ถึงอยู่ไทยก็ใส่ “กิโมโนสุดอลังการ” ได้ แปลงโฉมเป็นโออิรันและซามูไรญี่ปุ่นกันเถอะ!! Japanese costume experience in Bangkok

สวัสดีค่ะ เราว่าสาวๆทุกคนก็คงชอบการแต่งหน้าแต่งตัวสวยๆกันทั้งนั้น ถึงแม้ว่าในชีวิตจริง อาจจะไม่ได้แต่งจัดเต็มซักเท่าไหร่ แต่ยังไงก็อยากมีโอกาสถ่ายรูปเก็บความสดใสของวัยสาวเอาไว้ดูกันนานๆใช่มั้ยล่ะ อิอิ การไปถ่ายรูปที่สตูดิโอก็เป็นตัวเลือกยอดฮิต ของคนที่อยากได้รูปสวยๆเก็บไว้ ไม่ว่าจะใช้เป็นพอร์ท, ถ่ายรูปครอบครัว หรือรูปคู่รัก , พรีเวดดิ้ง วันนี้เราจะมาแชร์ประสบการณ์การถ่ายรูปสตูดิโอ แต่ไม่ใช่ชุดธรรมดานะคะ เพราะเป็น “โออิรัน” ชุดอิมพอร์ตมาจากญี่ปุ่นเลยค่ะ

*สำหรับการถ่ายแฟชั่นเซ็ตนี้ ทางร้านชวนคู่เราไปถ่ายในฐานะโมเดล เพื่อเป็นพอร์ทสำหรับให้ลูกค้าดูค่ะ ซึ่งเราเป็นคนชอบการแต่งตัวถ่ายรูปเล่นอยู่แล้ว ดังนั้นถึงแม้ในประวัติศาสตร์ “โออิรัน” คือโสเภณีชั้นสูงในสมัยก่อน แต่เรามองในแง่ความสวยอลังการของชุด มองว่าเป็นแฟชั่นกิโมโนย้อนยุค เหมือนเราไปถ่ายรูปชุดสวยๆตามสตูดิโอเก็บไว้เท่านั้น ไม่ได้ถ่ายเพื่อใช้เป็นพรีเวดดิ้งแต่ประการใดค่ะ*

ชี้แจงเพิ่มเติมสำหรับคนที่ตามมาจากดราม่าชุดเวดดิ้งโออิรันค่ะ ในทวิตเตอร์และเฟสบุ๊กค่ะ


แม้แต่ที่ญี่ปุ่นเอง การจะใส่ชุดกิโมโน ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะคะ ยิ่งเป็นชุดโออิรัน ที่ถือว่าเปรี้ยวมากและยิ่งหาโอกาสใส่ไม่ง่าย เพราะราคาที่แพงมาก คนซื้อเก็บกันไม่ไหวหรอก ส่วนใหญ่จะเช่าตามร้านถ่ายรูปนี่แหละ แถมวิธีใส่ยังละเอียดหลายขั้นตอน ต้องพึ่งพาฝีมือของนักแต่งกิโมโนมือโปรอีกด้วย

แต่ๆๆ ตอนนี้เราสามารถแปลงโฉมตัวเองให้เป็นสาวโออิรันได้ แม้จะอยู่เมืองไทยแล้วนะ เพราะตอนนี้มีสตูดิโอ Hime and Samurai บริการถ่ายภาพในชุดญี่ปุ่นครบวงจร โดยเจ้าของชาวญี่ปุ่น มาเปิดที่กรุงเทพแล้ววววว

16-12-23-21-49-21-704_deco.jpg

กิโมโนทุกชิ้นของที่นีอิมพอร์ตมาจากญี่ปุ่น ทีมงาน ช่างหน้าผม ช่างภาพ ก็ได้รับการเทรนด์อย่างดีจากร้านสตูดิโอที่ญี่ปุ่น แหมมมม… ฟังแค่นี้ก็อยากรู้แล้วใช่มั้ยล่ะ ว่าผลงานเค้าจะเป็นยังไง เราได้ไปลองประสบการณ์ถ่ายแพ็กเกจคู่รักที่นี่มาแล้ว เราสองคนชอบการถ่ายภาพกันมาก หลังจากถ่ายเล่นกันเองบ่อยๆ คราวนี้มาถ่ายในสตูดิโอกันบ้าง ลองดูกันค่ะ ว่าจะออกมาเป็นยังไง

แน่นอนว่างานคู่ ก็ต้องมาเป็นคู่สิ อิอิ งานนี้เราได้หวานใจในชีวิตจริง (ก็ แฟน น่ะ แหละ ว่ากันตรงๆ 555) มาช่วยเป็นนายแบบให้ด้วย ขอแนะนำก่อนเลยละกันนะคะ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาออกสื่อในบล็อกนี้ของเรา “ปลั๊ก” ทำงานเป็นโปรดิวเซอร์ละครทีวี ส่งหลายช่อง เช่น ช่อง 3, TRUE, PPTV ค่ะ จากนี้ก็คงมีโอกาสรีวิวอะไรด้วยกันอีก ก็ขอฝากปลั๊กไว้ด้วยนะคะ

เรานัดที่ร้านไว้ตอนบ่ายโมงค่ะ พอมาถึงเค้าก็จะให้เราเลือกชุดกิโมโนที่อยากใส่ พร้อมโอบิ และเครื่องประดับ ซึ่งสามารถมิกซ์แอนด์แมตช์ได้ตามใจชอบ สำหรับของผู้ชายก็จะมีเสื้อเกราะซามูไรให้เลือกหลายแบบเลย พอเห็นราคาแต่ละชุดแล้วขนลุกเลย เสื้อเกราะราคาเกือบล้านบาทไทย!! หาโอกาสใส่ได้ยากมากจริงๆ

ตอนแรกมาแบบหน้าสดก่อนเลย ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทีมงานมือโปร

เรื่องขนาดของชุด ถ้าใครกลัวว่าชุดมีขนาดเดียว จะใส่ได้เหรอ กลัวมันจะสั้นไปหรือยาวลากพื้นไป ไม่ต้องกลัวเลยนะคะ เพราะกิโมโนเนี่ย เค้าจะทำมายาวมากอยู่แล้ว สามารถปรับความสั้นยาวได้จากการทบที่เอวค่ะ (ปล.เราสูง 165 ซม. ปลั๊กสูง 185 ซม. ก็ใส่ได้ค่ะ)

ตอนแต่งหน้าทำผม เราสามารถเอาแบบที่ชอบมาให้ช่างดูแล้วปรึกษาได้ ว่าจะเอาแบบไหน ทั้งแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม หรือญี่ปุ่นประยุกต์ แบบสาวแกลอลังการเค้าก็ทำได้นะคะ ส่วนเราคราวนี้ขอแบบญี่ปุ่นโมเดิร์น ให้ดูเป็นแบบร่วมสมัยมีผมม้าปัดลงมา จะได้ไม่ดูต่างจากหน้าตัวเองตอนปกติมากนัก สำหรับปลั๊กเซ็ตผมขึ้นด้านบน ต่างหูก็ยังใส่เหมือนเดิม ดูเป็นซามูไรแบบยุคนี้ 555 ซึ่งช่างหน้าผมชาวไทยของที่นี่ก็ผ่านการฝึกงานจากร้านเช่ากิโมโนที่ญี่ปุ่นมาแล้ว ไว้ใจได้แน่นอนค่ะ

img_1313

ผู้ชายใช้เวลาแต่งหน้าแต่งตัวเสร็จก่อนผู้หญิง ปลั๊กจึงไปถ่ายเดียวก่อน พอเราแต่งเสร็จแล้วจึงตามไปถ่ายรูปคู่ ซึ่งที่นี่มีฉากหลายแบบไว้บริการ เปลี่ยนเซ็ตให้ดูเป็นมุมต่างๆ ได้แถมยังมีพร็อพให้เล่นมากมายอีกด้วย ว่าแล้วก็ลองไปชมส่วนหนึ่งของรูปเซ็ตนี้เลยยยยย

16-12-23-22-02-08-060_deco.jpg

เราเลือกเครื่องประดับผมเป็นดอกไม้แบบประยุกต์ค่ะ เค้ามีให้เลือกหลายแบบเลย

16-12-23-22-06-54-560_deco.jpg

เปิดไหล่ เพิ่มเสน่ห์เย้ายวนในแบบโออิรัน อิอิ แต่ถ้าใครไม่อยากโชว์ จะปิดมากกว่านี้ก็ได้ค่ะ แล้วแต่ชอบเลย

16-12-23-22-05-40-198_deco.jpg

เค้ามีเล็บปลอมให้ติดด้วยนะ เราเลือกสีแดงสด เข้ากับชุด

16-12-23-22-03-58-427_deco.jpg

มีผ้าวิ้งๆมาเพิ่มบรรยากาศชวนฝันซะหน่อย

16-12-23-22-00-49-995_deco.jpg

มาดูของฝั่งผู้ชายกันมั่ง ปลั๊กเลือกชุดเกราะสีดำของโทคุกาว่า อิเอยาสึ ใส่หน้ากากแล้วดูเหมือนซามูไรจริงๆเลยใช่มั้ยล่ะ

16-12-23-21-58-05-483_deco.jpg

16-12-23-21-59-34-213_deco.jpg

มาลองดูรูปคู่กันมั่ง ทีมงานเซ็ตฉากให้ดูเหมือนนั่งอยู่ในบ้านญี่ปุ่นเลย

16-12-23-21-52-27-243_deco.jpg16-12-23-21-55-33-213_deco.jpg16-12-23-21-51-22-533_deco.jpgรวมเวลาแต่งหน้าทำผม แล้วถ่ายแบบด้วย น่าจะประมาณ 3-4 ชั่วโมง แต่ก็แล้วแต่คนด้วยนะคะ ว่าอยากถ่ายมากน้อยแค่ไหน ทางร้านบอกว่า เคยมีลูกค้าฝรั่งมาถ่ายได้แป้บเดียว ก็ขอพอแล้ว เพราะชุดกิโมโนมันรัดพุงหายใจไม่ออก 555 แต่สำหรับเราโอเคนะ ชิลๆ อยู่ได้สบายๆ แถมยิ่งชุดรัด ทำให้ไม่รู้สึกหิวเลย แต่ยังไงถ้่าจะมาก็เผื่อเวลาไว้หน่อยก็ดีนะคะ เพราะพอถ่ายเสร็จแล้วจะได้นั่งเลือกรูปต่อแบบไม่รีบด้วย

img_1314

สำหรับรูปชุดญี่ปุ่นแบบนี้ สามารถนำไปใช้ได้หลายอย่างเลยนะ เช่น ใช้เป็นโปรไฟล์โซเชี่ยลเก๋ๆ ไม่ซ้ำใคร, ใส่กรอบตั้งโชว์ที่บ้าน, เก็บไว้เป็นที่ระลึก หรือใช้โชว์ในงานสำคัญๆ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นคู่รักเท่านั้นนะคะ ที่ร้านเค้าบอกว่า ลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวก็มี ดังนั้นถ้าอยากเก็บความทรงจำ เก็บความสวยหล่อของตอนนี้เอาไว้แล้วล่ะก็ อย่ารอช้าค่ะ เวลาผ่านไปทุกนาที ไม่ถ่ายตอนนี้ จะถ่ายตอนไหนล่ะ!?

img_1315

ซึ่งทาง Hime and Samurai เค้าก็มีโปรโมชั่นสุดพิเศษมาฝากคนอ่านบล็อกเราด้วยนะ เพียงตัดคูปองนี้นำไปที่ร้าน ก็รับส่วนลดไปเลย ลองโทรติดต่อสอบถามกันดู ที่เบอร์ 02-656-0137 นะจ๊ะ หมดเขต 28 ก.พ.2017 นี้

1482488715527.jpg

Hime & Samurai Studio

Open Daily : 10:00 a.m.-08:00 p.m.
Reservation or Contact us : 02-656-0137
Address: ROOM L05,L06 Lobby Floor,President Hotel and Tower,973 Ploenchit Road,Lumpini,Pathumwan, Bangkok 10330 (Near BTS Chidlom) 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.facebook.com/himeandsamurai/ instagram @himeandsamurai

หวังว่าจะพอเป็นประโยชน์กับคนที่อยากเก็บความทรงจำไว้ในภาพถ่ายชุดสไตล์ญี่ปุ่นนะคะ

img_1316

*about me*

instagram, twitter, youtube @reiko_ws

Blog www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for work ติดต่องานได้ที่ reiko.ws@gmail.com

รีวิวเที่ยว Toyama สนุกครบทั้งชมธรรมชาติ,เล่นหิมะเรียนทำซูชิ, นั่งรถรางโดราเอมอน, ใส่กิโมโนเดินเล่นเมืองเก่า 

toyama-1

สวัสดีค่ะ ถ้าใครที่ติดตามโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กของเรา ทั้ง facebook, instagram ก็จะเห็นว่าช่วงปลายปีนี้เราไปญี่ปุ่นมา ได้ทำงานหลายอย่าง ได้ไปหลายที่ แน่นอนว่าแต่ละวันมีเรื่องสนุกๆน่าสนใจ อยากจะมาเล่าสู่กันฟังเพียบเลยล่ะ ซึ่งในบล็อกนี้เราจะสรุปรายละเอียดของทริปจ.โทยาม่า (รอบ 2 ระหว่างวันที่ 30 พ.ย.-2 ธ.ค.2016) แบบเน้นๆว่าไปไหน ทำอะไร กินอะไรมาบ้าง พร้อมข้อมูลของแต่ละโลเคชั่นด้วย เรียกได้ว่าอ่านแล้วเที่ยวตามได้สบายๆ เลย แถมยังมีวิดิโอคลิปจากเฟสบุ๊กไลฟ์แปะให้ดูบรรยากาศด้วย (ยาวหน่อยนะ อ่านให้จบด้วยล่ะ อิอิ) โดยทริปนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Hanavi บ.ท่องเที่ยวร่วมของ HIS และสายการยิน ANA ค่ะ ปะ ไปเที่ยวกันนนนน

ขอเกริ่นถึงจ.โทยาม่านี้ก่อนเลย เป็นจังหวัดที่อยู่ค่อนไปทางตอนกลางของญี่ปุ่น บนภูมิภาคโฮคุริคุ ข้างๆเป็นจ.อิชิคาว่า และจ.กิฟุ เดินทางสะดวกจากทั้งโตเกียวและนาโงย่า ถ้าเป็นจากโตเกียว ใช้เวลา 2 ชม.ด้วยชินคันเซน (เส้นนี้เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือนมีนาคม 2015 นี่เอง) แต่ถ้าเป็นเครื่องบินจะยิ่งไวกว่า ใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมงเท่านั้นจากสนามบินฮาเนดะ มาลงที่สนามบินโทยาม่า คิโตะคิโตะ (ชื่อน่ารักอะ)

img_0976

สำหรับทริปนี้เราเดินทางไปกลับด้วยสายการบินภายในประเทศ ของ ANA ขึ้นเครื่องที่ฮาเนดะตอน 8 โมงเช้า นั่งแป้บๆ ไม่ทันหลับก็ถึงแล้วค่ะ มาถึงก็เจอท้องฟ้าสวยใสเลย ทริปนี้ต้องสนุกแน่

DAY 1สำหรับวันแรก เราจะไปเที่ยวทางธรรมชาติกันก่อนค่ะ ขึ้นเขา! เราได้ยินมาว่าบนเขานั้นหนาวมากกกกก อุณหภูมิอาจจะติดลบเลย ดังนั้นจึงเตรียมตัวมาเต็มที่ ใส่โค้ทขนอุ่นๆ ข้างในใส่ฮีทเทค แถมยังแปะแผ่นอุ่นไคโระมาอีกด้วย

img_0977

เทือกเขาทาเทยาม่านี้ ตั้งอยู่ในเนื้อที่ของจ.โทยาม่า ต่อเนื่องไปที่จ.นากาโนะ ในคราวนี้เราได้ขึ้นทาเทยาม่าเคเบิ้ลคาร์ จากสถานีทาเทยาม่า (ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 475 เมตร) ไปยังบิโจไดระ (ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 977 เมตร) ใช้เวลา 7 นาที

img_0975

(กับ มิยูกิจัง สาวญีุ่ปุ่นสุดน่ารัก เพื่อนร่วมทริปของเรา)

แต่ๆๆ ยังไม่หมดเท่านี้ค่ะ เราต้องต่อรถบัสอีก 50 นาที!! เพื่อขึ้นไปยังมูโระโด ซึ่งเรียกได้ว่าสูงเป็นลำดับต้นๆ ของเทือกเขาทาเทยาม่าเลย ตอนแรกที่ได้ยินว่า 50 นาทีนี่เตรียมตัวหลับเลยค่ะ นานเกิ๊นนน 555 แต่พอถึงเวลานั่งรถจริงๆ หลับไปลงเลย เพราะวิวสองข้างทางสวยมาก มองเห็นหิมะค่อยๆเพิ่มขึ้น ตามระยะทางความสูงที่รถบัสพาเราขึ้นๆไป เบาะรถบัสก็นุ่มอุ่นด้วยฮีตเตอร์นั่งเพลินๆเคลิ้มๆแป้บเดียวก็ถึงแล้วค่ะ

img_0970img_0972

และเมื่อถึงที่หมาย มูโระโด (ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 2,450 เมตร) มันสุดยอดมากกกกกก!!!

