Category Archives: japan

ช้อปสุดคุ้มที่ Donki แจกคูปองส่วนลดใช้ได้ทุกสาขาทั่วญี่ปุ่น!

คนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นมาแล้วน่าจะรู้จักร้าน Don Quijote (หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า ดองกี้) กันเป็นอย่างดี เพราะที่นี่คือร้านที่มีทุกอย่าง สากกะเบือยันเรือรบ!! เรียกได้ว่าจะซื้ออะไรที่ญี่ปุ่นกลับไป ถ้าไม่ใช่ของเฉพาะทางมากๆ ไปดูที่นี่ไม่ผิดหวัง แถมยังจำหน่ายในราคาที่คุ้มค่าและมีโปรโมชั่นน่าสนใจบ่อยๆ ทำให้การเดินดองกี้นั้นไม่เคยทำให้เบื่อเลย

20180613_171957.jpg

สำหรับเราเองก็เป็นแฟนคลับร้านดองกี้ตัวจริงเลยล่ะ ไม่ว่าจะไปทำงานที่เมืองไหนของญี่ปุ่น ก่อนกลับไทย ต้องมีซักวันที่แวะดองกี้ ซื้อของที่โดนออเดอร์มา ของฝากเพื่อนๆ และของใช้ที่จำเป็นของตัวเอง ส่วนใหญ่เราจะซื้อของที่ใช้ประจำ เช่น วิตามิน, คอลลาเจน, ชากาแฟที่ดื่มประจำ โดยจะซื้อทีละเยอะๆ เพราะที่นี่ทำเรื่องภาษี ลด 8% สำหรับนักท่องเที่ยวที่ซื้อครบ 5,000 เยนขึ้นไปได้ด้วย

ดังนั้นแทนที่จะซื้อจากร้านโน้นร้านนี้ ทีละน้อยๆ สู้มาซื้อที่นี่ทีเดียวแล้วรวมราคาไปยังคุ้มกว่า แถมยังมีสาขาแทบทุกเมืองใหญ่ในญี่ปุ่น การจัดวางร้านและของต่างๆ ก็ใกล้เคียงกัน ดังนั้นเข้าดองกี้ทีไร จะอุ่นใจเหมือนเดินซูเปอร์แถวบ้านเลยล่ะ 555

20180725_210245.jpg

แต่… แค่ลดภาษี 8% ยังไม่พอนะ เพราะตอนนี้เค้ามีคูปองส่วนลดเพิ่มเติมสำหรับนักท่องเที่ยวมาให้ใช้เพิ่มด้วย ง่ายมากแค่ตอนจ่ายตังค์ที่เค้าน์เตอร์ กดลิ้งนี้เปิดให้พนักงานดูได้เลย

https://www.yokosojapanpass.com/donki_fuel/public/coupon/index/0006573

  • แสดงหน้าจอคูปองแก่พนักงานที่เค้าเตอร์คิดเงิน และให้พนักงานเป็นผู้กดปุ่มให้

(クーポン画面をレジスタッフにご提示頂き、スタッフが、ボタンを押させて頂きます。)

  • สามารถใช้ได้ 1ครั้ง/1สาขา/ 1วัน

(1日1店舗1回のみ利用可能)

  • ※ชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น ※สุรา, บุหรี่, POSA card ไม่สามารถใช้เป็นส่วนลดได้ ※ไม่สามารถใช้ร่วมกับส่วนลดอื่นได้

(ご利用資格:訪日客のみ お酒・タバコ・POSAカードのお会計には使用できません。他の割引サービスとの併用不可。)

coupon1

<คูปองส่วนลด2,000เยน> รับส่วนลด 2000 เยน เมื่อซื้อสินค้า 30,000 เยนขึ้นไป (ไม่รวมภาษี)

(<2,000円OFFクーポン>税抜3万円以上のお買物で2000円引きになります。)

coupon2

<คูปองส่วนลด500เยน> รับส่วนลด500เยน เมื่อซื้อสินค้า 10,000 เยนขึ้นไป (ไม่รวมภาษี)

(<500円OFFクーポン>税抜1万円以上のお買物で500円引きになります。)

coupon3

<คูปองส่วนลด200เยน> รับส่วนลด 200 เยน เมื่อซื้อสินค้า 5,000 เยนขึ้นไป (ไม่รวมภาษี)

(<200円OFFクーポン>税抜5千円以上のお買物で200円引きになります。)

เราเคยซื้อของครบ 30,000 เยน นอกจากจะได้ภาษีคืนมา 8% แล้วยังได้เงินส่วนลดคืนมาตั้ง 2,000 เยน คุ้มค่ามากเลยล่ะ

สำหรับสาขาที่เราชอบที่สุดคือ สาขา Shinjuku ตรงทางเข้าโคเรียนทาวน์ (เดินตรงมาจากสถานีชินจูกุประตูตะวันออก ประมาณ 15 นาที) พอเข้าร้านปุ๊บ เราจะหยิบรถเข็นมาใส่ตะกร้าแล้วเดินวนทั่วๆ ทุกแผนก หยิบของตามลิสต์ที่จดไว้ เดินสบายเพราะร้านเป็นที่ราบ ไม่ต้องขึ้นลิฟต์ขึ้นบันได อาจจะเดินไกลจากสถานีชินจูกุหน่อย แต่อยากให้ลองไปดูนะคะ

(รูปสาขา Shinjuku ตรงโคเรียนทาวน์ ที่เราชอบไป มีทางเข้าหลายทาง เป็นตึกชั้นเดียวแต่กว้างมาก)

20180829_124636.jpg20180829_124839-01.jpeg

(ส่วนอันนี้เป็นรูปสาขา Shinjuku สาขายอดฮิตที่มีทัวร์ลงบ่อยๆ สะดวก ใกล้สถานีชินจูกุแต่คนแน่นมากตลอดเวลา มักจะต่อแถวจ่ายเงินนานมาก โดยเฉพาะเวลาทำเรื่องภาษี)

20180827_173630.jpg

เอาล่ะ แนะนำเกร็ดการช้อปปิ้งดีๆ ที่ดองกี้ไปเรียบร้อยแล้ว ไปเที่ยวญี่ปุ่นคราวหน้าก็อย่าลืมกดคูปองไปใช้กันนะจ๊ะ

20180829_1307575454657412329644698.jpg

 

รีวิวภาพยนตร์ญี่ปุ่น Shoplifters ครอบครัวที่ลัก 万引き家族

เราเขียนบล็อกนี้ขึ้นมาในวันแม่ วันที่ใครๆ ก็ใช้เวลากับครอบครัว เข้าโซเชี่ยลก็จะเจอแต่ภาพบรรยากาศอันอบอุ่นของคนที่ใช้เวลากับครอบครัวที่รัก ดูแล้วก็รู้สึกอบอุ่นไปด้วย ถึงแม้ว่า ในวันสำคัญแบบนี้ทุกครอบครัวจะดูมีความสุขกัน แต่ก็ปฏิเศษไม่ได้ว่า ลึกๆ แล้ว เมื่อคนหลายคนมาอยู่ร่วมกัน มันก็ต้องมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นแน่นอน

ไม่ว่าจะจากความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน ทัศนะคติ ช่องว่างระหว่างวัย ไปจนถึงจากความคาดหวัง ที่บางทีคนในครอบครัวนำไปยัดใส่อีกคนจนมากเกินไป ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสิทธิเสรีภาพ แต่นั่นเพราะเราเลือกครอบครัวไม่ได้นี่นา จึงต้องทนๆ กันไป พยายามปรับตัวเพื่อให้อยู่กันได้แบบที่ปัญหาน้อยที่สุด

แล้วถ้าเราสามารถเลือกสมาชิกในครอบครัวแบบที่เราอยากให้เป็นได้ล่ะ มันจะเป็นอย่างไร?

c1ef72a7d7cd922a

“Shoplifters” ชื่อภาษาไทย “ครอบครัวที่ลัก” 万引き家族ภาพยนตร์ดราม่าครอบครัว ผลงานของผู้กำกับชื่อดัง “ฮิโรคาสุ โคโรเอดะ” ซึ่งได้รับรางวัลปาล์มทองคำจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีล่าสุด โดยภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดตัวเป็นอันดับ 1 ใน Japan Box Office ประจำสุดสัปดาห์และเป็นภาพยนตร์ญี่ปุ่นคนแสดงที่ทำรายได้ครบ 1,000 ล้านเยนเร็วที่สุดอีกด้วย ซึ่งเนื้อเรื่องได้รับแรงบัลดาลใจมาจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น

bafb199b496b82ba40250d58935a9631-1

เรื่องย่อ : ครอบครัวยากจนในโตเกียว ที่ประกอบไปด้วย พ่อ, แม่, ลูกชาย, น้องสาวของภรรยา และคุณยาย มีความลับอยู่อย่างนึง คือพวกเค้าดำรงชีวิตด้วยการลักขโมยของจากร้านค้าต่างๆ เพื่อดำรงชีวิต วันหนึ่งพ่อและลูกชาย ไปเจอเด็กหญิงตัวน้อยร้องไห้อยู่หน้าบ้าน จึงได้มาพากลับมา และเลี้ยงดูในฐานะลูกสาวคนเล็ก ถึงมันจะเป็นความสัมพันธุ์ที่ไม่ได้ถูกต้องแต่เริ่มแรก แต่เมื่อได้อยู่ร่วมกัน ก็ทำให้เกิดเสียงหัวเราะ ความสุข และความทรงจำดีๆ เกิดขึ้น ที่ถึงจะแตกต่างจากครอบครัวปกติทั่วไป แต่มันก็ทำให้เรายิ้มได้เมื่อเห็นช่วงเวลาที่พวกเค้าอยู่ด้วยกัน

จริงอยู่ที่ว่าครอบครัวนี้ สมาชิกแต่ละคนมีความลับ มีความเป็นสีเทา สิ่งที่พวกเค้าทำผิดทั้งกฎหมายและศีลธรรม จะบอกว่าพวกเค้าเป็นคนดีก็คงไม่ใช่ แต่สายใยความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นมาในฐานะ “ครอบครัว” นั้นช่างสวยงาม และทำให้เราได้กลับมาคิดว่า “ถ้าเป็นครอบครัวที่เราเลือกได้เองล่ะ จะเป็นยังไง”

ในความเป็นจริง คงไม่มีใครสามารถใช้ชีวิตแบบครอบครัวนี้ได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับสมาชิกในครอบครัวนี้ มันก็ทำให้เรารู้สึกอิ่มเอมหัวใจ และได้เรียนรู้ความรักในอีกรูปแบบหนึ่ง

https_imgix-proxy.n8s.jpcontentpic2018060996958A99889DE1E3E7E0EAEAE4E2E2EAE2E4E0E2E3EA9097E282E2E2-DSXKZO3152887008062018BE0P00-PB1-5

ขอชื่นชมการเลือกตัวแสดง ของเรื่องนี้ที่ดูสมบทบาททุกตัว ภาพจากตอนแรกที่เห็นหน้าตาสมาชิกในครอบครัว เราเกิดคำถามในตอนแรก ว่าทำไม? แต่เมื่อดูไปเรื่อยๆ ปมจะเริ่มคลี่คลาย และเข้าใจมากขึ้นเอง

