Category Archives: japan

ชี้พิกัด 13 ร้านเด็ดในสถานีรถไฟโตเกียว!? Tokyo Eki Ichiban gai

สวัสดี มิตรรักแฟนบล็อกทุกท่าน เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็ไปญี่ปุ่นกันได้ง่ายๆ แค่เปิดไทม์ไลน์มา ต้องมีเพื่อนซักคนแหละน่าที่อยู่ญี่ปุ่น  คราวนี้เราเลยจะมาแนะนำที่กินที่เที่ยวที่ไปง๊ายง่าย ไม่หลงแน่นอน อยู่ในโตเกียวให้ทุกคนได้รู้จักกันแบบเจาะลึกเลยล่ะค่ะ

คราวนี้เราจะพาทุกคนมาเที่ยว Tokyo Eki Ichiban gai 東京駅一番街 (ชื่อภาษาอังกฤษว่า First Avenue Tokyo Station) แหล่งช้อปปิ้งที่อยู่ในสถานีรถไฟโตเกียว ศูนย์กลางการเดินทางของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นรถไฟบนดิน, รถไฟใต้ดิน และชินคันเซน คนที่ผ่านเข้าออกสถานทีโตเกียวมีทั้งชาวญี่ปุ่นเองที่เดินทางไปทำงาน และนักท่องเที่ยวที่มาเปลี่ยนรถขึ้นชินคันเซนต่อไปต่างจังหวัด

การที่มีช้อปปิ้งในสถานีรถไฟเนี่ยมันเป็นเรื่องที่สะดวกมาก เพราะขาดเหลืออะไรก็มาซื้อกันได้เลย ยังไม่มีของฝากให้ญาติต่างจังหวัดก็แวะซื้อได้ หรือจะเติมพลังทานมื้อเที่ยงก่อนเดินทางต่อได้

ซึ่งที่นี่เค้าจะแบ่งเป็น 5 โซนค่ะ ได้แก่ Nippon Gourmet Road รวมอาหารแสนอร่อยจากที่ต่างๆ , Tokyo Ramen Street รวมร้านราเมงเจ้าดัง, Tokyo Character Street รวมร้านไอเท็มคาแรกเตอร์การ์ตูนดัง , Tokyo Okashi Land เราได้เลือกร้านที่น่าสนใจมาแนะนำทุกคนแล้ว ปักหมุดกันไว้แล้วตามไปดูเลยค่ะ!!

เริ่มจากของกินกันก่อนเลย ที่ Nippon Gourmet Road

Kagoshima Kuro katsu tei 鹿児島 黒かつ亭


“ร้านคาโกชิม่าคุโระคัตซึเทอิ” 鹿児島 黒かつ亭 นี้ เป็นร้านดังที่มีคนต่อแถวรอกินมากมายจากจ.คาโกชิม่า ทางภาคใต้ของญี่ปุ่น ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าใช้เนื้อหมูดำ ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของจังหวัด

เครื่องปรุงรสที่เสิร์ฟมาในเซ็ต จะมี 3 อย่าง คือ เกลือออริจินัล, ซอสดำสูตรของทางร้าน และไดคอนโอโรชิปอนซึ แถมยังมีงาบดให้ปรุงเพิ่มได้อีกด้วย

ความกรอบนอกนุ่มใน กัดแล้วกรึบทำให้ติดใจเลยค่ะ ถึงจะเป็นของทอด แต่ไม่เลี่ยนอมน้ำมัน สามารถเติมผักกะหล่ำซอยที่เป็นเครื่องเคียงได้ไม่อั้นอีกด้วย

เซ็ตที่เราสั่งคือ คุโระคัตซึเทอิ ลันช์ (1,290 เยน) มีขายเฉพาะเวลา 10:00-14:00 และยังมี คาโกชิม่าเมนจิคัตซึ (350 เยน) มาทานเพิ่มด้วย อร่อยจนแทบลอยได้เลย ฮี่ๆๆๆ (เปิด 10:00-23:00 Last Order 22:30)

Hakodate tachikui sushi Kantaro 函館立ち食い寿司 函太郎


ในสมัยก่อน “ซูชิ” ถือเป็นฟาสต์ฟู้ดของชาวญี่ปุ่น เพราะสามารถหยิบทานได้ในคำเดียว และห่อพกพาเดินทางได้สะดวก เป็นที่นิยมของนักเดินทางในสมัยก่อนที่รีบกินรีบไป คำว่า “ทาจิคุย” ในชื่อร้าน ก็แปลตรงตัวว่า “ยืนทาน” นั่นเอง

ซึ่งร้านนี้เป็นร้านซูชิที่มีต้นกำเนิดมาจากฮอกไกโด วัตถุดิบส่วนใหญ่ส่งตรงมาจากทะเลฮอกไกโด และยังมีปลาสดๆตามฤดูกาลส่งมาจากท้องถิ่นอื่นๆทั่วประเทศอีกด้ว

คนที่กลัวเรื่องภาษาในการสื่อสารก็ไม่ต้องกังวล เพราะเค้ามีเมนูภาษาอังกฤษ ดูแล้วจิ้มๆสั่งจากแทบเบล็ตได้เลย เวลาจ่ายเงินก็สะดวก เพราะทุกจานจะมีเหรียญสีๆบอกราคาแนบมาด้วย ทานเสร็จก็หยิบทั้งกล่องไปยื่นให้แคชเชียร์ได้เลย (เปิด 10:00-23:00 Last Order 22:30)

ต่อด้วยเมนูโปรดของหลายคน ราเมง!! Tokyo Ramen Street

Tokyo Eki Ikaruga 東京駅 斑鳩

ร้านราเมงชื่อดังอันดับต้นๆของโตเกียว ช่วงพักกลางวันหน้าร้านจะเต็มไปด้วยพนักงานออฟฟิศที่มาต่อแถวรอทาน

จุดเด่นอยู่ที่น้ำซุปเข้มข้นกลมกล่ม ผสมรสชาติของเนื้อสัตว์ (หมู+ไก่) และซุปปลาได้อย่างลงตัว ถึงจะสีเข้มแต่ไม่เลี่ยนเกิน ที่เราสั่งคือ “โตเกียวเอกิราเมง” (1,000 เยน) จ้ะ หมูนุ่มนิ่ม เข้ากับน้ำซุปมากเลยล่ะ (เปิด 9:30-23:00 Last Order 22:30)

Sora no iro Nippon ソラノイロ NIPPON

สาขาแม่ที่โคจิมาจิเป็นร้านราเมงที่รับประกันความอร่อยด้วยการได้ลงมิชลินไกด์ติดกัน 3 ปีซ้อน นอกจากอร่อยแล้วยังดีต่อสุขภาพด้วยการเลือกวัตถุดิบชั้นดี ซึ่งไม่ต้องไปไกลถึงสาขาใหญ่ก็สามารถทานได้อย่างสะดวกสบายที่สถานโตเกียว

เมนูที่เราทานคือ ราเมงผัก (ใส่ไข่เพิ่มผัก) (โซบะผักพิเศษ) (1,100 เยน) ขายดีในหมู่สาวๆรักสุขภาพ

ปิดท้ายด้วยซอฟท์ครีมนมถั่วเหลืองวีแกน (350 เยน) อร่อยแบบไม่หนักเกินไป (เปิด 8:30-23:00 Last Order 22:30)

กินคาวเสร็จแล้วก็ต้องมาต่อด้วยสแนคสิจ๊ะที่โซน Tokyo Okashi Land ได้รวม 3 แบรนด์ดังแถวหน้าของญี่ปุ่นมาให้ได้ช้อปกันที่นี่แล้ว

Glico ya Kitchenぐりこやキッチン

แบรนด์ขนมที่คนไทยรู้จักกันดี รวมสินค้าของกูลิโกะ ทั้งแบบยอดฮิต และแบบลิมิเต็ดมีขายเฉพาะจังหวัดมาให้ซื้อกันที่นี่ด้วย ซึ่งสินค้าจะสับเปลี่ยนกันไปตามฤดูกาล

นอกจากนี้ยังมีครัวแบบเปิดให้เราได้เห็นการทำ “อัลมอนด์ช็อกโกแลต” (520 เยน) นอกจากอัลมอนด์ช็อกโกแลตแล้ว ยังมีอัลมอนด์อบเสร็จใหม่ๆให้ทานกันอีกด้วย ขนมที่ทำเสร็จใหม่ๆนี่มันอร่อยมากเลยล่ะ (เปิด 9:00-21:00)

Morinaga no Okashina Okashiyasan 森永のおかしなおかし屋さん


“แบรนด์ขนมโมรินางะ” เป็นแบรนด์ขนมเก่าแก่ของญี่ปุ่นที่เพิ่งมาเปิดช้อปเดี่ยวแบบนี้เป็นที่แรก มีขนมยอดฮิตที่ขายดีมาเป็นสิบๆปี ทั้งแพ็กเก็จแบบเรโทรและแบบน่ารักๆเอาใจเด็กรุ่นใหม่

