Category Archives: Travel

แชร์ประสบการณ์ป่วยตอนถ่ายรายการที่ญี่ปุ่น เดินทางอุ่นใจด้วยประกันการเดินทาง

คนที่ติดตามรายการ Kimochiii in Japan ของเรามาตลอด คงจะได้เห็นกันแล้วว่าใน ซีซั่น 7จะมีอยู่บางตอนที่เราป่วย เสียงแหบ พูดไม่ได้ (เทปที่ไปสัมภาษณ์ลูกสาวยากูซ่า และเทปที่ไปศิลปะการมัดเชือก)

เราเจ็บใจมาก ที่ตั้งใจมาทำงานถึงญี่ปุ่น แต่เพราะปัญหาสุขภาพที่ดันมาเป็นตอนนั้น ทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างเต็มที่ แถมยังต้องเดือดร้อนคนอื่น ต้องมาช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอีก

ตอนนั้นเราอาการแย่มาก หลังจากถ่ายเทปแรกเสร็จในช่วงเช้า เราต้องให้บุนจัง ทีมงานที่โน่นช่วยพาไปหาหมอที่รักษาเรื่องคอและเสียงโดยเฉพาะ โดนฉีดยาและต้องนอนให้น้ำเกลือ พร้อมให้ใบสั่งยามา

จากนั้นเราก็ต้องเอาใบนี้ไปซื้อที่ร้านขายยาอีกทีนึง เพราะที่คลีนิกไม่มียาจำหน่าย จากนั้นก็ไปที่อีกโลเคชั่นนึงในตอนเย็น ซึ่งยาหมอญี่ปุ่นดีจริงๆ ค่ะ ในเวลาประมาณสองสามชั่วโมงหลังให้น้ำเกลือ เรามีเรี่ยวแรงมากขึ้น เสียงก็ออกมาขึ้นด้วย แต่ก็ไม่อยากใช้วิธีนี้เพื่อรักษาอาการป่วยบ่อยๆหรอกนะ…

ตอนนั้นโดนค่ารักษาและค่ายาไปประมาณเกือบสองหมื่นเยนค่ะ โชคดีที่ทีมงานช่วยรับผิดชอบตรงนี้ให้ ไม่งั้นละแย่เลย 

สำหรับเคสเรานี้ ราคามันยังไม่แพงมาก ถือว่าไม่ใช่ประเด็นปัญหาหลัก หลักๆคือ “ป่วยตอนมาทำงาน มีถ่ายงานทุกวัน ต้องเร่งหายเพื่อถ่ายเทปต่อไปในตอนเย็นให้ได้” ถ้าป่วยตอนมาเที่ยวน่ะเหรอ คงแค่หายาแก้เจ็บคอมากิน แล้วก็เที่ยวไปแบบไม่ต้องออกเสียงพูดกะใครทั้งทริปยังได้

ถ้าคนที่ป่วยหนักๆหรือเจออุบัติเหตุ ต้องนั่งรถพยายาลแอดมิดนี่คงแย่กว่าเราเยอะเลยนะ …

จากนั้นเราจึงตั้งใจไว้ว่า เราจะระวังรักษาสุขภาพให้ดีที่สุด จะพยายามไม่ป่วย ไม่ใช้ชีวิตแบบชะล่าใจ หลักๆ เลยคือ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ตากฝนแล้วก็ต้องสระผมกินยา ไม่กินของทอดของมันที่ทำให้เจ็บคอมากเกินไป ออกกำลังกายเป็นประจำ ประจำ ร่างกายจะได้พร้อมสมบูรณ์ แม้จะเจออากาศร้อนๆ หนาวๆ ตอนทำงานก็จะได้ทนไหว

เพราะโอกาสดีๆ และงานที่รอคอยจะเข้ามาหาเราเมื่อไหร่ก็ได้ เราจึงต้องทำตัวเองให้พร้อมอยู่เสมอ

แต่อะไรๆ เหนือความคาดหมายก็เกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะเวลาที่ต้องมาทำงานต่างประเทศ ถ้าเราป่วยขึ้นมา นอกจากจะต้องพักงาน เพื่อวิ่งหาหมอแล้ว เรื่องค่าใช้จ่ายยังเป็นอีกเรื่องที่น่ากังวลอีกด้วย อย่างที่หลายคนคงเคยเห็นในข่าว ว่ามีสาวไทยไปเที่ยวต่างประเทศแล้วเกิดป่วยกะทันหัน ไม่มีเงินรักษาต้องมาขอรับบริจาค… 

การทำประกันการเดินทางจึงเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างยิ่งเลยค่ะ นอกจากเพื่อตัวเราเองแล้ว ยังเป็นการทำเพื่อไม่ให้คนอื่นต้องมาเดือดร้อนเพราะเราอีกด้วย ในกรณีที่เกิดอะไรขึ้นมา

และสำหรับคนที่เดินทางไปญี่ปุ่นบ่อยๆ ตอนนี้ SOMPO เค้ามีประกันการเดินทาง GO JAPAN เพื่อเพิ่มความอุ่นใจให้แล้ว มันดีตรงที่ไม่ต้องสำรองเงินจ่าย *ไม่ต้องกังวลการสื่อสาร เพราะมีบริการสื่อสารทางการแพทย์เป็นภาษาญี่ปุ่นให้ด้วย เดินทางได้อย่างมั่นใจแน่ๆ ค่ะ ลองเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://traveljoy.sompo.co.th/ นะคะ

*ไม่ต้องสำรองจ่ายกับโรงพยาบาลในเครือที่ญี่ปุ่นเพียงติดต่อผ่าน Sompo Assist

*ขึ้นอยู่กับแผนประกันที่คุณซื้อ/เฉพาะโรงพยาบาลในเครือในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น/ไม่ต้องสำรองจ่ายทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกเพียงติดต่อผ่าน Sompo Assist

ถ้าเพื่อนๆสนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE : @sompothailand หรือทางแฟนเพจ www.facebook.com/SompoThailand ค่ะ

ถ้าใครผ่านมาเห็นบล็อกของเรโกะและสนใจประกันการเดินทาง สามารถใช้ promo code : REIKOGOJAPAN เป็นส่วนลดได้นะคะ

เดี๋ยวนี้ญี่ปุ่นเที่ยวง่าย ใครๆก็ไปญี่ปุ่น ถ้ารักญี่ปุ่น และมีแพลนจะเดินทางบ่อยๆ สมัครเถอะ จะได้เที่ยวแบบไร้กังวลนะจ๊ะ นี่เราก็มีประกันเตรียมไว้สำหรับการไปทำงานที่ญี่ปุ่นรอบหน้าเรียบร้อยแล้ว อิอิ พร้อมลุยถ่ายรายการในทุกสถานการณ์ละ จะสู้ๆ เพื่อให้มีรายการสนุกๆ มาให้ทุกคนดูนะจ๊ะ!! ช่วยติดตามกันไปนานๆ ด้วยน้า

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ..เรโกะคือใคร? เรียนอะไร? ทำงานอะไรมา? เขียนเองเล่าเองซะเลย Let me introduce my self, Reiko.ws

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : Reiko_ws เรโกะ

https://www.youtube.com/channel/UClDnQRFXD5kb9ueBKFRBBQw

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพในบล็อกนี้เราถ่ายตอนเดินทางไปทำงานที่ญี่ปุ่นทั้งหมดค่ะ*

 
 

เล่นแมวลายเสือที่คาเฟ่ต์แมวเบงกอล ใจกลางฮาราจูกุ Bengal Cat’s Forest ヒョウ猫の森

ถ้ามีโอกาสได้ไปเที่ยวโตเกียว คิดว่าย่าน “ฮาราจูกุ” น่าจะเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่หลายคนพลาดไม่ได้ โดยเฉพาะวัยรุ่น เพราะที่นี่มีเสื้อผ้าแฟชั่นรองเท้า และร้านเก๋ๆให้เที่ยวชม เดินเพลินๆได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ กระซิบนิดนึงว่าหากใครจะมาเที่ยวย่านฮาราจุกุกำลังหาที่พักใกล้ๆ เราแนะนำให้พักย่านชิบูย่า เพราะอยู่ใกล้กัน แถมเป็นสถานีใหญ่อยู่ใจกลางเมือง เดินทางไปไหนก็สะดวก ซึ่งชิบูย่าก็ที่พักมีให้เลือกหลากหลายแบบ ทั้งโรงแรม โฮสเทล โดยมีราคาตั้งแต่หลักร้อยไปถึงหลักพัน โดยสามารถจองที่พักย่านชิบูย่าได้ที่ Traveloka >> https://www.traveloka.com/th-th/hotel/japan/city/shibuya-ku-20004092 เค้ารวบรวมที่พักในชิบูย่าไว้ให้แล้วมากมาย ชอบสไตล์ไหน ราคาเท่าไร ตัดสินใจเองและกดจองได้เลยจ้าาา