สำหรับคนที่คิดว่า เรื่องนี้น่าจะเป็นภาพยนตร์ครอบครัวอบอุ่นฟีลกู้ด มันอาจไม่ใช่อย่างที่คุณคาดหวัง แต่ในความเทาๆ นั้น มันทำให้คุณยิ้มได้ (และอาจทำให้เสียน้ำตา) ได้แน่นอนค่ะ

และทำให้คิดได้ว่า ทุกความสัมพันธ์ถึงจะไม่เพอร์เฟคต์ แต่เมื่อได้มาเจอ ได้มาใช้เวลาร่วมกันแล้วจงทำทุกวันให้ดีที่สุด ถึงความสุขนั้นจะไม่อยู่กับเราได้นาน แต่สุดท้ายมันจะอยู่ในความทรงจำตลอดไป

1534062357537-01.jpeg

ตอนนี้ Shoplifters กำลังเข้าฉายที่ House RCA และ Scala ลองหาโอกาสชวนคนที่รักไปดูนะคะ แล้วคุณจะได้มุมมองอีกแบบของ “ครอบครัว”

1534062368632-01.jpeg

รีวิวภาพยนตร์ญี่ปุ่น Kids on the Slope เพลงแรก รักแรก จูบแรก 坂道のアポロン

ดีใจจัง ช่วงปีนี้มีภาพยนตร์ญี่ปุ่นหลายเรื่องเข้ามาฉายในไทย เร็วๆ นี้เราเพิ่งไปดูเรื่อง Kids on the Slope (ชื่อไทย เพลงแรก รักแรก จูบแรก / ชื่อญี่ปุ่น 坂道のアポロン Sakanmichi no Apollon) สร้างจากมังงะของอ.ยูกิ โคดามะ และมีเป็นเวอร์ชั่นอนิเมชั่นด้วย แต่เราไม่เคยอ่านและดูมาก่อน ทำให้ครั้งนี้เข้าโรงแบบไม่รู้อะไรมากนัก เห็นโปสเตอร์ตอนแรก ก็คิดว่าน่าจะเป็นหนังรักวัยรุ่นใสๆ มีเด็กวัยรุ่นหน้าตาดี รักสามเส้าอะไรแบบนี้มั้ง

71kpb3FCGwL._AA_.jpg

เรื่องย่อก็มีอยู่ว่า ในช่วงปี 1966 “คาโอรุ นิชิมิ” เด็กเนิร์ดลุคคุณหนูจำเป็นต้องย้ายโรงเรียนจากเมืองโยโกสุกุ (จ.คานากาว่า ใกล้โตเกียว) มาอยู่ที่เมืองซาเซโบะ จ.นางาซากิ (เกาะคิวชู) ด้วยความจำเป็นของครอบครัว จนได้มารู้จักกับ “เซนทาโร่ คาวาบุจิ” เด็กหนุ่มนักเลงสุดเฮี้ยว ตัวใหญ่ใจสู้ ที่ต่างกันสุดขั้นแต่ทั้งสองก็กลายเป็นเพื่อนกันได้ด้วยการแนะนำของ “ริตซึโกะ” เด็กสาวจิตใจดี ที่รักดนตรีแจ๊ส เกิดเป็นเรื่องราวมิตรภาพระหว่างเพื่อนและประสบการณ์ความรักครั้งใหญ่ในชีวิตของพวกเค้า

C360_2018-06-03-16-06-38-222.jpg

“คาโอรุ” เด็กแว่นหน้าตาน่ารัก รับบทโดย “ยูริ จิเน็น” เมมเบอร์วงไอดอล Hey! Say! JUMP

“เซนทาโร่” หนุ่มบ้าพลังตัวยักษ์ แต่จริงๆ แล้วจิตใจอ่อนโยน รับบทโดย “ไทชิ ทาคากาวะ”

และ “ริตซึโกะ หรือ ริตจัง” สาวน่ารักจิตใจดี รับบทโดย “นานะ โคะมัตซึ” ซึ่งทั้งสามคนเป็นดาราวัยรุ่นที่กำลังมาแรง เมื่อดูรุปภาพเทียบกับเวอร์ชั่นมังงะแล้ว เรียกได้ว่าเหมาะสมมาก

C360_2018-06-03-16-06-05-171.jpg

นางาซากิ เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากระเบิดปรมาณู ด้วยความที่เป็นหนังย้อนยุคไปสมัยปี 1966 ซึ่งผ่านมา 21 ปีหลังจากยุติสงครามในปี 1945 ทำให้เราได้เห็นสภาพบ้านเมืองของญี่ปุ่นในยุคที่กำลังฟื้นฟูหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองซาเซโบะนั้นไม่ได้โดนระเบิดโดยตรง แต่ด้วยเป็นที่ตั้งของฐานทัพทหารอเมริกัน ทำให้มีวัฒนธรรมตะวันตกหลายอย่างผสมผสานอยู่ในชีวิตของผู้คนที่นี่

และเพราะจ.นางาซากิเป็นเมืองแรกๆ ของญี่ปุ่นที่ทำการค้ากับต่างประเทศ ในเมืองนี้จึงมีคนที่นับถือศาสนาคริสต์อยู่มากมาย ภายในเรื่องเราจะได้เห็นฉากในโบสถ์ ความเกี่ยวข้องของตัวละครที่มีต่อศาสนาคริสต์ และความเป็นตะวันตก เช่น เพลงแจ๊สที่เป็นแก่นหลักของเรื่องด้วย เรียกได้ว่าดูแล้วสนุกกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในช่วงนั้นไปด้วย เราเคยไปเที่ยวเมืองซาเซโบะมาแล้ว เป็นเมืองที่ชอบอันดับต้นๆ เลยยิ่งสนุกกับการดูสถานที่ต่างๆ ภายในเรื่อง

78445-20180529040008-4477765.jpg

ในเรื่องมีโมเม้นต์ที่ทำให้ต้องกรี๊ดต้องจิ้นต่อเยอะกว่าที่คิดเอาไว้ ซึ่งแน่นอนว่า “ไม่ใช่ระหว่างพระเอกและนางเอก” คือจะบอกว่าคนไหนเป็นพระเอกก็แล้วแต่จะตีความ ที่แน่ๆ เวลาที่เด็กผู้ชาย 2 คนนี้ เค้าอยู่ด้วยกัน คุยกัน เล่นดนตรีด้วยกัน สายตาของพวกเค้ามันสื่ออกมาได้เลย ว่า “กำลังมีความสุขอยู่จริงๆ” ถึงไม่ใช่สาววายแต่ก็ต้องมีแอบฟินบ้างแหละน่ะ

ส่วนตัวเราประทับใจทุกฉากที่เซนและคาโอรุเล่นดนตรีด้วยกัน ทำให้ยิ้มได้ตลอด และรู้สึกว่า “ดนตรีนี่มันดีจังเลยน้า” ทำให้คนสองคนที่ต่างกันสุดขั้วกลายมาเป็นเพื่อนกันได้ ซึ่งริตจังผู้หญิงคนเดียวในเรื่อง ก็คงรู้สึกเช่นเดียวกันเวลาที่มองทั้งสองคนเล่นดนตรี จึงเป็นที่มาของประโยค “ให้ฉันเข้าไปในโลกของเธอสองคนได้เหรอ” แอร๊ยยยยย ประโยคนี้มันช่างแทนใจจริงๆ

และหนังยังสะท้อนเรื่องครอบครัวในสังคมเอเชียได้เป็นอย่างดี แต่ละครอบครัวก็มีปัญหาที่แตกต่างกันๆ ไป บางบ้านเหมือนจะสมบูรณ์ เหมือนจะมีความสุขแล้ว แต่บางทีมันก็ไม่ใช่อย่างที่เห็น ซึ่งจิตใจของเด็กที่มีแผลนั้น ได้รับการเยียวยาด้วย “ดนตรี” เพลงในเรื่องเป็นสิ่งที่ดีงาม ฟังเพลินตลอดเรื่อง จนออกจากโรงมาแล้วยังอยากหามาฟังต่อ

สำหรับคนที่เรียนภาษาญี่ปุ่น สิ่งที่สนุกในการดูอีกอย่างคือ การใช้ภาษาของตัวละครในเรื่องที่เป็นคนท้องถิ่นจ.นางาซากิ ยกเว้นคาโอรุ และตัวละครที่มาจากโตเกียว แทบทุกคนพูดสำเนียงถิ่นหมดเลย เป็นรายละเอียดที่น่าสนใจดี ได้ฝึกฟังด้วย ดูว่าตัวเองจะฟังออกแค่ไหน

C360_2018-06-03-16-04-22-375.jpg

สรุปแล้ว หนังเรื่องนี้ทำให้เรามีความสุขได้ทั้งจาก “ตาดู” วิวนางาซากิสวยๆ, ตัวแสดงนำหน้าตาดี / “หูฟัง” เพลงประกอบเพราะๆ / “ใจอิ่มเอม” กับมิตรภาพในเรื่อง ถึงแม้ว่าตัวหนังจะเอาคำว่า “รักแรก” มาเป็นจุดขาย แต่สำหรับเรา “มิตรภาพ” มันทำให้รู้สึกอินได้ที่สุดแล้ว

หนังเพิ่งเข้าฉายเมื่อ 31 พ.ค.นี้เอง ถ้ากำลังหาหนังที่ทำให้ดูแล้วฟีลกู้ด คิดบวก มีความสุขไม่ต้องเครียดอะไรมาก ไปดูเถอะค่ะ หนังเรื่องนี้จะทำให้คุณหัวใจเต็มอิ่มได้แน่นอน ถ้านับตามความประทับใจ เราให้ 8/10 ค่ะ

http://sahamongkolfilm.com/saha-movie/kidsontheslope-movie/

https://www.facebook.com/MongkolCinemaMovie/

C360_2018-06-03-16-05-27-172.jpg

และสำหรับคนที่ดูแล้วอยากจะเที่ยว “เมืองซาเซโบะ จ.นางาซากิ” บ้าง เรามีรีวิวให้ดูกันด้วย มีทั้งเวอร์ชั่นบล็อก เที่ยวญี่ปุ่น ซาเซโบะ จ.นางาซากิ พักโรงแรมหุ่นยนตร์ เฮ้าส์เทนบอส Nagasaki 05

และ youtube เลย ถ้ามีโอกาสก็ลองตามรอย ไปดูสถานที่ที่คาโอริ เซน และริตจัง เคยไปกันเถอะ!