นอกจากไอเท็มทั่วไปแล้ว ยังมีสินค้าลิมิเต็ดให้เลือกซื้ออีกด้วย (เปิด 9:00-21:00)

Calbee+ カルビープラス

ร้านขนมสุดโปรดของเรา Calbee+ เจอที่ไหนต้องแวะซื้อกินตลอด เมนูเด็ดคือ “มันฝรั่งทอดราดซอสช็อกโกแลตทานกับซอฟท์ครีม” (460 เยน) ของคาวกะหวานดูเหมือนจะไม่เข้า แต่กินแล้วหยุดไม่ได้เลยล่ะ

และอีกเมนู คือ “มันฝรั่งแท่งโปเตริโกะ รสสลัด” (310 เยน) ทอดร้อนๆกรอบนอกนุ่มใน อร่อยสุดๆเลย อันนี้คอนเฟิร์ม แค่คิดก็อยากกินแล้วเนี่ย อยากให้เข้าไทยไวๆจัง งือออ (เปิด 9:00-21:00) (บริการทอดใหม่ๆมีตั้งแต่ 9:30-20:30)

อิ่มกันเต็มที่แล้ว (ก็ควรจะอิ่มอะนะ 555) ก็มาเดินย่อยดูของน่ารักๆกันที่ Tokyo Character Street ดูสิว่าจะอดใจไม่ให้ช้อปกันได้มั้ย

Sumikko Gurashi Shop すみっコぐらし Shop

คาแรกเตอร์สุดน่ารักจาก San-x ซึ่งที่นี่คือช้อปเดี่ยวๆ ของสุมิกโกะร้านแรกด้วยนะ

ภายในร้านตกแต่งอบอุ่นน่ารัก ในคอนเซปต์ “พื้นที่แสนอบอบอุ่นและผ่อนคลายของเจ้าสุมิกโกะ”

แถมยังมีมุมขายขนมที่ทำร่วมกับร้านเบเกอร์รี่เทคเอ้าต์ “mimi et bon” ด้วยล่ะ (เปิด 10:00-20:30)

©2017 SAN-X CO., LTD. ALL RIGHTS RESERVED.

Rilukkuma Store リラックマストア

ร้านน่ารักที่รวมสินค้ารีลัคคุมะ และโคะรีลัคคุมะ ในคอนเซปต์ “Happy Life with Rilakkuma”

รวมสินค้าหลากหลายไว้ให้ซื้อกันที่นี่โดยจะมีไอเท็มเด่นๆเปลี่ยนไปตามฤดูกาล (เปิด 10:00-20:30)

©2017 SAN-X CO., LTD. ALL RIGHTS RESERVED.

Pokemon Store ポケモンストア


เอาใจแฟนคลับโปเกมอน ด้วยไอเท็มที่หลากหลาย ทั้งตุ๊กตา เสื้อผ้า ของใช้ แถมยังมีดีไซน์ที่เข้ากับสถานีรถไฟเป็นแบบลิมิเต็ดอีกด้วย (เปิด 10:00-20:30)

Donguri Republic どんぐり共和国

สำหรับแฟน Studio Ghibli แล้ว ที่นี่คือสวรรค์ชัดๆ รวมไอเท็มจากแอนิเมชั่นชื่อดังมากมายไว้ที่นี่ นอกจากจะน่ารักน่าสะสมแล้ว แต่ยังใช้ได้จริงอีกด้วย

Otona Joshi Biyori オトナ女子美日和

คนที่มาโตเกียวแล้วไม่รู้ว่าไอเท็มเซเลอร์มูนและของน่ารักอื่นๆมีขายที่ไหน ลองมาที่ร้านนี้ดูสิ มีไอเท็มหวานๆที่สาวๆชอบเต็มไปหมดเลยล่ะ

ทั้งเครื่องประดับ เครื่องสำอางน่ารัก ถูกใจสาวกเซเลอร์ แถมยังมีไอเท็มคาแรกเตอร์ผู้หญิงอื่นๆอีกด้วยนะ (เปิด 10:00-20:30)

©武内直子・PNP・東映アニメーション

 

JUMP SHOP ジャンプショップ

ร้านในดวงใจเด็กผู้ชาย ที่รวมไอเท็มจากการ์ตูนในเครือ Shonen Jump เช่น ดราก้อนบอล, วันพีซ, ไฮคิว มาให้ซื้อครบในที่เดียว

img_2810

แถมยังมีไอเท็มออริจินัลจาก JUMP SHOP อีกด้วย ควรค่าแก่การซื้อจริงๆค่ะ (เปิด 10:00-20:30)

Tokyo Gashapon Street  東京ガシャポンストリート

และยังมีโซนกาจาปองเรียงเป็นแถวเยอะขนาดนี้ด้วยล่ะ! มีแบบที่อยากได้ แต่ยังหาไม่เจอ มาลองดูที่นี่ก่อนสิ

เป็นที่รู้กันว่าขนมกล่องของฝากของญี่ปุ่นนั้นมีรูปแบบแพ็กเก็จที่สวยงามใครได้ก็ต้องประทับใจซึ่งที่นี่ก็มีโซนขนมของฝากเจ้าดังมารวมที่นี่ด้วยในชื่อ Tokyo Me+ (อ่านว่า โตเกียวมีทัส)

เราได้เลือกร้านของฝากที่น่าสนใจ และสามารถหิ้วกลับมาไทยได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าหมดอายุก่อนมาให้ดูกันค่ะ

Noake Tokyo


สาขาของร้านขนมชื่อดังจากย่านอาสะคุสะ มีขนมหวานที่ตกแต่งเป็นช่อดอกไม้แสนน่ารัก ข้างในช็อกโกแลต มีไส้เป็นผลไม้แห้ง เหมาะจะให้เป็นของขวัญของฝาก

(วันธรรมดาเปิด 9:00-20:30 วันหยุดเปิด 9:00-20:00)

Tokyo Rusk 


ขนมปังกรอบที่เหมือนจะดูธรรมดา แต่ไม่ธรรมดา ด้วยการเลือกวัตถุดิบชั้นดี ทั้งแป้งสาลีและเนย อร่อยจนมีชื่อเป็นขนมของฝากชื่อดังของโตเกียว

ที่ขายดีที่สุดคือ เซ็ตลิมิเต็ดของสถานีโตเกียว ที่จะเปลี่ยนดีไซน์แพ็กเก็จลายสถานีโตเกียวไปตามฤดูกาล ฤดูใบไม้ผลิเป็นซากุระ ฤดูหนาวเป็นหิมะ

(วันธรรมดาเปิด 9:00-20:30 วันหยุดเปิด 9:00-20:00)

Shiseido Parlour

ร้านขนมทำไมมีขื่อชิเซโด้? ก็เพราะนี่คือขนมจากบริษัทในเครือเครื่องสำอางชิเซโด้น่ะสิ เป็นร้านเก่าแก่อายุกว่า 115 ปี เมนูที่อยากแนะนำ คือ ชีสเค้ก และบิสกิตที่มีแพ็กเก็จเป็นลายฉลองครบรอบ 115 ปีของแบรนด์

(วันธรรมดาเปิด 9:00-20:30 วันหยุดเปิด 9:00-20:00)

มีทั้งที่กินทั้งช้อปปิ้งแบบนี้ แล้วเรื่องภาษีทำไงล่ะ เราเป็นนักท่องเที่ยว เรียกคืนได้รึเปล่า? ได้แน่นอนค่ะ แค่ไปติดต่อที่ Tax Refound Counter ที่ชั้น 1 (เปิด 9:00-21:00) ก่อนเริ่มช้อปปิ้งแสดงพาสปอร์ตเพื่อลงทะเบียนรับบัตร tax free จากนั้นช้อปปิ้งตามใจชอบตอนจ่ายตังค์ก็โชว์บัตรให้พนักงานดู

ร้านที่สามารถทำเรื่องยกเว้นภาษีได้นั้น จะมีโลโก้ Tex Free พื้นหลังสีแดงติดอยู่ ที่ร้านเหล่านี้ เมื่อเราซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่ ราคาแบบยังไม่รวมภาษีมีมูลค่า 5,000-500,000 เยน และสินค้าทั่วไปราคา 5,000 เยนขึ้นไป ก็จะสามารถทำเรื่องยกเว้นภาษีได้

สำหรับร้านที่มีโลโก้ Tex Free พื้นสีขาวนั้น ถ้าซื้อเกิน 5,000 เยน ก็จะได้รับการยกเว้นภาษี ให้สังเกตุป้ายดีๆนะ

