรวมชายหญิงบางที่เค้าก็อนุโลมให้ผู้หญิงใส่ชุดกันโป๊ หรือผ้าขนหนูลงน้ำได้ค่ะ แต่จะไม่ให้ถ่ายรูป ของเราเข้าไปถ่ายทำรายการ ซึ่งทำเรื่องขอเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นไว้ก่อนแล้ว จึงไม่มีปัญหาตรงนี้ ได้รับอนุญาติเป็นกรณีพิเศษค่ะ
image

(อันนี้เป็นตอนลงไปแช่บ่อรวมกลางแจ้ง ใส่ชุดคลุมสีชมพูที่เรียวกังเตรียมไว้ให้ พยายามถ่ายไม่ให้ติดคนอื่นเค้า 555)

ออนเซ็นเนี่ย มันเป็นน้ำพุร้อนใช่มั้ยคะ มันจะฟินมากเลย ถ้าได้แชjตอนที่อากาศหนาวๆ แบบเลขตัวเดียวหรือสิบกว่าองศา แต่ตอนที่ไปถ่ายทำเนี่ย เป็นช่วงเดือนพ.ค. อากาศเริ่มร้อนแล้ว
image

(ลงแช่ในออนเซ็นฝั่งผู้หญิง น้ำก็ร้อน แดดก็จ้า ถือว่าซาวน่าละกัน 555 แต่น้ำแช่แล้วลื่นผิวสบายตัวมากๆ)

แช่ไปก็เหงือออกไป จะทำหน้าแฮ่กๆก็ไม่ได้ ต้องคีพลุค ยิ้มหน้ากล้อง หัวเราะคิกคักชวนฝันเข้าไว้ก่อน เอามือลูบน้ำแร่ที่แขนบ้าง คอบ้าง เพื่อภาพที่สวยงาม โชคดีที่อันนะจัง นางโปรมาก ช่วยบิวต์ให้เรารู้สึกผ่อนคลายไปด้วย เลยทำให้การถ่ายทำผ่านไปด้วยดี
image

(ยิ้มเข้าไว้ สบายจังเลยยยยย ฟรุ้งฟริ้งงงงงง)

ลองภาพจากรายการดูนะคะ ถึงจะมีไม่มากเท่าไหร่ แต่คงพอทำให้เห็นภาพมากขึ้น

ซึ่งหลังจากนั้น เราก็มีโอกาสได้ไปถ่ายทำรายการที่ออนเซ็นอีกแห่งในรายการ Kimochiii in Japan ที่ออกอากาศทาง youtube ด้วย ณ ตอนที่เขียนบล็อกนี้ รายการยังไม่ออก ไว้ออกเมื่อไหร่จะมาอัพเดตกันนะคะ

หวังว่าทุกคนคงจะได้รู้จักการแช่ออนเซ็นจากประสบการณ์ของเรามากขึ้นไม่มากก็น้อยนะคะ คราวหน้าจะหยิบจังเอาเรื่องราวญี่ปุ่นๆอะไรมาเล่าให้อ่านกัน คอยติดตามด้วยนะคะ

ก็ขอฝากโซเชี่ยลทั้งหมดที่เรามีด้วยนะคะ นอกจากบล็อกนี้แล้วก็จะมี instagram & twitter & youtube @reiko_ws / facebook : Reiko.ws ค่ะ

ปี 2016 นี้ก็จะพยายามอัพบล็อกให้บ่อยขึ้น ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ! ขอให้ทุกคนมีความสุขและปลอดภัยในช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่นี้ค่าาาาา<3
image

Nekko Trip เยี่ยมแมวนายสถานีทามะ ที่จ.วากายาม่า Cat Station Master at Wakayama

สวัสดีค่า คืนวันศุกร์แบบนี้ จะมีอะไรดีไปกว่าการ… “ปั่นบล็อก” ให้ทุกคนได้อ่านกันไงล่ะ อิอิ วันธรรมดาทำงาน ต้องเขียนคอลัมน์ทุกวัน ตอนนี้ก็ถึงเวลาเขียนบล็อกเล่าประสบการณ์ส่วนตัว แชร์ให้ทุกคนได้ร่วมสนุกไปด้วยแล้ววววว

และในวันนี้เราขอแนะนำให้ทุกคนได้เจอกับ…..

“แมวนายสถานีทามะ” แมวเซเลบแห่งญี่ปุ่น!!!