เราก็เป็นคนหนึ่งค่ะ ที่ชอบไปช้อปปิ้งทั้งที่ชิบูย่าและฮาราจูกุมาก แต่จะให้เดินทั้งวันทั้งคืน มันก็คงไม่ไหว แบกของเยอะด้วย เลยต้องหาที่นั่งพักจิบชากันซักหน่อย นั่นทำให้เราเจอที่นี่…

img_7488

Bengal Cat’s Forest (ヒョウ猫の森)แปลตรงตัวว่า “ป่าของแมวเบงกอล” นั่นเอง ที่นี่คือ คาเฟ่ต์แมวที่มีเฉพาะแมวลายเสือสายพันธ์ุเบงกอลเท่านั้น ซึ่งเปิดคู่กับ Owl’s Forest (フクロウの森)ป่าของนกฮูก เจ้าของเดียวกัน โดยที่นกฮูกจะอยู่ชั้น B1 แมวเบงกอลอยู่ชั่น 3 ไม่ต้องสงสัย… ทาสแมวอย่างเรากดลิฟท์ชั้น 3 ทันทีสิจ๊ะ

ผ่างงงงงงง!! เปิดประตูเข้ามาก็จะเจอทาสแมว ทั้งเอเชียและชาวตะวันตกนั่งๆนอนๆเล่นแมวอย่างฟิน

img_7492

หันมาทางซ้ายมือ เป็นเค้าน์เตอร์ต้อนรับ ก่อนอื่นชำระเงินที่นี่ก่อนนะจ๊ะ (ข้างในที่นั่งพนักงานแอบเห็นแมวนอนอยู่ตัวนึงด้วย)img_7493

รายละเอียดค่าใช้บริการจ้ะ ผู้ใหญ่ 780 เยน เด็ก (ต่ำกว่า 12 ปี) 580 เยน พร้อมเครื่องดื่ม 1 แก้ว เด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบเข้าฟรี ใช้บริการเล่นแมวได้ 30 นาที แต่ถ้าช่วงนั้นลูกค้าน้อย พนักงานจะใจดียืดเวลาให้อยู่นานขึ้นได้ตามความเหมาะสมจ้ะ

และถ้าซื้อตั๋วเป็นเซ็ตกับป่านกฮูก ก็จะคิดราคาผู้ใหญ่ 1,350 เยน เด็ก (ต่ำกว่า 12 ปี) 1,000 เยน พร้อมเครื่องดื่ม 1 แก้ว แต่เป้าหมายเราคือแมว นกฮูกเอาไว้ก่อนละกันimg_7503

ซึ่งเครื่องดื่มที่มีให้จะเป็นแบบตู้กดอัตโนมัติ กดออกมาเป็นแก้ว มีให้เลือกทั้งแบบร้อนและแบบเย็น มีป้ายเตือนด้วยว่า “กรุณาปิดฝาเครื่องดื่มด้วย เพื่อเป็นการป้องกันขนแมวลงแก้ว” img_7491

เราเลือก “บานาน่าโอเลต์” หรือกล้วยใส่นม หรือ นมรสกล้วย นั่นเอง แล้วแต่จะเรียกimg_7500

ได้เครื่องดื่มแล้ว มาสำรวจแมวๆกันดีกว่า ภายในร้านตกแต่งให้ได้บรรยากาศป่าimg_7509

เอ๊ะ นั่นแมวหรือเสือกันแน่นะ แมวที่ร้านนี้ส่วนใหญ่ยังเด็กๆทั้งนั้นเลยค่ะ อายุไม่เกินขวบถึงขวบกว่าๆเท่านั้นเองimg_7494

เจ้าตัวเล็กนอนขดอยู่บนที่ฝนเล็บ นั่ลล๊ากกกกกกกimg_7543

แมวที่ร้านนี้ค่อนข้างเชื่องและคุ้นคน เข้ามาเดินวนเวียนนัวเนียกับแขกทุกตัวเลยimg_7519

อย่างคนนี้โดนแมวอำเป็นฝูงเลยยยย อิจฉา!!img_7548

แขกส่วนใหญ่ที่ร้านมีทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ เพราะความเป็นทาสแมวนั้นไม่สามารถจำกัดได้ด้วยเชื้อชาติ อิอิ พนักงานที่ร้านพูดภาษาอังกฤษได้ดีค่ะ ไม่ต้องกังวลเรื่องการสื่อสาร สำหรับคนที่แมวไม่เข้าหา พนักงานเค้าจะดูจังหวะแล้วอุ้มแมวมาให้เราด้วยนะ เรียกได้ว่าดูแลโอเคเลย

img_0861

ดูเว็บไซต์ของทางร้านได้ที่นี่เลย http://owls-cats-forest.com/free/cats-harajuku

อันนี้แผนที่ร้าน หาไม่ยากเลยค่ะ ลงรถไฟที่สถานีฮาราจูกุ แล้วเดินตรงเข้ามาตามถนนทาเคชิตะ ร้านป่าแมวเบงกอลนี้จะอยู่กลางๆเลย ไม่ไกลจากร้าน Liz Lisa

img_0860

เซลฟ์ฟี่กะแมวก็ได้ แต่แสงอาจจะน้อยไปหน่อย คุณภาพกล้องมือถือเลยถ่ายได้เท่านี้ คราวหน้าถ้าไปคาเฟ่ต์แมวอีกจะเอากล้องถ่ายรูปไปถ่ายแน่นอน

img_0862-1หวังว่าจะพอเป็นไอเดียเวลาเที่ยวโตเกียว โดยเฉพาะฮาราจูกุของทุกคนได้นะจ๊ะ เมี้ยวๆๆ

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : Reiko_ws เรโกะ

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*

 

 

Nagasaki Diary #05 โรงแรมอะไรมีพนักงานเป็นไดโนเสาร์!? Henna Hotel!? 変なホテル Sasebo, Huis Ten Bosch

บล็อกเที่ยวนางาซากิของเรามาถึงตอนสุดท้ายแล้วนะคะ เราเดินทางออกจากอุนเซน มุ่งหน้าไปทางตะวันตกของจังหวัด เป้าหมายของเราคือเมืองใหญ่อีกเมืองของนางาซากิ “ซาเซโบะ” 佐世保 นั่นเอง

(แนะนำให้อ่านท่องเที่ยวนางาซากิตอน 1-4 ด้วย เพื่อปูพื้นอรรถรสในการเดินทางของเรา อิอิ 1.Nagasaki Diary #01 ยกพลขึ้นบกที่เกาะร้างฮาชิม่า (軍艦島) ทานเมนูเด็ด “จัมปง” ที่ไชน่าทาวน์ 2.Nagasaki Diary #02 ใส่กิโมโนลายโมเดิร์น เดินเล่นเดะจิม่า จ.นางาซากิ 長崎で着物体験 3.Nagasaki Diary #03 มินามิชิมาบาระ แช่ออนเซ็นโอบาม่า ตามล่าของอร่อย 長崎県南島原・小浜 4.Nigasaki Diary #04 เรโกะพาเที่ยวญี่ปุ่น พักผ่อนแบบพอเพียงที่ “อุนเซน” เมืองออนเซ็น จ.นางาซากิ 長崎県雲仙温泉 )

ซาเซโบะ 佐世保 เป็นเมืองที่มีกลิ่นอายของตะวันตกสูงมาก เพราะมีฐานทัพของทหารอเมริกาตั้งอยู่ที่นี่ ดังนั้น อาหารขึ้นชื่อของที่นี่ จึงฟังแล้วอเมริกั๊นนนน อเมริกัน “ซาเซโบะเบอร์เกอร์” 佐世保バーガーนั่นเองค่ะ

ซาเซโบะเบอร์นี่มีที่ดังๆ อยู่หลายเจ้า เราได้ลองไปทานที่ร้าน Misa Rosso มีร้านเดียวไม่มีสาขาด้วยนะจ๊ะ ตัวร้านเป็นห้องแถวเล็กๆ สองห้อง มีที่จอดรถหน้าร้านไม่เกิน 2 คัน เป็นร้านที่มีคนหมุนเวียนเข้าออกเยอะมากDSCF9340

เมนูในร้านเน้นฟาสต์ฟู้ด มีเบอร์เกอร์ พิซซ่า และของทอดอื่นๆ ราคาเบอร์เกอร์เริ่มต้นที่ 310 เยน ไปจนถึง 1,360 เยน มาถึงขั้นนี้แล้ว อย่าไปคิดถึงแคลอรี่ค่ะ อร่อยลืมอ้วนจริงๆDSCF9321

ร้านขนาดกระทัดรัด มีที่นั่งไม่เยอะ คนหมุนเวียนเข้าออกตลอดเวลาDSCF9330

ในร้านมีการ์ตูนให้อ่านด้วย แต่ถึงเวลาจริงๆ ก็ไม่ได้เปิดอ่านหรอก เพราะอาหารที่อยู่ตรงหน้าน่าสนใจกว่า 555img_3070