พอซื้อของครบก็กลับมาที่เคาน์เตอร์ โชว์บัตรพร้อมพาสปอร์ต เพื่อรับเงินภาษีคืนได้เลย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่เลย http://www.tokyoeki-1bangai.co.jp/pdf/tax_refund_guide.pdf

ไม่ว่าจะเป็นคนที่จะมาต่อรถชินคันเซนไปเมืองอื่น หรือคนที่มาเที่ยวโตเกียวแล้วหาที่เดินเล่นในร่มสบายๆ ไม่ต้องกลัวหนาวกลัวฝน ที่นี่น่าจะตอบโจทย์ได้ดี เพราะมีของน่ากินน่าซื้อเพียบ แถมยังเดินทางสะดวกมาก “กินเที่ยวที่เดียวครบ” คนที่กำลังวางแผนจะมาเที่ยวโตเกียว ก็ลองใส่ไว้ในตารางเที่ยวดูนะคะ

Tokyo Eki Ichiban gai

อยู่ติดกับสถานีรถไฟโตเกียว ออกทางประตูยาเอสุ 八重洲 แล้วก็เจอเลย

เปิด 10:00 – 20:00 (แต่ละร้านอาจจะไม่เท่ากัน) / ร้านอาหารเปิด 11:00 – 22:00 (แต่ละร้านอาจจะไม่เท่ากัน)

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ..เรโกะ” คือใครเรียนอะไรทำงานอะไรมาเขียนเองเล่าเองซะเลยLet me introduce my self, Reiko.ws

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : youtube “Reiko_ws เรโกะ”

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*

ทำเนียน ไปเรียนแต่งหน้ากับบิวตี้บล็อกเกอร์ญี่ปุ่นที่โตเกียว @cosme workshop

คิดว่าสาวๆที่ชอบญี่ปุ่น น่าจะรู้จักเว็บไซต์ @cosme กันดี เพราะเป็นเว็ปไซต์จัดอันดับเครื่องสำอางขายดี ที่ดังเป็นลำดับต้นๆของญี่ปุ่น ได้รับความเชื่อถือจากสื่อ, บิวตี้บล็อกเกอร์ และแบรนด์ต่างๆ บางทีเวลาไปซื้อไอเท็มบิวตี้ก็จะมีสติ๊กเกอร์โลโก้ @cosme แปะยืนยัน ว่าอันนี้ดีจริงนะ เพิ่มความมั่นใจก่อนซื้อไปใช้

ช่วงเดือนต.ค.ที่ผ่านมา เราไปถ่ายรายการ Kimochiii ที่ญี่ปุ่นนาน นานพอที่จะหากิจกรรมอื่นๆทำในยามว่าง ไหนๆก็มีคนรู้จักชวนไปร่วมงานเวิร์กช็อปบิวตี้ของ @cosme ที่จะจัดขึ้นเดือนละครั้ง เราจึงไม่พลาดที่จะตอบตกลงทันที!!

งาน Minna no Make みんなのメイク นี้เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นทุกเดือน เพื่อให้สมาชิกของ Minna no Make ในเครือเว็บ @cosme ได้มาทำความรู้จัก แลกเปลี่ยนความรู้ เรียนเทคนิกการแต่งหน้า และที่สำคัญมีเครื่องสำอางจากแบรนด์สปอนเซอร์แจกอีกด้วย!!

สถานที่จัดงาน คือห้องประชุมของออฟฟิศย่านอาคาซากะ สาวๆที่มาเข้าร่วม ประมาณ 30 คนมีทั้งคนทางบ้านทั่วไป ส่วนใหญ่เป็นสาวออฟฟิศ, บิวตี้บล็อกเกอร์, ยูทูปเบอร์ มีชาวต่างชาติสองสามคน ที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น และทุกคนสื่อสารภาษาญี่ปุ่นได้ดี

เนื่องจากจัดในช่วงปลายเดือนต.ค. จึงมีธีมเป็น “ฮาโลวีน” ให้สาวๆที่มาแต่งหน้าแต่งตัวในธีมวันฮาโลวีน จะผีจริงจังก็ได้ แต่งคอสน่ารักๆก็ดี หรือจะแต่งเอาฮาก็ตามสะดวก โดยมีของรางวัลเล็กๆน้อยๆให้กับคนที่รับคะแนนโหวตสูงสุด

เราเตรียมชุดไทยมาค่ะ กะจะใส่ไปงานฮาโลวีนที่ชิบูย่าอยู่แล้ว เลยเอามาประเดิมที่งานนี้ซะเลย ฮี่ๆๆ ไม่ซ้ำใคร แถมยังทำให้ได้เพื่อนใหม่เข้ามาคุยด้วยเพียบเลย

วันที่เราไปเข้าร่วมมีแบรนด์มาให้ความรู้ และแจกสินค้า 2 เจ้า คือ Geurlain และ Hana Organic มีการสาธิตวิธีใช้ผลิตภัณฑ์โดยผู้เชี่ยวชาญ

 อันนี้ได้ของแถมจากแบรนด์ canmake ชอบทุกชิ้นเลย ดีงาม

ที่เก๋ คือมีมุมให้สาวๆได้ถ่ายรูปสินค้า พร้อมพร็อพที่จัดวางเพิ่มเองได้ตามใจชอบ เพื่อให้อัพลง instagram ได้ด้วย ที่ญี่ปุ่น ถึงจะยังไม่ฮิตเท่าเมืองไทย แต่ช่วงปีนี้ในหมู่สาวๆ ก็นิยมการอัพรูปชีวิตดี๊ดีลง IG เช่นกัน จนมีคำศัพท์ที่ว่า インスタ映え insuta bae แปลประมาณว่า “รูปที่ดูดี (ถ่ายขึ้น) ในอินสตาแกรม” นั่นเอง

ได้เรียนรู้เรื่องบิวตี้ ลองเล่นไอเท็มใหม่ๆ ทำความรู้จักกับเพื่อนๆในคลาส ถึงจะเป็นเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่มันก็ทำให้เราเพลิดเพลิน คุยกับเพื่อนใหม่แบบไม่ต้องมีเรื่องงาน ไม่มีตำแหน่งหน้าที่มาเกี่ยวข้อง เหมือนได้กลับไปเป็นนักเรียนอีกครั้งเลย

คนที่สนใจอยากร่วมเวิร์กช้อปแบบนี้บ้างก็ลองติดตามกันได้ที่ https://mutv.jp/ แต่ว่าทั้งหมดเป็นภาษาญี่ปุ่นนะคะ เหมาะสำหรับคนที่มีพื้นฐานภาษาสื่อสารได้แล้ว แต่สำหรับคนที่สนใจเครื่องสำอางญี่ปุ่น อยากหาข้อมูลช้อปปิ้งก็เข้าไปดูกันได้ที่ http://s.cosme.net เลยจ้ะ

ข่าวดี!! เร็วๆนี้ แฟนเพจของ @cosme เวอร์ชั่นภาษาไทยได้เปิดตัวแล้ว ตามไปส่องไอเท็มญี่ปุ่นน่าใช้ อ่านเข้าใจง่ายด้วยภาษาไทย ได้ที่นี่เลย https://www.facebook.com/atcosmeTH/

ปล.รอชมคลิป VLOG ได้เร็วๆนี้ ขอตัดต่อก่อนนะจ๊ะ

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ..เรโกะ” คือใครเรียนอะไรทำงานอะไรมาเขียนเองเล่าเองซะเลยLet me introduce my self, Reiko.ws

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : youtube “Reiko_ws เรโกะ”

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*

ไอดอลคาเฟ่ต์มันเป็นยังไง!? รีวิว SKE48 Cafe ฉายเดี่ยวเที่ยวคาเฟ่ต์ไอดอลญี่ปุ่น

ช่วงปีนี้ตั้งแต่มี BNK48 ที่เมืองไทย วงการไอดอลบ้านเราก็คึกคักขึ้นมาก นอกจากจะติดตามไอดอลไทยแล้ว ยังทำให้คนที่เพิ่งรู้จักไอดอลญี่ปุ่น หันมาสนใจวงพี่ที่ญี่ปุ่นอีกด้วย

ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า BNK48 เป็นวงน้องสาวในต่างประเทศของ AKB48 ไอดอลกรุ๊ปชื่อดังของญี่ปุ่น ภายใต้คอนเซปต์ “ไอดอลทีไปพบได้” ไม่ว่าจะในอีเว้นต์ต่างๆ งานจับมือ รวมถึงเธียเตอร์ที่จะมีสมาชิกสลับเปลี่ยนกันออกมาแสดงกันนั่นเอง ซึ่งในญี่ปุ่นเองยังมีวงน้องสาวอีกมากมาย หนึ่งในนั้นคือ SKE48 ประจำเมืองนาโงย่า จ.ไอจิ (ชื่อ SKE ย่อมาจาก Sakae ทำเลที่ตั้งเธียเตอร์)