ในวิดิโอคลิปคือ น้องแมวทามะ ตัวแรกที่เป็นนายสถานีของที่นี่ อันนี้เป็นโฆษณาที่ทามะเคยเล่นไว้เมื่อสามปีก่อน

เรโกะ เนโกะ จะได้เจอแมวนายสถานี (นิ) ทามะแล้วววววว
เรโกะ เนโกะ จะได้เจอแมวนายสถานี (นิ) ทามะแล้วววววว

และเรื่องที่เราเลือกมาเขียนเป็นโพสต์ที่ 2 ในบล็อกนี้ ก็คือ ประสบการณ์จากการได้ร่วมทริป “ทูนหัวของบ่าว GO TO JAPAN WITH NEKKO” ทริปดีๆ สำหรับคนรักแมวที่เกิดขึ้นโดยความร่วมมือของเพจทูนหัวของบ่าว ร่วมกับ บ.ฟู้ดอินโนวา จำกัด (อาหารแมวเน็กโกะ) ชวนลูกค้าผู้โชคดี, เพจแมวชื่อดัง และสื่อมวลชน ไปเที่ยวญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 27 ก.ย.- 1 ต.ค.ที่ผ่านมา เปิดประการณ์ใหม่ๆ สไตล์คนรักแมว

ตอนที่รู้ตัวว่าจะได้ไปร่วมทริปนี้ เราดีใจมว้ากกกก เพราะหลายคนคงรู้กันดี ว่าเราก็เป็นทาสแมวคนนึง การที่ได้ไปเจอกับแมวเซเลบของญี่ปุ่นถึงถิ่นนี่มันช่างเป็นเรื่องกว่าฝันเลยล่ะ!!

เริ่มทริปของเรากันเลย! สถานีรถไฟ Kishi ในจ.Wakayama แห่งนี้เคยมีแมวนายสถานี “ทามะ” ผู้โด่งดังประจำการ ตั้งแต่ปี 2001 ถึงแม้ทามะจะจากพวกเราไปแล้วเมื่อเดือนมิ.ย. 2015 ที่ผ่านมา แต่ตอนนี้ก็มี “นิทามะ” แมวนายสถานีตัวใหม่มาประจำการแทน

ด้านหน้าสถานีคิชิ สังเกตุดีๆที่หลังคามีหูแมวติดอยู่ด้วยนะ
ด้านหน้าสถานีคิชิ สังเกตุดีๆที่หลังคามีหูแมวติดอยู่ด้วยนะ
ทางเดินเข้าสถานมีรูปแมวทามะด้วยล่ะ
ทางเดินเข้าสถานมีรูปแมวทามะด้วยล่ะ
คุณแมวนิทามะ นายสถานีตัวปัจจุบันกำลังทำหน้าที่เฝ้าสถานี ครอกกก เมี้ยวววว
คุณแมวนิทามะ นายสถานีตัวปัจจุบันกำลังทำหน้าที่เฝ้าสถานี ครอกกก เมี้ยวววว
ของที่ระลึกมากมาย ทั้งแาหารแมว ของเล่น ที่แฟนๆ เอามาวางไว้ให้ทามะตัวแรกที่จากไปแล้ว
ของที่ระลึกมากมาย ทั้งแาหารแมว ของเล่น ที่แฟนๆ เอามาวางไว้ให้ทามะตัวแรกที่จากไปแล้ว
มุมถ่ายรูปด้านนอกสถานี ฟ้าใส บรรยากาศดีมากๆ
มุมถ่ายรูปด้านนอกสถานี ฟ้าใส บรรยากาศดีมากๆ
มีจักรยานแมวทามะให้ยืมขี่เล่นแถวสถานีด้วย
มีจักรยานแมวทามะให้ยืมขี่เล่นแถวสถานีด้วย

ที่นี่มีขบวนรถไฟ Tama Densha ตกแต่งด้วยลายแมวทั้งหมดให้บริการนักท่องเที่ยวด้วย ขอบอกว่ามันน่ารักมาก ทั้งภายในและภายนอกเลยล่ะ ลองไปดูกันเลย