มาแล้วววว เบอร์เกอร์ของเราimg_3093

img_3077

อร่อยชุ่มฉ่ำ ผักสดกรอบมากเลยล่ะimg_3091

Misa Rosso http://www.misarosso.com/pc/

อิ่มท้องแล้ว ไปเดินย่อยกันที่พิพิฑภัณฑ์สัตว์น้ำอุมิคิลาละ 海きららimg_3100

ดูสัตว์น้ำเพลินๆ แล้วก็มาดูโชว์โลมาแสนรู้ด้วย สั่งซ้ายไปซ้าย บอกขวาไปขวา ฉลาดจริงๆimg_3303

img_3236

img_3272

ดูคลิปไลฟ์โลมากระโดดได้ที่นี่เลย

บริเวณด้านหน้าอควาเรี่ยมมีเรือจอด วิวสวยมากเลยimg_3312

เดินทางที่นี่ด้วยรถบัสก็ได้นะจ๊ะ ถ้าไม่อยากเช่ารถขับหรือขึ้นแท็กซี่img_3319

img_3321

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Umi Kirara Aqurium http://www.pearlsea.jp/umikirara/

คืนนี้เราพักกันที่ “โรมแรมประหลาด” เฮนนะโฮเต็ล 変なホテル โรงแรมคอนเซปต์สุดแหวกแนว ในเครือเฮ้าส์เทนบอส 

เพิ่งเปิดได้ไม่นานทุกอย่างยังใหม่มาก พนักงานที่นี่ ไม่มีมนุษย์เลยซักคนเดียว เพราะใช้หุ่นยนตร์และเครื่องจักรในการบริการแขกทั้งหมดDSCF9460

เริ่มตั้งแต่หุ่นไดโนเสาร์ประชาสัมพันธ์, ตู้ขายอาหารอัตโนมัติ, หุ่นทำความสะอาด, แถมในห้องพักยังมีหุ่นยนตร์อยู่เป็นเพื่อนด้วย!?img_3331

แฮร่!!! เราควรกลัวใช่มั้ย 555

ดูคลิปไดโนเสาร์พูดต้อนรับแขกหลายภาษาได้ที่นี่เลยยยยยย
https://www.facebook.com/plugins/video.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2F200769936634612%2Fvideos%2F1397342310310696%2F&show_text=1&width=560

อันนี้เป็นหุ่นยนตร์ทำความสะอาดกระจกimg_3351

ตัวนี้พูดเก่งมาก เม้าท์ตลอด img_3353

หุ่นยนตร์น้องหมา วิ่งดุ๊กดิ๊กๆ น่าร้ากกกกกimg_3381

มุมขายของที่ระลึก จะเป็นตู้ขายอัตโนมัติทั้งหมดDSCF9427

มุมนี้สวยมาก ให้ฟีลแคนทีนสวยๆของมหาลัยในหนัง เป็นโซนนั่งเล่น มองวิวจากมุมกว้าง มีตู้ขายของกินและกาจะปองด้วยDSCF9433

อาจจะไม่ถูกใจคนรุ่นพ่อแม่ที่ไม่ชอบอาหารสำเร็จรูป แต่เราว่ามันก็อร่อยดีนะ img_3646

ของกินแพ็กเกจออริจินอลของโรงแรมimg_3642

img_3643

มีทัวร์แบบเช้าไปเย็นกลับขายด้วยนะจ๊ะ เริ่มออกเดินทางจากเฮ้าส์เทนบอส ถ้าพักโรงแรมแถวนี้ก็วางแพลนได้สบายๆ

ห้องพักที่นี่จะเป็นทรงโมเดิร์นเรียบๆ ลักษณะเหมือนหอพัก เป็นกล่องเหลี่ยมๆ ดูเรียบง่ายแต่เก๋ โซนส่วนกลางและตึกที่พักแยกจากกัน ต้องเดินผ่านสวนไป และยังมีทางเชื่อมไปยังเฮ้าส์เทนบอส สะดวกมากสำหรับคนมาเที่ยวสวนสนุกและพักที่นี่

และนี่คือหน้าห้องพักของเรา จะใช้วิธีเปิดด้วยลายนิ้วมือก็ได้ (ต้องเมมตั้งแต่ตอนเปิดครั้งแรก) หรือใช้คีย์การ์ดก็ได้
img_3360

หุ่นยนตร์น้องทิวลิปข้างเตียง ชวนน้องคุยโต้ตอบได้ด้วย แต่ดึกๆ ถ้าอยู่ๆพูดขึ้นมาก็หลอนเหมือนกันนะimg_3666

img_3656

img_3662
เอาของเข้าที่พักเสร็จ ก็ได้เวลาแห่งความสนุกที่เฮ้าส์เทนบอสแล้ว ที่นี่เป็นธีมพาร์กที่ได้แรงบัลดาลใจมาจากประเทศฮอลเลนด์ มีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูปและกิจกรรมสนุกๆ มากมาย แต่ครั้งนี้เราตั้งใจมาตอนกลางคืน เพราะอยากมาชมเทศกาลไฟประดับ ที่จัดต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายปี

ตอนเดินเข้าสวนสนุก ก็ใกล้จะมืดแล้ว ประมาณห้าโมงเย็นกว่าๆ img_3399

ส่วนหนึ่งของโชว์ไฟประดับ อลังการงานสร้างมากimg_3522

มองจากมุมสูงก็สวยimg_3578

มีหุ่นตำรวจแพทเลเบอร์ด้วยนะจ๊ะimg_3511

ถ่ายรูปสนุกๆที่ทริคอายมิวเซี่ยมimg_3438
มีร้านอาหารที่ใช้หุ่นยนตร์บริการด้วยimg_3467

ไฟประดับที่นี่เค้าไม่ธรรมดาจริงๆ ถึงแม้อากาศตอนกลางคืนจะหนาวระดับเลขตัวเดียว (เราไปช่วงเดือนม.ค.) แต่ความสวยตระการตาทำให้เราเพลินจนลืมหนาวไปเลย ซึ่งเทศกาลไฟประดับของเฮ้าส์เทนบอสจะจัดขึ้นทุกปี ตั้งแต่ช่วงปลายปี ไปจนถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิเลยล่ะ

เราทานมื้อค่ำที่ภัตตาคารในเฮ้าส์เทนบอส เลือกเมนูเลม่อนสเต็ก เนื้อวัวนุ่มๆ ปรุงรสด้วยเลม่อน ความเปรี้ยวลงตัว ลดความเลี่ยนได้ดี อร่อยยยย แป้บๆ หมดจานละimg_3630

แวะซื้อของฝากซะหน่อย มันมีเยอะมากจริงๆ ไม่รู้จะซื้ออันไหน เลยลองที่เค้าติดป้ายขายดีไว้ก่อน เราลองซื้อชีสทาร์ตมา อร่อยดีนะ แป้งกรอบ เนื้อทาร์ตละมุนนนเลยล่ะimg_3636

กลับถึงห้องด้วยความฟินกับวิวสวยๆ อาหารค่ำแสนอร่อย พักผ่อนในห้องโรงแรมใหม่เอี่ยม มีความสุขจัง

เช้าวันสุดท้ายในนางาซากิ ทานมื้อเช้าที่ร้าน  AURA ร้านอาหารเพื่อสุขภาพของโรงแรม

บรรยากาศภายในร้าน สีขาวสะอาดตา
img_3699

img_3698

มีเมนูเพื่อสุขภาพให้เลือกเพียบ ที่นี่เค้าขึ้นชื่อเรื่องสลัดค่ะ img_3694

เลือกกินแบบสุขภาพดีแต่เช้า เผื่อไว้มื้อถัดไปด้วย 5555

เค้าโชว์ผักออแกนิกที่ปลูกไว้ในห้องกระจกให้ดูด้วย
img_3713

มองไปนอกหน้าต่างเห็นสวนผักเขียวฉอุ่มimg_3704

เช็กเอ้าต์กับหุ่นยนตร์ไดโนเสาร์ ได้เวลาบ๊ายลายนางาซากิแล้ว ยังไม่อยากกลับเลย ฮืออออ

ถ้ามาที่นี่อย่าลืมถ่ายรูปกับน้องทิวลิปจังนะจ๊ะ

ดูรายละเอียดของเฮ้าส์เทนบอสได้ที่นี่เลย http://thailand.huistenbosch.co.jp/mobile/ เค้ามีเว็บภาษาไทยด้วยนะ ดีงามมม ส่วนอันนี้เว็บโรงแรม Henna Hotel http://www.h-n-h.jp/en/ มีเป็นภาษาอังกฤษจ้ะ

จากนั้นเรานั่งรถประมาณสองชั่วโมงกว่าๆ ไปยังสนามบินฟุคุโอกะ คุณลุงคนขับน่ารักใจดีมาก พาเราแวะซื้อขนมของฝาก และยังให้พวงกุญแจคิตตี้นางาซากิเป็นของที่ระลึกอีกด้วย 