มองไปทางไหนก็เห็นแต่หิมะขาวโพลน สะอาดตา หิมะใหม่ต้นฤดูนี่มันสวยจริงๆ ที่มูโระโดนี้มีทั้งโรงแรมและร้านอาหาร ไว้บริการนักท่องเที่ยวที่ขึ้นมาชมความงามของภูเขาในแต่ละฤดูกาล

img_0971

เราได้ทานมื้อกลางวันที่  “เรสเตอรองทาเทยาม่า” estaurant Tateyama レストラン立山 ด้วย เลือกเมนูเป็นอัลเพนเคอร์รี่ (1,400 เยน) จริงๆจะบอกว่าเลือกก็ไม่ถูกนักอะนะ เพราะตอนที่ไปอาหารขายดีมาก หมดเกือบทุกอย่างแล้ว 555 แต่ของเค้าอร่อยจริงๆ ค่ะ แกงกะหรี่เนื้อเนียนละมุน ทานแป้บๆข้าวก็จะหมดจานแล้ว (เป็นเนื้อวัว ผสมเนื้อหมูและไก่ค่ะ)

img_0979

ที่นี่เค้ามีอุปกรณ์การเล่นสกี รองเท้าใส่เดินหิมะให้เช่าด้วย เปลี่ยนรองเท้าเป็นบู้ตลุยหิมะแล้วไปลุยกันเลยยยยย

img_0978

มันหนาวมากกกก แต่มันก็สวยมากเช่นกัน!!

img_0974

เราเคยมาเรียนที่จ.นิอิกาตะ สมัยม.ปลายอยู่ 1 ปี ดังนั้นจึงค่อนข้างชินกับสภาวะที่หิมะตกทับถมสูงแบบนี้ แต่่ก่อนก็เดินลุยหิมะไปโรงเรียนแบบนี้แหละ ได้มาเดินอีกทีตอนโตแล้ว มันก็เหนื่อยเหมือนกันแฮะ แฮ่กๆๆๆ

img_0958

ถึงแม้ว่ากลางหิมะจะหนาวและเดินยากแค่ไหน แต่ได้เห็นวิวสวยๆแล้วก็ลืมความเหนือยไปเลยค่ะ เพื่อรูปสวยๆ สู้ค่ะ!

img_1005

ขากลับคนที่ร่วมขึ้นรถบัสลงเขากับเราจะเยอะเป็นพิเศษ เพราะว่าจริงๆแล้ว วันที่ 30 พ.ย.ของทุกปี คือวันสุดท้ายที่โรปเวย์และรถบัสเส้นทางนี้จะเปิดให้บริการสำหรับซีซั่นนี้

เมื่อเข้าเดือนธ.ค.หิมะจะตกหนักและหนามากขึ้นและอาจะทำให้เกิดอันตรายต่อนักท่องเทียวได้ ทางสถานีและโรงแรมจึงจะปิดทำการเป็นเวลา 4 เดือนกว่าๆ ไปเปิดอีกที่็โน่นน กลางเดือนเมษาปีหน้าเลย

img_0973

(ถ่ายกะป้ายวันที่ 30 พ.ย.ซะหน่อย วันสุดท้ายของซีซั่นเลยนะเนี่ย)

img_0980

เห็นบรรยากาศในวันนี้แล้วก็แอบเหงานิดๆแฮะ ร้านค้าก็เก็บของลงกล่อง ตู้กดน้ำก็ติดป้ายงดบริการ พนักงานก็เตรียมเก็บข้าวของกัน แต่ไม่ต้องกลัวว่าพวกพนักงานจะว่างกันนะคะ เราลองถามมาแล้ว เค้ามีงานรองรับค่ะ บางส่วนจะลงไปทำงานในออฟฟิศ ไม่ต้องบริการลูกค้า แต่ก็ต้องซ่อมบำรุงอุปกรณ์ต่างๆ และบางส่วนจะเปลี่ยนไปทำงานที่ลานสกีที่กำลังจะเข้าสู่ไฮซีซั่นนั่นเอง ใครที่สนใจอยากมาที่นี่ก็เตรียมตัวไว้เลย ช่วงเมษายน 2017 พร้อมต้อนรับทุกคนแน่ๆจ้าาา
*ดูข้อมูลเพิ่มเติม www.alpen-route.com

ที่ญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาวจะมืดเร็วค่ะ ซักสี่โมงครึ่งก็ฟ้ามืดแล้วพอนั่งรถกลับถึงตัวเมืงโทยาม่าแล้ว ทีมงานเค้าเลยพาเรามาเข้าพักที่โรงแรมเลย ทริปนี้เราพักที่โรงแรม Toyama Excel Tokyu ตั้งอยู่ตรงข้ามสถานี JR โทยาม่าเลยค่ะ แถมในตึกโรงแรมยังมีห้าง มีทั้งร้านร้อยเยน ร้านอาหารด้วย ถ้ายังไม่เหนื่อยจะลงมาเดินเล่นหน่อยก็ได้

img_0981

*ดูข้อมูลเพิ่มเติม http://toyama.tokyuhotels.com/

มื้อค่ำ เราเดินออกจากโรงแรม มาในย่านที่มีร้านอาหารและสถานบันเทิง พวกซาราลี่มังเค้าก็จะมาแฮ้งก์เอ้าต์หลังเลิกงานที่นี่แหละ บรรยากาศจะสงบไม่พลุกพล่าน ไม่เหมือนเมืองใหญ่อย่างโตเกียวโอซาก้า

ร้านชื่อ โอซาคานะโนะอิเอะ (แปลว่า บ้านปลา) อาหารขึ้นชื่อของเค้า แน่นอนว่าต้องเป็นเมนูที่ทำจากปลานั่นเอง อร่อยและบรรยากาศเป็นกันเองมากเลยล่ะ

img_0982

*ดูข้อมูลเพิ่มเติม https://www.facebook.com/osakanaya.toyama/

หลังจากที่อาหารทั้งหมดเข้าไปอยู่ในท้อง ประกอบกับวันนี้เดินลุยหิมะจนเหนื่อย คืนนี้เลยหลับสนิทเหมือนสลบเลยล่ะ อิอิ


DAY 2

ตื่นเช้ามาด้วยความสดใส นอนเต็มอิ่มเลย เตียงที่โรงแรมนิ่มและห้องกว้างมากกก สบายเหมือนอยู่ห้องตัวเองเลย อิอิ วันนี้เราเริ่มต้นกันด้วยการไปล่องเรือชมธรรมชาติกันค่ะ  นั่งรถบัสไปที่ท่าเรือโอมากิออนเซ็น เพื่อล่องเรือชมความงามของวิวรอบๆ แม่น้ำโชกาว่า Shougawa 庄川 บรรยากาศในท่าเรือสวยคลาสสิกมากๆ แถมที่นี่ยังเป็นโลเคชั่นถ่ายทำรายการทีวีและละครมาแล้วหลายเรื่อง การันตีความสวยได้จริงๆ

img_0983

img_0969

ที่นี่สามารถล่องเรือได้ตลอดทั้งปี ชมความงามที่แตกต่างกันได้ทั้ง 4 ฤดูเลยค่ะ ช่วงที่เราไปใบไม้เปลี่ยนสีหมดแล้ว เป็นรอยต่อก่อนที่หิมะจะตกขาวโพลน ถ้าใครไปช่วงฤดูหนาวก็จะได้เห็นภาพสวยอีกแบบนะคะ


*ดูข้อมูลเพิ่มเติม http://www.shogawa-yuran.co.jp/

มื้อเที่ยงวันนี้ เราได้ไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ด้วยการ “เรียนทำซูชิ” เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกเลยที่เราได้เข้าครัว ทำเมนูขึ้นชื่อของญี่ปุ่นอย่างซูชิ (ปกติก็ไม่ค่อยจะเข้าครัวอยู่แล้วอะนะ 555)

img_0984

Shinminato Sushi Academy หรือชื่อภาษาญี่ปุ่นว่า 新湊すし塾 (Shinminato Sushi Juku) นี้ เพิ่งก่อตั้งมาเมื่อปีที่แล้ว (2015) นี่เอง เนื่องจากที่นี่เป็นเมืองท่าเรือ จับซีฟู้ดสดๆ ใหม่ๆ มาได้ทุกวัน ชาวบ้านแถวนี้เลยประกอบอาชีพชาวประมงกันเสียเป็นส่วนใหญ่ เจ้าของโรงเรียนเห็นว่าในเมื่อคนเปิดร้านซูชิเยอะและ แต่ยังไม่มีคนเปิดโรงเรียนสอนทำซูชิ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวต่างชาติเลย จึงได้เริ่มเปิดโรงเรียนขึ้นมา ซึ่งจริงๆ แล้วที่นี่ก็ไม่ใช่โรงเรียนแบบเต็มรูปแบบ ออกแนวร้านซูชิที่เปิดโอกาสให้แขกได้ลองทำด้วยตัวเอง เป็นเวิร์กช้อปสั้นๆ เสียมากกว่า แต่ก็ทำให้ที่นี่กลายเป็นที่นิยมในบรรดานักท่องเที่ยวอย่างรวดเร็ว

img_0957

สำหรับคอร์สของที่นี่ เริ่มเปิดคลาสได้ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ค่าเรียนก็มีให้เลือกหลายราคา ทั้ง ทำซูชิ 8 ชิ้น / 2,800 เยนต่อคน, ทำซูชิ 10 ชิ้น / 3,500 เยนต่อคน, ทำซูชิ 12 ชิ้น / 7,000 เยนต่อคน ในวันนั้นเราได้ทดลองทำเซ็ต 10 ชิ้น เริ่มแรกคือ เมื่อมาถึงทางโรงเรียน เจ้าหน้าที่ก็จะเอาเสื้อคลุมแบบญี่ปุ่น (ฮัปปิ) มาให้ใส่ เพื่อสร้างบรรยากาศสนุกสนาน เหมาะสำหรับถ่ายรูปเล่นวอร์มอัพก่อน จากนั้นอาจารย์ก็จะจัดเตรียมวัตถุดิบในการทำไว้บนโต๊ะ ประกอบไปด้วยข้าวสวย และเนื้อปลาชนิดต่างๆ แล่สำเร็จไว้แล้ว และวาซาบิ ทุกคนต้องล้างมือให้สะอาดเรียบร้อย จากนั้นใส่ถุงมือพลาสติก แล้วฉีดน้ำยากันข้าวติดมืออีกชั้นเป็นการเตรียมความพร้อม

img_0960

เริ่มจากการปั้นข้าวเป็นก้อนเสียก่อน โดยข้าวที่หยิบขึ้นมานั้น ต้องมีน้ำหนัก 20 กรัม (อาจารย์ให้เครื่องชั่งมาวางไว้ข้างๆ ทุกคนเลยค่ะ) บีบหลวมๆ ให้เป็นก้อนยาวๆ ไม่ต้องให้แน่นมาก เพราะความอร่อยของซูชิอยู่ที่ข้าวนุ่มๆ ไม่อัดแน่นแบบโอนิกิริ (ข้าวปั้นสามเหลี่ยม) จากนั้นหยิบเนื้อปลาขึ้นมา ใช้นิ้วป้ายวาซาบิทาลงไป มากน้อยแล้วแต่ความชอบ แล้ววางลงบนก้อนข้าว จัดแต่งให้สวยงาม เท่านี้ก็ได้ซูชิ 1 ชิ้นแล้วล่ะ สำหรับชิ้นที่รูปร่างแปลกออกไปอย่างไข่ปลาหรือไข่หวาน ก็จะมีการเอาสาหร่ายมาพันรอบๆ ด้วย

img_0985

(ผลงานเราเอง!!! ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยล่ะ นั่นสิ ทำไปได้ไงเนี่ย ยังไม่อยากเชื่อตัวเองเลย 555)

และอาจารย์ยังได้ให้ความรู้เราเพิ่มเติม เช่นคำถามที่ว่า “ทำไมเชฟซูชิของญี่ปุ่น ส่วนใหญ่ถึงเป็นผู้ชาย” คำตอบคือ “จริงๆ แล้วไม่มีกฎห้ามผู้หญิงทำซูชิ เพียงแต่ว่าโดยธรรมชาติแล้วอุณหภูมิร่างกายของผู้หญิงจะอุ่นกว่าผู้ชาย ดังนั้นเวลาหยิบจับเนื้อปลาสด อาจจะทำให้รสชาติเปลี่ยนได้นั่นเอง ผู้หญิงเลยไม่นิยมเป็นเชฟซูชิ”

“กว่าจะเป็นเชฟซูชิที่เก่งได้ ต้องใช้เวลาฝึกฝนกี่ปี” อาจารย์ตอบว่า “อย่างน้อยต้องสั่งสมประสบการณ์ 10 ปีขึ้นไป ถึงจะเก่ง อย่างตัวอาจารย์เองนี่ก็ทำขายในร้านมา 45 ปีแล้ว”

“ทำไมถึงต้องใส่วาซาบิลงในซูชิ” อาจารย์ตอบว่า “นอกจากจะช่วยเพิ่มรสชาติแล้ว วาซาบิยังมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อนั่นเอง”