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ..เรโกะคือใคร? เรียนอะไร? ทำงานอะไรมา? เขียนเองเล่าเองซะเลย Let me introduce my self, Reiko.ws

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : youtube “Reiko_ws เรโกะ”

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

โอนิกิริหมูไข่ เมนูเด็ดห้ามพลาด ท ี่โอกินาว่า Pork Tamago Onigiri

มีเมนูเด็ดที่คนไปเที่ยวญี่ปุ่น จ.โอกินาว่าห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงงงง!! เพราะนี่คือ “โอกินิริ” เจ้าดังจากเมืองโอกินาว่าาาาา

20180314_202842.jpg

แหมมม แค่ได้ยินบางคนก็คงยกมือปั้น โอ่นิกิริ๊ โอนิกิริ๊ แบบน้องๆ BNK48 555 น่ากินละซี้ ซึ่งจุดเด่นของโอกินิกิริที่นี่ คือไม่ได้ห่อสาหร่ายเป็นรูปสามเหลี่ยมแบบที่เราเห็นกันบ่อยๆ แต่เป็นสาหร่ายห่อชั้นข้าวที่พันไส้อีกที ให้ไส้เยอะล้นทะลักจนแทบจะเรียกได้ว่า เป็น “เบอร์เกอร์ข้าว” เลยล่ะ
沖縄の「ポークたまごおにぎり本店 那覇空港店」のミニレビューです!スパムとたまごが美味しくてタイ人のみんなに紹介したい。笑

20180314_211243.jpg

ร้านนี้ชื่อว่า Pork Tamago Onigiri Honten สาขาแรกอยู่ที่ตลาดมากิชิ ใจกลางเมืองนาฮา จ.โอกินาว่า เป็นร้านชื่อดังที่ทีคนต่อแถวรอซื้อทุกวัน แต่ได้มาเปิดสาขาที่สนามบินนาฮา ชั้น 1 ด้วย (หาง่ายๆใกล้ๆ Lawson เลยจ้ะ) แต่เป็น Domestic Terminal คนละเทอร์มินอลกับที่สายการบิน Peach ขึ้น-ลงนะ

20180314_2028352976850455798815050.jpg

ตอนนี้มีอยู่ทั้งหมด 3 สาขา อยู่ในจ.โอกินาว่าทั้งหมดเลย

20180314_202811.jpg

จุดเด่นคือ ร้านนี้จะปั้นข้าวปั้นให้สดใหม่ หลังจากได้รับออเดอร์ ไม่มีการทำค้างไว้ และเมนูยังมีให้เลือกหลากหลาย เด่นๆ ที่ต้องลองคือ ไส้ SPAM (เป็นเนื้อหมูแปรรูปใส่ในกระป๋อง) และไส้ไข่ ที่นุ่มๆ เค็มๆ อร่อยลงตัวเข้ากับข้าวญี่ปุ่น ราคาประมาณ 200กว่าถึง 400 เยนเท่านั้น ทานได้สบายๆ จะห่อกลับไปทานเป็นมื้ออื่นก็ยังได้

ทางร้านจะทำสดใหม่หลังจากได้รับออเดอร์ ดังนั้นพอสั่งแล้วก็รับบัตรคิว รอไปจ้ะ

20180314_202807.jpg

C360_2018-05-05-18-33-00-001.jpg

อร่อยจริงๆ เราเลยมาแนะนำกัน เอาล่ะ ใครที่มีแพลนจะไปโอกินาว่าก็อย่าพลาดไปลองนะ!!

facebook Reiko.ws

Worajan Reiko Sangngern   
#reiko_ws #reikowsfoods #reikowsokinawa #กินกับเรโกะ #เที่ยวญี่ปุ่น #รีวิวญี่ปุ่น #โอกินาว่า #沖縄 那覇

รีวิวหนังญี่ปุ่น Tonight at Romance Theater 今夜ロマンス劇場で

ภาพยนตร์ญี่ปุ่น “Tonight At Romance Theater” (รักเราจะพบกัน) 「今夜ロマンス劇場で」เข้าฉายในเมืองไทยเมื่อ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา เป็นเรื่องราวของหนุ่มผู้ช่วยผู้กำกับภาพยนตร์ในปี 1960 ที่ดันไปตกหลุมรักเจ้าหญิงในภาพยนตร์ขาวดำ จนกระทั่งเจ้าหญิงออกจากโลกภาพยนตร์ขาวดำออกมาเจอเขาในโลกความเป็นจริง!

เจ้าหญิงแก่นแก้ว สร้างเรื่องวุ่นวายมากมาย แต่สุดท้ายก็เริ่มมีใจให้กัน ติดตรงที่ว่าเจ้าหญิงนั้น ไม่สามารถสัมผัสไออุ่นจากตัวคนที่รักได้ ไม่อย่างนั้นจะหายไปตลอดกาล… หูยยยย แค่อ่านเรื่องย่อก็บีบหัวใจแล้ว ความรักครั้งนี้จะลงเอยยังไงกันนะ

เราเพิ่งไปดูมา อินจนน้ำตาไหลออกมาเองเลย ตัวแสดงดีมาก ถึงจะเป็นหนังรักแฟนตาซี แต่มันทำให้เราเชื่อจริงๆว่ามันได้เกิดขึ้น ชอบตรงที่อินกับไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์ สนุกตรงดูฉากพร็อพที่ตรงกับยุคนั้นๆ ให้ 10/10 เลยอะ

พระเอกหล่อน่ารักซื่อๆ ดูอบอุ่น (เคนจิ รับบทโดย ซาคากุจิ เคนทาโร่) นางเอกสวยมีคลาส แต่ก็ไม่ดูไฮโซเกินเอื้อม (เจ้าหญิงมิยูกิ รับบทโดย อายาเสะ ฮารุกะ) ชุดสวยทุกชุด ถึงจะเป็นแฟชั่นย้อนยุคก็ไม่ดูเชย ทำให้อยากแต่งตาม ถึงจะแอบรำคาญความเกรี้ยวกราดของนางเอกในช่วงแรกแต่ก็เข้าใจได้ว่าเป็นคาแรกเตอร์ เพราะปูที่มาที่ไปแล้ว

สิ่งที่ดูแล้วได้จากหนังเรื่องนี้คือ ได้เห็นความรักที่สวยงาม อิ่มเอมหัวใจ และได้เป้าหมายใหม่ คือไปตามรอยโลเคชั่น! เท่าที่อ่านแว้บๆ ถ่ายที่ Edo Wonderland และที่จ.กิฟุ พูดเลยว่ารักหนังเรื่องนี้มาก กลายเป็นหนังในดวงใจไปแล้ว ถ้ายังลังเลอยู่ ไปดูเถอะ! เราเชียร์!

MONGKOL CINEMA Sahamongkolfilm Inter
#今夜ロマンス劇場で #TonightAtRomanceTheater #รักเราจะพบกัน #reikowsmovie #ดูหนังกับเรโกะ

รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น จ.โอกินาว่า คุเมะจิม่า เกาะน้ำใสฮาวายญี่ปุ่น Unseen Okinawa Part 1 Kumejima

ไปติดเกาะกันมั้ย? ถ้าเป็นเกาะร้างธรรมดา คงไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่ แต่ที่เราจะไปกันคือ “โอกินาว่า” เกาะใต้ แดนสวรรค์ของคนรักทะเลน่ะสิ แค่นั้นยังไม่พอ ไม่ใช่แค่เกาะหลักโอกินาว่าเท่านั้น เพราะเราจะไป “คุเมะจิม่า” เกาะธรรมชาติแสนสวยแบบ Unseen ที่ยังไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติไปเยือน!!!
ก่อนเดินทางเราก็พยายามหาข้อมูลจากหนังสือไกด์บุ๊กโอกินาว่า… แต่ไม่มีเลย!! เพราะที่นี่คือเกาะที่โลคอลมากๆ ยังเป็นอะไรที่นักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่ค่อยมา ยิ่งทำให้เราใจแล่นอยากไปสัมผัสที่นี่ไวๆ งั้นอย่ารอช้า เดินทางไปกับเรากันเลยยย

IMG_0978.JPG

การเดินทางก็ไม่ยากเลย (ถ้าใจเราสู้ 555) เมื่อเดินทางมาถึงสนามบินเมืองนาฮา ด้วยสายการบิน Peach Air ที่มีบินตรงจากกรุงเทพสะดวกสบาย เราก็ต่อเครื่องบินเล็กต่อไปยังคุเมะจิม่า

DSCF9429.JPG

IMG_0983.JPG

คุเมะจิม่า Kume Island 久米島 นี้ เป็นเกาะใหญ่อันดับที่ 5 ของจังหวัด มีประชากรประมาณ 8,000 คน อยู่ห่างไปทางทิศตะวันตก 100 กม.จากเกาะหลักโอกินาว่า มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์จนได้เป็นอุทยานแห่งชาติของเกาะโอกินาว่า

kume3.jpg

kume1.jpg

ถึงสนามบินคุเมะจิม่าแล้วค่าาาาา

DSCF9432.JPG
การเดินทางบนเกาะนี้ ไม่มีรถไฟ ดังนั้นเราจึงเลือกเดินทางด้วยแท็กซี่เป็นหลักค่ะ ถ้าจะเดินทางไปหลายที่ก็จ่ายลุงแท็กแบบเหมาไว้ทั้งวันเลยก็สะดวกดี แต่ถ้าเลือกขับรถเช่าก็ได้แล้วแต่สะดวก ถนนที่นี่ขับง่ายค่ะ เพราะไม่ค่อยมีรถวิ่งมอเตอร์ไซค์ก็ไม่ค่อยมี โล่งงงง 555

 

DSCF9776.JPG
ถึงแล้วก็เข้าที่พักก่อน ที่พักของเราในคืนนี้คือ Cypress Resort Kumejima

DSCF0118

DSCF0114

DSCF0104

ห้องดีมาก มองเห็นวิวทะเลสุดลูกหูลูกตา เหมาะแก่การมาพักผ่อนมากเลยค่ะ เท่าที่เห็นแขกที่มาพักที่นี่จะเป็นคนญี่ปุ่นเสียส่วนใหญ่ เป็นแนวแฟมมิลี่ และผู้สูงอายุมาเป็นหมู่คณะ

DSCF9440

DSCF9444

เก็บของเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มการท่องเที่ยวกัน ที่แรกที่เราไปคือ หาดทรายขาวสะอาดที่อยู่กลางทะเลสีเขียวมรกตแบบมีมิติ “ฮาเทะโนะฮามะ” Hate no Hama ハテの浜

DSCF9454

DSCF9543

เป็นสถานที่ที่มีความงดงามจนได้ฉายานามว่า “งดงามเป็นที่หนึ่งในซีกโลกตะวันออก”

kume4.jpg

ที่นี่เป็นเกาะเล็กๆ เกิดจากการพัดมารวมตัวกันของทรายกลายเป็นเกาะ มีอยู่ด้วยกัน 3 เกาะ เรียงลำดับจากเกาะที่ใกล้เกาะคุเมจิม่าที่สุดคือ “เมนูฮามะ” “นะกะโนะฮามะ” และ “ฮาเทะโนะฮามะ” โดยทั่วไปจะเรียกรวมทั้ง3เกาะว่า “ฮาเทะโนะฮามะ” เป็นเกาะที่ไม่มีคนอาศัยอยู่

DSCF9476

DSCF9502

เราสามารถมองวิวทะเลได้ในแบบ 360 องศา ดูสีของน้ำสิคะ ใสแจ๋วเลย ด้วยความสวยงามนี้ ทำให้ถูกใช้เป็นโลเคชั่น ถ่ายทำโฆษณาและภาพยนตร์มาแล้วมากมาย แถมยังเป็นอิมเมจแรกเมื่อคนนึกถึงเกาะคุเมะจิม่าอีกด้วย