ก่อนเข้าสนามบิน คุณลุงพาเราแวะทานอูด้งที่ร้านใกล้ๆ สนามบิน เป็นร้านขึ้นชื่อของฟุคุโอกะชื่อร้านมากิโนะอูด้ง 牧のうどん

นิคุโกโบอุด้ง ขายดีอันดับ 1 ของร้าน

เราเลือกเมนู อูด้งใส่โกโบเทน (650 เยน) (อันที่ขายดีที่สุดนั่นแหละ) เป็นรากไม้โกโบชุบแป้งทอดแบบเทมปุระ ซุปอร่อยดี เราเคยทานตอนมาคิวชูครั้งก่อน เลยติดใจจนกลายเป็นเมนูโปรดไปแล้ว

หน้าบานได้กินของอร่อย

ขอบคุณนะคะคุณลุง (^人^)

ร้านมากิร้านมากิโนะอูด้ง 牧のうどん สาขาสนามบินฟุคุโอกะ https://s.tabelog.com/fukuoka/A4001/A400107/40006109/

หลังจากบ๊ายบายกับคุณลุงที่สนามบินฟุคุโอกะแล้ว เรายังมีเวลาอีกหลายชั่วโมงจนถึงเวลาไฟลต์ออกในกลางคืน เลยฝากกระเป๋าไว้ที่ล็อกเกอร์ แล้วนั่งรถไฟเข้าไปเดินเล่นห้างอควาซิตี้ในตัวเมือง แล้วกลับมาเช็กอินตอนค่ำ ไปนั่งร้านมูมินคาเฟ่ต์มาล่ะ คนเดียวก็สนุกได้ มีมูมินนั่งเป็นเพื่อน 

Moomin Cafe สาขา Aqua City Fukuoka https://en.japantravel.com/fukuoka/moomin-troll-cafe-in-fukuoka/29492

สำหรับทริปนี้ต้องขอขอบคุณ โยชิโมโตะไทยแลนด์ที่ชวนเราไปสัมผัสประสบการณ์ดีๆ ที่นางาซากินะคะ ถ้าใครสนใจทริปนี้ของเรา ลองดูรายการ “คิดแนปปิ้ง” ได้ เพราะเค้าก็ไปถ่ายทำในสถานที่ที่เหมือนกับที่เราไปเลยล่ะ https://free.facebook.com/KidnappingLove/?locale2=th_TH&_rdc=1&_rdr

และต้องขอบคุณทีมงานฝั่งนางาซากิ คาซึคิซัง, อัปปุจัง และเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นทุกท่าน สำหรับการดูแลอย่างดีนะคะ

ทุกการเดินทาง มันทำให้เราเติบโตขึ้น ได้เรียนรู้ตัวเองและได้สัมผัสกับผู้คนหลากหลาย ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ หวังว่าการเดินทางครั้งนี้ของเราจะเป็นประโยชน์ต่อคนที่กำลังสนใจจะเดินทางไปเที่ยวนางาซากินะคะ ขอให้สนุกกับการเดินทางในทริปต่อไปของคุณค่ะ

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : Reiko_ws เรโกะ

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*“>

Nigasaki Diary #04 เรโกะพาเที่ยวญี่ปุ่น พักผ่อนแบบพอเพียงที่ “อุนเซน” เมืองออนเซ็น จ.นางาซากิ 長崎県雲仙温泉

หลังจากเที่ยวที่จ.นางาซากิกันมา 3 ตอนแล้ว เรานั่งรถกันต่อไปที่อุทยานแห่งชาติ “อุนเซน” เมืองออนเซ็นที่ขึ้นชื่อของจ.นางาซากิ

img_9819

img_9969

ที่นี่เป็นแหล่งน้ำแร่ขึ้นชื่อของจ.นางาซากิ เป็นเมืองออนเซ็นที่ไม่พลุกพล่าน และยังไม่โดนย้อมด้วยความเจริญ ขนาดเดินหาคอมบินีซักร้านยังไม่มีเลย  ต้องซื้อของที่ร้านชำเล็กๆ บริหารโดยคุณป้าในละแวกนั้น ร้านรวงก็คงสไตล์ดั้งเดิมไว้

img_9829
img_2951

img_2954


สำหรับคนที่ชอบการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติแท้ๆ ไม่วุ่นวายน่าจะชอบที่นี่นะคะ

(อ่านตอนก่อนๆได้ที่นี่ 1.Nagasaki Diary #01 ยกพลขึ้นบกที่เกาะร้างฮาชิม่า (軍艦島) ทานเมนูเด็ด “จัมปง” ที่ไชน่าทาวน์ 2.Nagasaki Diary #02 ใส่กิโมโนลายโมเดิร์น เดินเล่นเดะจิม่า จ.นางาซากิ 長崎で着物体験 3.Nagasaki Diary #03 มินามิชิมาบาระ แช่ออนเซ็นโอบาม่า ตามล่าของอร่อย 長崎県南島原・小浜 )

เราได้เข้าไปทักท่ายกับกลุ่มหนุ่มๆ คนรุ่นใหม่ เจ้าของเกสต์เฮ้าส์ TSUDOI ที่นี่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน บริการห้องพักในราคาไม่แพง สำหรับใครที่อยากมาพักผ่อนกับกลุ่มเพื่อนแบบลุยๆ ที่นี่น่าจะเหมาะนะคะ ด้านล่างเกสต์เฮ้าส์เปิดเป็นบาร์ในตอนกลางคืนด้วย บรรยากาศน่านั่งชิลมากๆ มาที่นี่น่าจะได้เพื่อนใหม่กลับไปแน่นอน

img_9821

img_9820

img_9971

img_9970

ทางร้านมีฉายวิดิโอ ประวัติความเป็นมาของเมืองอุนเซ็นให้ดูด้วย น่าประทับใจในสำนึกรักบ้านเกิดของพวกเค้าจริงๆ

img_2947

ภาพเมืองอุนเซ็นในสมัยก่อนimg_3049

ห้องพักรวมแบบดอมิทอรี่ แยกชายหญิง มีไวไฟให้ใช้ฟรีด้วยimg_9822

เกสต์เฮ้าส์ที่นี่ราคาไม่แพงเลย เริ่มต้นเพียง 3,300 เยนเท่านั้น คิดเป็นเงินไทยก็พันกว่าบาท จะจองผ่านเว็บ Hotels, Booking, Expedia ก็ได้ ลองเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ https://www.unzen-tsudoi.jp/ ไปเป็นกลุ่มกับเพื่อนๆ ก็น่าสนุกดีนะคะ ถ้าไปแล้วก็อย่าลืมเล่าให้เจ้าของโรงแรมเค้าฟังด้วยนะ ว่ารู้จักที่นี่จากเรโกะ อิอิ

ซึ่งพ่อหนุ่มเจ้าของเกสต์เฮ้าส์สละเวลาพาเราไปเดินชมรอบๆ แหล่งน้ำแร่ในฐานะเจ้าถิ่นด้วย เค้าบอกว่าจุดเด่นของที่นี่คือ เป็นแหล่งน้ำแร่ที่พวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินให้เห็นกันเป็นควัน สามารถเข้าไปเดินชมในบริเวณต้นกำเนิดน้ำแร่ได้ ชาวบ้านที่นี่มักจะมาเดินออกกำลังกายรอบๆ อารมณ์เหมือนสวนสาธารณะอะ หรือมานั่งพักผ่อนบนลานหินร้อนกัน

img_2860

ลานกว้างตรงนี้ ตอนกลางคืนเอาผ้ามาปู นอนเล่นบนพื้นอุ่นๆ นอนดูดาวได้ด้วยนะimg_2820

img_2918

img_2922

img_2923

อัพจัง ลองนั่งเอาเท้าอุ่นบนพื้นหินร้อนด้วยกำมะถันจากออนเซ็นimg_2879

และนี่คือตึกโรงแรมที่เราจะพักในคืนนี้ อยู่ติดกับโซนบ่อน้ำแร่ธรรมชาติเลยล่ะimg_2935

อันนี้เค้าต่อท่อกันให้เห็นเลยว่า น้ำแร่ที่ใช้ในโรงแรมย่านนี้มาจากออนเซ็นจริงๆ ซึ่งจุดเด่นของออนเซ็นที่นี่คือเป็นสีขาวขุ่น เหมือนน้ำนมimg_2942