เรามีโอกาสได้ร่วมงานกับ BNK48 ด้วย เลยเริ่มหันมาศึกษาข้อมูลมากขึ้นค่ะ ไดอารี่ประสบการณ์เป็นพิธีกรในงาน BNK48 The Debut 

20171020_195145-11223008660.jpg

เมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมา เราได้เดินทางไปถ่ายทำรายการ Kimochiii in japan รวมลิ้งค์ทุกตอนคิโมจี้ “Kimochiii in Japan” ตั้งแต่ซีซั่น 1 ถึงล่าสุด! All youtube  Links of Kimochiii  ที่ญี่ปุ่นค่ะ และได้ไปเมืองนาโงย่าเป็นเวลา 2 วัน ที่พักตั้งอยู่ใจกลางเมืองในย่านซาคาเอะ เรารู้มาว่าเธียเตอร์ของ SKE48 อยู่ที่นี่่ ในห้าง Sunshine Sakae เมื่อได้จังหวะเราจึงไม่พลาดที่จะไปลองสัมผัสประสบการณ์คาร์เฟ่ต์ไอดอลที่นี่ค่ะ

20171022_132046.jpg

ขอออกตัวก่อนว่า นี่เป็นครั้งแรกนะคะ ที่เราได้เข้าไปลองทานอาหารที่คาร์เฟ่ต์ไอดอลแบบนี้ ที่ผ่านมาก็เคยแต่เข้าคาร์เฟ่ต์แบบมีธีม คาร์เฟ่ต์คาแรกเตอร์การ์ตูน คาร์เฟ่ต์สัตว์น่ารักๆ แต่ด้วยความที่ไม่ได้เป็นแฟนคลับของไอดอลวงไหนเลยยังไม่เคยมา เพราะที่ผ่านมาคิดว่ามันต้องเป็นสถานที่สำหรับแฟนคลับมาพบปะกัน นั่งกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ดูรูปแลกของไอดอลกัน มันอาจจะไม่ใช่แนวเรา แถมยังไปคนเดียว มันก็จะเขินๆหน่อยนะ

เมื่อเข้าประตูร้านมาก็จะเจอกับป้ายชื่อร้าน SKE48 Cafe & Shop with AKB48

20171022_131900.jpg

ช่วงที่เราไปคือปลายเดือนต.ค.ค่ะ ดังนั้นการตกแต่งจะเป็นธีมฮาโลวีน มีสคูลบัสสีเหลืองอยู่ในร้านด้วย ดูสนุกดีนะ นอกจากนี้ยังมีจอขนาดใหญ่ ฉายภาพการแสดงของสาวๆ ให้ชมกันตลอด

20171022_131912.jpg

ที่นี่เค้ามีกฎเข้มงวดค่ะ คือ เราจะ “สามารถ”่ ถ่ายรูปได้ที่เฉพาะมุมที่กำหนดไว้เท่านั้น เช่น ป้ายหน้าร้าน, รถที่อยู่ในร้าน,บนโต๊ะตัวเอง,เมนูอาหารที่เราสั่ง แต่จะ “ห้ามถ่ายรูป” น้องพนักงานเสิร์ฟ, มุมกว้างที่เห็นบริเวณทั้งร้าน, ถ่ายติดลูกค้าท่านอื่น, ถ่ายลวดลายบนโต๊ะอื่นๆที่ไม่ใช่โต๊ะตัวเอง20171105_004730.jpg

โต๊ะอาหารจะเป็นกระดานสีขาว เพื่อให้สาวๆเมมเบอร์มาเซ็นลายเซ็นไว้เป็นที่ระลึก ซึ่งแต่ละโต๊ะจะไม่เหมือนกันเลย มีใครบ้าง ลองดูเอานะคะ

มาลองดูเมนูอาหารกันมั่ง เมนูส่วนใหญ่จะมีธีมให้เข้ากับเมมเบอร์เด่นๆแต่ละคน ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารตะวันตกสไตล์ญี่ปุ่น ตกแต่งหน้าตาน่ารักสไตล์คาร์เฟ่ต์ธีมที่ญี่ปุ่นตามปกติ

20171022_123938.jpg

แต่ละเมนูจะมีชื่อเมมเบอร์กำกับไว้ด้วย ว่าใครเป็นคนร่วมครีเอต ราคาก็ตามป้ายเลยค่ะ

20171022_123949.jpg

อาหารจานเดี่ยว ราคาประมาณ 800-900 เยน ถือว่าเป็นราคาปกติของคาร์เฟ่ต์ธีมนะคะ แต่ถ้าเทียบกับร้านข้างนอก พวกแฟมมิลี่เรสเตอร์รอง ก็ถือว่าสูงกว่าหน่อยนึง20171022_123955.jpg

เมนูแบบลิมิเต็ด จำกัดเฉพาะช่วงก็มีนะ อย่างไส้กรอกนี้ มีขายเฉพาะช่วงนี้เท่านั้น ซึ่งจะมีการ์ดออริจินอลแถมด้วย

20171022_123959.jpg

และนี่คือเมนูเด่นจากเมมเบอร์คนดังของ SKE48 ค่ะ ทำออกมาได้น่ารักมาก เลือกไม่ถูกเลยล่ะ

20171022_124006.jpg

ข้างๆโต๊ะจะมีป้ายบอกกฏในการใช้บริการที่นี่เอาไว้ เห็นว่ามีเบียร์ขายด้วยแฮะ ราคา 700 เยน

20171022_125308.jpg

และนี่คือเครื่องดื่มของเรา ชื่อเมนูว่า 青春ジュース  เซชุนจูส (680 เยน) เป็นชาพีชสมุนไพร รสเปรี้ยวๆหวานๆ แต่กลิ่นและรสชาติ ค่อนข้างจางไปหน่อย

20171022_124849.jpg

ทุกเมนูเครื่องดื่ม จะมีแผ่นรองแก้วแถมมาด้วย โดยจะมีแบบคละกันไป เลือกไม่ได้ เราได้ของน้องอาคาเนะ ทาคายานางิ

20171022_124330.jpg

แต่นแต๊นนนน นี่เลยเมนูที่เราเลือก มีชื่อว่า “อาหารที่ชอบคือ โปเตโต้, อโวคาโด้, โทเมโท่ ค่ะ! จากโปรไฟล์ของโอโตฮะ” (ชื่อยาวม้ากกก เค้าเขียนแบบนี้จริงๆนะ) ของน้องโอโตฮะ นั่นเอง (980 เยน)

20171105_004321.jpg

เป็นครีมสตูว์ ใส่เนื้อไก่และผักต่างๆ มีเครื่องเคียงคือขนมปัง, สลัดมันฝรั่ง และแป้งคล้ายๆปอเปี๊ยะห่อครีมไว้ข้างใน หน้าตาดูดี น่ารักเชียว

20171022_125354.jpg

มาลองชิมกันดูรสชาติตามรสนิยมของเรา ก็โอเคนะคะไม่ถึงกับอร่อยมาก ว้าวววว ไรงั้น พอทานได้ เป็นของว่างทานเล่นๆ แต่มันไม่อิ่มอะ เหมาะจะมานั่งเพลินๆดูของสวยๆงามๆ แต่ไม่ต้องหวังความอิ่มอร่อย ไปทานข้าวที่อื่นให้เรียบร้อยแล้วค่อยมานั่งเล่นทานของว่าง ดูบรรยากาศเพลินๆจะดีกว่า

แต่สำหรับบรรยากาศ เราว่าโอเคเลยค่ะ ค่อนข้างชิลกว่าที่คิดไว้คนไม่เยอะ (เราเข้าร้านตอนประมาณ 11 โมงครึ่ง) แขกอีกโต๊ะที่มาพร้อมๆกับเรา เป็นผู้หญิงสองคนนั่งทานขนมแล้วก็ดูจอคุยกันไป แล้วซักพักก็มีกลุ่นแฟนคลับผู้ชายล้วนตัวใหญ่ๆ มานั่งกัน 3-4 โต๊ะ แต่เค้าก็มีมารยาทกันดี ไม่คุยเสียงดังนะคะ ทำให้เราที่เป็นผู้หญิงมาคนเดียวไม่รู้สึกเขิน

สรุปแล้วสำหรับคนที่เป็นแฟนคลับไอดอล ลองไปเถอะค่ะ น่าจะถูกใจนะคะ บรรยากาศมันน่ารักจริงๆนั่งดูคอนสาวๆก็เพลินแล้ว ส่วนคนที่ไม่ได้ติดตามไอดอล จะลองหาโอกาสไปซักครั้งก็ไม่เสียหายอะไรค่ะ ไปให้รู้ว่าญี่ปุ่นก็มีแบบนี้ด้วย เพราะในบ้านเรายังไม่มีคาร์เฟ่ต์แบบนี้ ถือเป็นการเรียนรู้ญี่ปุ่นอีกมุมนะคะ