ใช้เวลาเดินทาง 45 นาทีจากสนามบินโทยาม่าด้วยรถยนต์ หรือ ใช้เวลา 20 นาทีจากสถานีชินคันเซน ชินโทยาม่า เราคิดว่าเดินทางด้วยรถยนต์น่าจะสะดวกที่สุด ดังนั้นใครจะไปก็ขอแนะนำให้เช่ารถยนต์ขับไปนะคะ คลาสเรียนนี้ทั้งสนุก, อร่อย แถมยังได้ความรู้ด้วย อยากให้ลองมากันนะคะ

*ดูข้อมูลเพิ่มเติม http://sushiacademy.toyama.jp

จากนั้นเราก็นั่งรถบัสมายังเมืองทาคาโอกะ ที่นี่มีสถานที่ทางพุทธศาสนาขึ้นชื่ออย่าง “หลวงพ่อโตแห่งทาคาโอกะ” 高岡大仏 ด้วยนะ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็น 1 ใน 3 พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่อยู่กลางแจ้งของญี่ปุ่น นอกจากที่นี่แล้วก็จะมีที่คามาคุระ และเมืองนาราค่ะ

img_1004

มีโอกาสได้มาทั้งทีเราเลยไม่พลาดที่จะสักการะขอพร สามารถเดินเข้าไปชมด้านใต้หลวงพ่อโตได้ด้วยนะคะ ที่นี่จะได้รับความนิยมมากจากบรรดานักท่องเที่ยวรุ่นคุณลุงคุณป้า มาเป็นหมู่คณะ น่ารักเชียว

*ดูข้อมูลเพิ่มเติม http://www.takaokadaibutsu.xyz/

และจากนี้จะเป็นช่วงเวลาของอีกหนึ่งไฮไลต์ของทริปนี้ นั่นคือ การเยือนถิ่นโดราเอม่อนนนนนนนน!! เพราะว่าที่เมืองทาคาโอกะ จังหวัดโทยาม่าแห่งนี้ เป็นบ้านเกิดของอ.ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ ผู้วาดโดราเอมอนนั่นเอง จึงมีสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับโดราเอม่อนให้เราได้ตามรอยมากมาย

img_0986

เริ่มจากที่สถานี JR ทาคาโอกะ จะเป็นต้นสายของรถรางที่เป็นการคมนาคมที่นิยมในเมืองนี้ ซึ่งจะมี “รถรางโดราเอมอน” วิ่งให้บริการด้วย ทั้งภายนอกและภายในตกแต่งสีฟ้าสดใส และลายคาแรกเตอร์ต่างๆจากเรื่องโดราเอมอน น่ารักน่าถ่ายรูปทุกมุมเลยล่ะ

img_0966

และสถานที่ที่แฟนพันธ์แท้โดราเอม่อนและผลงานเรื่องๆของอ.ฟูจิโกะฟูจิโอะพลาดไม่ได้คือ “แกลอรี่ของอ.ฟูจิิโกะฟูจิโอะ” Fujiko F Fujio Hometown Art Gallery 藤子F不二雄ふるさとギャラリー นั่นเอง

img_0987

img_0964

ที่นี่ได้รวมรวมอัตถประวัติ และผลงานของอ.ฟูจิโกะฟูจิโอะเอาไว้ทั้งหมด นอกจากโดราเอมอนแล้ว ยังมีผลงานเรื่องอื่นๆ เช่น ปาร์แมน, นินจาฮัตโตริ, ผีน้อยคิวทาโร่ เป็นต้น แถมที่นี่ยังมีสินค้าเกี่ยวกับโดราเอม่อนแบบลิมิเต็ดเฉพาะที่นี่จำหน่ายอีกด้วย ถ้าใครได้ไปโกยกลับมาเยอะๆเลยนะ

img_0967

img_0965

*ดูข้อมูลเพิ่มเติม http://fujiko-artgallery.jp/

จากนั้นเราเดินทางกลับเข้าเมือง เดินเล่นย่านถนนการค้าของที่นี่ เจอร้านขายกิโมโนรีไซเคิล ร้าน Tansu ya たんす屋 ซึ่งเป็นร้านขายกิโมโนมือสองที่มีสาขาหลายที่ในญีุ่ปุ่น ตอนแรกก็กะจะเดินผ่านไปแล้ว แต่เห็นมุมกิโนโนลดราคา เลยแบบลองเข้าไปดูหน่อยดีกว่า

img_0988

คุณป้าพนักงานร้านน่ารักและใจดีมากๆ ช่วยแนะนำกิโมโนที่สีและไซส์ที่เข้ากับเรา รวมถึงอุปกรณ์เสริมต่างๆที่ต้องใช้อีกด้วย ส่วนโอบินั้นเรามีของยูคะตะอยู่แล้ว ป้าบอกว่าใช้ด้วยกันได้ ไม่ต้องซื้อ สรุปแล้วเราได้ชุดกิโมโนมือสองพร้อมอุปกรณ์มาในราคาเพียง 6,000 กว่าเยนเท่านั้น คุ้มสุดๆเลยล่ะ ไว้จะมาแต่งแล้วรีวิวให้ชมนะจ๊ะ

*ดูข้อมูลเพิ่มเติม http://tansuya.jp/shop/koshinetsu-hokuriku/detail/toyama.html

มื้อค่ำวันนี้ ได้เวลาของอาหารขึ้นชื่อของจ.โทยาม่า อย่าง “ราเมนดำ” Toyama Black Ramen 富山ブラックらーめん ร้านที่เราไปทานชื่อ “ราเมนอิโรฮะ” Ramen Iroha らーめんいろは ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องเมนูนี้

img_0989

ที่มาของแบล็กราเมน เกิดขึ้นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 บ้านเมืองเสียหายและผู้คนเสียชีวิตไปเป็นจำนวนมาก จำเป็นต้องใช้กำลังของคนหนุ่มสาวเพื่อฟื้นฟูบ้านเมืองขึ้นมาใหม่ จึงมีคนหัวใสคิดค้นราเมนน้ำดำด้วยโชยุปลารสชาติเข้มข้น  เพื่อให้ทานคู่กับข้าวเพื่อเพิ่มพลังงานนั่นเองงงงงงงง

img_0968

สำหรับราเมนดำนี้ เราได้ลองแล้วรสชาติค่อนข้างเค็มอย่างที่ว่าจริงๆ โดยรวมอร่อยดีนะคะ แต่ทานแล้วต้องดื่มน้ำตามเยอะๆหน่อยละกัน ร้านอิโระฮะนี้มาเปิดสาขาในเมืองไทยแล้วด้วยนะ ลองไปชิมกันเลย เห็นคนที่เคยไปบอกว่ารสชาติเหมือนที่ญี่ปุ่นเด๊ะเลยล่ะ

ร้าน Ramen Iroha ที่เราไปนี้อยู่ในตึก CiC ชั้นใต้ดินเลยค่ะ
*ดูข้อมูลเพิ่มเติม http://www.menya-iroha.com/

ของคาวเสร็จแล้วไม่พอต้องต่อของหวาน ที่ข้างๆสถานีโทยาม่า จะมีห้างขายเสื้อผ้าและของใช้วัยรุ่น น่ารักๆมากมาย รวมถึงมีร้านชาเขียวชื่อดังของจ.โทยาม่า “ฟูจิโอกะเอ็น” โดยร้านของหวานที่เราไปนี้เป็นร้านในเครือของชาเขียวฟูจิโอกะเอ็น ชื่อ “ชาเฟ่ชาลาล่า” Cha ‘fe Cha LaLa / 茶’fe茶LaLa มีทั้งของคาวหวาน แต่ที่ขึ้นชื่อคือเมนูของหวานชาเขียวนี่แหละ

img_0990

(จากซ้าย) พาเฟ่ต์ฟักทอง 650 เยน, สเปเชี่ยลพาเฟ่ต์ 690 เยน และซอฟท์ครีมราดคาราเมล 417 เยน

*ดูข้อมูลเพิ่มเติม http://www.fujiokaen.jp/hpgen/HPB/entries/3.html

สุขกายสบายท้อง วันนี้ได้กินแต่ของชอบมีความสุขจัง กลับห้องไปนอนแช่น้ำร้อนพักผ่อน เตรียมตัวเที่ยววันสุดท้ายก่อนกลับละ

…………………………………………………………………………………………………………………..

DAY 3

วันสุดท้ายของทริปนี้แล้วยังไม่อยากกลับเลย แงๆ หลังจากแพ็กกระเป๋าเช็กเอ้าต์แล้ว เราก็เดินมาดูร้านของฝาก “TO TOYAMA” ที่อยู่ในห้าง CiC ในตึกโรงแรมนั่นแหละ บอกตรงๆว่าเวลามาเที่ยวต่างจังหวัดแบบนี้ เราก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าอะไรมันดัง มันนน่าซื้อหรอก แต่โชคดีที่ร้านนี้เค้ามีป้ายบอกอันดับไว้เลยว่าอะไรขายดีมั่ง

เราเลยเอา 5 อันดับของฝากขายดีมาให้ดูกันเผื่อเป็นไอเดียวสำหรับคนที่จะมานะจ๊ะ

img_0991

No.1 “ชิโระเอบิคิโค” Shiro Ebi Kikou しろえび紀行 (540 เยน)

เป็นข้าวเกรียบแผ่นกลมๆ ทำจากข้าวของจ.โทยาม่า รสกุ้งขาวของขึ้นชื่อ

No.2 “โฮตารุ อิกะ ฮามาโบชิ” Hotaru Ika Hamaboshi ほたるいか浜干し (432 เยน)

ปลาหมึกโฮตารุตากแห้งปรุงรส เคี้ยวหนึบๆเป็นกับแกล้มน่าจะเหมาะ

No.3 “เกตเซไค” Gessekai 月世界 (432 เยน)

ลองชิมดูแล้วลักษณะเป็นแป้งหวานๆมีอากาศอยู่ข้างใน คล้ายๆข้าวเกรียบ+ขนมโก๋

No.4 “โทยาม่าราเมน คุโระ” Toyama Ramen Kuro 富山らーめん 黒 (669 เยน)

กลับไทยไปก็ยังได้กินราเมนโชยุดำของขึ้นชื่อของโทยาม่านะจ๊ะ เหมาะจะซื้อกลับไปฝากคนที่บ้าน

No.5 “ฮิมิอุด้ง” Himi Udon 氷見うどん (432 เยน)

นอกจากนี้ยังมีไอเท็มโดราเอมอน และหัตถกรรม, ของโอท็อปอื่นๆอีกมากมายimg_0992

*ดูข้อมูลเพิ่มเติม http://www.info-toyama.com/event/80358/

img_1006

ออกจากร้านของฝากแล้ว เรามากันต่อที่ห้างขายยา “อิเคดะยะ” Ikeda ya 池田屋 ในจ.นี้เค้าขึ้นชื่อเรื่องเป็นแหล่งผลิตยารักษาโรค และร้านอิเคดะยะนี้ก็เป็นหนึ่งในห้างขายยาเก่าแก่ของจ.โทยาม่า ซึ่งที่นี่ เราสามารถหาซื้อยารักษาโรคชื่อดังของญี่ปุ่นกลับไปได้ รวมถึงทดลองทำยาลูกกลอนแบบดั้งเดิมอีกด้วย โดยคุณลุงพนักงานจะสาธิตวิธีทำให้เราดูก่อน แล้วเปิดโอกาสให้เราลองทำบ้าง

img_0993

แต่ว่าลูกกลอนที่เค้าเอามาสาธิตให้ดูนี่ไม่ใช่ยาจริงๆนะจ๊ะ เป็นแค่แป้งเปล่าๆใส่สีดำเท่านั้น ถึงเวลาผลิตจริงๆ เค้าต้องทำในห้องที่สะอาดปลอดเชื้อ เพื่อรักษาคุณภาพยาจ้า

img_0955

เราได้ลองทำยาลูกกลอนด้วย ผลจะออกมาเป็นยังไงนั้น ลองดูในไลฟ์นี้เลย อิอิ ได้ของที่ระลึกเป็นลูกโป่งกระดาษกลับมาด้วยนะ

*ดูข้อมูลเพิ่มเติม
http://www.hangontan.co.jp/

จากนั้นทางญี่ปุ่นเค้าพาเราไปที่เมืองยาซึโอะ ในจ.โทยาม่า เป็นเมืองที่รักษาสภาพบ้านเมืองเก่าแก่ ตั้งแต่ยุคเอโดะ-เมจิ (เกินร้อยปี) เราทานมื้อกลางวันกันที่ร้านอาหารแบบบ้านๆ ชื่อ “คุสุโนะคิเทอิ” Kusu no ki tei 楠亭 บ้านจริงๆค่ะ เพราะมันคือการเข้าไปนั่งทานอาหารใน “บ้าน” ของชาวบ้านจริงๆเลย อารมณ์เหมือนมาเยี่ยมบ้านญาติ แล้วมานั่งห้องเสื่อทาทามิ ล้อมวงทานข้าวหน้าทีวีอะ ได้ฟีลญี่ปุ่นแท้ๆดีนะ คิดว่าคนไทยหลายคนก็คงชอบการเที่ยวสไตล์นี้เหมือนกัน

img_0994

ส่วนอาหารก็รสชาติแบบฝีมือคุณแม่ทำ เราชอบของทอดในจานมากเลย มันเหมือนหมูกระจงของไทยอะ จะเป็นหมูสามชั้นหั่นบางๆทอดกรอบ ทานกับซอสสีแดง เรียกว่าอุเมะวาซาบิ  เปรี้ยวๆอร่อยดี

*ดูข้อมูลเพิ่มเติม https://tabelog.com/en/toyama/A1601/A160101/16002708/

img_0996

ออกจากร้านอาหารก็มากันต่อที่ “โอยัตซึ” おやつ คาร์เฟ่ต์และเกสต์เฮ้าส์ที่รีโนเวทบ้านเก่าอายุมากกว่า 140 (สมัยเมจิ) ให้เป็นร้านน่ารักแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม แต่ดูสะอาดสะอ้านและร่วมสมัย (ห้องน้ำที่นี่มีระบบวอร์ชเล็ตด้วยนะจ๊ะ)

img_0995

โดยมีเจ้าของร้านเป็นสาวสวย นิสัยน่ารัก ชื่อ “ซายูริ” (ชุดสีเทาคนกลาง) เธอเก่งทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาจีน เพราะเคยไปทำงานเป็นครูโรงเรียนคนญี่ปุ่นที่เมืองเฉินตู นาน 4 ปี จากนั้นก็นำเอาประสบการณ์ที่ได้จากการอยู่ต่างประเทศ มาพัฒนาที่นี่เพื่อให้เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงได้ง่าย

img_0963

เกสต์เฮ้าส์ที่นี่เปิดให้เข้าพักได้เป็นหมู่คณะ ถ้าใครมาเยอะๆจะปิดบ้านเช่าอยู่ทั้งหลังเลยก็ได้ แถมยังมีกิจกรรมเวิร์กช้อปแบบญี่ปุ่นไว้บริการอีกด้วย

img_0956

เราได้ลองบริการ “ใส่กิโมโนเดินชมเมือง” ราคา 3,000 เยน โดยกิโมโนของที่ร้านจะเป็นของมือสองที่พวกคุณป้าคุณน้าชาวเมืองเอามาให้ทางร้าน ใช้ใส่ให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งแน่นอนว่ามีแต่ลายเก๋ๆแบบวินเทจ ถือเป็นเสน่ห์ที่ไม่มีในกิโมโนของใหม่ ราคานี้ถือว่าคุ้มมากค่ะ เพราะการใส่กิโมโนไม่ใช่เรื่องง่าย มีหลายชิ้นหลายขั้นตอน

img_0962

และระหว่างที่เรากำลังไลฟ์เก็บบรรยากาศในเมืองอยู่นั้นเอง ก็ไปเจอการถ่ายทำรายการทีวีของ คุณซึรุเบะ นักแสดงรุ่นใหญ่ที่ดังมากของญี่ปุ่น (ถ้าเปรียบกับไทยก็คงประมาณอาต้อย เศรษฐามั้ง) เลยโดยเรียกไปสัมภาษณ์ด้วยซะงั้น 555 ยังไงก็รอชมพร้อมกันทางช่อง NHK วันที่ 23 Jan 2017 ในรายการ “ซึรุเบะ โนะ คาโซคุนิ คัมไป” Tsurube no Kazoku ni Kampai 鶴瓶の家族に乾杯 นะจ๊ะ (จะพยายามหาดูในเน็ตให้ได้)