และที่โดนใจเรามากที่สุด คือ ที่นี่มีแมวเยอะมาก!! เป็นแมวจรที่มีคนให้อาหาร แต่อยู่กันแบบธรรมชาติในแหล่งน้ำแร่ แถมยังเชื่องซะด้วย เรียกเหมียวๆ เดี๋ยวก็มาแมวจรญี่ปุ่นนี่ตัวกลมขนฟูทั้งนั้น น่ารักจริงๆ

img_2873

เมี้ยววววววววววว เข้าหาคนซะด้วย รับแขกเก่งจริงimg_2895

แมวจรที่นี่ขนปุย ตัวอ้วนกลม ทั้งนั้นเลย น่าอุ้มกลับไทยเนอะimg_2867

ตัวใหญ่เท่าลูกขนุน!!img_2881

ไม่กลัวคนด้วย เซลฟ์ฟี่ได้สบายๆ


ที่พักของเราในคืนนี้คือ เรียวกังเก่าแก่ (โรงแรมแบบญี่ปุ่น)เปิดให้บริการมานานกว่า 100 ปีแล้ว ชื่อว่า “อุนเซ็น ฟุคิยะ” 雲仙富貴屋 ซึ่งเป็นเรียวกังที่ตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งต้นน้ำที่สุด คือตั้งอยู่ติดๆ กันเลย มองจากหน้าต่างห้องพัก และห้องอาหาร จะเห็นควันสีขาวพวยพุ่งออกมาตลอดเวลาimg_9843

วิวที่มองออกจากหน้าต่างลอบบี้ชั้นล่างสุด ใกล้กับแหล่งต้นน้ำมากๆimg_9834

img_9847

มีมุมหัดเขียนพู่กันญี่ปุ่น สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วยimg_9837

สำหรับคนที่นั่งรถเข็น เค้าก็มีบริการให้ยืม ดังนั้นไม่ว่าจะผู้พิการหรือผู้สูงอายุ ก็สามารถเที่ยวที่นี่ได้อย่างสะดวกสบายimg_9838

ด้วยความที่เป็นโรงแรมเก่าแก่ ทำให้ห้องพักแบบเสื้อทาทามิญี่ปุ่นยิ่งดูขลัง เหมือนมาเยี่ยมบ้านญาติต่างจังหวัดเลยล่ะ

ลงมาทานมื้อค่ำที่ห้องอาหารของโรงแรม เค้ามีอาหารชุดจัดไว้ให้ น่าทานมากเลย

img_9832

img_9830

ป้ายหน้าทางเข้าออนเซ็น แขกที่ไม่ได้พักที่โรงแรมจะใช้บริการแบบเช้าไปเย็นกลับก็ได้ ค่าใช้บริการ 1,000 เยน ได้แช่ออนเซ็นสีน้ำนม ทำร่างกายให้อบอุ่น นอนกลิ้งในห้องเสื่อทาทามิกว้างๆ คืนนี้ช่างเป็นคืนที่เหมือนฝันเลย…

img_3050

ตื่นเช้าขึ้นมาอย่างสดใส เปิดหน้าต่างออกมา ถึงกับผงะ เพราะเจอวิวแบบนี้!!!

img_9833

ออนเซ็นที่มีควันพวยพุ่งออกมา มันช่างอลังการมาก เป็นภาพที่ทำให้ทึ่งกับพลังของธรรมชาติได้อย่างแท้จริง

ลงมาทานอาหารเช้า จัดเต็มเพิ่มพลังให้เต็มที่แต่เช้า ครบห้าหมู่แน่นอน

img_9835

ด้วยความที่เป็นโรงแรมเก่าแก่มีประวัติศาสตร์มายาวนานกว่าร้อยปี ตึกก็ยังคงสภาพเดิมเอาไว้ เราจึงลองถามผู้จัดการโรงแรมถึงตอนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ตอนนั้นจ.นางาซากิได้รับผลกระทบจากระเบิดปรมณู แล้วที่อุนเซนนี้ล่ะ ปลอดภัยดีมั้ย

คุณผู้จัดการบอกว่า “ปลอดภัยดีครับ ไม่โดนอะไรเลย สงครามน่ะ มันต้องใช้งบประมาณ จะปล่อยระเบิดลงที่ไหน เค้าก็ต้องวางแผนมาก่อน เค้าไปลงในตัวเมืองโน่น ไม่มาโจมตีบ้านนอก ไม่มีสถานที่สำคัญแบบนี้หรอก”

เออ ก็จริงของเค้า ดังนั้นอุ่นใจได้นะคะ สำหรับคนขวัญอ่อน

ผู้จัดการพาเดินชมโซนตึกเก่าของโรงแรม ที่พื้นที่เห็นเป็นไม้นั่นน่ะ คือไม้ใหญ่ที่มีอายุยาวนานมาก ดูได้จากวงปี

img_9844

นี่เป็นบ่อในโซนไปรเวท ดูจากสีของน้ำสิ ยังกะบ่อน้ำนม แช่แล้วมันจะลื่นๆผิวด้วยนะ

img_9846

ซึ่งทางโรมแรมมีแผนที่จะรีโนเวทโซนห้องพักพร้อมออนเซ็นส่วนตัวในปีหน้านี้ ดังนั้นใครที่อยากไปสัมผัสห้องพักส่วนตัวพร้อมออนเซ็น ที่ยังคงแบบเดิมเหมือนเมื่อร้อยปีก่อน ก็รีบไปนะคะ (ห้องที่เราพัก เป็นโซนตึกออนเซ็นรวมค่ะ ยังคงเดิมไว้อยู่) ลองดูรายละเอียดเพิ่มเติมของโรงแรมได้ที่นี่เลยค่ะ http://www.unzenfukiya.com/th-th/ เว็บเค้ามีภาษาไทยด้วยนะจ๊ะ

img_9842

ถือว่าเป็นหนึ่งในเมืองออนเซ็นที่เราประทับใจระดับต้นๆของญี่ปุ่นเลยล่ะ คนที่เบื่อความพลุกพล่าน วุ่นวายของเมืองใหญ่ ไม่อยากช้อปปิ้งเสียเงิน (เบื่อช้อปแล้ว) แต่อยากพักผ่อน ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง และซึมซับธรรมชาติ ที่นี่ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีเลยนะคะ

img_9972

สำหรับการเดินทางเมืองออนเซ็น “อุนเซ็น” แห่งนี้ ถ้าไม่สะดวกขับรถยนตร์มาเอง จะนั่งรถบัสมาก็ได้ค่ะ โดยขึ้นรถไฟ JR สายนางาซากิฮองเซน มาลงที่สถานีอาซาฮายะ จากนั้นต่อรถบัสชิมาเทตซึ มาลงที่ป้ายเมืองอุนเซ็น ใช้เวลาประมาณ 80 นาที ถ้าอยู่ที่ตัวเมืองนางาซากิแล้ว ลองเปิดกูเกิ้ลแมพ ใส่คำว่า 雲仙 ดูก็ได้ค่ะ

หมวยน้อยข้างๆเราคือ “อัพจัง” เป็นนักศึกษาป.เอกที่ม.นางาซากิ เพื่อนร่วมทริปของเรา หลังจากออกจากอุนเซ็นออนเซ็นแล้ว เราจะไปที่ไหนกันต่อ รอติดตามในบล็อกคราวหน้านะจ๊ะ

img_9968

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : Reiko_ws เรโกะ

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com
Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*

เรโกะเที่ยวโอซาก้า แดนมินเนี่ยน Minion Park โซนใหม่ล่าสุดที่ Univelsal Studios Japan (USJ)

มาแล้วววว รีวิว Minion Park โซนใหม่ล่าสุดของ USJ ที่ทุกคนรอคอย!! ใครที่ติดตามโซเชี่ยลของเราก็คงพอได้เห็นรูปที่เราลงไปบ้างแล้ว Minion เป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นที่ออกฉายในปี 2015 เรื่องราวของสิ่งมีชีวิตประหลาดตัวสีเหลือง ที่อยู่ยงคงกระพันธุ์มาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ แถมยังเป็นตัวป่วน ก่อปัญหาวุ่นไปทั่ว เรียกได้ว่า “เข้าแก๊งไหน หัวหน้าตายหมด” แต่ด้วยความน่ารักร่าเริงของพวกมัน ทำให้ใครๆ ก็โกรธไม่ลง กลายเป็นคาแรกเตอร์สุดน่ารักขวัญใจทุกเพศทุกวัย โด่งดังไปทั่วโลก จนกระทั่งมีธีมปาร์กเป็นของตัวเองนี่แหละ!!

img_9663

โดยโซน Minion Park ที่ Universal Studios Japan โอซาก้านี้ ถือว่าเป็นโซนสวนสนุกของมินเนี่ยนที่ใหญ่ที่สุดในโลก!!ในบล็อกนี้เราจะรีวิวความน่ารักของ Minion Park ให้ทุกคนได้ดูกัน ปะ ไปกันเล้ยยยยย