SKE48 cafe

อยู่ที่จ.Aichi เมือง Nagoya ตั้งอยู่ในอาคาร Sunshine Sakae ชั้น 5 บนตึกมีชิงช้าสวรรค์อันใหญ่มาก หาง่ายมากเลยค่ะ http://ske48cafeshop.com/

การเดินทาง : ขึ้นรถไฟใต้ดินมาลงที่สถานี Sakae ออกทางออกเบอร์ 8

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ..เรโกะ” คือใครเรียนอะไรทำงานอะไรมาเขียนเองเล่าเองซะเลยLet me introduce my self, Reiko.ws

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : youtube “Reiko_ws เรโกะ”

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*

 

8 สเต็ปเตรียมตัวจัดกระเป๋าก่อนไปญี่ปุ่นของเรโกะ

เข้าช่วงปลายปีแล้ว หลายคนคงกำลังวางแผนการท่องเที่ยวต่างประเทศ ใช้วันลาโควต้าของปีนี้ที่ยังเหลืออยู่ อิอิ โดยเฉพาะการเดินทางไปสัมผัสอากาศหนาวๆแบบที่เมืองไทยไม่มี รวมทั้งใบไม้เปลี่ยนสี หรือนอนกลิ้งบนหิมะนุ่มๆ ซึ่งญี่ปุ่นก็อยู่ในตัวเลือกต้นๆ เพราะเดินทางไม่นาน สะดวก ไม่ต้องขอวีซ่า

ในฐานะที่เดินทางค่อนข้างบ่อย (โดยเฉพาะญี่ปุ่น ปีที่แล้ว มาทำงานมากกว่า 10 ทริป) เลยอยากเอาสเต็ปการเตรียมตัวก่อนออกเดินทางของเรามาแชร์ให้ทุกคนอ่านกันค่ะ

1.เช็กพาสปอต

จะเดินทางได้ก็ต้องมีพาสปอต หาให้เจอว่าเก็บอยู่ที่ไหน ยังมีอายุเหลืออีกกี่เดือน ถ้าอายุเหลือน้อยกว่า 6 เดือนจะไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศไทยได้

ในเคสที่จะเดินทางไปประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า เราสามารถไปทำพาสปอตเล่มใหม่ แบบเร่งด่วนได้ที่กรมการกงศุล แจ้งวัฒนะ โดยยื่นเรื่องก่อน 11:30 จ่ายค่าธรรมเนียมแบบเร่งด่วน 3,000 บาท จะได้รับเล่มใหม่ในวันนั้นช่วงบ่าย เวลา 14:30-15:30 เลย
แต่ถ้าทำเล่มใหม่แล้ว ตอนออกจากบ้านก็เช็กดีๆ อย่าเผลอหยิบเล่มเก่ามานะคะ

2.เช็กข้อมูลตั๋ว

เช็กรายละเอียดไฟลต์ให้ดีๆ โดยเฉพาะไฟลต์ที่บินหลังเที่ยงคืนนี่มักจะเข้าใจผิดกันได้ง่ายๆ อ่านให้ชัดเจน ถ้าเครื่องออก 01:00 เราต้องไปถึงสนามบินคืนของวันก่อนหน้า ซัก 22:00 นะคะ

รวมถึงปริ้นท์รายละเอียดการเดินทางไปด้วย ในกรณีที่เราเดินทางไปประเทศที่ตม.เข้มงวด เค้าจะถามตารางการเดินทาง ที่พักของเรา ยิ่งถ้าพูดภาษาของเค้า หรือภาษาอังกฤษไม่คล่อง เตรียมใบปริ้นท์ไปชัวร์สุดค่ะ

3.แลกเงิน อัพเดตค่าเงินเรื่อยๆ

ช่วงนี้เงินเยนราคาถูกลง สามารถแลกได้ในเรตต่ำกว่า 30 บาท ต่อ 100 เยน ถือว่าราคาดีมาก ถ้าใครที่มีแพลนจะเดินทางอยู่แล้ว ทยอยแลกเก็บไว้ก็ดีนะคะ เพราะช่วงที่คนเดินทางเยอะ เงินอาจขาดตลาดได้

4.ทำผม ทำเล็บก่อนวันเดินทาง

เวลาไปออกทริปที่ต้องถ่ายรูปออกสื่อหรือถ่ายรายการ เราจะไปทำผมที่ร้านในวันที่จะเดินทาง เพราะส่วนใหญ่จะเดินทางในตอนกลางคืน เมื่อถึงปุ๊บ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาแต่งผม พร้อมทำงาน ถ่ายรูปสวยๆ ได้เลย

สำหรับสาวๆที่ชอบการถ่ายรูปถือของกับวิว การทำเล็บสวยๆไปมันช่วยเพิ่มความมั่นใจได้มากเลยนะคะ เรามักจะเข้าเนลซาลอน ทำเล็บเจลก่อนเดินทางวันนึง เพราะเล็บเจลสามาถอยู่ได้นานกว่าสีปกติ สวยได้ตลอดทั้งทริป ไม่ต้องกลัวลอกเลยล่ะ

5.เช็คสภาพอากาศ เพื่อเตรียมชุดให้เข้ากัน

ที่ญี่ปุ่นสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย โดยเฉพาะช่วงรอยต่อฤดูกาล บางวันอากาศอบอุ่น แต่ถัดมาอีกวันอาจจะหนาว อุณหภูมิลดลง ต่างกันเป็นสิบองศาก็ได้

ดังนั้นนอกจากการดูอุณหภูมิคร่าวๆโดยประมาณของฤดูกาลนั้นๆ ควรเช็กให้แน่นอนทางอินเตอร์เน็ตก่อนเดินทางด้วย และเมื่อมาแล้วก็ควรเช็กพยากรณ์อากาศบ่อยๆ ซึ่งพยากรณ์ของญี่ปุ่นเค้าแม่นยำ เชื่อถือได้แน่นอนค่ะ

สำหรับคนที่เดินทางมาแล้วเจออากาศหนาวกะทันหัน ไม่ได้เตรียมเสื้อกันหนาวมา แนะนำร้าน Uniqlo และ GU ร้านขายเสื้อผ้าคุณภาพดี ราคาถูก (พันกว่าบาทก็ซื้อเสื้อโค้ตได้แล้ว) ถ้านานๆเดินทางที ไม่ต้องซื้อของแพงมากก็ได้ค่ะ สำหรับเรานะ คิดว่าซื้อของราคาไม่แพง คุณภาพกลางๆ ก็พอแล้ว เพราะเทรนด์มันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ซื้อแบบใหม่ใส่หลายตัวดีกว่า หรือจะเช่าเสื้อโค้ตตามร้านก็ดี ไม่ต้องเก็บรักษา ไม่ต้องซื้อแพง สะดวกดี

6.เตรียมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าให้พร้อม

ไม่ว่าจะเป็นที่ชาร์จแบต พาวเวอร์แบงค์ ปลั๊กต่อ และหัวแปลงไฟ ไฟที่ญี่ปุ่นกำลังไฟน้อยกว่าไทย 110 v ของไทย 240 v ส่วนใหญ่พวกที่ชาร์จมือถือ กล้องจะใช้ไฟได้ทั้งแบบอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นอุปกรณ์อื่นๆ เช่น ที่ม้วนผมบางรุ่น อาจจะใช้ด้วยกันไม่ได้ เราแก้ปัญหาโดยการ ซื้อที่ม้วนผมของญี่ปุ่นมาใช้เวลาเดินทางโดยเฉพาะ แต่ถ้าจะซื้อใหม่ก็ลองดูรุ่นที่ใช้ไฟได้ทั้งสองแบบนะคะ

7.หาหมอสิวดูแลผิว

เราเป็นคนผิวแพ้ง่ายค่ะ และมีปัญหาสิวอุดตันด้วย ก่อนเดินทางสัก 2-3 วันจะมาหาหมอที่คลีนิกผิวหน้าก่อน จัดการสิวอุดตันให้เรียบร้อย และบางทีแปลกที่ เจอน้ำและอากาศที่ไม่คุ้นเคยก็อาจทำให้แพ้ มีสิวผุดขึ้นมา ก็เตรียมยาแต้มยาทาไป

นอกจากนี้เรายังติดน้ำเกลือไว้ชุบสำลีเช็ดหน้า ช่วยป้องกันปัญหาแพ้น้ำ และที่ลืมไม่ได้คือการซื้อยาประจำตัวติดไปด้วย เช่น ยาแก้ปวด แก้แพ้ แก้อักเสบ ลดน้ำมูก ยาพ่นแก้เจ็บคอในกรณีที่ใช้เสียงมาก  ด้วยความที่ชอบเตรียมของไปพร้อมทำให้สัมภาระเยอะ เลยถูกแซวอยู่บ่อยๆว่าเป็นบ้าหอบฟาง (แต่เวลาใครขาดเหลืออะไร ก็ชอบมาขอที่เรานี่แหละ หุหุ)