เราประทับใจร้านโอยัตซึ และความน่ารักของซายูริมากๆเลย เค้าน่ารักจริงๆ ตั้งใจไว้ว่าจะต้องกลับมาที่นี่เอง แบบขับรถมาเที่ยวเองและมาพักเกสต์เฮ้าส์ให้ได้ ถ้าใครได้ไปหาซายูริก่อนเราก็แท็กรูปมาให้ดูด้วยนะ

img_0997

img_0954

*ดูข้อมูลเพิ่มเติม http://8-base.chu.jp/
https://www.facebook.com/8base/

ออกจากยาซึโอ เรามุ่งหน้ากลับเข้าตัวเมืองโทยาม่าระหว่างทางมองเห็นวิวภูเขาทาเทยาม่าเป็นแบ็กกราวน์ สวยจริงๆ

img_0998

ปิดท้ายทริปนี้ เราแวะชม “พิพิธภัณฑ์แก้ว” Toyama Glass Art Museum 富山市ガラス美術館 (ค่าเข้าชม 800 เยน) ที่อยู่ในตัวเมืองโทยาม่า

img_0999

ที่นี่จะมีส่วนทั้งที่จัดแสดงผลงานแก้วประดิษฐ์ และส่วนที่เป็นห้องสมุดประจำเมืองโทยาม่าด้วย ได้เข้ามาเดินแล้วอิจฉานักเรียนนักศึกษาที่นี่เลย ได้เข้ามาติวหนังสือกันในที่สวยๆแบบนี้ คุณภาพชีวิตดี๊ดีอะ

img_1003

และยังมีมุมขายของที่ระลึกของมิวเซี่ยม ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าไอเดียเก๋ๆ เครื่องเขียนของแต่งบ้าน

img_1007

img_0959

(ที่คั่นหนังสือแบบใส ทำเป็นหน้าแมวได้ด้วย ราคา 400 กว่าเยน)

เดินมาเยอะแล้ว แวะพักกายพักใจกันที่ร้านของหวานดีกว่า ฮี่ๆ ในมิวเซี่ยมมีคาเฟ่ต์ด้วยนะ ชื่อร้าน “ฟุมูโรยะคาเฟ่ต์”  Fumuroya Cafe เมนูขึ้นชื่อของที่นี่คือซอฟท์ครีมและเครื่องดื่มที่ทำจากนมถั่วเหลิอง อร่อยถูกใจสาวเฮลธ์ตี้แบบเราเลยยยย (มองข้ามความหวานไปนะ 555)

img_1002

img_1001

*ดูข้อมูลเพิ่มเติม http://toyama-glass-art-museum.jp/

หมดเวลาในโทยาม่าแล้ว แง๊ ยังไม่อยากกลับเลยอะ แต่ก็ถึงเวลาต้องเอาเสื้อผ้ากลับไปซักบ้างแล้วล่ะ 555 เรากลับด้วยสายการบิน ANA ไปที่ฮาเนดะ ก่อนขึ้นเครื่องพอมีเวลาเลยโกยขนมของฝากจากร้านในสนามบินกลับไปเพียบเลย ฮี่ๆๆ

เรียกได้ว่าเป็นอีกทริปที่น่าประทับใจ ทั้งความสวยงามของธรรมชาติ, ความน่ารักใจดีของผู้คน, ความสนุกของกิจกรรมที่ได้ทำ ก็หวังว่าพอจะเป็นไอเดีย เป็นแรงบัลดาลใจให้คนที่อ่านอยู่อยากลองมาเที่ยวจ.โทยาม่ากันบ้างนะคะ

img_0961

*ดูข้อมูลเพิ่มเติม http://www.ana.co.jp/asw/wws/th/e/?cid=SEAgooglethai201506015100#48020409937

ถ้าคุณเบื่อความวุ่นวายของเมืองใหญ่ ไม่ได้อยากท่องเที่ยวแค่เพื่อการช้อปปิ้งเท่านั้น ก็ขอฝากโทยาม่าไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ (ปิ๊งๆๆ)

สำหรับคนที่อยากมาเที่ยวญี่ปุ่นด้วยแพ็กเกจสะดวกสบาย และราคาน่ารัก ทาง Hanavi ซึ่งเป็นบ.ท่องเที่ยวร่วมทุนระหว่าง HIS หนึ่งในบ.ผู้นำด้านการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น และสายการบิน ANA ที่ชาวญีปุ่นไว้ใจ เค้ามีแพ็กเก็จมากมายไว้ในเว็บภาษาไทยให้ทุกคนได้เข้าไปเลือกชมกัน ไม่จำเป็นต้องซื้อเป็นทัวร์ จะดูเป็นแพ็กเที่ยวเอง, บริการตั๋วรถไฟห้องพักโรงแรม หรือวันเดย์ทริปก็ได้ ซึ่งทริปนี้ทีมงานของ Hanavi และ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเค้าดูแลเราดี ใส่ใจ น่ารักกันทุกคนเลย ก็ต้องขอขอบคุณมากๆเลยนะคะ ประทับใจจริงๆ

สำหรับคนที่อยากไปสัมผัสจ.โทยาม่าแบบเราบ้าง ทาง Hanavi เค้าก็มีแพ็กเก็จสุดคุ้มนะ

มีตั๋วเครื่องบินภายในประเทศไปกลับ โตเกียว (ฮาเนดะ) – โทยาม่า, ที่พัก 1 คืน ในราคาเพียง 3,999 บาทเท่านั้น!!

ซึ่งโปรโมชั่นนี้ เปิดให้จองได้ถึงวันที่ 25 Dec 2016 และใช้ได้ถึง วันที่ 28 Feb 2017 เลยล่ะ

นอกจากนี้ยังมีแพ็กเกจดีๆทั่วญี่ปุ่นรอออยู่อีกเพียบบบบบ เข้าไปดูที่

http://www.his-bkk.com/th/japan_tour/HAnavi/ ได้เลย!

ขอให้สนุกกับการวางแผนทริปต่อไปของคุณนะคะ!!

Text & Photo : Worajan Sangngern (Reiko / Meow)

Cover Photo Desigh : Atipati Praihirun

*about me*

facebook Reiko.ws

instagram – twitter – youtube @reiko_ws

Blog www.ReikoBangkokNeko.com

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*

มาฝึกวิชานินจาที่ “โอชิโนะ” หมู่บ้านนินจาแห่งใหม่ใกล้ภูเขาไฟฟูจิกันเถอะ! Oshino Ninja Village

ไฮ้!! สวัสดีค่าาาา สำหรับคนที่ชื่นชอบญี่ปุ่น สมัยเด็กๆหลายคนคงอยากเป็นนินจา ใช้วิชาล่องหน ปาดาวกระจาย กระโดดข้ามตึก เดินบนน้ำ อะไรประมาณนั้น ตามแบบในการ์ตูนกันใช่มั้ย? ก็นินจาน่ะเท่จะตาย ถ้าเป็นไปได้ก็อยากลองเรียนรู้วิธีเป็นนินจากะเค้าเหมือนกันนะ นินๆๆๆๆๆ บล็อกนี้ เรามีสถานที่นึงที่จะทำให้ทุกคนได้ลองสัมผัสประสบการณ์นินจาแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ที่สำคัญเพิ่งเปิดใหม่ไม่ถึงปีนึงเลย แถมยังอยู่ใกล้แถวภูเขาไฟฟูจิ แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตที่คนไทยชอบไปเที่ยวกันอีกด้วย อย่ารอช้าไปทำความรู้จักที่นี่กันเลยค่ะ

“โอชิโนะ ชิโนบิโนะซาโตะ” (Oshino Shinobi no Sato) 忍野 しのびの里 หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Oshino NINJA Village อยู่ในจังหวัดยามานะชิ เดินทางไม่ยากเลยค่ะนั่งรถบัสจากสถานีรถไฟคาวากุจิโกะ หรือสถานีฟูจิซัง ใช้เวลาไม่นาน ไม่ถึง 20 นาทีก็ถึงแล้ว (ข้อมูลการเดินทางจะบอกอีกทีด้านล่างนะคะ)

เมื่อมาถึงทางเข้า ก็จะเจอป้ายไม้ญี่ปุ่นแบบนี้ ถึงแล้ววววว “หมู่บ้านนินจาโอชิโนะ”

ตึกและรั้วทำเป็นสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ แต่จริงๆแล้วยังใหม่มากเลย เพราะเพิ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือนต.ค.2015 นี่เอง โดยก่อนหน้านี้ที่นี่เคยเป็นโรงแรมมาก่อน แล้วทางเจ้าของคือบ.ฟูจิคิวได้พัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม เอานินจามาเป็นจุดเด่น แน่นอนว่าถูกใจนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะจากต่างชาติมากๆเลยล่ะ

แผนผังของที่นี่ ด้านบนจะเป็นส่วนของร้านอาหารและร้านค้า ตรงกลางเป็นสวนญี่ปุ่น และด้านล่างเป็นลานกิจกรรมให้เราได้ลองเล่นสนุกกับเครื่องเล่นสไตล์นินจา

ตั๋วเข้าสถานที่และสามารถทำกิจกรรมได้ 1 อย่าง สำหรับผู้ใหญ่ ราคา 800 เยน  เด็ก 500 เยน (สามารถซื้อตั๋วทำกิจกรรมเพิ่มได้)

ภายในตัวอาคาร ตกแต่งไว้แบบญี่ปุ่นแท้ๆ ได้บรรยากาศหมู่บ้านนักรบสมัยก่อนจริงๆ

แหมมมม เพิ่งมาถึง ขอหาอะไรทานเพิ่มแรงก่อนวิ่งเล่นหน่อยนะ ที่นี่มีร้านอาหาร “เซตซึเกตซึคาสะบานะ” 雪月風花 และร้านน้ำชา “ฟูจิมิชาเรียว” ふじみ茶寮 ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีบัตรเข้า ก็สามารถใช้บริการได้นะคะ เราเลือกเข้าร้านข้าวละกัน หิวละ 555

อาหารมาแว้วววววว น่ากินมะล่ะ

มาลองดูเมนูของคนอื่นเค้าก่อนดีกว่า เซ็ตนี้เป็นข้าวหน้าไก่กับไข่ พร้อมซุป สลัด เครื่องเคียง ราคา 1,620 เยน

เซ็ตโซบะอุนไคยามาโตะ ราคา 1,400 เยน เลือกได้ว่าจะทานแบบร้อนหรือเย็น

แต่นแต๊นนนน และนี่ของเรา “ชิโนบิคุโระคาเร” แกงกะหรี่ดำพร้อมความลับที่ซ่อนอยู่

ว้าวววว มันจะมีอะไรอยู่นะ ตื่นเต้นๆ

เค้าบอกว่า ความลับซ่อนอยู่ในข้าวสวย …

.

เราจึงค่อยๆแหวกข้าวลงไป

.

เจอบางอย่างซุกอยู่!!

.

เป็นก้อนใบไม้กลมๆ

.

.

.

นินจาซ่อนไข่เอาไว้นี่เองงงงงงง

เข้าใจคิดนะเนี่ย ยังดีนะที่เป็นไข่นกกระทา ถ้าเป็นไข่ไก่คงปิดไม่มิดแน่เลย อิอิ

 

ท้องอิ่มแล้ว ได้เวลาขยับร่างกายกันแล้ววววว เดินเข้าไปในส่วนของลานกิจกรรมกันเถอะ!

แผนผังของสวนญี่ปุ่นด้านนอก ที่มีกิจกรรมต่างๆให้เล่น

ตรงนี้มีบ่อน้ำแร่ให้แช่เท้าได้ด้วยนะ คุณพ่อคุณแม่ที่พาลูกมาเล่น ก็มักจะมานั่งพักเหนื่อยกันตรงนี้แหละ ถ้าเป็นช่วงอากาศเย็นๆคงฟินมากทีเดียว (เราไปตอนต้นเดือนสิงหาคมค่ะ เป็นฤดูร้อน อากาศเลยอาจจะยังไม่ดึงดูดให้แช่ซักเท่าไหร่)

นินๆๆๆๆๆ แปลงร่างเรียบร้อยแล้ววววว ดูทะมัดทะแมง พอไหวมั้ย คิคิ

ที่นี่มีชุดนินจาให้เช่าใส่ ทั้งไซส์เด็กและผู้ใหญ่ ราคาเพียงแค่ 500 เยนเท่านั้น แนะนำว่าให้ใส่รองเท้าผ้าใบสีเข้มๆหรือสีดำไปนะคะ มันจะยิ่งเนียนไปกะชุดมากเลย ส่วนผมรวบง่ายๆทำหางม้า ก็ดูทะมัดทะแมงเข้ากันดีนะ

เนียนไปกะแก๊งนินจาเด็กซะหน่อย มีวิวให้ถ่ายรูปสวยๆเยอะเลย เสียดายที่วันที่เราไปอากาศค่อนข้างครึ้ม ฝนใกล้จะตก ฟ้าเลยไม่ใสและต้องรีบถ่ายรูปก่อนฝนมา

วิวสวยเหมือนภาพวาดเลยนะเนี่ย บ้านนินจาด้านในนั่นแหละ ที่เราจะมาทำกิจกรรมกัน ตื่นเต้นๆๆ

ก่อนอืนทักทายนินจาสาวเจ้าถิ่นซะก่อน ที่ซุ้มกิจกรรม “ดาวกระจาย” เธอคนนี้จะเป็นคนสอนเราเขวี้ยงดาวกระจาย

คำว่า ดาวกระจาย ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า ชูริเคน 手裏剣 ค่ะ

กิจกรรมเขวี้ยงดาวกระจาย ราคา 500 เยน สำหรับผู้ใหญ่ (เด็กม.ต้นขึ้นไป) และ 400 เยน สำหรับเด็ก (3 ขวบขึ้นไป) แต่สำหรับเรา เค้าคงเห็นว่ามีแววจะต้องใช้เยอะ เลยเอามาให้เล่นได้เต็มที่เบยกร๊ากกกกก ลองดูบรรยากาศตอนเราเขวี้ยงดาวกระจายได้ที่วิดิโอ จากเฟสบุ๊กไลฟ์ตอนท้ายบล็อกเลยจ้ะ