โฉมหน้าของรถไฟแมวสายทามะ มีหู หนวด จมูกด้วยอ่าาาา
โฉมหน้าของรถไฟแมวสายทามะ มีหู หนวด จมูกด้วยอ่าาาา
มีแต่แมว แมว แมว และแมวววว
มีแต่แมว แมว แมว และแมวววว
เที่ยวสถานีคิชิ จ.วากายาม่า พบกับความน่ารักของแมวนายสถานี ทามะ และ นิทามะ
เที่ยวสถานีคิชิ จ.วากายาม่า พบกับความน่ารักของแมวนายสถานี ทามะ และ นิทามะ
เหมียวทามะท่านี้เหมือนบินอยู่เลย
เหมียวทามะท่านี้เหมือนบินอยู่เลย
ภายในโบกี้ ตกแต่งด้วยสีโทนธรรมชาติ ดูอบอุ่น มีรูปแมวทามะเต็มไปหมดเลย
ภายในโบกี้ ตกแต่งด้วยสีโทนธรรมชาติ ดูอบอุ่น มีรูปแมวทามะเต็มไปหมดเลย
มีชั้นวางหนังสือที่เกี่ยวข้องกับแมวให้ได้ดูเล่นเพลินๆด้วย
มีชั้นวางหนังสือที่เกี่ยวข้องกับแมวให้ได้ดูเล่นเพลินๆด้วย
เก้าอี้ไม้ลายแมววว ทาสแมวเห็นแล้วใจละลาย
เก้าอี้ไม้ลายแมววว ทาสแมวเห็นแล้วใจละลาย
รูปการ์ตูนแมวทามะในอิริยาบทต่างๆ แปะอยู่ทั่วทั้งในรถไฟและที่สถานี
รูปการ์ตูนแมวทามะในอิริยาบทต่างๆ แปะอยู่ทั่วทั้งในรถไฟและที่สถานี
มังงะแมวๆเต็มชั้นเลย อร๊ากกกก น่ารักๆๆ
มังงะแมวๆเต็มชั้นเลย อร๊ากกกก น่ารักๆๆ
มีแมวมองอยู่ทุกที่
มีแมวมองอยู่ทุกที่
เบาะน่ารักจนอยากซื้อกลับไปไว้ที่บ้านมั่ง
เบาะน่ารักจนอยากซื้อกลับไปไว้ที่บ้านมั่ง

ลองไปร้านขายของที่ระลึกและคาเฟ่ต์กันมั่ง มีของน่าซื้อ น่าเล่นเพียบเลย

ของที่ระลึกน่ารักๆลายน้องแมวทามะ มีให้เลือกตั้งแต่หลักร้อยเยนขึ้นไป ก็ถือว่าคุ้มอยู่นะ เพราะหาซื้อได้แค่ที่นี่เท่านั้น
ของที่ระลึกน่ารักๆลายน้องแมวทามะ มีให้เลือกตั้งแต่หลักร้อยเยนขึ้นไป ก็ถือว่าคุ้มอยู่นะ เพราะหาซื้อได้แค่ที่นี่เท่านั้น
ลองเสี่ยงเซียมซีดู ในราคา 100 เยน หมอแมวทามะบอกว่า เราโชคดีปานกลางนะเมี้ยว
ลองเสี่ยงเซียมซีดู ในราคา 100 เยน หมอแมวทามะบอกว่า เราโชคดีปานกลางนะเมี้ยว
มาสคอตแมวทามะรุ่นนี้ บุงพนักงานขายบอกว่าขายดีที่สุด / ซึ่งเราก็เอากลับมาแจกลูกเพจไปแล้ว อิอิ
มาสคอตแมวทามะรุ่นนี้ ลุงพนักงานขายบอกว่าขายดีที่สุด / ซึ่งเราก็เอากลับมาแจกลูกเพจไปแล้ว อิอิ
สมุดแมวววว ทาสแมวเห็นต้องอยากได้กันแน่ๆ ใช่มั้ยล่ะ
สมุดแมวววว ทาสแมวเห็นต้องอยากได้กันแน่ๆ ใช่มั้ยล่ะ
ตามสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น มักจะมาตัวปั๊มให้แขกที่มาได้ปั๊มกลับไปเป็นที่ระลึก แน่นอน ว่านายสถานีทามะของเราก็มีเหมือนกัน
ตามสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น มักจะมาตัวปั๊มให้แขกที่มาได้ปั๊มกลับไปเป็นที่ระลึก แน่นอน ว่านายสถานีทามะของเราก็มีเหมือนกัน
ขนมรูปแมวน่ารักๆ ในส่วนของคาเฟ่ต์ หูยยยยย กินไม่ลงเลยอ่ะ สงสารแมว
ขนมน่ารักๆ อยู่ในส่วนของคาเฟ่ต์
ทุกอย่างที่นี่เกี่ยวข้องกับแมวหมดเลย มีความสุขจัง
ทุกอย่างที่นี่เกี่ยวข้องกับแมวหมดเลย มีความสุขจัง