DSCF9520

DSCF9533

*เรือสปีดโบ๊ทจากเกาะคุเมจิม่า มายังฮาเทะโนะฮาม่า ใช้เวลาประมาณ 20 นาที โดยต้องจองล่วงหน้า ราคามีทั้งแบบเหมาทั้งวัน และครึ่งวัน ส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 3,000 เยน และ 6,000 เยน แล้วแต่บริษัทเรือ

DSCF9538.JPG

สำหรับบริษัทที่เราใช้บริการนั้น ชื่อ Ha-te no Kankou service ハテの観光サービス

*คอร์สครึ่งวัน (ภายใน 3 ชั่วโมง)

ผู้ใหญ่ 3,500 เยน / เด็ก 2,500 เยน

รอบเช้า 9:00-12:00 รอบบ่าย 14:00-17:00

*คอร์สฟรีไทม์

ผู้ใหญ่ 4,000 เยน เด็ก 2,500 เยน

เวลาออกเดินทาง 9:00 เวลากลับถึงฝั่ง 13:00, 14:00, 15:00, 16:00 (เลือกเวลากลับได้)

มีบริการรับ-ส่งจากโรงแรม / มีอาหารกลางวัน 500 เยน (สั่งล่วงหน้า 2 วัน)

อุปกรณ์ดำน้ำให้เช่า เซ็ต 4 ชิ้น 1,000 เยน (หน้ากาก, ตีนกบ, สน็อกเกิ้ล, เสื้อชูชีพ หรือ ชุดสูทดำน้ำ)

มีรองเท้าแตะให้ยืมฟรี

ติดต่อสอบถามได้ที่เว็บ Ha-te no Kanko Service

จากนั้นเราเดินทางกลับมายังเกาะคุเมะจิม่า ไปยัง “บาเดะเฮ้าส์” Bade Haus バーデハウス 

DSCF9558.JPG

เป็นสวนน้ำสปาจากธรรมชาติ ที่ให้บริการด้วยน้ำเกลือทะเลลึก 612 เมตรจากทะเลเกาะคุเมะจิม่า ช่วยในเรื่องของสุขภาพ การไหลเวียนเลือด และผิวพรรณ

kume7.jpg
จุดเด่นคือ ในส่วนของสปา เค้าจะแบ่งโซนน้ำพุที่นวดร่างกายออกเป็นจุดละ 1 นาทีให้เราได้เวียนใช้จนครบ และยังมีโซนบ่อจากุซซี่ด้านนอก นั่งแช่น้ำทะเลอุ่นๆ พร้อมชมวิวได้ด้วย ขอบอกว่าการได้แช่น้ำทะเลอุ่นๆ ชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่โอกินาว่า มันเป็นอะไรที่สุดๆ แล้วอะ ฮืออออ ฟินน้ำตาจะไหล

20180311_182841.jpg
*Bade Haus Kumejima
เปิดทำการ 10:00-21:00 (เข้าได้ถึง 20:00) ราคาค่าใช้บริการสระ ผู้ใหญ่ 2,000 เยน เด็ก 1,000 เยน (นอกจากนี้ยังมีแพ็กเก็จอื่นๆ อีก ดูเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ http://bade-kumejima.co.jp/ ) แนะนำให้เตรียมผ้าขนหนู และชุดว่ายน้ำมาเอง แต่ถ้าไม่มี ที่นี่มีให้เช่าด้วย ผ้าขนหนู ราคา 300 เยน ชุดว่ายน้ำ ราคา 400 เยน

คุเมะจิม่า เป็นเกาะที่มีความเป็นธรรมชาติสูงมาก แม้แต่คอมบินี หรือร้านสะดวกซื้อยังหาไม่ค่อยจะมีเลย แต่นั่นก็เป็นข้อดี เพราะทำให้บรรยากาศเงียบสงบ และทำให้เราดื่มด่ำกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่

DSCF9971

ซึ่งจะมีย่านรวมความเจริญ มีทั้งโรงแรมและร้านค้าเอาไว้ ในค่ำวันนี้เราก็ไปทานมื้อค่ำกันที่ร้านอิซากายะสไตล์โอกินาว่า มีเมนูขึ้นชื่อที่ทำด้วยวัตถุดิบสดๆ จากคุเมจิม่ามากมาย

DSCF9592.JPG


หลังจากอิ่มกับมื้อค่ำแล้ว เราก็เข้าที่พักแสนสบาย แถมยังแอบหรูด้วย เพราะขนาดของใช้ในห้องน้ำยังเป็นของแบรนด์ L’occitane เลย

DSCF9610.JPG

วันที่ 2 ที่เกาะคุเมะจิม่า เราออกเดินทางกันแต่เช้า เพื่อไปชม “ต้นสนห้ากิ่ง” หรือที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “โกะเอดะโนะมัตซึ” Go eda no matsu 五枝の松

DSCF9627.JPG
ใช่ค่ะ เรามาดูต้นสนกันค่ะ แต่เป็นต้นสนที่ไม่ธรรมดา เพราะมีอายุยืนยาวกว่า 250 ปีแล้ว แถมยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางธรรมชาติของประเทศอีกด้วย

 

DSCF9634

ความพิเศษอยู่ที่ กิ่งของมันจะแผ่ไปด้านข้าง ขนานไปกับพื้นดิน ในขณะที่ต้นสนทั่วไปจะแผ่กิ่งขึ้นไปทางด้านบน

DSCF9643

ในอดีตเปิดให้ชาวบ้านเข้าชมได้อย่างใกล้ชิด แต่เกิดปัญหามีคนขึ้นไปปีนป่าย เกรงว่าจะก่อความเสียหายแก่ต้นไม้ได้ ในตอนนี้จึงได้ล้อมรั้วอย่างเรียบร้อยนั่นเอง
*ใช้เวลาเดินทางจากสนามบินคุเมะจิม่า ด้วยรถยนตร์ประมาณ 5 นาที

เริ่มหิวแล้วแวะซื้อเสบียงกันหน่อยดีกว่า ได้ยินว่ามีร้านอาหารน่ารักที่เพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่นาน เลยลองแวะหน่อย

DSCF9669

DSCF9650

DSCF9656

ร้าน “ยูนามิ แฟคตอรี่” Yunami Factory เป็นร้านอาหารที่บริหารงานโดยคนรุ่นใหม่ ที่ชอบการเดินทาง แต่ก็ยังรักบ้านเกิดอย่างเกาะคุเมะจิม่านี้ด้วย เลยจับเอาอาหารสไตล์ฮาวายและการตกแต่งร้าน มาบวกกับวัตถุดิบในการปรุงอาหารสดๆ จากเกาะคุเมะจิม่า โดยเฉพาะกุ้ง “คุรุมะเอบิ” ของขึ้นชื่อ

DSCF9676.JPG

DSCF9681.JPG

นอกจากจะรสชาติอร่อยแล้ว แต่ละมุมในร้านยังถ่ายรูปสวย เหมาะจะอัพลงโซเชี่ยลมากๆ เลยค่ะ

ที่เกาะคุเมะจิม่านี้มีชายหาดหินขนาดใหญ่ รูปทรงห้าเหลี่ยม-หกเหลี่ยมต่อกัน จนมีรูปร่างเหมือนเสื่อทาทามิ (หรือจะมองเป็นกระดองเต่าก็ได้นะ) จนได้ชื่อว่า “ทาทามิอิชิ” Tatami Ishi 畳石นั่นเอง

DSCF9718

 

DSCF9572
โดยทาทามิอิชินี้ มีมาตั้งแต่สมัยเมื่อ 6 ล้านปีก่อน เกิดจากลาวาใต้ดินปะทุขึ้นมาโดนน้ำทะเลที่มีความเย็น ทำให้เกิดเป็นลายแบบนี้ ซึ่งหินแต่ละก้อนจะมีลักษณะเป็นเสายาวลงไปใต้ดินถึง 20 เมตร ตอนนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางธรรมชาติของจ.โอกินาว่าเรียบร้อยแล้วค่ะ

 

DSCF9577.JPG
*ชายหาดหินนี้อยู่ด้านหน้า Bade Haus ที่เราไปมาเมื่อวานค่ะ ใช้เวลาเดินทางจากสนามบินคุเมะจิม่า ด้วยรสบัสสายวนรอบเกาะประมาณ 30 นาที แนะนำให้ไปช่วงน้ำลงจะเห็นลายหินสวยงามมากกว่า

อาหารทะเลขึ้นชื่อของที่นี่ คือ “กุ้งพันธ์คุรุมะเอบิ” Kuruma Ebi車海老 ซึ่งเกาะคุเมะจิม่านี้ผลิตได้มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในญี่ปุ่น โดยในตอนแรกนั้น กุ้งพันธุ์นี้ไม่ได้ถือกำเนิดที่เกาะคุเมะจิม่านี้หรอกค่ะ แต่มีพ่อค้าในท้องถิ่นมองการณ์ไกล เห็นว่าที่เกาะนี้มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมจึงเปิดฟาร์มกุ้งขึ้นมา เมื่อประมาณ 40 กว่าปีก่อน

DSCF9763

เราได้ไปเยี่ยมชมฟาร์มกุ้งด้วย ได้ชมทั้งบ่อกุ้งที่ในแต่ละบ่อมีกุ้งมากถึง 6 ล้านตัว!! ซึ่งเค้ายังมีส่วนของโรงคัดแยกกุ้ง เพื่อนำไปจำหน่ายในที่ต่างๆ ในประเทศอีกด้วย

DSCF9736

DSCF9747

DSCF9761

DSCF9746

ที่น่าทึ่งคือ เค้าใช้วิธีห่อกุ้งสดๆ ด้วยน้ำแข็งแล้วส่งทางไปรษณีย์ค่ะ โดยกุ้งของวันนี้ จะส่งถึงตลาดอาหารทะเลในโตเกียว ตอนเช้ามืดของวันรุ่งขึ้น เพื่อเตรียมถูกขายต่อไป

DSCF9756

DSCF9760

มันสุดยอดเลย ที่ได้เห็นกุ้งยังเป็นๆ โดยห่อลงกล่อง บางตัวดีดมาก ไม่ต้องจับมันกระโดดลงกล่องเองเลยค่ะ (สงสัยอยากรีบไปเที่ยวโตเกียวไวๆ)
*ติดต่อขอเข้าชมฟาร์มกุ้งได้ที่ http://kumesougoukaihatsu.com/shop.html?1510274781

ระหว่างทางเราเจอสะพานลอยฟ้าที่สวยมาก มีชื่อว่า “สะพานซึมุกิ” Tsumugi Bridge つむぎ橋 โดยจะทาสีแดงไว้ตรงฝั่งนึง อาจจะเพื่อป้องกันอุบัติเหตุตรงทางโค้ง แต่มันทำให้เป็นวิวที่สวยมากเลยล่ะ ยิ่งตัดกับสีฟ้าใสของท้องฟ้าโอกินาว่า มันยิ่งสวยเหมือนโปสเตอร์เลย ได้ยินมาว่าตรงนี้เป็นคอร์สปั่นจักรยานที่มีชือของเกาะด้วยนะคะ