เมื่อเข้ามาด้านในบ้านที่เราเห็นตอนแรก ก็จะเจอทางเข้าของ “บ้านลวงตา”  ราคา 500 เยน สำหรับผู้ใหญ่ (เด็กม.ต้นขึ้นไป) และ 400 เยน สำหรับเด็ก (3 ขวบขึ้นไป)

แอคท่ากับนินจาหนุ่มประจำบ้านซะหน่อย นินนินนินนน

ซึ่งในบ้านจะมีลักษณะคล้ายๆกับเขาวงกต เราต้องหาทางออกให้ได้ โดยจะมีจุดหลอกตา พรางทางเข้าออกหลายแห่ง ซึ่งเราขอไม่บอกละกันนะ ว่ามีอะไรบ้าง เดี๋ยวใครมีโอกาสได้มาก็ลองลุ้นเองนะจ๊ะ

อ่ะ เอาภาพบางส่วนมาให้ดูกันหน่อยละกัน

อันนี้เป็นป้ายสั่งให้เราพยายามเดินให้ตัวเบาที่สุด อย่าให้พื้นมีเสียง

เฮ้ยยยย ศัตรูมา รีบหนีผ่านทางลับเร็วๆๆๆ

ด้านนอกบ้านก็มีบทเรียนให้เราเล่นนะ ลองพรางตัวกันหน่อย เนียนนนนนไปกะพื้นไม้ อ๋อออ เค้าทำกันยังงี้นี่เอง

img_1754

มาดูกิจกรรมกลางแจ้งกันมั่ง ให้อารมณ์เหมือนไปค่ายลูกเสือเลยแฮะ

ฝึกกำลังกายปีนป่าย ดีนะ ปกติเราก็มีไปวิ่งเล่นที่สวนสาธารณะบ้าง เลยยังพอไหวอยู่ แฮ่กๆๆ

เขาวงกตด้านนอก ถ้าเป็นเด็กๆคงยิ่งตื่นเต้น เพราะรั้วบังมิดหัวน้องๆหนูๆเลย

ยะฮู้ววววววววว ให้ปีนแค่นี้สบายยยย

ว่าแต่ถ้าเล่นหมดนี่ก็เบิร์นได้หลายแคลอรี่เหมือนกันนะเนี่ย

โหนลูกตุ้ม ฟิ้วววววววว ตื่นเต้นนิดหน่อย พอให้ลมตีหน้าเย็นๆ

มีคลาสพิเศษสอนฟันดาบสำหรับเด็กๆด้วย น่ารักน่าเอ็นดู (ชมแบบวิดิโอได้ที่ท้ายบล็อกเลยจ้ะ)

เสียเหงื่อกันมาพอควรแล้ว เราเข้าห้องแอร์เย็นๆ ดูของขายในร้านขายของฝากกันเถอะ

ขนมโมจิสีดำ มีติดป้ายว่า ได้รับความนิยมอันดับ 1 ซะด้วย

เซ็ตขนมห่อน่ารักๆ ที่เหมาะจะทานคู่น้ำชา

ร่มลายญี่ปุ่นแท้ๆ ที่น่าจะถูกใจชาวต่างชาติ เราชอบลายซูชิจังเลย แต่กางแล้วต้องหิวแน่ๆ

ไม้พลองแบบโฟม และร่มก้านดาบญี่ปุ่น เท่ๆ สำหรับคนชอบชักดาบ

แน่นอนว่า ต้องมีชุดคอสเพลย์นินจาขายด้วย เอาไว้ใส่ไปงานแฟนซีก็น่าจะดีนะ

ลองซื้อฟูจิยาม่าไซเดอร์ เครื่องดื่มอัดลมที่มีขายแถมฟูจิมาลอง หวานหอมใช้ได้ รสชาติก็คล้ายๆลามูเนะทั่วไปแหละ แต่มันรู้สึกพิเศษ เพราะแพ็กเกจนี่แหละ

ป้ายโฆษณากิจกรรมช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ต้องรอดูกันนะคะ ว่าฤดูใบไม้ร่วงเค้าจะมีอะไร

ดูเป็นภาพนิ่งกันไปแล้ว มาเข้าถึงให้มากกว่าเดิมด้วยภาพเคลื่อนไหวกันดีกว่าาาา เราไลฟ์ทางเฟสบุ๊กไว้ด้วย ท่อนแรกจะเป็นตอนเขวี้ยงดาวกระจาย ปล.อย่ารำคาญเสียงกรี๊ดเค้านะเตง♡

ส่วนท่อนที่ 2 พาเดินชมสวน และดูเด็กๆฝึกดาบ น่าเอ็นดูววววว

คนที่เปิดทางมือถือแล้วลิ้งไม่ขึ้น ลองเข้าไปดูวิดิโอในเพจเรา wew.facebook.com/Reiko.ws เลยจ้ะ

*ข้อมูลสถานที่*

忍野 しのびの里

〒401-0511山梨県南都留郡忍野村忍草2845
0555-84-1122

Oshino Ninja Village

2845 Shibokusa, Oshino– mura, Minamitsuru, Yamanashi 401-0511

www.oshinoninja.com

เปิด 9:00-17:00 (ให้เข้าก่อน 16:30)

การเดินทาง

(ด้วยรถบัส) ขึ้นรถบัสที่สถานีฟูจิซัง สายฟูจิคิวโค (富士急行線・富士山駅) เลือกรถบัสฟูจิคิว (富士急バス) ไปยังสถานีโกเทมบะ (御殿場駅行き)เลือกคันที่ผ่านโอชิโนะ ฮาจิอุมิ (忍野八海経由)ใช้เวลานั่งประมาณ 18 นาที ลงที่ป้าย Oshino Ninja Village

ซึ่งตอนนี้ทางบ.ฟูจิคิว เค้ากำลังจะมีแอพแนะนำการเดินทางและสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณฟูจิออกมา พร้อมเปิดให้บริการในเดือนกันยายนนี้ เที่ยวเองได้ง่ายๆ รับรองไม่หลง ลองโหลดมาใช้กันนะคะ

file-page1.jpg

และที่พิเศษสุดๆๆๆๆเลยยยย

คนที่โชว์บล็อกนี้ให้พนักงานดูตอนซื้อตั๋ว รับส่วนลดไปเลย 100 เยน!! (หมดเขต 31 มีนาคม 2017 นะจ๊ะ)

「このブログを見た」と携帯画面をチケット売り場スタッフに見せれば100円割引になります!(2017年3月31日まで有効)

ไหนๆทะเลสาบคาวากูจิโคะและฟูจิซัง ก็เป็นสถานที่ท่องเที่องยอดฮิตในใจคนไทยอยู่แล้ว ก็ลองแวะมาเที่ยวสัมผัสประสบการณ์นินจาญี่ปุ่นที่นี่กันดูนะคะ รับรองว่าต้องสนุกถูกใจ โดยเฉพาะครอบครัวและเด็กๆแน่นอน ขนาดเรามาญี่ปุ่นบ่อยๆยังไม่ค่อยได้มีโอกาสเล่นเป็นนินจาแบบนี้เลย สนุกและประทับใจมากๆค่ะ เอาจริงๆ แค่ได้แต่งคอสเพลย์ก็แฮปปี้แล้วล่ะ

บล็อกคราวหน้าจะพาไปเที่ยวไหน หรือเขียนเม้าท์เรื่องอะไร รอติดตามกันนะคะ ระหว่างนี้ก็ไปเจอกันที่โซเชี่ยลอื่นๆของเรากันไปก่อนนะคะ แล้วเจอกันค่าาา มะตะเน้!

*about me*

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter, youtube @Reiko_ws

Blog : www.ReikoBangkokNeko.com

 

 

ปะ ไปชิม “ราเมงอาจิไซ” ร้านราเมงของคนญี่ปุ่นแท้ๆในย่านรามอินทรากันเถอะ!! Ajisai Ramen in Bangkok

เห่นโหลวววววว มีใครชอบกินราเมนมั่งยกมือขึ้น!! เราก็เป็นหนึ่งในคนที่ชอบกินราเมนมากกก ถึงมากที่สุดเลยล่ะ สมัยเรียนที่ญี่ปุ่น หิวๆก็เดินจากหอออกไปกินที่ร้านตอนตีหนึ่งงี้ ซดซุปร้อนๆฟินเลย ตอนนี้ก็ยังรักการกินอยู่นะ แต่ต้องเผื่อเวลาไปเวิร์กเอ้าต์เอาแคลอรี่ออกหน่อย

เข้าเรื่องดีกว่า ด้วยความที่ออฟฟิศนิตยสารที่เราทำงานอยู่ มันอยู่ไกลจากเมือง (หมายถึงพวกสยาม สุขุมวิทไรงี้) ก็เลยหาร้านราเมนญี่ปุ่น แบบที่เจ้าของเป็นคนญีุ่ปุ่นทานยากหน่อย สาวออฟฟิศย่านชานเมืองอย่างเรา อยากทานราเมนทีนึง ก็จะเปิดหาตามฟรีก็อปปี้ญี่ปุ่น แล้วบึ่งรถขึ้นทางด่วนเข้าเมือง ดูพยายามกับการกินมากเลยนะ 555

แต่!!! เราได้ยินมาว่า ที่ห้างเซ็นทรัล รามอินทรา เค้ามีร้านราเมนที่เจ้าของเป็นคนญี่ปุ่นมาเปิดด้วย  ถึงแม้เราจะพยายามเป็นสายเฮลธ์ตี้ (แต่ก็ยังเป็นไม่ได้เต็มตัว) วันนี้เลยขอมาเป็นสายนักชิม ลองไปกินให้มันรู้ไปว่า ย่านรามอินทราก็มีร้านราเมนคนญีุ่ป่นมาเปิดกะเค้าด้วย แล้วมันจะอร่อยแค่ไหนยังไง วะฮ่าาาาาาาาา

ร้านหาไม่ยากเลยค่ะ คือห้างเซ็นทรัลรามอินทราเนี่ย เป็นห้างที่เล็กกระทัดรัด เดินไม่น่าจะหลงง่ายๆนะ ขึ้นบันไดเลื่อนมาที่ ชั้น 4 ก็จะเจอร้าน “อะจิไซราเมน” ร้านใหม่สวยงาม เพิ่งเปิดมาได้ครึ่งปีเอง

ชื่อร้าน “อาจิไซ” ตอนแรก เรานึกว่ามาจากคำว่า 紫陽花 อาจิไซ ที่แปลว่า “ดอกไฮเดรนเยียร์” ซะอีก แต่จริงๆแล้วชื่อร้านนี้เขียนด้วยตัวคันจิ 味 อาจิ +彩 ไซ ที่แปลว่า “รสชาติ”  และ “มีสีสัน” ฟังดูดีจัง

เจ้าของร้านเป็นชาวญีุ่ปุ่นจากจ.คุมาโมโตะ บนเกาะคิวชู จังหวัดบ้านเกิดของหมีคุมะมงนั่นแหละ ซึ่งที่คิวชูเค้าจะขึ้นชื่อเรื่องน้ำซุปกระดูกหมู (ทงคตซึ) ราเมนของร้านนี้ส่วนใหญ่ จึงมีเบสของน้ำซุปเป็นรสทงคตซึนั่นเอง

img_1671-1

เอาล่ะ เรามาดูเมนูแนะนำของร้านนี้กันเลยดีกว่า หิวละ

“โชยุราเมน” เบสน้ำซุปกระดูกหมูที่ผจก.ร้านแนะนำให้ลองชิม ชามนี้เป็นไซส์ฮาร์ฟนะคะ สำหรับสาวๆที่กลัวอ้วน หรือคนที่อยากลองทานหลายๆอย่างจะเลือกไซส์นี้ก็ดีเหมือนกัน ราคา 159 บาท คนที่ชอบซุปรสเข้มข้น ออกเค็มๆ เส้นบะหมี่เล็กเรียว น่าจะชอบชามนี้

ชามนี้เราชอบมาก เพราะทั้งดูเฮลธ์ตี้แล้ว แถมยังกลมกล่อมมากๆ เป็น “ราเมนน้ำซุปไก่รสเกลือ” ชุ่มชื่นใจจริงๆ ใส่ผักเยอะดี เส้นบะหมี่หนาหน่อยแต่ไม่อืดไว โปะอกไก่ย่างสองชิ้น อร่อยลงตัว ราคา 89 บาท เบาๆสบายกระเป๋า

เห็นอาหารแล้วหน้ามืด 555 ลืมถ่ายรูปเดี่ยวให้น้องจานที่อยู่ด้านใน ดูรูปหมู่ไปละกัน “ราเมนเย็นแบบจีน” หรือ “ฮิยาชิจูกะ” นั่นเอง ของร้านนี้เค้าจะใส่ผักเยอะหน่อย คนที่รักสุขภาพก็น่าจะชอบนะคะ ชามนี้ 89 บาทค่ะ

เมนูอื่นๆนอกจากราเมนก็มีนะคะ “แซลมอนโรลรมควัน” 4 ชื้น 170 บาท

“ยำหมูย่างต้นหอมญี่ปุ่น” 49 บาท

(จากซ้ายบน) ยำสาหร่ายวากาเมะ 49 บาท / สลัดมันฝรั่ง 39 บาท / สลัดปูอัด 99 บาท / เกี๊ยวซ่ากุ้ง 69 บาท ส่วนตัวเราชอบสลัดมั่นฝรั่งมากๆ รสชาติละมุนนุ่มลิ้น ใช้เหงือกสัมผัสแล้วกลืนลงคอเลย อ๊าาา อร่อย

ปกติแล้วเวลาทานๆราเมนไปแล้วเส้นมันเริ่มอืด ทำให้ซุปมันเค็มขึ้นใช่มั้ยล่ะ ร้านอาจิไซเค้ามีวิธีแก้ปัญหานี้ด้วยการเตรียมน้ำซุป Golden ที่ทำจากปลาคัตซึโอะและส่วนผสมอื่นๆมากมาย จนได้รสชาติเบาๆกลมกล่อม ให้มาเติมลงในชามราเมน หรือจะใส่ถ้วยแล้วซดกับอาหารอื่นๆก็ได้ แถมยังเติมได้ไม่อั้นอีกด้วย และฟรี!! มันดีตรงนี้ล่ะ

ล้างปากกันด้วยของหวานกันหน่อย “พุดดิ้งชาเขียว” รสชาติเค้าจะเบาๆ ไม่หวานแหลม หรือมันแบบนมเยอะๆ สัมผัสคล้ายๆเจลลี่ ทานกับครีมสด อร่อยดี 29 บาทเอง

นอกจากเมนูที่เราสั่งวันนี้แล้ว เค้ายังมีโปรโมชั่นเมนูหม้อไฟอีกด้วย น่าลองมากๆ ช่วงหน้าหนาวถ้าได้มาทานหม้อไฟคงฟินสุดๆไปเลย แถมยังมีโปรโมชั่นเครื่องดื่มด้วย นัดเพื่อนมากันเยอะๆก็ดีนะ


เพื่อนๆที่มาด้วยกันวันนี้ จัดการทุกเมนูบนโต๊ะ ซัดเรียบ ไม่เหลือเลย 555 อิ่มอร่อยกันทุกคน