8.ทำประกันการเดินทาง ทั้งสุขภาพและทรัพย์สินส่วนตัว

และที่ขาดไม่ได้เลย คือการทำประกันการเดินทางค่ะ เพราะในการเดินทางแต่ละครั้ง มีความเสี่ยง ทั้งจากอุบัติเหตุ การสูญหายของทรัพย์สิน การเดินทางล่าช้า และอื่นๆ ที่เราคาดเดาไม่ได้ ดังนั้นก่อนการเดินทางควรทำประกันไว้ก่อนนะคะ 

adver (1).jpg

ซึ่งตอนนี้ มีประกันดีๆจาก LH Bank ที่นอกจากจะดูแลคุ้มครองการเสียชีวิต การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ, มีศูนย์ช่วยเหลือ 24 ชม.โดยเจ้าหน้าที่คนไทย, ชดเชยค่าอาหารและที่พัก กรณีเดินทางล่าช้า การพลาดเที่ยวบิน รวมกรณีเปลี่ยนเส้นทางการบิน,  ชดเชยกรณีระบบสายการบินผิดพลาด (overbooking) แล้ว 

และที่เราคิดว่าเจ๋งสุดๆ คือ “การคุ้มครองทรัพย์สินภายในบ้าน ขณะท่องเที่ยวในต่างประเทศ” ไม่ว่าจะ โจรขึ้นบ้าน หรือใดๆ ก็ตาม เรายังได้รับความคุ้มครองทรัพย์สินภายในบ้านสูงสุด 100,000 บาท อีกด้วย ลองดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  https://goo.gl/MvRH2G

จากประสบการณ์ที่มาเล่าให้อ่านกันในครั้งนี้ หวังว่าพอจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังจะเดินทางนะคะ เตรียมตัวให้พร้อมแล้ว ก็เตรียมใจไปพบกับความสนุกและประสบการณ์ใหม่ๆในต่างแดนกันเถอะ! ขอให้สนุกกับทริปต่อไปของคุณค่า!

C360_2017-09-11-10-38-52-201.jpg

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ..เรโกะ” คือใครเรียนอะไรทำงานอะไรมาเขียนเองเล่าเองซะเลยLet me introduce my self, Reiko.ws

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : youtube “Reiko_ws เรโกะ”

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพในบล็อกนี้ เราถ่ายเองด้วยกล้องและมือถือค่ะ

อยู่ไทยก็ลองทำงานฝีมือญี่ปุ่นจาก TOYAMA ได้ ที่ Isetan นี่เอง!!

เข้าช่วงปลายปีแล้ว หลายคนคงกำลังวางแผนไปเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งญี่ปุ่นก็น่าจะเป็นลำดับต้นๆที่คนไทยนึกถึงสำหรับการไปเที่ยว แต่ถ้่าใครยังไม่มีโอกาสเดินทาง ก็ไม่ต้องเสียใจนะจ๊ะ เพราะตอนนี้ ที่ห้าง Isetan (ตรงเซ็นทรัลเวิลด์) เค้ากำลังจัด “งานนิทรรศการผลิตภัณฑ์พื้นเมืองของจังหวัดโทยาม่า” 富山県伝統工芸品展 มีกิจกรรมให้ลองทำ  ชิม ช้อปมากมายเลย เราได้ลองไปเที่ยวมาแล้ว เลยจะมารีวิวให้อ่านกันล่ะ!

img_2349งานจัดอยู่ที่ชั้น 4 ในห้างอิเซตันค่ะ เข้าไปแล้วก็เจอเลย เป็นลานกิจกรรม ที่มีเสื่อทาทามิอยู่ตรงกลาง และมีสินค้าหัตกรรมจากจ.โทยาม่าตั้งโชว์อยู่

img_2351สำหรับคนที่ยังไม่รู้จักจ.โทยาม่า จังหวัดนี้ตั้งอยู่กลางประเทศญี่ปุ่นเลยค่ะ เดินทางได้ทั้งจากกสนามบินนาโงย่า หรือจากโตเกียวก็ได้ แต่ถ้าโตเกียวตอนนี้มีชินคันเซนด้วย เดินทางจากโตเกียวใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงกว่าๆเท่านั้นก็ถึงแล้ว (อยู่ข้างๆจ.นากาโนะ)

มาถึงปุ๊บ เราก็ลองเข้าร่วมเวิร์กช้อปเพ้นท์ของแฮนด์เมด “Lacquerware Workshop” ก่อนเลย เลือกได้ว่าจะทำอะไร ระหว่างถ้วย Guninomi 2,000 บาท, จี้สายหนังสำรับห้อยคอ 700 บาท, ช้อน 400 บาท

20170924_115017.jpgimg_2364

เราเลือกทำสร้อยคอ จะได้ใส่กลับบ้านเลย อิอิ ซึ่งตัวจี้ทำจากไม้ เค้าจะให้เราเลือกลายที่ชอบจากแพทเทิร์น แล้วร่างแบบลงไป อาจารย์บอกว่ายิ่งเลือกลายใหญ่ๆ จะยิ่งเขียนง่าย

20170924_112535.jpg

img_2361

20170924_114704.jpg

จากนั้นอาจารย์จะใส่ผงทองแท้หรือผงเงินแท้ลงไป จะเลือกสีเดียวหรือทั้งสองสีก็ได้ เพื่อเน้นลวดลายให้ดูสวยงาม img_2360ไม่ต้องรอให้สีแห้ง ดังนั้นใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็เสร็จแล้วค่ะ เราเลือกสายสีแดง นี่แหละสร้อยคอของเรา จะได้ดูตัดกัน เสร็จแล้ววววว สวยมั้ย!?20170924_121535.jpgถ่ายกับอาจารย์ Satoru Tsuji ช่างฝีมือที่บินตรงจากจ.โทยาม่า มาสอนทุกวันตลอดระยะเวลาการจัดงานimg_2359

จากนั้น พักฟังทอร์กโชว์ เพิ่มความรู้กันหน่อย หัวข้อ “การพัฒนาทักษะใหม่ๆในการใช้ความสามารถประดิษฐ์” บรรยายโดยคุณ Katsuji Nousaku (กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท Nousaku)

คำว่า NOU 能 หมายถึง ทำได้, ทำได้ดี, มีความสามารถ / SAKU 作 หมายถึง เริ่มต้นสร้างขึ้น, ทำสำเร็จ

img_2345

บริษัท NOUSAKU ก่อตั้งในปี 1916 เริ่มต้นจากการผลิตเครื่องทองเหลืองที่เมืองทาคาโอกะ ประเทศญี่ปุ่น แต่ก่อนเน้นผลิตหิ้งพระ อุปกรณ์ชงชา และแจกันเป็นหลัก ปัจจุบันมีการประยุกต์ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากทองแดงมากมาย เช่น ของแต่งบ้านดีไซน์ทันสมัย เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร โคมไฟ เป็นต้น20170924_135242.jpg

นอกจากนี้ NOUSAKU ยังมีชื่อเสียงด้านการผลิตสินค้าจากดีบุก เพราะทำจากดีบุกบริสุทธิ์ 100%  ไม่ผสมโลหะอื่น ซึ่งดีบุกเป็นแร่โลหะที่มีมูลค่าสูง รองจากทองคำ และเงินนั่นเองimg_2337

มีการประยุกต์ทำไอเท็มที่เกี่ยวข้องกับการ์ตูนชื่อดัง เช่น กันดั้ม และโดราเอม่อนด้วย โดยเฉพาะโดราเอม่อน ถือว่ามีต้นกำเนิดที่เมืองทาคาโอกะ จ.โทยาม่านี่เอง เพราะอ.ฟูจิโกะ ฟูจิโกะ มีบ้านเกิดอยู่ที่เมืองนี้20170924_131717.jpg

img_2344

และยังมีการชิมน้ำส้มที่เสริฟในภาชนะดีบุกของ NOUSAKU อีกด้วย เปรียบเทียบกับน้ำส้มที่เสริฟด้วยแก้วใสธรรมดาแล้ว น้ำส้มที่เสริฟจากแก้วดีบุกจะคงความเย็นได้นานกว่า และรสชาติอร่อย กลมกล่อมกว่า ซึ่งถ้าใช้ดื่มไวน์ก็จะได้รสชาติที่อร่อยกว่าเช่นกัน (เค้าว่ามางี้นะ)  อันนี้ก็ต้องมาลองชิมกันเองที่งานนะจ๊ะ