DSCF9792.JPG

และนี่คือจุดชมวิวที่เจ๋งตรงที่เราสามารถมองเห็นวิวของเกาะคุเมะจิม่าได้รอบเกาะ! “ซากปราสาทอุเอกุสุคุ” Uegusuku Castle 宇江城城跡 เป็นที่ตั้งวังสมัยก่อนสร้างด้วยหิน สมัยที่เกาะยังไม่รวมเข้าเป็นของญี่ปุ่น ถูกทำลายจากสงครามเมื่อตอนต้นคริสตศักราชที่ 16 เป็นซากปราสาทที่มีอยู่ตำแหน่งสูงที่สุดในจ.โอกินาว่า มีความสูง 310 เมตร สามารถมองเห็นวิวรอบเกาะคุเมะจิม่าได้รอบๆ ในแบบพาราโนราม่า รวมทั้งฮาเทะโนะฮาม่า และในวันอากาศดี สามารถมองเห็นเกาะหลักโอกินาว่าได้ด้วย

DSCF9807

20180312_111553.jpg
สำหรับคนที่ขับรถเช่ามาก็ไม่ต้องกังวลเรื่องที่จอดเลยค่ะ เพราะบนเกาะมีที่จอดรถเหลือเฟือ และส่วนใหญ่จะจอดฟรีซะด้วย อย่างที่ซากปราสาทนี้ก็กลายเป็นจุดชมวิวปกติไปแล้ว มีคนจูงหมาขึ้นมาเดินเล่นได้ด้วย อย่างชิลเลย

 

20180312_114649

20180312_112333.jpg

และด้วยความที่คุเมะจิม่าเป็นเกาะเล็กๆ การขับรถไปแต่ละที่จึงใช้เวลาไม่นาน จากซากปราสาท แป๊บเดียวเราก็ถึงอีกจุดที่น่าสนใจ
“ฮิยะโจบันตะ” Hiyajo Banta Cliff 比屋定バンタ

DSCF9862.JPG

เป็นจุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด เพราะสามารถมองเห็นวิวทะเลได้อย่างสวยงาม มองเห็นหมู่เกาะที่อยู่ใกล้เคียงได้ด้วย สามารถเอาข้าวกล่องไปนั่งทานชมวิวได้ มีร้านขายของที่ระลึกด้วย

DSCF9828DSCF9836DSCF9840
*เดินทางจากสนามบินคุเมะจิม่าด้วยรถยนตร์ประมาณ 20 นาที

สัมผัสธรรมชาติกันต่อที่ “บ้านปลาเขตร้อน” Tropical Fish House 熱帯魚の家 เห็นชื่อน่ารักแบบนี้ แต่จริงๆ แล้วมันคือปรากฎการณ์ธรรมชาติ ที่เมื่อน้ำลง ปลาในทะเลบางส่วนจึงถูกขังอยู่ในโขดหินที่เป็นแอ่ง ใกล้ๆกับฝั่ง ทำให้เราสามารถชมความงามของปลาทะเลและปะการังได้อย่างใกล้ชิด

DSCF9864.JPG

ได้ยินมาว่าที่บ้านปลาเขตร้อนแห่งนี้ถูกพบโดยแท็กซี่ท้องถิ่นด้วยความบังเอิญ แล้วทางเจ้าหน้าที่ของเกาะก็เลยจัดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของเกาะไปเสียเลย นับได้ว่าเป็นสถานที่ที่เราจะได้สัมผัสธรรมชาติที่แท้จริงเลยล่ะ

DSCF9917.JPG
ไกด์ท้องถิ่นแนะนำให้เราเอาขนมปังไปป้อนปลาได้ด้วย ให้ความรู้สึกอีกแบบ ต่างไปจากตอนป้อนอาหารปลาในวัดเลยค่ะ เพราะนี่มันคือปลาทะเลสีสวยๆ เหมือนที่เห็นในอควาเรี่ยมเลย แถมตอนที่ไปเรายังโชคดี เจอปลาไหลทะเลด้วย ตอนแรกตกใจนึกว่างูทะเล แหะๆ

DSCF9885

DSCF9868

ถ้าพาเด็กๆ มาที่นี่คงเหมาะมากเลย เพราะจะได้เรียนรู้เรื่องสัตว์ทะเลจากของจริง มีป้ายแนะนำชนิดปลาบอกไว้ด้วย ขนาดเราๆ เป็นผู้ใหญ่ ยังชอบการเรียนรู้จากธรรมชาติแบบนี้เลยค่ะ

DSCF9918

เป็นที่สังเกตุนิดนึงคือ เรามักจะเห็นขยะทางทะเล พวกขวดเปล่า กระป๋องเปล่าบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา แต่เมื่อสังเกตุดูแล้ว ขวดเหล่านั้นมีฉลากเป็นภาษาจีนทั้งนั้นเลย คุณไกด์บอกว่า มันมักจะลอยมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ โอ้ววว มาไกลขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย แต่เอ๊ะ จะว่าไป การเดินทางด้วยเรือไปไต้หวัน หรือจีนแผ่นดินใหญ่มันยังใกล้กว่าไปเกาะคิวชูอีกนี่เนอะ ก็เป็นไปได้ๆ

DSCF9914.JPG

แต่เวลาเดินที่นี่ต้องระมัดระวังมากๆ เลยนะคะ เพราะพื้นเป็นหินและซากปะการังแห้งๆ ค่อนข้างแหลมคม ถ้าล้มลงทีนี่ทะลุหนังแน่ๆ แนะนำให้ใส่รองเท้าผ้าใบไปจะดีกว่ารองเท้าแตะที่ลื่นง่ายค่ะ

มาสถานที่ที่คนที่นี่เค้าให้ความเคารพนับถือกันบ้าง “ภูเขาหินมิฟุกะ” Mifuga Rock ミーフガー เป็นภาษาโอกินาว่า แปลว่า “หินผู้หญิง”

DSCF9922.JPG

ว่ากันว่าผู้หญิงที่อยากมีลูก ถ้ามาไหว้ขอที่นี่แล้วจะสมหวัง ตอนที่เราไปก็เห็นคู่รักขับรถเอาของมาทำพิธีไหว้หลายคู่เลยค่ะ ใครที่พยายามมีลูกมานาน ไม่สมหวังซักที ลองมาขอที่นี่ดูก็ไม่เลวนะคะ

ที่นี่มีจุดน่าพิศวงด้วยนะคะ ตอนที่ได้ยินชื่อครั้งแรก เราก็ตกใจ เฮ้ยมันจะน่ากลัวรึเปล่า ก็ดันชื่อ “โอบาเกะซากะ / เนินผีสิง”Obake saka お化け坂

DSCF9955.JPG

คือเนินที่นี่จะหลอกตา บางคนจะมองว่าเป็นเนินขึ้น แต่บางคนจะมองว่ามันเป็นเนินลง แต่เมื่อลองเอาล้อรถยนตร์ หรือของที่กลิ้งได้อย่างเช่น กระป๋อง, ลูกบอลไปวางดูก็จะรู้ว่ามันกลิ้งไปทางไหน ต้องไปลองดูเองนะคะ เราไม่บอกหรอก อิอิ

DSCF9948

*จุดนี้เป็นถนนที่มีรถผ่าน ถึงจะไม่บ่อย แต่ก็ระวังอันตรายเวลายืนกลางถนนด้วยนะคะ
Address : 588 Gushikawa, Kumejima, Shimajiri District, Okinawa Prefecture, Japan

 

หลักจากวนชมจุดท่องเที่ยวเด่นๆ ของเกาะมาครึ่งวัน ก็ได้เวลาทานข้าวเที่ยงกันแล้วค่ะ

DSCF0023

มื้อนี้เรามากันที่ร้าน “ยันโช” Yan sho やん小 ร้านโอกินาว่าโซบะชื่อดังแห่งเกาะคุเมะจิม่านี้ เปิดทำการแค่วันละ 3 ชั่วโมงเท่านั้น (12:00-15:00 / last order 14:30) จุดเด่นคือทำเส้นโซบะเองและทำออกใหม่ทุกวัน จึงทำให้มีปริมาณจำกัด

DSCF9997.JPG

DSCF9999.JPG

ตัวร้านเป็นบ้านไม้สไตล์โอกินาว่าเก่า ที่มาดัดแปลงเปิดเป็นร้านอาหารได้สิบกว่าปีแล้ว
ได้รับความนิยมสูงจากเว็บจัดอันดับอาหารและท่องเที่ยวของญี่ปุ่นมากมาย นอกจากรสชาติที่อร่อยกลมกล่อมและ บรรยากาศของร้านยังสบายๆ เหมือนได้เข้ามานั่งเล่นในบ้านคนท้องถิ่นจริงๆ เลยค่ะ

DSCF0013

DSCF0011

DSCF0006

DSCF0016

DSCF0015

*แนะนำให้จองที่ร้านก่อน เพราะในช่วงไฮซีซั่นลูกค้าจะเยอะมาก และถ้ามาช้า บางทีของหมด ก็อาจจะปิดก่อนเวลาได้
Address : 509 Nakadomari, Kumejima, Shimajiri District, Okinawa Prefecture, Japan

 

อิ่มแล้วก็มายืดเส้นยืดสายกันหน่อย ด้วยการขี่ม้าชมวิวที่ “คุเมะจิม่า อุมะโบคุโจ” Kumejima Uma Bokujo 久米島馬牧場โดยก่อนอื่นก็ต้องเลือกน้องม้าตัวที่ถูกชะตาก่อน เจ้าหน้าที่จะแนะนำชื่อ พร้อมคาแรกเตอร์ และนิสัยให้เราเลือก

20180312_162549.jpg
จากนั้นก็เลือกคอร์สที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นขี่ม้า ฝ่าทุ่ง ขึ้นเขา เลียบริมทะเล หรือแม้แต่ขี่ลงไปในน้ำน้องม้าเค้าก็จัดให้เราได้ค่ะ ราคาก็แตกต่างกันไป เริ่มต้นที่ 4,500 เยน ไปจนถึงสองหมื่นกว่าเยน

DSCF0031.JPG
คอร์สที่เราเลือกคือ ขี่ม้าเข้าป่าและเลียบริมทะเล 1 ชั่วโมง ราคา 9,000 เยน พนักงานที่นี่อัธยาศัยดี และช่วยถ่ายรูปให้เราได้ด้วย รับรองว่าได้รูปสวยๆ ตอนขี่ม้ากลับมาแน่นอนค่ะ

DSCF0102

DSCF0052

DSCF0056

DSCF0093
มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากเลยนะคะ ตอนที่ได้ขี่ม้า ชมวิวธรรมชาติ ทั้งป่า และชายหาดแสนสวย ลมก็พัดเย็นกำลังดี ไม่ร้อนเลย เป็นหนึ่งชั่วโมงที่คุ้มค่าจริงๆ ค่ะ

20180312_161726
*ติดต่อจองคิวน้องม้า เพื่อสัมผัสประสบการณ์แบบนี้ได้ที่ https://kumejimauma.jimdo.com/
ตั้งแต่เดือนเมษายน 2018 มีการเปลี่ยนแปลงราคา ติดต่อสอบโดยตรงที่เว็บเลยค่ะ

 

เวลาแห่งความสนุกที่คุเมจิม่าหมดลงแล้ว ฮืออออ ยังไม่อยากกลับเลย หลงรักเกาะคุเมะจิม่า เกาะเล็กๆแสนน่ารักนี้แล้วสิ แต่การเดินทางก็ยังต้องดำเนินต่อไป เราเดินทางกลับไปเอากระเป๋าที่โรงแรม เพื่อเช็กอินเตรียมขึ้นเครื่องบินที่สนามบินคุเมะจิม่า กลับไปยังสนามบินนาฮา

DSCF9970.JPG
จากฟาร์มม้า ไปโรงแรม และไปสนามบินอีกทีนี่ใช้เวลาแป๊บเดียวเองค่ะ 1 เพราะเกาะเล็ก อะไรๆ ก็อยู่ใกล้กันหมด 2 ไม่มีรถติดแน่นอน 555

DSCF0145.JPG

20180312_181808.jpg

ขึ้นเครื่องบินของสายการบิน Ryukyu Air Commuter ไปพบกับความสนุกที่มีความเป็นเมืองมากขึ้นของเกาะหลักโอกินาว่า เมืองนาฮากำลังรอเราอยู่!!