พนักงานในร้านยิ้มแย้มแจ่มใสดี คนซ้ายหน้า ผู้จัดการร้าน “ไซโต้ซัง” หนุ่มญี่ปุ่นมาดเท่ ยังกะนักดนตรีเจร็อก และคนขวา “คุณช้าง” เป็นพนักงานคนไทยที่พูดภาษาญี่ปุ่นเก่งมากๆเลย

แผนที่และเบอร์โทรร้าน หาง่ายมากๆ เพราะอยู่ในห้างเซ็นทรัลรามอินทรา

เปิด 11:00 – 21:30 (last order 21:00) Tel 02-970-6629

facebook page / Ramen Ajisai at Ramindra in Central Plaza Ramindra

instagram @ramen_ajisai_ram_inthra

นอกจากนี้ยังมีสาขาในเมืองกรุง ที่ทองหล่อ และอโศกอีกด้วย สะดวกที่ไหนไปที่นั่นเลยจ้าาา แต่สำหรับชานเมืองเกิร์ลอย่างเรา ขอมาที่นี่ละกัน สะดวกดี 555

img_1562

เป็นไงคะ น่าทานใช่มั้ยล่ะ หวังว่าคงจะเป็นแรงบัลดาลใจให้หลายคนออกไปหาของอร่อยกินได้บ้างนะคะ อยากให้เขียน หรือรีวิว และนำสถานที่ท่องเที่ยวหรือไอเท็มแบบไหน ก็คอมเม้นต์มาเป็นกำลังใจกันด้วยนะคะ แล้วเจอกันในบล็ิอกหน้า ไม่นานเกินรอจ้าาาาา

img_1666

*about me*

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter, youtube @reiko_ws

Blog : www.ReikoBangkokNeko.com

ดินเนอร์แบบมีสไตล์ ที่บาร์ญี่ปุ่น Yoichi Nikka Bar & Restaurant 余市 สุขุมวิท39

เดี๋ยวนี้ร้านอาหารญี่ปุ่นมีให้เลือกทานกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นซูชิ ชาบู ปิ้งย่าง ราเมน อิซากายะ เรียกได้ว่าอยากทานอะไรก็หาได้หมดในกทม.ไม่ต้องไปถึงญี่ปุ่นแล้ว หลายคนอาจจะมีร้านอาหารญี่ปุ่นในดวงใจกันอยู่แล้ว แต่วันนี้เรามีร้านอาหารญี่ปุ่น ที่สามารถนั่งดื่มด่ำบรรยากาศดีๆได้ แถมยังอยู่ในซอยสุขุมวิท 39 นี่เอง มาแนะนำกันค่ะ

2875d576-8df4-41be-962d-090ce470fe00

ร้าน โยอิจิ นิกกะ 余市 (Yoichi Nikka) เป็นบาร์ญี่ปุ่นแท้ๆ โดยเจ้าของชาวญี่ปุ่น สาขาแม่อยู่ที่เกาะฮอกไกโด ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น จ.ฮอกไกโด เค้าขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลสดๆ นมและชีสแสนอร่อย เมล่อนหวานฉ่ำ และยังเป็นแหล่งผลิตวิสกี้ญี่ปุ่นชื่อดัง “นิกกะ”  ซึ่งที่นี่นอกจากจะได้อร่อยกับเมนูญี่ปุ่นแบบฟิวชั่นแล้ว ยังมีวิสกี้, สาเก และเมนูประยุกต์อีกมากมายให้ลิ้มลองอีกด้วย

ลองตามแผนที่มาในซอยสุขุมวิท 39 ก็จะเห็นหน้าร้านเป็นแบบนี้ ไฟส่องโลโก้ลงไปในน้ำ สวยวิบวับๆ

มุมสวยๆน่านั่งในร้าน เหมาะสำหรับมาเดตแบบผู้ใหญ่ หรือไม่ก็มาดื่มกับเดอะแก้งค์หลังเลิกงาน

ช่วงที่เราไปยังเป็นหัวค่ำอยู่ แต่ลูกค้าก็เริ่มมากันแล้ว แน่นอนว่าส่วนใหญ่เป็นซาราลี่มังชาวญี่ปุ่น ที่แวะมาสังสรรค์หลังเลิกงาน

พนักงานและบาร์เทนเดอร์ยิ้มแย้ม พร้อมพูดคุยกับลูกค้าทุกคน นั่งที่เค้าน์เตอร์ก็ดีนะ จะได้ฝึกคุยภาษาญี่ปุ่น หรือถ้าชอบความเป็นส่วนตัว ก็มีห้องด้านบนให้เลือก

มาลองดูเมนูอร่อยๆของที่นี่กันมั่ง

อะ…บอกไว้ก่อนนะ เค้าแพ้อาหารทะเลแหละ ฮือๆๆๆ ทานได้แต่ปลากับปลาหมึก ดูแต่ตา เอาเข้าปากไม่ได้ ดังนั้นคงไม่สามารถรีวิวรสชาติซีฟู้ดให้อ่านได้นะจ๊ะ ลองดูรูปแล้วจิ้นตามละกัน

ซูชิเนื้อวัวจากเมืองฟุราโน่ฮอกไกโด 3 ชิ้น / 280 บาท เนื้อมันนิ่มมมม ละลายในปากเลยล่ะ

สลัดราเมนซีฟู้ด 220 บาท

ซังกิ หรือไก่ทอดคาราอาเกะสไตล์ฮอกไกโดนั่นเอง มันจะมีรสชาติในตัวอยู่แล้ว ไม่ต้องใส่ซอสก็อร่อย 180 บาท

กุ้งทอด 200 บาท

ซันมะโนะมัมมะ 220 บาท เป็นการเอาตัวปลาซันมะมาใส่ข้าวรสโชยุหอมกรุ่นไว้ข้างใน แล้วจัดแต่งให้เหมือนตัวปลาอีกครั้ง เป็นเมนูขึ้นชื่อของสาขาฮอกไกโด

เซ็ตผักสติ๊ก 200 บาท เฮลธ์ตี้กันหน่อย ผักสดๆกรอบจิ้มเดรซซิ่งอร่อยดี

มาที่ของหวานกันมั่ง ที่นี่เค้าขึ้นชื่อเรื่องแอลกอฮอร์ ดังนั้นจึงมีเมนูของหวานที่ผสมแอลกอฮอร์ด้วย

ไอศครีมช็อกโกแลตวิสกี้ทาเคซึรุ 200 บาท เวลาจะทานก็เอาวิสกี้ราดไปข้างบนให้รสชาติหวานแบบผู้ใหญ่

เมล่อนโด้ง 330 บาท เมล่อนสดหวานฉ่ำกับไอศกรีมวนิลลา ราดวิสกี้ไปข้างบน ถ้าไม่ค่อยถนัดดื่มแอล ก็ราดนิดเดียวก็พอ แค่รสชาติเมล่อนฉ่ำๆก็อร่อยน้ำตาจะไหลแล้ว

ตบท้ายด้วยชาเขียวกันหน่อย บาร์เทนเดอร์เค้าจะชงชาเขียวมัตฉะให้ดูกันตรงหน้าเลย สมเป็นญี่ปุ่นจริงๆ

ชาเขียวมัตฉะ เสริฟพร้อมขนมญีุ่ป่น เข้ากันสุดๆ

บาร์เทนเดอร์หนุ่มหล่อคนนี้ นอกจากจะผสมเครื่อมดื่มเก่งแล้วยังรับจ๊อบเป็นนายแบบด้วยนะ อยากเห็นชัดๆต้องลองมาดูที่ร้านนะจ๊ะ

ดูสิ มีวิสกี้ให้เลือกดื่มเยอะแยะเลย ปล.ดื่มแล้วก็อย่าขับ กลับแท็กซี่นะจ๊ะ

คอกเทลออริจินอลที่บาร์เทนเดอร์ทำให้เราเป็นพิเศษ

ที่ร้านมีหลายชั้น แบ่งเป็นห้องย่อยๆเป็นส่วนตัว และที่ห้องใหญ่สุดด้านบน สามารถเพลิดเพลินกับคาราโอเกะ จัดปาร์ตี้ได้สบายๆเลยล่ะ

สำหรับเราแล้ว ประทับใจเมล่อนโ้งลูกนี้ีที่สุดเลยยยย นอกจากหน้ากินแล้วยังอร่อยและรู้สึกถึงความเป็นฮอกไกโดมากๆอีกด้วย

ร้านเปิดตั้งแต่ 18.00-02.00 สำหรับคนที่อยากลองไปโยอิจิ ขอแนะนำให้เดินทางด้วยรถสาธารณะ เช่นแท็กซี่ หรือใช้บริการพี่วินจะดีกว่านะคะ เพราะบริเวณร้านไม่มีที่จอดรถ ถ้าจะไปกันหลายคน โทรเข้าไปจองก่อนจะดีกว่้านะคะ เค้าจะได้จัดที่นั่งไว้ให้ มีพนักงานคนไทย ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษาค่ะ

ที่อยู่ 6/ 11 ซอย สุขุมวิท 39 แขวง คลองตันเหนือ เขต วัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

โทร 02 662 4270

https://www.facebook.com/yoichi.nikkabar.restaurant/
ไว้จะนำเรื่องราวสนุกๆไม่ว่าจะเป็นที่ญี่ปุ่นหรือที่ไทยมาฝากกันอีกนะคะ
ฝากติดตามโซเชี่ยลของเราด้วยนะคะ ติชมคอมเม้นต์ ทักทายกันได้ค่าาา
facebook : Reiko.ws
instagram, twitter, youtube @reiko_ws

Water Color lesson มาสานฝันวัยเด็ก ไปเรียนสีน้ำกัน!

สวัสดีค่ะ คราวนี้ขออัพเดตอีกหนึ่งไลฟ์สไตล์ของเรา ที่คนไม่ค่อยจะรู้กัน นั่นคือเรื่อง ศิลปะ นั่นเอง

สมัยประถม-ม.ต้น-ม.ปลาย เราชอบวาดรูปมากกกก วิชาศิลปะเป็นวิชาที่ชอบที่สุด ในสมุดเรียนก็จะมีการ์ตูนวาดไว้ตามหน้าต่างๆตลอด เพื่อนที่เรียนมาด้วยกันจะรู้ดี แถมยังชอบส่งรูปวาดไปแข่ง ได้ลงนิตยสารก็หลายครั้ง ถือได้ว่าตอนนั้นเครซี่การวาดรูปมากเลยล่ะ

แต่เมื่อเข้ามหาลัย เลือกเรียกศิลปะศาสตร์ เอกญี่ปุ่น ที่ธรรมศาสตร์ ไม่ได้เรียนวิชาศิลปะแล้ว โอกาสแตะปากกาวาดก็น้อยลง เพราะความสนใจเริ่มไปด้านอื่น เช่น เริ่มเข้าโมเดลลิ่ง แคสงานถ่ายโฆษณา ทำกิจกรรมมหาลัย ก็เลยห่างๆปากกา สี และพู่กันไป

เราได้ตามเพจสีน้ำ Ling Jaidee ในเฟสบุ๊ก เมื่อเร็วๆนี้เค้ามีจัดเวิร์กช้อปวาดรูปสีน้ำ เลยไปลองเรียนมาล่ะ ซึ่งนี่เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่เรามาเรียนที่นี่ เรียกได้ว่าต้องปัดฝุ่นกันเยอะเลย 555

ครูเค้าจะมีหัวข้อแต่ละสัปดาห์ไปซ้ำกันค่ะ เราเลือกไปเรียนวิวทิวทัศน์ก็จะมีรูปวิวให้เลือก เริ่มจากเลือกรูปที่ตัวเองชอบก่อนเลย 

เราเลือกรูปนี้ ท้องฟ้ากะทะเลสวยดี หวังว่าซักวันคงได้ไปเห็นด้วยตาตัวเอง 
กะสัดส่วน แล้วเริ่มร่างด้วยดินสอก่อน 
เริ่มลงสีส่วนที่มีเนื้อที่เยอะด้านหน้า ทั้งต้นไม้ พื้นดิน

ท้องฟ้าและทะเลอยู่ใกล้กัน มันเลยยากตอนเกลี่ยสีฟ้าไล่ระดับนี่แหละ ครูเค้าบอกให้ใช้น้ำเยอะๆก็ออกมาเป็นแบบนี้ล่ะ ส่วนทะเลเราเลือกระบายให้สีเข้มกว่าจะได้แตกต่าง  
จากนั้นลงรายละเอียดตรงบ้านเมืองด้านล่าง เขี่ยๆมั่วๆไป ดูจากไกลๆมันก็โออยู่นะ 555
เก็บรายละเอียดอีกหน่อย ก็เป็นอันเสร็จทั้งหมดนี้ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงค่ะ 
อวดๆๆผลงานเค้าเองงงงงง

สุดแสนจะภูมิใจ ไว้ไปหากรอบใส่ดีกว่า 
ส่วนรูปนี้เป็นผลงานจากการมาเรียนครั้งแรกของเรา เมื่อเดือนพ.ย.2015ค่ะ ธีมคือวาดรูปขนมๆ สเก็ตไปหิวไป 555

เสร็จแล้วววว เอาไว้ดูเล่นยามไดเอ็ต 555 นี่แหละผลงานสีน้ำครั้งแรกในรอบหลายปีของเรา

บรรยากาศห้องเรียน คลาสนึงไม่ถึง 10คนกำลังสบายๆ

มีอุปกรณ์ขายสำหรับคนอยากฝึกต่อที่บ้านด้วย 

ผลงานสีน้ำน่ารักๆทั้งนั้นเลย  

สำหรับคนที่สนใจเรียนสีน้ำแบบเรา ก็ลองเข้าไปดูที่เฟสบุ๊กเพจ สีน้ำ by Ling Jaidee เลยจ้ะ https://www.facebook.com/LingjaideeStudio/ สตูดิโออยู่ในซอยรัชดา19 ปากซอยมีรถไฟฟ้าสถานีรัชดา เดินทางสะดวกมากเลย

ค่าเรียนก็ไม่แพง แค่ 500 บาทเอง มีอุปกรณ์ให้ยืมใช้ทุกอย่าง ไปตัวเปล่าได้เลย

เราก็ขอมาแบ่งปันงานอดิเรก เผื่อใครที่ชอบวาดรูปเหมือนกัน แต่ห่างหายไปนานแบบเราแล้วอยากจะกลับมาฝึกกันใหม่ ตอนนี้ก็กำลังหาเซ็ตอุปกรณ์คู่ใจ สำหรับใช้วาดรูปเวลาเดินทางใครมีชิ้นไหนแนะนำก็รบกวนด้วยนะคะ จากนี้เราก็จะหัดวาดให้บ่อยขึ้น พัฒนาฝีมือ แล้วจะเอามาอัพเดตให้ดูกันนะจ๊ะ
*about me*

facebook : Reiko.ws

instagram & twitter & youtube @reiko_ws

Blog : www.ReikoBangkokNeko.com

วาร์ปไปช้อปปิ้งที่โตเกียว ในงาน Tokyo Fashion District อิเซตัน กรุงเทพ

ต้องยอมรับเลยว่า “โตเกียว” คือเมืองแห่งแฟชั่นในใจเรา ถึงจะไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ มีอะไรใหม่ๆมากระตุ้นและสร้างแรงบรรดาลให้เราได้เสมอ ผู้คนแต่งตัวในแบบของตัวเอง มีเทรนด์หลากหลายให้เลือกช้อป แค่เดินเล่นในแต่ละย่านท่องเที่ยว  เช่น ฮาราจูกุ, ชิบูย่า, โอโมเทะซังโด หรือชิโมคิตะว่า ก็ได้เพลิดเพลินกับการดูแฟชั่นการแต่งกายของชาวญี่ปุ่นแล้ว