ตอนที่เจ้าทามะตัวแรกเสียชีวิต เมื่อเดือนมิถุนายน 2015 ที่ผ่านมา ก็กลายเป็นข่าวใหญ่ทั่วประเทศ ทุกคนให้ความสนใจ ชาววากายาม่าได้ร่วมใจกัน รวมตัวมากกว่า 3,000 คน จัดพิธีศพไว้อาลัยเจ้าทามะด้วย เป็นการส่งทามะขึ้นสวรรค์ และแสดงความขอบคุณที่ทำให้จ.วากายาม่า กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศญี่ปุ่นเองและทั่วโลก

ศาลที่ชาวบ้านตั้งเอาไว้เพื่อรำลึกถึงทามะ
ศาลที่ชาวบ้านตั้งเอาไว้เพื่อรำลึกถึงทามะ

ถึงจะไม่ทันเจอเจ้าทามะตัวแรก แต่เราก็รับรู้ได้ถึงความผูกพันและความเอ็นดูที่ชาวบ้านมีให้กับเจ้าทามะ ก็ขอให้เจ้านิทามะทำหน้าที่ต่อแทนรุ่นพี่ให้ดีนะ เราจะเป็นกำลังใจให้

พอรู้ว่าจะได้มา ก็หาพร็อพก่อนเลย ฮ่าๆๆ ทั้งเสื้อทั้งหูให้เข้ากับน้องแมวทามะ ยอมรับว่าตื่นเต้นมาก จนต้องจัดเต็มค่ะ อิอิ
พอรู้ว่าจะได้มา ก็หาพร็อพก่อนเลย ฮ่าๆๆ ทั้งเสื้อทั้งหูให้เข้ากับน้องแมวทามะ ยอมรับว่าตื่นเต้นมาก จนต้องจัดเต็มค่ะ อิอิ

ถ้าใครมีโอกาสมาเที่ยวแถบคันไซ ก็ลองหาโอกาสมาเยี่ยมนิทามะ และขึ้นรถไฟทามะดูนะคะ นอกจากจะได้ชมความน่ารักของน้องแมวแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวของจ.วากายาม่าอีกด้วย เพราะได้ยินว่าหลังๆผู้คนก็ไม่ค่อยเดินทางมาเที่ยวทางรถไฟซักเท่าไหร่ เกรงว่าในอนาคต ถ้าไม่มีลูกค้ารถไฟอาจจะต้องหยุดให้บริการก็เป็นได้

ลองมานะคะ แล้วคุณจะรู้ว่าต่างจังหวัดของญี่ปุ่นยังมีอะไรน่าสนใจให้เที่ยวอีกเยอะเลย! เดินทางจากโอซาก้า ไม่ไกลมาก ใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆเท่านั้นค่ะ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของการเดินทางด้วยรถไฟได้ที่ http://www.wakayama-dentetsu.co.jp/index.html

เรโกะ กับคุณบอยซ์ ผู้บริหารใจดี ของ อาหารแมว Nekko และ แป้งโกะ นักร้องสาวแสนน่ารัก
เรโกะ กับคุณบอยซ์ ผู้บริหารใจดี ของ อาหารแมว Nekko และ แป้งโกะ นักร้องสาวแสนน่ารัก

ตอนนี้เราก็ยังถือเป็นมือใหม่ อาจจะยังไม่ค่อยชินกับการทำบล็อกซักเท่าไหร่ จากนี้ก็จะพยายามฝึกฝีมือให้คล่องขึ้น เพื่อจะได้เล่าประสบการณ์เรื่องราวต่างๆให้ทุกคนได้อ่านอีกเยอะๆนะคะ ในบล็อกคราวหน้าเราจะพาเที่ยวสถานที่อื่นๆ ที่ได้ไปในทริปนี้ ช่วยติดตามกันด้วยนะเมี้ยวววว

Thank you : facebook / Nekko Cat Food

ภาพ : พีรพัฒน์ วิมลรังครัตน์, ดร.วัลลภา เฉลิมวงศาเวช (ช่างภาพประจำทริป) และ Reiko_ws

*about me ช่องทางการติดตาม*

instagram, twitter, youtube @reiko_ws

www.ReikoBangkokNeko.com

Kimochiii & Cawaii! it's my LIFEstyle by Reiko บ.ก.เรโกะ กับเรื่องสนุกๆสไตล์ญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่น รีวิวญี่ปุ่น อาหารญี่ปุ่น ภาษาญี่ปุ่น โดยเรโกะ อดีตบ.ก.นิตยสารญี่ปุ่น และพิธีกรรายการ Kimochiii in Japan, BNK48 Show