DSCF9709.JPG

เกร็ดน่ารู้ของคุเมะจิม่า

– ด้วยความที่มีอากาศอบอุ่นตลอดปี และเต็มไปด้วยธรรมชาติ ในฤดูร้อนจึงถูกใช้เป็นที่เก็บตัวนักกีฬาเบสบอสทีม Rakuten ทีมดังในญี่ปุ่น

– ทั้งเกาะมีโรงเรียนมัธยมปลายเพียงแห่งเดียว ดังนั้นเด็กทุกคนบนเกาะจะรู้จักกัน และเมื่อเรียนจบม.ปลาย ก็ต้องหาที่เรียนต่อในเมืองใหญ่อื่นๆ เช่น เมืองนาฮา, เกาะคิวชู หรืออื่นๆ

– บนเกาะคุเมะจิม่าไม่มีเกมเซ็นเตอร์ ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ดังนั้นกิจกรรมยามว่างของเด็กนักเรียนบนเกาะ คือการเล่นกีฬา ทั้งทางบกและทางน้ำ

– อาชีพส่วนใหญ่ของชาวบ้านที่ ถ้าไม่ทำด้านการท่องเที่ยว คือการเกษตรและการประมง ทั้งปลูกผัก, เลี้ยงวัว

– สามารถขับรถวนรอบทั้งเกาะได้ด้วยเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง

IMG_1028.JPG

การเดินทางจากเกาะหลักโอกินาว่า มายังคุเมะจิม่าเดินทางด้วยเรือเฟอร์รี่ ประมาณ 4 ชั่วโมง ราคา 5,800 เยน แต่ถ้าโดยทางเครื่องบินเล็กโดยสาร จะใช้เวลาประมาณ 20 นาทีเท่านั้น เรียกได้ว่าขึ้นปุ๊บ ยังไม่ทันงีบก็ถึงแล้วค่ะ แต่ราคาก็จะแพงกว่า ประมาณหมื่นกว่าเยน

แต่สำหรับประชากรที่มีภูมิลำเนาบนเกาะนี้ จะได้รับสิทธิพิเศษซื้อตั๋วโดยสารในราคาถูกกว่าสายการบินที่มีเส้นทาง นาฮา-คุเมะจิม่า ได้แก่ Japan Transocean Air และ Ryukyu Air Commuter (เป็นบริษัทในเครือ JAL)

DSCF9978

อย่าลืมติดตามตอนต่อของบล็อก Unseen Okinawa Part 2 เร็วๆ นี้นะคะ คราวนี้เน้นเที่ยวเมือง “นาฮา” กัน แถมเรายังมีเวอร์ชั่นวิดิโอคลิปใน youtube ด้วย ดูควบคู่กับบล็อกนี้ได้เลย ติดตามได้ที่ www.ReikoBangkokNeko.com และ youtube “Reiko Meow” นะคะ กดติดตามกันไว้นะคะ จะได้ไม่พลาด

EP01 Okinawa VLOG EP01 เที่ยวญี่ปุ่น โอกินาว่าน่ารักจัง ลุยเกาะคุเมะจิม่า หินสวยน้ำใสแจ๋ว https://youtu.be/GWsF7WKMDKc

EP02 เที่ยวโอกอนาว่า ขี่ม้า เล่นกับปลาทะเล จับกุ้งที่เกาะคุเมะจิม่า https://youtu.be/NLCabDFZyX4

รวมทั้งรบกวนติดตามโซเชี่ยลอื่นๆ ของเราด้วย ทั้ง twitter, Instagram @reiko_ws / facebook : Reiko.ws รับรองว่ามีเรื่องเที่ยวญี่ปุ่นมาฝากเรื่อยๆ แน่นอนค่าาาา

สนับสนุนการเดินทางโดย การท่องเที่ยวโอกินาว่า Visit Okinawa, เว็บเรื่องราวเกี่ยวกับญี่ปุ่นในมุมมองใหม่ anngle

อ่านบทความท่องเที่ยวโอกินาว่าเพิ่มเติมได้ที่ นิตยสารออนไลน์ ANNGLE(แองเกิ้ล)
http://anngle.org/th/category/j-journer/okinawa-ken
http://anngle.org/th

2018_anngle_logo01
สนับสนุนโดย
Be.Okinawa / Okinawa Convention & Visitors Bureau

https://www.visitokinawa.jp/?lang=th

https://m.facebook.com/visit.okinawa.th

Beokinawa_board_1200

Photo by Worajan Sangngern, Atipati Praihirun, Okinawa Tourism

 

แปลงร่างไปรีวิว Pretty Guardian Sailor Moon The Miracle 4-Dที่ USJ!

หลายคนคงจะเห็นข่าวอีเว้นต์ของ USJ (Universal Studios Japan) โอซาก้า ที่ทำโปรเจคต์ Universal Cool Japan 2018 ร่วมกับอนิเมชั่นและเกมดัง อย่างโคนัน, ไฟนอลแฟนตาซี ซึ่งในโปรเจคต์นี้ ยังเอาใจสาวๆอย่างเรา ด้วย “เซเลอร์มูน” อนิเมชั่นยอดฮิตที่ครองใจสาวเล็กสาวใหญ่มากกว่ายี่สิบปี

เรามีโอกาสได้ไปเที่ยว USJ ในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เลยจะมารีวิวให้ดูกัน ขอเน้นๆที่โซนเซเลอร์มูนเลยนะ เพราะชอบเป็นการส่วนตัว อิอิ ปะ ไปกันเลยยยย

มาถึงก็ต้องถ่ายมุมยอดฮิต ลูกโลกซะก่อน วันที่เราไปอากาศครึ้มๆ ฝนตกปรอยๆบ้าง แต่โดยรวมก็ยังโอเค ไม่หนาวเกินไป

img_4715

ถึงแล้ววววว โซนเซเลอร์มูนของเรา ที่ป้ายจะเขียนว่า Pretty Guardian Sailormoon : The Miracle 4-D

20180403_230522.jpg

ไฮไลต์ของอีเว้นต์นี้คือ โชว์ 4-D ชมภาพยนตร์สั้นๆ ประมาณ 20 นาที มีลม มีน้ำกระจาย มีปิ้วๆ หยึยๆ มาโดนพอให้ตื่นเต้น กรี๊ดดดด เป็นพักๆ เราจะได้เจอกับบรรดาเซเลอร์ตัวหลักครบทั้ง 5 คน พร้อมพระเอกของเรา หน้ากากทักซิโด้ ที่โผล่มาแล้วทำให้ขำได้ (นี่แกเป็นพระเอกจริงๆเหรอ 555) ที่น่าประทับใจ คือฉากแปลงร่างที่ดูสมจริงจนเหมือนอูซางิมาอยู่ยืนตรงหน้าเลยล่ะ

น่าเสียดายที่เค้าไม่ให้ถ่ายรูปข้างในนะจ๊ะ แต่ยังไงไปดูเองก็ได้อรรถรสมากกว่า

img_4718

แนะนำว่าให้ซื้อคฑา USJ x Sailormoon เข้าไปเล่นด้วยนะ เพราะมันจะมีโหมดปกติ เปิดไฟเปลี่ยนสี กับโหมดหัวใจ ซึ่งพอเข้าไปปุ๊บ คฑาจะส่องแสงตามเนื้อเรื่อง ให้เราได้ส่งพลังช่วยสาวๆ เซเลอร์ต่อสู้กับเหล่าร้ายได้ด้วย

img_4717

มีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูปมากมาย จะแต่งตัวจัดเต็มมาจากบ้าน หรือมาซื้อพรอพเพิ่มที่นี่ก็ได้

img_4716

น้องแมวลูน่า กับ อาร์ทิมิส ยืนทักทายในช่องขายตั๋ว

img_4721

และนี่คือออออ สไตล์เที่ยว USJ ในวันนี้ของเรา แต่งเป็นธีมเซเลอร์จูปิเตอร์ สีเขียว ทั้งสีผม ทรงผม น่าจะพอแต่งได้เข้าสุดละ เลือกแมตช์โดยรวมเป็นสีดำ แล้วมาหาไอเท็มเพิ่มที่นี่ล่ะ ถ้าไปช่วงที่อากาศอบอุ่นกว่านี้ ไม่ต้องใส่แจ็กเก็ตและถุงน่องก็จะเห็นสีสันของคาแรกเตอร์มากขึ้น

img_4730

เรามากันเป็นทีมนะจ๊ะ พี่อากิ เป็นเซเลอร์วีนัส (สีส้ม) บีมจัง แน่นอนว่าเป็นเซเลอร์มูน ทำผมซาลาเปาคู่ด้วย น่าร้ากกกก เวลาแต่งตัวเป็นแก๊งแล้วมันรู้สึกมั่นใจ และสนุกกว่าเดิมยังไงก็ไม่รู้ สาวญี่ปุ่นนิยมแต่งตัวเป็นกลุ่มกับเพื่อนๆมาเที่ยวสวนสนุกแบบนี้แหละ ใครจะมาก็จัดเต็มเลยจ้า

img_4737

และนี่คือซุ้มขายป๊อปคอร์นนั่นเอง ซึ่งเป็นที่ร่ำลือกันว่า “กระป๋องน่ารักมว้ากกกก”

20180403_230550.jpg

แอร๊ยยยยยย น่ารักจริงๆด้วย แค่ได้ครอบครองก็รู้สึกฟินแล้วววววว ฮี่ๆๆๆ

20180404_003444.jpg

ข้างในเป็นป๊อปคอร์น รสคาราเมล (3,200 เยน)

20180322_093534.jpg

C360_2018-03-22-17-22-12-371.jpg

มาทานเมนูเด็ดของอีเว้นต์กันมั่ง แน่นอนว่าต้องมีอาหารคาวหวานที่ทำเป็นธีมเซเลอร์มูนออกมาด้วย จะน่ารักแค่ไหนกันน้าาาา

img_4727

img_4728

แต่นแต๊นนนนนน และนี่คือ อาหารเซ็ตเซเลอร์สุดฟรุ้งฟริ้งของเรา งืออออ มัน-น่า-รัก-มว้ากกกกกกกกก!!!!