เมื่อเดินเข้ามาถึงทางเข้าโซน ก็จะเจอซุ้มป้าย Minion Park แบบนี้เลยยยยย (แอบอวดเล็บ เราทำลายมินเนี่ยนด้วยนะ ลองขยายดูสิ 555)

img_9644

รูปปั้นน้ำพุแก๊งมินเนี่ยนตั้งเด่นเป็นสง่า

img_9628

Minion Park เพิ่งเปิดทำการเมื่อวันที่ 21เมษายน 2017 ที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งเราได้ไปเที่ยวและถ่ายบล็อกนี้ในวันพุธที่ 26 เมษายน คือไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์หลังจากโซนเปิด ทุกอย่างยังใหม่มากกกก และคนก็เยอะมว้ากกกกเช่นกัน

ถึงแม้จะเป็นวันที่พยากรณ์อากาศญี่ปุ่นทำนายว่า จะมีฝนตก ฟ้าครึ้มทั้งวัน แต่ทุกคนก็ยังกางร่ม ใส่เสื้อกันฝน ออกมาเที่ยวลัลล้ากันอย่างไม่แคร์ (เราก็ด้วย 555) ตึกที่นี่สีสันสดใส ถ่ายรูปได้ทุกมุม แต่ต้องหาจังหวะหลบคนกันเอาเองนะ

img_9623

วันนี้เราเตรียมพร้อมมาก ใส่แว่นมินเนี่ยน เสื้อยืดลายมินเนี่ยน (สวมทับเสื้อตัวที่ใส่มาตอนแรก) คุมโทนด้วยสีดำ-เหลือง-ขาว ทั้งตัว ตึกด้านหลังคือเครื่องเล่นที่ให้เราจำลองสถานการณ์เป็นมินเนี่ยน โดนย่อขนาดตัวเข้าไปทำภารกิจให้สำเร็จ ข้างในไม่สามารถถ่ายรูปได้ แต่ขอบอกว่ามันสนุกมาก และไม่น่ากลัวเลย ดังนั้นเล่นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จ้าาา

img_9633

ถ้าใครฟังภาษาญี่ปุ่นออกจะขำมาก เพราะในวิดิโอบรรยาย และในระหว่างการเล่นเครื่องเล่นนี้ เสียงของตัวละครผู้ชาย จะเป็นภาษาคันไซทั้งหมด (ถ้าใครนึกไม่ออก ให้ลองจินตนาการว่า เหมือนกับพูดเป็นภาษาใต้อะ) ในขณะที่เสียงของเด็กผู้หญิงจะเป็นภาษากลาง มาลองฟังความต่างนี้ก็สนุกดีนะ (แต่มินเนี่ยน พูดภาษามินเนี่ยนทุกตัวจ้ะ … ก็แหงละสิ)

img_9120

คนที่มาเที่ยวทั้งกลุ่มนักเรียน วัยรุ่น และครอบครัว ต่างสนุกสนานการแต่งตัวในธีมมินเนี่ยนมากๆ สามารถขอถ่ายรูปกับพวกเค้าได้นะคะ ส่วนใหญ่คนที่มาเที่ยวแบบนี้ เค้าก็อยากสนุกกันอยู่แล้ว ดังนั้นมักจะเฟรนด์ลี่มากๆเลยค่ะ

img_9533

ซึ่งมันก็เป็นเรื่องธรรมดาของสวนสนุก โดยเฉพาะสวนสนุกระดับโลกแบบนี้ ที่จะมีคนเยอะมากมายมหาศาล เราพยายามอย่างสุดความสามารถแล้วนะ เพื่อให้ได้ภาพที่โอเค ไม่ติดคนเยอะเกินไป แถมอากาศยังครึ้มๆ อีก จังหวะไหนฝนมาต้องรีบเก็บกล้องเก็บมือถืออย่างไว ถ้ามีโอกาสอยากจะกลับไปแก้มือถ่ายรูปในวันฟ้าใสจังเลยimg_9653

เด็กใส่ชุดนักเรียนมาเที่ยวกันก็เยอะ มีทั้งที่ทางโรงเรียนพามาทัศนศึกษา และกลุ่มที่แต่งตัวชุดนักเรียนมาเที่ยวกันเอง

img_9631img_9630

มินเนี่ยนมาแว้วววววว ออกมาโชว์ตัววันนึงหลายรอบเลยล่ะ

img_9650

ต่อแถวถ่ายรูปได้ตามสบายเลย แต่ต้องถ่ายกันเองนะ เจ้าหน้าที่เค้าจะดูคิวให้เฉยๆ ไม่รับถ่ายรูปให้ ถ้าไปคนเดียว ก็ไหว้วานให้คนที่อยู่ข้างๆ ถ่ายให้ก็ได้ค่ะimg_9625

มุมเกมก็มี ถึงฝนตกเค้าก็ยังเปิดให้เล่นปกตินะจ๊ะ อันนี้เป็นเกมยิงปืนใหญ่ให้กระป๋องล้ม ถ้าทำได้ก็รับตุ๊กตากลับบ้านไปเลย แอร๊ยยยย อยากได้ๆๆ แต่คิดเหรอ ว่าชั้นจะทำได้น่ะ ฮึ img_9655

เกมนี้ก็น่ารัก ต้องยิงบอลให้ลงกะลามะพร้าวimg_9627

เดินตากฝนจนได้ที่แล้ว มาหาอะไรลงท้องกัน แน่นอนว่าเมนูมินเนี่ยนที่นี่เค้าต้องจัดหนักจัดเต็ม เรียกได้ว่า หิวไม่มาก แต่อยากสั่งมาเซลฟี่แน่ๆ เพราะมันน่ารักเกิ๊น 555

img_9637img_9165

เรามีคลิปรีวิวเมนูมินเนี่ยนให้ดูกันด้วย ไปชิมพร้อมกันเลยจ้ะ

มีเครื่องดื่มเลมอนเนดให้ดื่มแก้กระหายด้วย
img_9640

ซุ้มป๊อปคอร์น น่ารักกกกกกก พนักงานก็จะสวมวิญญาณมินเนี่ยน เต้นดุ๊กดิ๊กๆตลอดเวลาimg_9642

ที่คนต่อแถวกันนี่ก็ของขึ้นชื่ออีกอย่างนะจ๊ะ เป็นมินเนี่ยนคุกกี้แซนด์วิซ ตัวแป้งเป็นคุกกี้กรอบๆมีไส้หลายแบบ ราคา 500-600 เยนแล้วแต่ไส้

img_9607img_9605

เค้าเปิดเป็นห้องกระจกให้เห็นขั้นตอนการทำด้วย img_9606

แต่นแต๊นนนนน น่ากินใช่มั้ยล่าimg_9604

ของเราเลือกเป็นไส้ไอศกรีมรสกล้วย อร่อยจุง ฟินจัง ดูได้ในคลิปรีวิวเลยจ้ะ

img_9211

มาที่ร้านของฝากกันมั่ง คนคลั่งมินเนี่ยนต้องล้มละลายแน่ๆ เพราะมีแต่ไอเท็มน่ารักๆ เต็มไปหมดเลยยย

img_9613

ภายในร้านตกแต่งด้วยโทนสีขาว-ชมพู มีหุ่นมินเนี่ยนตกแต่งอยู่ทั่วไปimg_9612

อย่างเสื้อยืดนี่ก็สามพันกว่าเยน ไม่ถึงสี่พัน ซื้อใส่เป็นคู่กันก็น่ารักดีนะimg_9617

มีหุ่นเจ้าตัวป่วนมินเนี่ยนให้ถ่ายรูปเยอะมาก img_9611

img_9615img_9618

ร้านขายของฝากร้านใหญ่ ในโซนใกล้ๆ ประตูทางออกก็มีสินค้ามินเนี่ยนด้วย ซึ่งบางอย่างไม่เหมือนกับอีกร้าน ดังนั้นเผื่อเวลาดูหลายๆร้านก็ดีนะจ๊ะ

img_9665

ตอนที่โซนมินเนี่ยนพาร์กนี้เปิดใหม่ๆ แน่นอนว่าฮือฮามาก สื่อมาทำข่าวเพียบ ลองดูข่าวจากรายการ Mezamashi TV ช่อง Fuji TV เลยยยยย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ USJ ในเว็บภาษาอังกฤษที่นี่เลยจ้า http://www.usj.co.jp/e/

img_9658

คำแนะนำการเที่ยวในวันฝนตกเพิ่มเติมจากเราเอง

-ถ้ามาวันฝนตก หรือวันที่พยากรณ์อากาศบอกว่ามีแนวโน้มว่าฝนจะตก ติดเอาร่มพับมาด้วยก็ดี ถ้าจะเอาร่มแบบยาวมา แนะนำให้เป็นแบบใส เวลาถ่ายรูปจะได้ไม่บังวิวคนอื่นด้วยจ้ะ แต่จะมาซื้อร่มที่นี่ก็ได้ เพราะตอนฝนตก เค้าจะมีร่มลายมินเนี่ยนสีเหลืองสดใสขาย เอามาถือได้บรรยากาศไปอีกแบบ

-ถ้ามาวันฝนตก ใส่รองเท้าที่มันกันน้ำได้จะดีมาก ถ้าเป็นผ้าใบก็ฉีดสเปรย์กันน้ำมาก่อนด้วยนะ

-เห็นสาวๆญี่ปุ่นบางคนใส่ส้นสูงมาเดินเที่ยวสวนสนุก … ทำได้ไงเนี่ย!? เพื่อสุขภาพเท้า ใส่รองเท้าที่เดินง่ายๆ เช่น ผ้าใบ ส้นเตี้ยจะดีกว่านะจ๊ะ

img_9306

ประโยคง่ายๆ เอาไว้พูดเวลาไปเที่ยวสวนสนุก

  • เวลาเข้าไปขอคนแต่งตัวน่ารักๆถ่ายรูป ลองเอาประโยคนี้ไปใช้นะ

すみません、一緒に写真を撮ってもいいですか?