  

แต่คนที่ไม่มีโอกาสได้ไปสำรวจแฟชั่นถึงญี่ปุ่นก็ไม่ต้องเสียใจไปนะ เพราะตอนนี้ห้าง Isetan ตรงราชประสงค์ เค้าได้จัด Pop up store นำเอาแบรนด์ญี่ปุ่นสุดแนวกว่า 10 แบรนด์มาให้ได้ชมช้อปกันแล้วในงาน Tokyo Fashion Districtโดยใช้ชื่อธีม This is Japan    

โดยเราได้ไปร่วมงานเปิดเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา มีคนในวงการแฟชั่นไทยและญี่ปุ่นมาร่วมงานมากมาย อิมเมจงานคือ Live house ที่ให้ทุกคนสนุกสนานกับสตรีทแฟชั่นไปพร้อมๆกับเสียงเพลงโดยดีเจ   

ทั้ง 10แบรนด์ในงาน ที่บินตรงมาให้ช้อปจากโตเกียว ได้แก่ Christian Dada, D.TT.K, Facetasm, Fake Furniture by Fake Tokyo, little sunny bite, Medicom Toy, Porter, Wacko Maria, Yoshirotten, YuumiARIA 

ไปลองชมบรรยากาศ และไอเท็มเก๋ๆในงานกันเลยค่ะ   
   

  

กระเป๋าPorter นี่หนุ่มๆน่าจะชอบกัน
  

เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เก๋
   
 

วันพีซสีชมพูวววว สีสันได้ใจ  

โลโก้ด้านหลังก็น่ารักนะ

เหมาะมากๆกับสปริงซัมเมอร์นี้   
 

แต่นแต๊นนน!!! และไฮไลท์ของงานคือ การโชว์ดีเจโดยน้องแฝดสุดน่ารัก AMIAYA  

AMI (ขวา) AYA (ซ้าย) เป็นฝาแฝดนางแบบ, ศิลปินนักร้อง, ดีเจ และเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า Jouetie ที่สาวๆแนวสตรีทรู้จักกันดี

  

เรามีโอกาสได้สัมภาษณ์ 2 สาวแบบเอ็กคลูซีฟด้วย เราเคยเจออามิอายะในงานญี่ปุ่นอื่นๆมาหลายครั้งแล้ว ดีใจจังที่พวกเธอจำเราได้ ในรูปอายะจังกำลังให้ดูรูปชุดว่ายน้ำของซัมเมอร์ปีนี้ของเธอ

ติดตามอ่านบทสัมภาษณ์ AMIAYA ที่เราเขียนได้ในนิตยสาร Ray Thailand เร็วๆนี้นะคะ  

เราได้เก็บภาพดีเจสาวแฝดและบรรยากาศในงานมาฝากกันด้วย ลองดูสิ น่ารักมากเลย 

สำหรับงานนี้จะมีที่ชั้น 1 ห้าง Isetan ตรง Central World ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2016 นี้

ใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศโตเกียวเมืองแฟชั่น ที่เมืองไทยใกล้ๆนี่เอง ก็ลองแวะมาดูนะคะ

*about me*

facebook : Reiko.ws

instagram & twitter & youtube @reiko_ws

BLOG www.ReikoBangkokNeko.com

เมื่อฉันแช่ออนเซ็นญี่ปุ่นออกรายการทีวี!? Bathing in Onsen for TV Show experience!?

สวัสดีค่ะ อัพเดตบล็อกสุดท้ายของปี 2015 ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นโพสต์ที่เขียนค้างไว้นานมาก ตั้งกะช่วงกลางเดือนพ.ย. กะว่ายังไงต้องให้จบภายในปีนี้เลยมารีบปั่นๆ คิดถึงกันมั้ยยยยย?

เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ตั้งแต่ญี่ปุ่นยกเลิกวีซ่าเข้าประเทศสำหรับคนไทยในปี 2013 ใครๆก็สามารถไปเที่ยวญี่ปุ่นได้ ไม่ว่าจะเป็นเที่ยวกับทัวร์หรือเที่ยวด้วยตัวเอง จำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่ไปญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ดังนั้นถ้าพูดถึง “ออนเซ็น” (温泉)หรือบ่อน้ำพุร้อนของญี่ปุ่น คิดว่าคงมีหลายคน เคยได้สัมผัสมาบ้าง ตอนไปเที่ยวญี่ปุ่น หรือแม้แต่ที่ออนเซ็นสไตล์ญี่ปุ่นในเมืองไทยก็ตาม

onsen 1

(เปลี่ยนเป็นยูคะตะแล้วเดินในสวนของเรียวกัง ผ่อนคลายดีจริงๆ)

ออนเซ็น มีหลายแบบค่ะ มีทั้งแบบไพรเวท แช่ได้เป็นส่วนตัวในห้อง, แบบแยกชายหญิงในร่ม, แบบแยกชายหญิงกลางแจ้ง และแบบสาธารณะแช่ริมแม่น้ำท่ามกลางธรรมชาติ ส่วนใหญ่แล้วออนเซ็นจะแยกชายหญิง เป็นสัดส่วนนะคะ มีส่วนล้อบบี้หรือห้องนั่งพักผ่อนรวมกัน แต่มีประตูแยกเข้าห้องไปเฉพาะชายหญิง ตามต่างจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดที่เค้ามีชื่อด้านบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ ก็มักจะมีบ่อสาธารณะกลางแจ้ง ไว้ให้บริการชาวบ้านฟรีๆ ด้วย ทั้งบ่อแช่เท้า และบ่อแช่ทั้งตัว

0nsen 2

(ป้ายของยูโนะโกออนเซ็น ในจ.โอคายาม่า)

เรื่องที่จะเล่าคราวนี้ไม่ใช้แค่ความรู้ทั่วๆไปเกี่ยวกับออนเซ็นนะคะ แต่เป็นประสบการณ์การ “ถ่ายรายการทีวี” ทีออนเซ็นค่ะ!! คิดว่าคงมีไม่บ่อยหรอกที่เราจะได้แช่ออนเซ็นต่อหน้ากล้องทีวี (ฮา) ดังนั้นเลยขอเก็บตกประสบการณ์ เล่าความรู้สึกให้อ่านกันนะคะ

onsen 3

(เรียวกังอยู่ริมแม่น้ำ ที่เห็นเป็นหลังคาอยู่ฝั่านั่นคือ ออนเซ็นกลางแจ้งรวมชายหญิง!)

เป็นที่รู้กันดีว่า ถ้าจะแช่ออนเซ็นญี่ปุ่นแบบแท้ๆ ต้อง “ไม่ใส่อะไรเลย” หรือ “แก้ผ้าหมด” นั่นแหละ ดังนั้นไม่ต้องอายเพศเดียวกันหรอกค่ะ เหมือนๆกันน่ะแหละ (ฮา)

สิ่งที่เอาติดตัวเข้าไปด้วยได้ มีแค่ผ้าขนหนูสีขาวผืนบางๆเท่านั้น ซึ่งเจ้าผ้าขนหนูผืนน้อยนี้ ทำหน้าที่ได้แค่ปิดบังบางส่วนเวลาที่เดินอยู่ในห้องอาบน้ำเท่านั้น แต่ห้ามเอาลงแช่ลงไปในน้ำนะคะ เพื่อความสะอาดของผู้ใช้บริการคนอื่น

ดังนั้นชาวไทยเราที่ไม่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมการอาบน้ำเป็นหมู่คณะ (ฮา) จึงมักจะไม่ค่อยกล้าลงออนเซ็นสาธารณะในการไปญี่ปุ่นครั้งแรกๆ แต่ถ้าคนที่ไปหลายครั้งแล้ว หรือเคยไปใช้ชีวิตที่โน่น จะรู้ดีเลย ว่าการได้แช่น้ำแร่ร้อนๆ หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันเนี่ย มันช่างฟินนนนนน แค่ไหน20150423_220824

(บรรยากาศในออนเซ็นฝั่งผู้หยิง ตอนไม่มีคน)

เรามีโอกาสได้ไปร่วมงานเป็นพิธีกรในรายการท่องเที่ยวญี่ปุ่น “Many Many Japan” ตอนจ.โอคายาม่า (อยู่ใกล้กับโอซาก้า) ออกอากาศทางช่องเนชั่นทีวี เป็นรายการที่มีทั้งหมด 5 ตอน ช่วงที่ไปถ่ายทำคือช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิต้นฤดูร้อนค่ะ อากาศกำลังสบายเลย ประมาณ 20 กว่าองศา

โลเคชั่นออนเซ็นของเราคือที่ มิมาซากะ (美作)และ ยูโนะโก(湯郷) ซึ่งเป็นออนเซ็นขึ้นชื่อในจ.โอคายาม่า

C360_2015-04-24-08-57-10-132

(เปลี่ยนชุดเป็นยูคะตะ แล้วนอนกลิ้งกันในห้องเสื่อทาทามิ หอมกลิ่นเสื่อ ผ่อนคลายมากๆเลย)

พิธีกรคู่ของเรา ชื่อ “อันนะจัง” (原アンナ)เป็นนางแบบสาวชาวญี่ปุ่น เธอเป็นพิธีกรรายการขายสินค้าทางทีวี, รายการท่องเที่ยวด้วย ดังนั้นจึงมีประสบการณ์การถ่ายงานในออนเซ็นมาหลายครั้งแล้ว สำหรับเราเอง ถึงจะมีประการณ์ถ่ายทำรายการที่ญี่ปุ่น และชอบแช่ออนเซ็นเป็นชีวิตจิตใจ ตั้งแต่สมัยมาเรียนที่ญีุ่่ปุ่น แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ต้องลงแช่ต่อหน้ากล้องทีวีน่ะสิ!! มันก็ต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดา

อันนะจังแนะนำว่า เวลาที่นางแบบลงแช่ออนเซ็นเพื่อถ่ายรายการ จะพันตัวด้วยผ้าขนหนูสีขาว ซึ่งจริงๆแล้วมันต้องไม่ใส่อะไรเลยอ่ะนะ แต่ต้องออกทีวีนี่เลยต้อองมีอะไรปกปิดหน่อย ทีนี้ผ้าขนหนูสีขาวพออลงน้ำมันก็จะโปร่งแสงเป็นธรรมดา เพื่อกันโป๊จึงต้องหาอะไรใส่ไว้ข้างใน

จะใส่เป็นชุดชั้นในก็ได้แหละ แต่เพื่อเซฟให้มากขึ้น ใส่เป็น “ชุดว่ายน้ำสีขาวหรือสีเนื้อ” ไว้ข้างในจะดีกว่า แฮ่ เราเตรียมตัวมาดีอยู่แล้ว เลยเอาชุดแบบเกาะอกสีขาวไปใส่ด้วย สร้างความมั่นใจได้เยอะเลยล่ะ

20150423_220015

(ชุดยูคะตะที่ทางเรียวกังเตรียมไว้ให้ มีหลายแบบให้เลือก)

สำหรับเรื่องหน้าผม หน้าเนี่ยไม่ต้องแต่งเยอะ เป็นแนวธรรมชาติ ขนตาปลอมไม่ต้องติด ให้เหมือนคนมาเที่ยวพักผ่อนแช่ออนเซ็นจริงๆ สำหรับผม ชาวญีุ่ป่นเค้าจะไม่ให้ผมลงไปแช่ในน้ำ เพราะจะทำให้สกปรก ดังนั้นต้องมัดหรือเกล้าให้เรียบร้อยก่อน

20150424_084740

(ทำผม แต่งหน้าเบาๆ พร้อมไปถ่ายรายการที่ออนเซ็นแล้วค่ะ)

ซึ่งจริงๆแล้วในห้องแช่ออนเซ็นรวมที่แยกชายหญิงเนี่ย เค้าห้ามถ่ายรูปข้างในโดยเด็ดขาดนะคะ มันเป็นกฏของทุกที่ ยกเว้นออนเซ็นแบบห้องส่วนตัว หรือออนเซ็นแบบที่ใส่ชุดว่ายน้ำเข้าไปได้ เช่นที่ Yunessan (ユネッサン)ฮาโกเนะ อันนั้นพอถ่ายได้ แต่โดยมารยาท ต้องไม่ให้ติดคนอื่นเค้านะ

ออนเซ็นกลางแจ้งแบบรวมชายหญิงบางที่เค้าก็อนุโลมให้ผู้หญิงใส่ชุดกันโป๊ หรือผ้าขนหนูลงน้ำได้ค่ะ แต่จะไม่ให้ถ่ายรูป ของเราเข้าไปถ่ายทำรายการ ซึ่งทำเรื่องขอเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นไว้ก่อนแล้ว จึงไม่มีปัญหาตรงนี้ ได้รับอนุญาติเป็นกรณีพิเศษค่ะ
image

(อันนี้เป็นตอนลงไปแช่บ่อรวมกลางแจ้ง ใส่ชุดคลุมสีชมพูที่เรียวกังเตรียมไว้ให้ พยายามถ่ายไม่ให้ติดคนอื่นเค้า 555)

ออนเซ็นเนี่ย มันเป็นน้ำพุร้อนใช่มั้ยคะ มันจะฟินมากเลย ถ้าได้แชjตอนที่อากาศหนาวๆ แบบเลขตัวเดียวหรือสิบกว่าองศา แต่ตอนที่ไปถ่ายทำเนี่ย เป็นช่วงเดือนพ.ค. อากาศเริ่มร้อนแล้ว
image

(ลงแช่ในออนเซ็นฝั่งผู้หญิง น้ำก็ร้อน แดดก็จ้า ถือว่าซาวน่าละกัน 555 แต่น้ำแช่แล้วลื่นผิวสบายตัวมากๆ)

แช่ไปก็เหงือออกไป จะทำหน้าแฮ่กๆก็ไม่ได้ ต้องคีพลุค ยิ้มหน้ากล้อง หัวเราะคิกคักชวนฝันเข้าไว้ก่อน เอามือลูบน้ำแร่ที่แขนบ้าง คอบ้าง เพื่อภาพที่สวยงาม โชคดีที่อันนะจัง นางโปรมาก ช่วยบิวต์ให้เรารู้สึกผ่อนคลายไปด้วย เลยทำให้การถ่ายทำผ่านไปด้วยดี
image

(ยิ้มเข้าไว้ สบายจังเลยยยยย ฟรุ้งฟริ้งงงงงง)

ลองภาพจากรายการดูนะคะ ถึงจะมีไม่มากเท่าไหร่ แต่คงพอทำให้เห็นภาพมากขึ้น

ซึ่งหลังจากนั้น เราก็มีโอกาสได้ไปถ่ายทำรายการที่ออนเซ็นอีกแห่งในรายการ Kimochiii in Japan ที่ออกอากาศทาง youtube ด้วย ณ ตอนที่เขียนบล็อกนี้ รายการยังไม่ออก ไว้ออกเมื่อไหร่จะมาอัพเดตกันนะคะ

หวังว่าทุกคนคงจะได้รู้จักการแช่ออนเซ็นจากประสบการณ์ของเรามากขึ้นไม่มากก็น้อยนะคะ คราวหน้าจะหยิบจังเอาเรื่องราวญี่ปุ่นๆอะไรมาเล่าให้อ่านกัน คอยติดตามด้วยนะคะ

ก็ขอฝากโซเชี่ยลทั้งหมดที่เรามีด้วยนะคะ นอกจากบล็อกนี้แล้วก็จะมี instagram & twitter & youtube @reiko_ws / facebook : Reiko.ws ค่ะ

ปี 2016 นี้ก็จะพยายามอัพบล็อกให้บ่อยขึ้น ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ! ขอให้ทุกคนมีความสุขและปลอดภัยในช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่นี้ค่าาาาา<3
image

Nekko Trip เยี่ยมแมวนายสถานีทามะ ที่จ.วากายาม่า Cat Station Master at Wakayama

สวัสดีค่า คืนวันศุกร์แบบนี้ จะมีอะไรดีไปกว่าการ… “ปั่นบล็อก” ให้ทุกคนได้อ่านกันไงล่ะ อิอิ วันธรรมดาทำงาน ต้องเขียนคอลัมน์ทุกวัน ตอนนี้ก็ถึงเวลาเขียนบล็อกเล่าประสบการณ์ส่วนตัว แชร์ให้ทุกคนได้ร่วมสนุกไปด้วยแล้ววววว

และในวันนี้เราขอแนะนำให้ทุกคนได้เจอกับ…..