20170924_132444.jpg

สินค้าของ NOUSAKU มีน่าสนใจหลายชิ้นเลยนะคะ อย่างเช่นอันนี้ เป็นแก้วน้ำที่ลวดลายจะขยายใหญ่ขึ้น เมื่อใส่น้ำลงไป ดูเพลินเลยล่ะ

และอันนี้เป็นตะกร้าดัดได้ “คาโกะ” ทำจากดีบุก สามารถดัดให้เป็นรูปทรงตามที่เราต้องการ จะใส่ของก็ได้ หรือเป็นหมวกเก๋ๆก็ยังได้

จากนั้น ก็ถึงเวลาของการจิบชาแบบญี่ปุ่น ในช่วง Japanese Tea Ceremony โดยอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่น คุณ Fumi Kojima และทีมงาน

img_2355img_2356img_2353

สามารถลงชื่อเข้าร่วมได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย ชมการชงชา่แบบดั้งเดิมแบบใกล้ชิด พร้อมชิมขนม น้ำชา และชมความงามของถ้วยชาที่ถือเป็นศิลปะอีกอย่างของญี่ปุ่นด้วย 20170924_1237561842316610.jpg20170924_123300.jpg

img_2354

ซึ่งในส่วนของนิทรรศการนี้  จะจัดถึงวันพุธที่ 4 ตุลาคม 2017 นี้ ที่บริเวณลานกิจกรรมชั้น 4 ห้าง Isetan กรุงเทพ เข้าชมได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย ลองดูตารางกิจกรรมที่น่าสนใจตามนี้ได้เลยจ้ะ

20170924_115956201438228.jpg20170924_120004255584651.jpg20170924_115946243280737.jpg

และถึงจะพ้นช่วงกิจกรรมไปแล้ว ทุกคนก็ยังสามารถแวะมาชมและช้อปปิ้งสินค้าแฮนด์เมดจากโทยาม่าได้ตลอด เพราะที่ชั้น 4  นี้มีมุมที่จำหน่ายสินค้าของ NOUSAKU อีกด้วย มาดูไอเดียแหวกแนวของหัตถกรรมญี่ปุ่นกันเถอะimg_2339img_2341img_2347

img_2340img_2346

ใครที่กำลังหาที่เที่ยวในกรุงเทพช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้ก็ลองแวะมานะคะ แล้วคุณจะรู้ว่าจ.โทยาม่า ยังมีอะไรดีๆที่รอให้ค้นพบอยู่อีกเพียบเลย!

ปล. เราเคยเขียนบล็อกรีวิวทริปจ.โทยาม่า ช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงด้วยนะ ลองดูสิ เผื่อจะได้ไอเดียเที่ยวญีปุ่นทริปหน้า รีวิวเที่ยว Toyama สนุกครบทั้งชมธรรมชาติ,เล่นหิมะเรียนทำซูชิ, นั่งรถรางโดราเอมอน, ใส่กิโมโนเดินเล่นเมืองเก่า 

img_2336

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ..เรโกะคือใคร? เรียนอะไร? ทำงานอะไรมา? เขียนเองเล่าเองซะเลย Let me introduce my self, Reiko.ws

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : youtube “Reiko_ws เรโกะ”

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพในบล็อกนี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของบล็อก ไม่อนุญาติให้นำไปใช้โดยไม่ได้แจ้งก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินการตามกฏหมาย

 

 

 

 

แชร์ประสบการณ์ป่วยตอนถ่ายรายการที่ญี่ปุ่น เดินทางอุ่นใจด้วยประกันการเดินทาง

คนที่ติดตามรายการ Kimochiii in Japan ของเรามาตลอด คงจะได้เห็นกันแล้วว่าใน ซีซั่น 7จะมีอยู่บางตอนที่เราป่วย เสียงแหบ พูดไม่ได้ (เทปที่ไปสัมภาษณ์ลูกสาวยากูซ่า และเทปที่ไปศิลปะการมัดเชือก)

เราเจ็บใจมาก ที่ตั้งใจมาทำงานถึงญี่ปุ่น แต่เพราะปัญหาสุขภาพที่ดันมาเป็นตอนนั้น ทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างเต็มที่ แถมยังต้องเดือดร้อนคนอื่น ต้องมาช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอีก

ตอนนั้นเราอาการแย่มาก หลังจากถ่ายเทปแรกเสร็จในช่วงเช้า เราต้องให้บุนจัง ทีมงานที่โน่นช่วยพาไปหาหมอที่รักษาเรื่องคอและเสียงโดยเฉพาะ โดนฉีดยาและต้องนอนให้น้ำเกลือ พร้อมให้ใบสั่งยามา

จากนั้นเราก็ต้องเอาใบนี้ไปซื้อที่ร้านขายยาอีกทีนึง เพราะที่คลีนิกไม่มียาจำหน่าย จากนั้นก็ไปที่อีกโลเคชั่นนึงในตอนเย็น ซึ่งยาหมอญี่ปุ่นดีจริงๆ ค่ะ ในเวลาประมาณสองสามชั่วโมงหลังให้น้ำเกลือ เรามีเรี่ยวแรงมากขึ้น เสียงก็ออกมาขึ้นด้วย แต่ก็ไม่อยากใช้วิธีนี้เพื่อรักษาอาการป่วยบ่อยๆหรอกนะ…

ตอนนั้นโดนค่ารักษาและค่ายาไปประมาณเกือบสองหมื่นเยนค่ะ โชคดีที่ทีมงานช่วยรับผิดชอบตรงนี้ให้ ไม่งั้นละแย่เลย

สำหรับเคสเรานี้ ราคามันยังไม่แพงมาก ถือว่าไม่ใช่ประเด็นปัญหาหลัก หลักๆคือ “ป่วยตอนมาทำงาน มีถ่ายงานทุกวัน ต้องเร่งหายเพื่อถ่ายเทปต่อไปในตอนเย็นให้ได้” ถ้าป่วยตอนมาเที่ยวน่ะเหรอ คงแค่หายาแก้เจ็บคอมากิน แล้วก็เที่ยวไปแบบไม่ต้องออกเสียงพูดกะใครทั้งทริปยังได้

ถ้าคนที่ป่วยหนักๆหรือเจออุบัติเหตุ ต้องนั่งรถพยายาลแอดมิดนี่คงแย่กว่าเราเยอะเลยนะ …

จากนั้นเราจึงตั้งใจไว้ว่า เราจะระวังรักษาสุขภาพให้ดีที่สุด จะพยายามไม่ป่วย ไม่ใช้ชีวิตแบบชะล่าใจ หลักๆ เลยคือ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ตากฝนแล้วก็ต้องสระผมกินยา ไม่กินของทอดของมันที่ทำให้เจ็บคอมากเกินไป ออกกำลังกายเป็นประจำ ประจำ ร่างกายจะได้พร้อมสมบูรณ์ แม้จะเจออากาศร้อนๆ หนาวๆ ตอนทำงานก็จะได้ทนไหว

เพราะโอกาสดีๆ และงานที่รอคอยจะเข้ามาหาเราเมื่อไหร่ก็ได้ เราจึงต้องทำตัวเองให้พร้อมอยู่เสมอ

แต่อะไรๆ เหนือความคาดหมายก็เกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะเวลาที่ต้องมาทำงานต่างประเทศ ถ้าเราป่วยขึ้นมา นอกจากจะต้องพักงาน เพื่อวิ่งหาหมอแล้ว เรื่องค่าใช้จ่ายยังเป็นอีกเรื่องที่น่ากังวลอีกด้วย อย่างที่หลายคนคงเคยเห็นในข่าว ว่ามีสาวไทยไปเที่ยวต่างประเทศแล้วเกิดป่วยกะทันหัน ไม่มีเงินรักษาต้องมาขอรับบริจาค…

การทำประกันการเดินทางจึงเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างยิ่งเลยค่ะ นอกจากเพื่อตัวเราเองแล้ว ยังเป็นการทำเพื่อไม่ให้คนอื่นต้องมาเดือดร้อนเพราะเราอีกด้วย ในกรณีที่เกิดอะไรขึ้นมา

และสำหรับคนที่เดินทางไปญี่ปุ่นบ่อยๆ ตอนนี้ SOMPO เค้ามีประกันการเดินทาง GO JAPAN เพื่อเพิ่มความอุ่นใจให้แล้ว มันดีตรงที่ไม่ต้องสำรองเงินจ่าย *ไม่ต้องกังวลการสื่อสาร เพราะมีบริการสื่อสารทางการแพทย์เป็นภาษาญี่ปุ่นให้ด้วย เดินทางได้อย่างมั่นใจแน่ๆ ค่ะ ลองเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://traveljoy.sompo.co.th/ นะคะ