すみません、いっしょにしゃしんをとってもいいですか?

sumimasen, isshoni shashin wo tottemo ii desuka?

แปลว่า ขอโทษนะคะ/ครับ ขอถ่ายรูปด้วยได้มั้ยคะ/ครับ

  • หรือถ้าจะให้คนอื่นช่วยถ่ายรูปให้เราก็พูดว่า

すみません、写真を撮ってもらってもいいですか?

すみません、しゃしんをとってもらってもいいですか?

sumimasen, shashin wo totte morattemo ii desuka?

แปลว่า ขอโทษนะคะ/ครับ ช่วยถ่ายรูปให้หน่อยได้มั้ยคะ/ครับ

  • สำคัญที่สุด เวลาใครทำอะไรให้ อย่าลืมพูดขอบคุณด้วยนะจ๊ะ

ありがとうございます / arigato gozaimasu

แปลว่า ขอบคุณมากนะคะ/ครับ

img_9288

ไม่ว่าจะโตเป็นผู้ใหญ่แค่ไหน แต่เราทุกคนก็ยังมีความเป็นเด็กซ่อนอยู่ในตัวเสมอ ตั้งใจทำงาน ตั้งใจเรียนกันแล้ว ก็อย่าลืมหาเวลาไปเที่ยวพักผ่อน เปิดโหมดเด็กน้อยในตัวเองให้ออกมาลัลล้ากันมั่งนะจ๊ะ ขอให้ทุกคนสนุกกับการแพลนทริปต่อไปจ้ะ ติดตามเรื่องราวไลฟ์สไตล์สนุกๆ โดยเฉพาะเรื่องท่องเที่ยวญี่ปุ่นของเราได้ที่นี่เลลยยยยย

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : Reiko_ws เรโกะ

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com
Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*

 

Nagasaki Diary #02 ใส่กิโมโนลายโมเดิร์น เดินเล่นเดะจิม่า จ.นางาซากิ 長崎で着物体験

ถ้ามีโอกาสได้มาเที่ยวญี่ปุ่นทั้งที เราว่าสาวๆทั้งหลายก็คงอยากใส่กิโมโนหรือยูคะตะสวยๆเดินเล่นถ่ายรูปให้เข้ากับสถานที่เนอะ เดี๋ยวนี้หลายที่ในญี่ปุ่น โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง ต่างก็มีบริการกิโมโนให้เช่า ที่จ.นางาซากิเค้าก็มีร้านเช่ากิโมโนเช่นกันค่ะ ตามไปดูประสบการณ์ใส่กิโมโนสีสวยลายโมเดิร์น เดินเที่ยวนางาซากิของเรากันเถอะ!!

ความเดิมจากตอนที่แล้ว หลังจากที่เราไปลุยเกาะร้างรูปทรงเรือรบ “ฮาชิม่า” มาแล้ว (อ่านได้ที่นี่ Nagasaki Diary #01 ยกพลขึ้นบกที่เกาะร้างฮาชิม่า (軍艦島) ทานเมนูเด็ด “จัมปง” ที่ไชน่าทาวน์ ) จากนั้นเราเข้าตัวเมืองนางาซากิ ไปแถวๆ “เดะจิม่า” แถวนี้มีร้านกิโมโนให้เช่า สำหรับใส่เดินถ่ายรูปเก๋ๆได้ด้วยล่ะ ร้านชื่อ “กิโมโน ฮอพเพน” キモノホッペン

ร้านอยู่บนชั้น 3 ของตึกแถวค่ะ อาจจะหาป้ายยากหน่อย แต่ถ้าเปิด Google Maps แล้วเดินทางก็ไม่น่าหลงนะ

img_2380

เข้ามาในร้านก็จะเจอเคาน์เตอร์เล็กๆ และพนักงานแต่งชุดกิโมโนสวยคลาสสิก

img_2384

มุมเครื่องประดับของร้าน มีเครื่องประดับให้เลือกเยอะมาก โดยเฉพาะรูปดอกไม้ เพราะว่าเข้ากับกิโมโนสีสันสดใสของที่นี่

img_2381img_2382

จุดเด่นของทางร้านคือ มีกิโมโนสีสันสดใส ลวดลายดูโมเดิร์น สมกับเป็นเมืองนางาซากิ ที่ผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นและตะวันตกได้อย่างลงตัวimg_2417

มีโอบิให้เลือกเยอะมากกกกกก จะจับคู่สียังไงก็ได้แล้วแต่เราชอบ

กิโมโนสีสันสดใสทั้งนั้น ถ่ายรูปขึ้นแน่ๆ

เราสามารถเอากิโมโนหลายแบบมาลองสวมก่อนได้ค่ะ จะได้เลือกแบบที่ชอบที่สุด
img_2386

สีนี้ดีมั้ยอะ?img_2393

อุ๊ยยยย  อันนี้ก็เข้าท่า เราชอบโทนสีแดง เอาชุดนี้ละกันimg_2429

พอเลือกชุดนี้ ช่างกิโมโนก็จะมาช่วยแต่งให้img_2435

มีบริการทำผมด้วยนะ (เสียเงินเพิ่ม) เค้าเกล้าผมเก่งมาก แป้บเดียวก็ได้ทรงสวยๆแบบนี้แล้วimg_2483

ใช้เวลาแต่งตัวไม่ถึงครึ่งชม. เราก็กลายเป็นสาวชุดกิโมโน พร้อมออกไปเดินเล่นถ่ายรูปแล้วววววว

img_2496

เดินออกจากร้านใช้เวลาแป้บเดียว ไม่ถึง 10 นาทีค่ะ รองเท้าใส่เดินง่ายกว่าที่คิดนะ ไม่ต้องกังวลว่าจะล้ม

img_3875

จุดมุ่งหมายของเราคือ “เดะจิม่า” เมืองโบราณที่เป็นหมู่บ้านของชาวฮอลแลนด์ ที่เข้ามาอาศัยอยู่ที่นางาซากิ สมัยเปิดประเทศใหม่ๆ  บรรยากาศดูคลาสสิก แบบ East meets West เราชอบมากเลยล่ะ ปกติแล้วที่นี่จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและกลุ่มนักเรียนที่มาทัศนศึกษา ข้างในมีมุมถ่ายรูป นิทรรศการ การจัดแสดงภาพประวัติศาสตร์ฺ ร้านขายของที่ระลึก และร้านกาแฟด้วย (ค่าเข้าสำหรับผู้ใหญ่ 500 เยน)

img_8112

มีเจ้าหน้าที่แต่งชุดญี่ปุ่นโบราณคอยต้อนรับ และถ่ายรูปเป็นเพื่อนเราด้วย น่าเสียดายที่เรามาถึงเดะจิม่าตอนเย็นแล้ว ทำให้แสงไม่ค่อยมี ถ่ายรูปออกมาได้ไม่เยอะเท่าไหร่ แต่เราประทับใจกิโมโนของร้านนี้จริงๆนะ มันสวยและลายโดดเด่นไม่ซ้ำที่อื่น ถ้าได้มาเที่ยวนางาซากิอีก ก็จะกลับไปใช้บริการอีกแน่

img_8107

สำหรับราคาและประเภทของกิโมโน-ยูคะตะ ที่มีให้เช่านั้น มีหลายแบบมาก ถ้าเป็นกิโมโนลำลองแบบสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวใส่เดินเที่ยวในเมือง ราคาเริ่มต้นที่ 5,000 เยน ยังไม่รวมภาษี (รวมค่าแต่งชุดให้ แต่ไม่รวมค่าทำผม)

มียูคะตะ (กิโมโนลำลองสำหรับช่วงฤดูร้อน) ใช้เช่าด้วย ค่าเช่ายูคะตะ 4,000 เยน ถ้าเช่าเป็นคู่ 7,000 เยน ค่าทำผม 1,500 เยน (ราคายังไม่รวมภาษี) โดยราคานี้สำหรับการเช่า 2 วัน 1 คืน เหมาะจะเช่าใส่ไปเดินเล่นงานเทศกาลฤดูร้อนตอนกลางคืนก็ได้