img_4724

มาดูอาหารคาวกันก่อน ครัวซองต์พระจันทร์เสี้ยว, ซุปข้าวโพดของลูน่า และสลัดกุ้งกับเกรปฟรุ๊ต เซ็ตนี้ ราคา 1,490 เยน

img_4723

img_4725

ส่วนของหวาน ซ้าย – เซเลอร์ปริซึ่มพาวเวอร์เค้ก เป็นเค้กสามรส เบอร์รี่ พิสตาชิโอ้ และสัปปะรด (800 เยน)

กลาง – เซเลอร์มูนดริ้งค์ เป็นน้ำสตรอว์เบอร์รี่และเลม่อนโซดา (580 เยน)

ขวา – เซเลอร์มูนคอมแพ็กเค้ก เป็นชีสเค้กรสสตรอว์เบอร์รี่ ทำเป็นรูปตลับแปลงร่าง (800 เยน)

20180322_094203.jpg

20180322_093955.jpg

20180322_093851.jpg

ผลัดกันถ่ายรูป ผลัดกันกินเพลินเลย แต่โดยรวมไม่ค่อยกล้ากิน ก็มันน่ารักเกินไปนี่นาาาา

20180322_094923.jpg

มาดูโซนช้อปปิ้ง ของที่ระลึกของฝากกันมั่ง

img_4747

มีไอเท็มออริจินอล ที่หาซื้อได้เฉพาะแค่ที่ USJ เท่านั้นเพียบเลย ดังนั้น ถ้าใครไปแล้วลังเล อยากบอกว่า ซื้อไปเหอะ หมดงานนี้แล้วก็ไม่รู้จะไปหาซื้อที่ไหนแล้วนะ

อันนี้เป็นกระเป๋าเครื่องสำอาง และโบว์ติดผม มีครบทุกสีของเซเลอร์ตัวหลักเลย

img_4742

กระเป๋าผ้าใบมีทั้งแบบหิ้ว และกระเป๋าเครื่องสำอาง เคสใส่บัตรก็น่ารัก เอาเป็นว่าลองดูกันเลยว่ามีอะไรน่าซื้อมั่ง ขอบอกว่า เราก็โดนมาหลายชิ้นเหมือนกัน แต่มันน่ารักนี่นาาา แล้วมันก็ใช้ได้จริงด้วยนี่นาาาาา (เนอะๆ)

img_4743

img_4745

คฑา (2,900 เยน) เปลี่ยนสีได้ด้วย เอาไว้ใช้ตอนไปดูคอนก็ได้้นะ

img_4746

img_4748

เสื้อยืดมีหลายแบบ ราคาจะแตกต่างกันเล็กน้อย โดยรวมอยู่ที่สามพันกว่าเยน เราใส่ไซส์ M จ้ะ (สูง 165 ซม.) ใส่แบบหลวมๆ ไม่รัดรูปสบายดีนะ

20180322_123931.jpg

img_4739

img_4749

img_4744

img_4752

img_4753

img_4751

img_4750

img_4754

และที่นี่ยังมีมุมถ่ายภาพที่ระลึกในสตูดิโออีกด้วย จะมีฉาก มีคฑาให้เลือกถือตามคาแรกเตอร์ที่ชอบ ตากล้องเป็นผู้หญิงร่าเริงน่ารักมาก สอนให้โพสท่าด้วย เค้าจะให้รูปถ่ายแบบนี้ใส่เฟรมมา แถมยังดาวน์โหลดไฟล์ภาพมาเก็บได้ด้วย ราคา 1,800 เยน

sailor jupiter.jpg

สำหรับสาวกเซเลอร์มูน ขอบอกว่าไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะคาเฟ่ต์ ร้านขายของธีมเซเลอร์มูน ยังพอจะมีจัดเรื่อยๆ แต่การที่จะมามีอีเว้นต์ใหญ่ในสวนสนุกแบบนี้ มีโอกาสไม่บ่อยนะ

โดยงานจะจัดถึงวันที่ 24 มิถุนายน 2018 นี้เท่านั้น เดี๋ยวนี้ตั๋วญี่ปุ่นโปรเยอะแยะ ไปเหอะ สนุกแน่ แค่ได้แต่งตัวถ่ายรูปเล่นก็ฟินนนนแล้ว!! ไปเหอะ เชื่อจูปิเตอร์สิคะ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Universal Studios Japan instagram @usj_sailormoon

20180322_101538373323849.jpg

*************************************************************************************

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ“บ.ก.เรโกะ” คือใคร? เรียนอะไร? ทำงานอะไรมา? เขียนเองเล่าเองซะเลยLet me introduce my self, Reiko.wsfacebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : youtube “Reiko_ws เรโกะ”

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*

แต่งตัวไปเที่ยวเมืองหนาวยังไง ให้อุ่นแต่ไม่อวบเป็นหมี

ช่วงนี้คงมีหลายคนแพลนไปเที่ยวต่างประเทศกัน โดยเฉพาะที่อากาศหนาวๆ ก็แหมม เมืองไทยมันไม่หนาวสะใจ ไปทั้งทีก็ต้องขอเจอหิมะกันหน่อยล่ะ ถ้าเป็นญี่ปุ่นก็ต้องฮอกไกโด โทโฮคุ และลานสกีต่างๆ แต่บางทีก็มีปัญหาตรงที่ ไม่รู้จะแต่งตัวยังไง ให้อุ่นด้วย และยังดูดี ไม่ดูเป็นหมี หรือตุ๊กตามิชลิน

DSCF1317

IMG_4825

เรามี 10 คำแนะนำแต่งชุดท้าลมหนาวมาแนะนำกันค่ะ เน้นๆที่ความหนาวอุณหภูมิเลขตัวเดียว ไปจนถึงติดลบ มาๆ ลองดูกัน เตรียมพร้อมก่อนไปลุยของจริงที่ญี่ปุ่น!

DSCF0318

(เสื้อดาวน์สีดำตัวนี้ เราซื้อจาก Shibuya109 เมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้ก็ยังใส่ได้ แถมยังแมตช์ได้หลายแบบเพราะถอดฮู้ดออกได้ด้วย )

1.อย่าเลือกใส่หนาๆแค่ตัวเดียวจบ ใช้วิธีใส่ซ้อนหลายๆชั้น

ถ้าเลือกใส่แบบหนาๆ มันก็ช่วยไม่ได้ที่จะดูอ้วนตัน ลองเลือกผ้าวูล แบบถัก หรือเสื้อที่เนื้อบางแต่ให้ความอบอุ่นเหมาะกับฤดูหนาว แล้วใส่พวกเสื้อเสริมความอุ่นอย่าง ฮีทเทคของ Uniqlo, GU ไว้ด้านใน

ซึ่งตอนนี้ร้านอื่นๆ เช่น Itoyokado, Shimamura ก็มีจำหน่ายเป็นทางเลือกในราคาไม่แพง แต่ถ้าจะซื้อจากไทย Uniqlo ก็น่าจะสะดวกสุด มีโปรโมชั่นบ่อยๆด้วย ลองดูนะคะ

IMG_7080

(ข้างใต้เสื้อคอเต่าสีขาว เราใส่ฮีทเทคสีเสื้อไว้ข้างใน สวมโค้ททับอีกตัวก็ออกไปลุยหิมะได้แล้วค่ะ)

2.เลือกถุงน่องแบบหนา หรือบุขน ก็สามารถใส่กระโปรงหรือกางเกงขาสั้นได้แม้หิมะตก

เราไม่จำเป็นต้องสู้ความหนาวด้วยกางเกงขายาวเสมอไป ถ้าอยากใส่กางเกงขาสั้นหรือกระโปรงสั้น ก็ใส่ด้านในเป็นถุงน่องแบบหนา หรือบุขน เดี๋ยวนี้ร้านออนไลน์ในเน็ตมีขายเยอะมาก พวกร้านที่ขายเสื้อผ้าฤดูหนาวน่ะ

ถ้าจะซื้อในร้านญี่ปุ่นเค้าก็จะมีตัวบอกความหนาของถุงน่องเป็น Denier ถ้าจะไปเมืองหนาวมีหิมะตก ก็เลือกแบบ 100 denier อัพไปเลยค่ะ แล้วใส่บู้ตยาวอีก เอาอยู่แน่นอน

IMG_6596

(นุ่งสั้น แล้วใส่ถุงน่องดำแบบหนาไว้ด้านใน นอกจากจะกันโป๊ได้แล้ว ยังทำให้อุ่นอีกด้วย)

3.กางเกงยีนส์หรือกางเกงขายาว เลือกแบบอุ่นพิเศษ หรือใส่ซ้อนข้างในอีกชั้น

กางเกงยีนส์แบบปกติ จริงๆแล้วก็เอาอยู่น่ะแหละ แต่ถ้าใครขี้หนาว จะดูกางเกงยีนส์แบบอุ่นพิเศษ ที่ Uniqlo ก็มีค่ะ เพิ่งซื้อมา ราคาประมาณพันบาทมั้ง

ถ้าจะใส่เป็นกางเกงผ้าเนื้ออื่นที่บางกว่ายีนส์ ก็ให้ใส่ถุงน่องไว้ข้างในเพิ่มความอุ่นด้วยนะคะ เวลาเลือกกางเกง เราจะเลือกสีเข้ม พวกเทา น้ำเงิน ดำ เพื่อให้ขาดูเล็ก

ถ้ายีนส์ ก็จะเลือกทรงสกินนี่ กระชับไปกับขา จะได้ดูผอมเพรียว แต่ถ้าเอี๊ยมก็จะเลือกแบบไม่หลวมไม่รัดมาก กำลังพอดีๆค่ะ

IMG_5556

(ในรูปเป็นกางเกงยีนส์ยืดขายาวแบบไม่ได้บุอุ่นด้านใน แต่ก็เอาอยู่เพราะท่อนบนใส่ให้อบอุ่น และใส่กับรองเท้าบู้ตยาว สำหรับลุยหิมะได้)

4.เสื้อโค้ตตัวนอก แนะนำให้ไปซื้อที่ต่างประเทศจะดีกว่า หรือซื้อแบรนด์นอกในไทยก็ได้

ถ้าไม่ได้ติดยี่ห้ออะไร ลองดู Uniqlo, GU เลยค่ะ เครื่องลงปุ๊บไปซื้อไว้ก่อนเลย แบบอุ่นๆ และราคาไม่แพงมีเยอะมาก หรือจะไปดูร้านราคาไม่แพงในย่านวัยรุ่นอย่าง Honey’s, ingni ก็ได้ แต่ถ้าซื้อในไทย พวกแบรนด์นอกอย่าง H&M, ZARA, XXI ก็ราคาไม่แพง และแบบสวยๆเยอะค่ะ

IMG_7135IMG_6439

(เสื้อสองตัวนี้เราเช่าร้านมาค่ะ เริ่มเบื่อเสื้อที่บ้านเลยลองหาแบบใหม่ๆใส่ 555 สองตัวนี้จากร้าน Vinter4rent มีใน facebook และ instagram ค่ะ)