“แมวนายสถานีทามะ” แมวเซเลบแห่งญี่ปุ่น!!!

ในวิดิโอคลิปคือ น้องแมวทามะ ตัวแรกที่เป็นนายสถานีของที่นี่ อันนี้เป็นโฆษณาที่ทามะเคยเล่นไว้เมื่อสามปีก่อน

เรโกะ เนโกะ จะได้เจอแมวนายสถานี (นิ) ทามะแล้วววววว
เรโกะ เนโกะ จะได้เจอแมวนายสถานี (นิ) ทามะแล้วววววว

และเรื่องที่เราเลือกมาเขียนเป็นโพสต์ที่ 2 ในบล็อกนี้ ก็คือ ประสบการณ์จากการได้ร่วมทริป “ทูนหัวของบ่าว GO TO JAPAN WITH NEKKO” ทริปดีๆ สำหรับคนรักแมวที่เกิดขึ้นโดยความร่วมมือของเพจทูนหัวของบ่าว ร่วมกับ บ.ฟู้ดอินโนวา จำกัด (อาหารแมวเน็กโกะ) ชวนลูกค้าผู้โชคดี, เพจแมวชื่อดัง และสื่อมวลชน ไปเที่ยวญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 27 ก.ย.- 1 ต.ค.ที่ผ่านมา เปิดประการณ์ใหม่ๆ สไตล์คนรักแมว

ตอนที่รู้ตัวว่าจะได้ไปร่วมทริปนี้ เราดีใจมว้ากกกก เพราะหลายคนคงรู้กันดี ว่าเราก็เป็นทาสแมวคนนึง การที่ได้ไปเจอกับแมวเซเลบของญี่ปุ่นถึงถิ่นนี่มันช่างเป็นเรื่องกว่าฝันเลยล่ะ!!

เริ่มทริปของเรากันเลย! สถานีรถไฟ Kishi ในจ.Wakayama แห่งนี้เคยมีแมวนายสถานี “ทามะ” ผู้โด่งดังประจำการ ตั้งแต่ปี 2001 ถึงแม้ทามะจะจากพวกเราไปแล้วเมื่อเดือนมิ.ย. 2015 ที่ผ่านมา แต่ตอนนี้ก็มี “นิทามะ” แมวนายสถานีตัวใหม่มาประจำการแทน

ด้านหน้าสถานีคิชิ สังเกตุดีๆที่หลังคามีหูแมวติดอยู่ด้วยนะ
ด้านหน้าสถานีคิชิ สังเกตุดีๆที่หลังคามีหูแมวติดอยู่ด้วยนะ
ทางเดินเข้าสถานมีรูปแมวทามะด้วยล่ะ
ทางเดินเข้าสถานมีรูปแมวทามะด้วยล่ะ
คุณแมวนิทามะ นายสถานีตัวปัจจุบันกำลังทำหน้าที่เฝ้าสถานี ครอกกก เมี้ยวววว
คุณแมวนิทามะ นายสถานีตัวปัจจุบันกำลังทำหน้าที่เฝ้าสถานี ครอกกก เมี้ยวววว
ของที่ระลึกมากมาย ทั้งแาหารแมว ของเล่น ที่แฟนๆ เอามาวางไว้ให้ทามะตัวแรกที่จากไปแล้ว
ของที่ระลึกมากมาย ทั้งแาหารแมว ของเล่น ที่แฟนๆ เอามาวางไว้ให้ทามะตัวแรกที่จากไปแล้ว
มุมถ่ายรูปด้านนอกสถานี ฟ้าใส บรรยากาศดีมากๆ
มุมถ่ายรูปด้านนอกสถานี ฟ้าใส บรรยากาศดีมากๆ
มีจักรยานแมวทามะให้ยืมขี่เล่นแถวสถานีด้วย
มีจักรยานแมวทามะให้ยืมขี่เล่นแถวสถานีด้วย

ที่นี่มีขบวนรถไฟ Tama Densha ตกแต่งด้วยลายแมวทั้งหมดให้บริการนักท่องเที่ยวด้วย ขอบอกว่ามันน่ารักมาก ทั้งภายในและภายนอกเลยล่ะ ลองไปดูกันเลย

โฉมหน้าของรถไฟแมวสายทามะ มีหู หนวด จมูกด้วยอ่าาาา
โฉมหน้าของรถไฟแมวสายทามะ มีหู หนวด จมูกด้วยอ่าาาา
มีแต่แมว แมว แมว และแมวววว
มีแต่แมว แมว แมว และแมวววว
เที่ยวสถานีคิชิ จ.วากายาม่า พบกับความน่ารักของแมวนายสถานี ทามะ และ นิทามะ
เที่ยวสถานีคิชิ จ.วากายาม่า พบกับความน่ารักของแมวนายสถานี ทามะ และ นิทามะ
เหมียวทามะท่านี้เหมือนบินอยู่เลย
เหมียวทามะท่านี้เหมือนบินอยู่เลย
ภายในโบกี้ ตกแต่งด้วยสีโทนธรรมชาติ ดูอบอุ่น มีรูปแมวทามะเต็มไปหมดเลย
ภายในโบกี้ ตกแต่งด้วยสีโทนธรรมชาติ ดูอบอุ่น มีรูปแมวทามะเต็มไปหมดเลย
มีชั้นวางหนังสือที่เกี่ยวข้องกับแมวให้ได้ดูเล่นเพลินๆด้วย
มีชั้นวางหนังสือที่เกี่ยวข้องกับแมวให้ได้ดูเล่นเพลินๆด้วย
เก้าอี้ไม้ลายแมววว ทาสแมวเห็นแล้วใจละลาย
เก้าอี้ไม้ลายแมววว ทาสแมวเห็นแล้วใจละลาย
รูปการ์ตูนแมวทามะในอิริยาบทต่างๆ แปะอยู่ทั่วทั้งในรถไฟและที่สถานี
รูปการ์ตูนแมวทามะในอิริยาบทต่างๆ แปะอยู่ทั่วทั้งในรถไฟและที่สถานี
มังงะแมวๆเต็มชั้นเลย อร๊ากกกก น่ารักๆๆ
มังงะแมวๆเต็มชั้นเลย อร๊ากกกก น่ารักๆๆ
มีแมวมองอยู่ทุกที่
มีแมวมองอยู่ทุกที่
เบาะน่ารักจนอยากซื้อกลับไปไว้ที่บ้านมั่ง
เบาะน่ารักจนอยากซื้อกลับไปไว้ที่บ้านมั่ง

ลองไปร้านขายของที่ระลึกและคาเฟ่ต์กันมั่ง มีของน่าซื้อ น่าเล่นเพียบเลย

ของที่ระลึกน่ารักๆลายน้องแมวทามะ มีให้เลือกตั้งแต่หลักร้อยเยนขึ้นไป ก็ถือว่าคุ้มอยู่นะ เพราะหาซื้อได้แค่ที่นี่เท่านั้น
ของที่ระลึกน่ารักๆลายน้องแมวทามะ มีให้เลือกตั้งแต่หลักร้อยเยนขึ้นไป ก็ถือว่าคุ้มอยู่นะ เพราะหาซื้อได้แค่ที่นี่เท่านั้น
ลองเสี่ยงเซียมซีดู ในราคา 100 เยน หมอแมวทามะบอกว่า เราโชคดีปานกลางนะเมี้ยว
ลองเสี่ยงเซียมซีดู ในราคา 100 เยน หมอแมวทามะบอกว่า เราโชคดีปานกลางนะเมี้ยว
มาสคอตแมวทามะรุ่นนี้ บุงพนักงานขายบอกว่าขายดีที่สุด / ซึ่งเราก็เอากลับมาแจกลูกเพจไปแล้ว อิอิ
มาสคอตแมวทามะรุ่นนี้ ลุงพนักงานขายบอกว่าขายดีที่สุด / ซึ่งเราก็เอากลับมาแจกลูกเพจไปแล้ว อิอิ
สมุดแมวววว ทาสแมวเห็นต้องอยากได้กันแน่ๆ ใช่มั้ยล่ะ
สมุดแมวววว ทาสแมวเห็นต้องอยากได้กันแน่ๆ ใช่มั้ยล่ะ
ตามสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น มักจะมาตัวปั๊มให้แขกที่มาได้ปั๊มกลับไปเป็นที่ระลึก แน่นอน ว่านายสถานีทามะของเราก็มีเหมือนกัน
ตามสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น มักจะมาตัวปั๊มให้แขกที่มาได้ปั๊มกลับไปเป็นที่ระลึก แน่นอน ว่านายสถานีทามะของเราก็มีเหมือนกัน
ขนมรูปแมวน่ารักๆ ในส่วนของคาเฟ่ต์ หูยยยยย กินไม่ลงเลยอ่ะ สงสารแมว
ขนมน่ารักๆ อยู่ในส่วนของคาเฟ่ต์
ทุกอย่างที่นี่เกี่ยวข้องกับแมวหมดเลย มีความสุขจัง
ทุกอย่างที่นี่เกี่ยวข้องกับแมวหมดเลย มีความสุขจัง

ตอนที่เจ้าทามะตัวแรกเสียชีวิต เมื่อเดือนมิถุนายน 2015 ที่ผ่านมา ก็กลายเป็นข่าวใหญ่ทั่วประเทศ ทุกคนให้ความสนใจ ชาววากายาม่าได้ร่วมใจกัน รวมตัวมากกว่า 3,000 คน จัดพิธีศพไว้อาลัยเจ้าทามะด้วย เป็นการส่งทามะขึ้นสวรรค์ และแสดงความขอบคุณที่ทำให้จ.วากายาม่า กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศญี่ปุ่นเองและทั่วโลก

ศาลที่ชาวบ้านตั้งเอาไว้เพื่อรำลึกถึงทามะ
ศาลที่ชาวบ้านตั้งเอาไว้เพื่อรำลึกถึงทามะ

ถึงจะไม่ทันเจอเจ้าทามะตัวแรก แต่เราก็รับรู้ได้ถึงความผูกพันและความเอ็นดูที่ชาวบ้านมีให้กับเจ้าทามะ ก็ขอให้เจ้านิทามะทำหน้าที่ต่อแทนรุ่นพี่ให้ดีนะ เราจะเป็นกำลังใจให้

พอรู้ว่าจะได้มา ก็หาพร็อพก่อนเลย ฮ่าๆๆ ทั้งเสื้อทั้งหูให้เข้ากับน้องแมวทามะ ยอมรับว่าตื่นเต้นมาก จนต้องจัดเต็มค่ะ อิอิ
พอรู้ว่าจะได้มา ก็หาพร็อพก่อนเลย ฮ่าๆๆ ทั้งเสื้อทั้งหูให้เข้ากับน้องแมวทามะ ยอมรับว่าตื่นเต้นมาก จนต้องจัดเต็มค่ะ อิอิ

ถ้าใครมีโอกาสมาเที่ยวแถบคันไซ ก็ลองหาโอกาสมาเยี่ยมนิทามะ และขึ้นรถไฟทามะดูนะคะ นอกจากจะได้ชมความน่ารักของน้องแมวแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวของจ.วากายาม่าอีกด้วย เพราะได้ยินว่าหลังๆผู้คนก็ไม่ค่อยเดินทางมาเที่ยวทางรถไฟซักเท่าไหร่ เกรงว่าในอนาคต ถ้าไม่มีลูกค้ารถไฟอาจจะต้องหยุดให้บริการก็เป็นได้

ลองมานะคะ แล้วคุณจะรู้ว่าต่างจังหวัดของญี่ปุ่นยังมีอะไรน่าสนใจให้เที่ยวอีกเยอะเลย! เดินทางจากโอซาก้า ไม่ไกลมาก ใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆเท่านั้นค่ะ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของการเดินทางด้วยรถไฟได้ที่ http://www.wakayama-dentetsu.co.jp/index.html

เรโกะ กับคุณบอยซ์ ผู้บริหารใจดี ของ อาหารแมว Nekko และ แป้งโกะ นักร้องสาวแสนน่ารัก
เรโกะ กับคุณบอยซ์ ผู้บริหารใจดี ของ อาหารแมว Nekko และ แป้งโกะ นักร้องสาวแสนน่ารัก

ตอนนี้เราก็ยังถือเป็นมือใหม่ อาจจะยังไม่ค่อยชินกับการทำบล็อกซักเท่าไหร่ จากนี้ก็จะพยายามฝึกฝีมือให้คล่องขึ้น เพื่อจะได้เล่าประสบการณ์เรื่องราวต่างๆให้ทุกคนได้อ่านอีกเยอะๆนะคะ ในบล็อกคราวหน้าเราจะพาเที่ยวสถานที่อื่นๆ ที่ได้ไปในทริปนี้ ช่วยติดตามกันด้วยนะเมี้ยวววว

Thank you : facebook / Nekko Cat Food

ภาพ : พีรพัฒน์ วิมลรังครัตน์, ดร.วัลลภา เฉลิมวงศาเวช (ช่างภาพประจำทริป) และ Reiko_ws

*about me ช่องทางการติดตาม*

instagram, twitter, youtube @reiko_ws

www.ReikoBangkokNeko.com

Kimochiii & Cawaii! it's my LIFEstyle by Reiko บ.ก.เรโกะ กับเรื่องสนุกๆสไตล์ญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่น รีวิวญี่ปุ่น อาหารญี่ปุ่น ภาษาญี่ปุ่น โดยเรโกะ อดีตบ.ก.นิตยสารญี่ปุ่น และพิธีกรรายการ Kimochiii in Japan, BNK48 Show