*ไม่ต้องสำรองจ่ายกับโรงพยาบาลในเครือที่ญี่ปุ่นเพียงติดต่อผ่าน Sompo Assist

*ขึ้นอยู่กับแผนประกันที่คุณซื้อ/เฉพาะโรงพยาบาลในเครือในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น/ไม่ต้องสำรองจ่ายทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกเพียงติดต่อผ่าน Sompo Assist

ถ้าเพื่อนๆสนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE : @sompothailand หรือทางแฟนเพจ www.facebook.com/SompoThailand ค่ะ

ถ้าใครผ่านมาเห็นบล็อกของเรโกะและสนใจประกันการเดินทาง สามารถใช้ promo code : REIKOGOJAPAN เป็นส่วนลดได้นะคะ

เดี๋ยวนี้ญี่ปุ่นเที่ยวง่าย ใครๆก็ไปญี่ปุ่น ถ้ารักญี่ปุ่น และมีแพลนจะเดินทางบ่อยๆ สมัครเถอะ จะได้เที่ยวแบบไร้กังวลนะจ๊ะ นี่เราก็มีประกันเตรียมไว้สำหรับการไปทำงานที่ญี่ปุ่นรอบหน้าเรียบร้อยแล้ว อิอิ พร้อมลุยถ่ายรายการในทุกสถานการณ์ละ จะสู้ๆ เพื่อให้มีรายการสนุกๆ มาให้ทุกคนดูนะจ๊ะ!! ช่วยติดตามกันไปนานๆ ด้วยน้า

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ..เรโกะคือใคร? เรียนอะไร? ทำงานอะไรมา? เขียนเองเล่าเองซะเลย Let me introduce my self, Reiko.ws

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : Reiko_ws เรโกะ

https://www.youtube.com/channel/UClDnQRFXD5kb9ueBKFRBBQw

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพในบล็อกนี้เราถ่ายตอนเดินทางไปทำงานที่ญี่ปุ่นทั้งหมดค่ะ*

 

โชเฟอร์แท็กซี่สาวสวยคนดังจากโตเกียว “คานะ อิคุตะ”

เมื่อพูดถึง “คนสวย” ถ้าเป็นที่เมืองไทยอาชีพที่คนส่วนใหญ่มองว่า คนสวยมักจะทำ คงจะหนีไม่พ้น ดารา นางแบบ แอร์โฮสเตส พีอาร์ประชาสัมพันธ์ พริตตี้เอ็มซี อะไรประมาณนั้น ดังนั้นการที่สาขาอาชีพอื่นๆ มีคนสวยหน้าตาดีเข้ามาทำ จึงเป็นเรื่องไม่ยากที่จะส่งผลให้สาวสวยคนนั้น กลายเป็นดาวเด่นในวงการ โดยเฉพาะยิ่งเป็นอาชีพที่ผู้หญิงไม่ค่อยจะทำกันด้วย พอมีคนสวยน่ารักเข้ามา มันจึงเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ต้องประหลาดใจ!! วันนี้เราขอแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับ “โชเฟอร์แท็กซี่ที่สวยเกินไปแล้ว!”

IMG_1449

เธอคนนี้ชื่อ คานะ อิคุตะ หรือที่รู้จักกันในชื่อเล่นว่า อิคุจัง อายุ 24 ปี เรียบจบมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในโตเกียว สาขาจิตวิทยา หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ด้วยความสูง 150 ซม. ดูบอบบางน่าทนุถนอม เธอทำงานประจำเป็นพนักงานขับแท็กซี่ของบ.ขนส่งอาสุกะ ในโตเกียว รับงานขับแท็กซี่โดยจะวิ่งอยู่แถวๆ ชิบูย่า, เอบิสึ, นาคาเมะกุโระ ใจกลางโตเกียว

แถมยังมีดีกรีนางแบบ และออกรายการโทรทัศน์ต่างๆ อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นสาวสวยที่มีบทบาทหน้าที่การงานน่าสนใจมากๆ

เธอเล่าให้เราฟังว่า เธอทำงานเป็นนางแบบให้กับแฮร์ซาลอนต่างๆ และเป็นนางแบบผู้อ่านให้กับนิตยสาร Mina ซึ่งเป็นนิตยสารแฟชั่นสไตล์ลำลองชื่อดังสำหรับสาววัย 20 ปี ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เมื่อถึงตอนที่จบการศึกษา เธอก็คิดว่าเราจะหางานอะไรทำดีนะ ที่จะยังมีเวลามาถ่ายแบบอยู่ เพราะความฝันสูงสุดของเธอนั้นคือการเป็นนักแสดงนั่นเอง จะให้รับจ๊อบถ่ายแบบอย่างเดียว รอวันที่ได้เป็นนักแสดง งานมันก็ไม่มั่นคง ถ้าเดือนไหนไม่มีงานถ่ายแบบเข้าก็ไม่มีรายได้น่ะสิ

โชคดีของเธอที่ตอนนั้นบ.ขนส่งอาสุกะ เปิดโปรเจคต์หาสาวสวยมาเป็นพนักงานและพรีเซ็นเตอร์พอดี เธอลองเข้าประกวดและได้รับรางวัลชนะเลิศ จากนั้นทางบริษัทก็ส่งเธอไปเข้าคอร์สเรียนรู้วิธีการเป็นโชเฟอร์, ติวเส้นทางต่างๆ รวมทั้งมารยาทในการทำงาน และส่งไปสอบใบขับขี่รถสาธารณะ จนกระทั่งเธอผ่านทุกอย่างเหมือนกับพนักงานคนอื่นๆ และลงมาขับแท็กซี่เต็มตัวตั้งแต่ปี 2014 โดยที่ทางบ.อาสุกะสนับสนุนให้เธอทำงานวงการบันเทิงควบคู่ และแน่นอนว่าเธอมีตำแหน่งเป็นพรีเซนเตอร์ประจำบ.ขนส่งอาสุกะด้วย

IMG_2113

เธอบอกว่างานแท็กซี่ดีตรงที่สามารถเลือกเวลาทำงานที่สะดวกได้ วันไหนที่มีถ่ายแบบช่วงเช้า ก็มาลงเวลาขับรถตอนบ่าย และที่สำคัญมันเป็นงานที่เธอรัก เพราะเธอชอบการขับรถมาก ใฝ่ฝันอยากขับรถเล่นในโตเกียวมานานแล้ว แต่ปัญหาคือเธอไม่มีรถยนต์เป็นของตัวเอง ก็เลยมาขับแท็กซี่ซะเลย ได้ทั้งขับรถเล่นทั่วโตเกียว แถมยังได้ตังค์ด้วย 555 เป็นมุมมองที่น่ารักจริงๆ

ที่เรามีโอกาสได้ไปนั่งคุยกับอิคุจังได้นั้น เพราะเราได้สัมภาษณ์เธอในรายการ Kimochiii in Japan SS6 ค่ะ เป็นรายการออนไลน์ดูได้ทางยูทูป ชมความน่ารักและรู้จักเธอให้มากขึ้นได้ที่ youtube “Kimochiii in Japan ss6 Ikuta Kana โชเฟอร์ที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น” ได้เลยค่ะ

สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองเหมาะกับอาชีพอะไร หรือยังหาตัวเองไม่เจอ ลองดูอิคุจังเป็นแรงบัลดาลใจนะคะ เธอมีความฝัน แต่ก็ยังยืนอยู่บนโลกแห่งความจริง และหาวิธีเพื่อที่จะทำฝันนั้นให้ได้สำเร็จ โดยที่ตัวเองก็ยังมีความสุขระหว่างการเดินตามทางความฝันนั้นด้วย “ไม่มีโอกาส” กับ “มีโอกาสแต่ไม่คว้าเอาไว้” มันแตกต่างกันมากนะคะ

ถ้าวันนั้นอิคุจัง ไม่ส่งใบสมัครออดิชั่นของบ.แท็กซี่ ละทิ้งความฝัน สมัครทำงานออฟฟิศเข้างานประจำทุกวัน มั่นคงแต่ไม่เร้าใจ หรือ เลือกเป็นฟรีแลนซ์นางแบบ เสี่ยงกับรายได้ที่ไม่แน่นอน ก็อาจจะไม่มีคนขับแท็กซี่แสนสวยที่โด่งดังในญี่ปุ่นแบบนี้ก็เป็นได้

ติดตามอิคุจังได้ที่ instagram @ikutakana


*เนื้อหาในบล็อกนี้มาจากคอลัมน์ที่เราเคยเขียนไว้ในหนังสือพิมพ์ Post Today ฉบับ Aug2016 ค่ะ*

*about me*

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ “บ.ก.เรโกะ” คือใคร? เรียนอะไร? ทำงานอะไรมา? เขียนเอง เล่าเองซะเลย Let me introduce my self, Reiko.ws

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : Reiko_ws เรโกะ

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*”