ก่อนไปก็โทรไปจองเวลาร้านว่าจะไปกี่โมง หรือจะจองทางเว็บและเมลก็ได้ ใช้เวลาแต่งประมาณ 30 นาที ยิ่งไปเร็วยิ่งดี เพราะสามารถใส่ชุดได้ทั้งวัน ไม่จำกัดเวลา ขอแค่มาคืนที่ร้านก่อน 18:30 ก็พอ ดังนั้นยิ่งไปเร็วยิ่งได้ใส่ถ่ายรูปเล่นในเมืองนานกว่า คุ้มค่านะจ๊ะ

กิโมโนฮอพเพน Kimono Hoppen キモノホッペン

Address : Takashi Fukutera Street Amity 6-25 Kajiya-machi Nagasaki-shi Nagasaki-ken 850-0831

Tel:095-826-2583 โทรจองหรือจองผ่านทางหน้าเว็บล่วงหน้าก็ได้ https://n-hoppen.com/
เปิดทำการ :10:00~19:00 (รับลูกค้าถึง 18:00)
หยุดทุกวันอังคาร  instagram @kimono_hoppen

img_2580

การได้ใส่ชุดท้องถิ่นถ่ายรูปสวยๆเนี่ย มันยิ่งทำให้เรารู้สึกเข้าถึงสถานที่นั้นๆมากขึ้นนะ ว่ามั้ย อิอิ ไม่ว่าจะไปเมืองไหน ถ้ามีโอกาสได้ใส่กิโมโนหรือยูคะตะก็ทำให้เรารู้สึกดีได้เสมอ ติดตามไดอานี่ทริปนางาซากิตอน #03 ของเราเร็วๆนี้จ้าาาา แล้วก็ขอฝากบล็อกเที่ยวญี่ปุ่นจังหวัดอื่นๆด้วยนะจ๊ะ

สโลแกน : เรโกะ ออกทริปลัลล้าด้วยใจ อยากให้คนไทยสนุกกับการเที่ยวญี่ปุ่น เย้!!

ปล.เราไปที่นี่ในช่วงกลางเดือนม.ค.จ้ะ อากาศยังหนาว อุณหภูมิประมาณเลขตัวเดียว

 *about me*

facebook : Reiko.ws

instagram, youtube, twitter @reiko_ws

www.ReikoBangkokNeko.com

ติดต่องาน contact for work : reiko.ws@gmail.com

รูปแถม : เมื่อปลายเดือนม.ค.เราได้ไปออกรายการ “ผู้หญิงถึงผู้หญิง” เพื่อโปรโมทอีเว้นต์การท่องเที่ยวจ.นางาซากิมาล่ะ ได้ทีมงานจากกิโมโนฮอพเพนไปช่วยแต่งตัว ใส่ชุดยูคะตะให้ด้วย ชอบกิโมโน-ยูคะตะร้านนี้ สวยทุกชุดเลยเนอะ อิอิ

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*

ญี่ปุ่นไปได้ ง่ายนิดเดียว มาอัพเดตข้อมูลเที่ยวญี่ปุ่นและช้อปปิ้งที่งาน 360Japan กันเถอะ!!

“ใครๆ ไปญี่ปุ่น” สมัยนี้ญี่ปุ่นไปง่ายจะตาย วีซ่าก็ไม่ต้องขอ ตั๋วก็ถูกลง แถมยังมีข้อมูลการท่องเที่ยวมาเสิร์ฟถึงมือง่ายๆแต่ปลายนิ้วจิ้มสมาร์ทโฟน ยิ่งตอนนี้มีอีเว้นต์ดีๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น กำลังจัดอยู่ถึง วันที่ 31 มีนาคมนี้ เราเลยไม่รอช้าที่จะคาบข่าวมาบอกเพื่อนๆที่สนใจญี่ปุ่น!!

โดยงานนี้เกิดขึ้นภายใต้โปรเจคต์ชื่อว่า 360Japan เป็นการนำเที่ยวญี่ปุ่นโดยสาวๆเน็ตไอดอลและอินฟลูเอนเซอร์ชาวไทย มีไปมาหลายที่เลย ซึ่งเราก็เป็นหนึ่งในโปรเจคต์นี้ด้วยล่ะ โดยเราได้ไปร่วมทริปที่จ.อิวาเทะ ไปกับน้องแอนนี่ นักแสดงช่องเวิร์คพ้อยท์ และน้องมิ้งค์ นางแบบสาวสวย

img_7625

พวกเราได้ไปเที่ยวเน้นๆ ที่เมืองฮิราอิซุมิและเมืองคามาอิชิ ซึ่งอินฟลูเอนเซอร์แต่ละคนจะอัพรูปและบอกต่อความสนุกของทริปผ่านโซเชี่ยลของตัวเอง อย่างเราก็อัพลง instagram @reiko_ws และ facebook page Reiko.ws แบบรัวๆเลยล่ะ ใครตามอยู่ก็คงจะเห็นแล้ว อิอิ

ซึ่งเราทั้งสามคนก็ได้มาบอกเล่าความสนุกของทริปนี้ในงานอีเว้นต์ 360Japan ที่ห้าง Tokyu (ติดสถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ) ไปเมื่อวันศุกร์ที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา ไปชมภาพบรรยากาศและฟรุ้งฟริ้ง มุ้งมิ้งแบบเกิร์ลส์ทอร์กของพวกเรากันเลยค่ะ!!

จากซ้าย มุกกี้ – พิธีกร / เราเอง / น้องมิ้ง / น้องแอนนี่

img_7611

ต๊ะเอ๋ เล่นกล้องกันหนุกหนานๆๆ

img_7622

โชว์ผลงานสายห้อยมือถือแฮนด์เมดฝีมือพวกเรา

img_7620

img_7990

img_7624

พวกเราเอาใจช่วยเมืองคามาอิชิ หนึ่งในเมืองที่ได้รับผลกระทบจากซึนามิในปี 2011 อยู่นะคะ!

img_7995img_7623img_7621

ซึ่งนอกจากจะอัพรูปการท่องเที่ยวทางโซเชี่ยลของแต่ละคนแล้ว ระหว่างการท่องเที่ยวยังมีช่างภาพมือโปรชาวญี่ปุ่น คอยเก็บภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว มาลงใน e-book อีกด้วย สามารถหาอ่านได้แล้วที่ Ookbee เซิร์ช Japan Beauty Trip หรือคลิกที่ลิ้งนี้     เลยจ้ะ | P. 1 in Japan Beauty Trip | VOL.4 http://www.ookbee.com/Shop/Magazine/JAPAN_BEAUTY_TRIP/62b82663-b630-43db-b80f-a03a32c92f3b

img_7989img_8007img_7992

สำหรับบู้ต 360Japan นี้จะจัดต่อเนื่องไปถึงวันที่ 31 มีนาคมนี้ ในงานมีข้อมูลการท่องเที่ยวของจังหวัดต่างๆที่น่าสนใจ, ขายของเก๋ๆนำเข้าจากญี่ปุ่น ที่น่าจะโดนใจสาวๆ ซึ่งเราก็เจอไอเท็มสุดเลิฟแล้ว เป็นกระเป๋า RaviRavi นี่เลยยยย

img_8012img_8011img_8003

ที่เราเลิฟกระเป๋าใบนี้เพราะว่า มันมีฟังก์ชั่นที่ใช้ง่ายและสะดวกมาก ใบใหญ่มีช่องเยอะ สำหรับแยกของเป็๋นสัดส่วน เหมาะสำหรับคนบ้าหอบฟางแบบเรา (555) น้ำหนักก็เบา ถ้าเปื้อนก็เอาเข้าเครื่องซักผ้าได้ทันที รักษาง่าย เราเลือกกระเป๋าทรงสปอร์ตสีน้ำเงิน เอาไว้ใส่เสื้อผ้าและอุปกรณ์เวลาไปออกกำลังกาย แต่ในเมื่อจุของได้เยอะแบบนี้ จะเอาไว้ลุยเวลาไปออกทริปก็น่าจะเหมาะดีนะ

ซึ่งถ้าใครอยากลองดูกระเป๋า RaviRavi ของจริง นอกจากในงานที่ห้างโตคิวแล้ว เค้ายังมีจัดโปรโมชั่นที่ห้าง Isetan ชั้น 1 ตรงใกล้ๆบันไดเลื่อนไปจนถึงวันที่ 10 เมษายนนี้เลยนะ ของญี่ปุ่นเค้าขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพอยู่แล้ว อยากให้ลองมาดูกันนะ

image

img_8014-2

เอาล่ะ นี่ก็คืองานดีๆที่เราอยากบอกต่อกัน ขอให้สนุกกับการอัพเดตเรื่องญี่ปุ่นๆในงานนะจ๊ะ!!

 

*about me*

facebook Reiko.ws

instagram, twitter, youtube @reiko_ws

www.ReikoBangkokNeko.com

お仕事の依頼はこちら contact for work reiko.ws@gmail.com

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*