5.อย่าลืมใส่หมวก ถุงมือ และผ้าพันคอ ช่วยเก็บความอบอุ่นให้ร่างกาย

ทำให้ตัวอุ่นแล้วก็อย่าลืมจุดที่อาจจะลืมไปอย่าง คอ มือ และศรีษะด้วยนะคะ ถ้าไม่อยากเสียตังค์เยอะ เพราะไม่ได้ไปบ่อยๆ ลองดูที่ร้าน 100 เยน, ร้าน 300 เยนก็ได้ค่ะ ของคุณภาพพอใช้ได้ หายก็ไม่เสียดายด้วย (อันนี้สำคัญ เพราะทำของพวกนี้หายบ่อย ฮ่าาาา) ซึ่งการที่มีหมวกไหมพรมหนาๆ และผ้าพันคอรอบใบหน้า มีผลทำให้หน้าดูเล็กลงด้วยนะ

IMG_7079

(หมวกและผ้าพันคอ ของสำคัญที่ขาดไม่ได้เวลาไปเมืองหนาว แถมยังเลือกแมตช์ให้เข้ากับแต่ละวันได้ง่ายด้วย)

6.ถุงร้อนแบบเขย่า หรือแบบแปะ ช่วยได้มากเวลาไปที่หนาวๆ

ถุงร้อน หรือที่เรียกว่า “ไคโร” นั้น มีหลายแบบเลยค่ะ ราคาก็ไม่แพง หลักร้อยเยนเท่านั้น แต่ช่วยแก้หนาวได้เยอะเลย มีทั้งแบบซุกมือในกระเป๋า แบบแปะเสื้อ แบบใส่ในรองเท้าก็มี ลองเลือกตามแบบที่ชอบเลย มีขายตามร้านขายยาทั่วไป และร้านร้อยเยน

1894683-e

7.รองเท้าลุยหิมะ เลือกแบบที่พื้นมีดอกยางและเป็นหนังน้ำไม่เข้า

พวกรองเท้าขนๆสวยๆ เช่น UGG มันอุ่นแถมยังน่ารักก็จริง  แต่มันไม่กันน้ำนะคะ ดังนั้นถ้าจะลุยหิมะ ลองดูรองเท้าหนังที่น้ำไม่เข้า และรองเท้ามีดอกยางจะดีกว่า จะได้เดินบนหิมะและน้ำแข็งได้สะดวก ไม่ลื่น

ถ้าลองดูตามแบรนด์แฟชั่นนอกในไทยแล้วยังไม่เจอที่ถูกใจ ก็ลองไปดูร้านที่ญี่ปุ่น ราคาไม่แพงก็มี เริ่มต้นที่สองสามพันเยนก็ซื้อได้แล้ว (ตอนเซลส์) ถ้าไปต่างจังหวัด ไม่ค่อยมีแหล่งช้อป แนะนำให้เข้า AEON Mall เลยค่ะ ของถูกและดีมีอยู่จริง ยิ่งถ้าเจอของลดราคา บางทีราคาแค่พันบาทต้นๆเท่านั้น แถมยังสวยและลุยหิมะได้ด้วย

IMG_7677

(รองเท้าบู้ตยาวสีดำคู่นี้ เราซื้อก่อนวันที่จะไปลุยหิมะ ที่ห้าง AEON Mall ซึ่งมีในต่างจังหวัดแทบทุกที่ ราคาถ้าจำไม่ผิด ไม่เกิน 5,000 เยน เพราะลดราคาอยู่พอดี ใส่สวย คุ้มมาก หลังๆนี่ถ้าจะไปแถบที่หิมะตก เอาไปคู่เดียวใส่ได้ทุกวันเลยค่ะ)

IMG_5027

แต่ถ้าเจอหิมะนิดหน่อย ไม่ทับถมหนานัก รองเท้าขนแกะและสนีกเกอร์ก็ยังพอเอาอยู่ ถึงพื้นจะไม่เกาะก็ตาม แต่สามารถป้องกันหิมะและน้ำเข้ารองเท้าเพิ่มเติมได้ด้วย สเปรย์กันน้ำ หาซื้อได้ตามร้านรองเท้าทั่วไป เราเคยซื้อที่ ABC Mart ราคาประมาณพันเยนค่ะ

8.ถ้าหนาวมาก ก็ใส่มาส์กปิดปากช่วยได้

ไม่ใช่แค่เวลาป่วยและไม่ได้แต่งหน้าเท่านั้น มาส์กปิดปากยังช่วยป้องกันหน้าเราจากความหนาวได้อีกด้วย ถ้าไปเจอที่ติดลบ อย่าลืมพกมาส์กนะคะ มันช่วยได้จริงๆ แน่นอนว่ามันช่วยปกปิดใบหน้า ทำให้หน้าดูเล็กลงได้ด้วย

IMG_8109

(เลือกมาส์กสีดำ ก็จะรู้สึกเท่กว่าใส่มาส์กสีขาวนิดนึง 555)

9.เลือกเสื้อผ้าโทนสีที่ไม่แปร๋นมาก จะได้แมตช์กันง่ายๆ

เวลาไปเมืองนอก โดยเฉพาะในหน้าหนาว เสื้อผ้ามันก็จะพองๆ ทำให้เกะกะกระเป๋า ถ้าเราพกเสื้อผ้าสีแปร๋นๆ ไปถ่ายรูปสองวัน มันก็ซ้ำแล้ว ดังนั้นแนะนำให้เลือกเสื้อผ้าโทนสีทึมๆเรียบๆ จะแมตช์เข้ากันง่ายกว่า

อาจจะให้ดำเทาน้ำตาลเป็นหลัก แล้วมีจุดเด่นเป็นผ้าพันคอสีๆ หรือกระเป๋าแบบมีลาย ก็ดี จะได้เปลี่ยนสีและลายได้สะดวกในแต่ละวัน แถมการใส่เสื้อผ้าสีเข้ม ยังช่วยพรางให้ดูผอมลงด้วย ในเมื่อเรายังเอนจอยกับการกิน และยังฟิตหุ่นไม่ได้ เราก็ต้องหาวิธีพรางหุ่นกันไปก่อนล่ะ 555

IMG_6551

(ชุดโดยรวมเป็นสีดำและเบจ เลยให้สีของกระเป๋า ม่วงหม่นๆเป็นจุดเด่น เวลาออกทริปเราชอบสะพายเป้ค่ะ สะดวกใส่ของได้เยอะดี เป้สีม่วงของ Roxy ค่ะ)

IMG_6418

(กางเกงสกินนี่สีดำเป็นอะไรที่ขาดไม่ได้ ใส่กับอะไรก็เข้าไปหมด อย่างน้อยต้องเอาไปตัวนึง)

10.ลงทุนกับอุปกรณ์กันหนาวดีๆ ไม่ต้องมีเยอะ แต่ใช้ได้นานและทน หรือเช่าใส่เอาเถอะ

บางคนอาจจะคิดว่านานๆไปที ไม่ต้องมีของแพงหรอก ซื้อถูกๆ เอาก็ได้ แต่ถ้าของมันถูกไป อาจจะไม่กันหนาวนะจ๊ะ กลายเป็น “เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย” ลงทุนซื้อของดี แต่ใช้ได้นานไปเลยดีกว่า อย่างที่บอก เดี๋ยวนี้ของดีราคาไม่แพงก็มีเยอะแล้ว ลองไปดู

ไม่ก็เช่าเสื้อกันหนาวเอาก็ได้ เดี๋ยวนี้มีร้านเช่าเสื้อกันหนาวและรองเท้าบู้ตให้บริการเยอะแยะ ถ้าไม่อยากใส่เสื้อโค้ทซ้ำกับทริปก่อน ก็เช่าเลยค่ะ รับรองได้รูปสวยไม่ซ้ำกันแน่ๆ

IMG_6053

เอาล่ะ นี่ก็เป็น “10 เทคนิกแต่งเสื้อผ้าท้าลมหนาว แบบอุ่นแต่ไม่อวบ” ของเราที่เอามาฝากกันนะคะ ช่วงนี้คนไปเที่ยวต่างประเทศกันเยอะ ก็ขอให้รักษาสุขภาพดีๆ แต่งตัวให้อบอุ่น สวยได้แต่เราต้องไม่เป็นหวัดด้วยนะจ๊ะ ขอให้สนุกกับทริปฤดูหนาวจ้าาา

เมื่อรู้วีธีการแต่งตัวในเมืองหนาวก็อย่าช้ารีบจองตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นตอนนี้ยังทันหนาว โดยสามารถจองกับ Traveloka ได้เลย แอปพลิเคชั่นที่จะช่วยให้การจองตั๋วเครื่องบินและที่พักในญี่ปุ่นของคุณง่ายขึ้น ที่สำคัญมาพร้อมกับการจ่ายเงินที่เบาลงด้วย เราได้ลองใช้แล้วจองง่าย จ่ายเงินก็สบาย ลองเข้าไปดูราคาตั๋วเครื่องบินญี่ปุ่นได้ที่นี่ https://www.traveloka.com/th-th/flight-to-japan และที่พักญี่ปุ่นก็มีให้เลือกมากมายตรงนี้เลยhttps://www.traveloka.com/th-th/hotel/japan

IMG_4822

*************************************************************************************

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ..เรโกะ” คือใครเรียนอะไรทำงานอะไรมาเขียนเองเล่าเองซะเลยLet me introduce my self, Reiko.wsfacebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : youtube “Reiko_ws เรโกะ

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*

 

 

เที่ยวโตเกียว VR Zone Shinjuku เกมเซ็นเตอร์ ที่มีแต่ VR!!

“ชินจูกุ” ย่านท่องเที่ยวในโตเกียวที่เป็นขวัญใจนักท่องเที่ยวไทย มีทั้งแหล่งเที่ยว ที่กิน ที่ช้อปครบในที่เดียว แถมยังสนุกได้จนดึก ทำให้หลายคนที่มาเที่ยวโตเกียว เลือกปักหลักหาที่พักในย่านนี้

ในฐานะที่เราก็คุ้นเคยกับย่านชินจูกุ เห็นว่ามีเกมเซ็นเตอร์แห่งใหม่เปิด จึงไม่พลาดที่จะไปลองเล่นดู ซึ่งเกมที่ว่านี้ก็ไม่ใช่เกมตู้ธรรมดานะคะ เพราะเป็น “เกม VR” สัมผัสประสบการณ์เสมือนจริง ที่กำลังฮิตอยู่ในตอนนี้!! เพิ่งเปิดให้บริการตั้งแต่ฤดูร้อน 2017 ที่ผ่านมานี่เอง ว่าแล้วก็ลองไปดูกันเลยค่ะ ว่ามีอะไรให้เล่นมั่ง

ราคาค่าใช้บริการก็ตามนี้เลยค่ะ คือ จะมีแบบเป็นตั๋วค่าเข้าพร้อมเซ็ต 4 เกมต่อ 1 วัน ราคา 4,400 เยน, ตั๋วค่าเข้า (ไม่รวมค่าเล่น) 800 เยน, ค่าเข้าสำหรับเด็ก (ไม่รวมเครื่องเล่น) 500 เยน

มีเกมให้เลือกเล่นเยอะมาก ตั้งแต่เกมประสบการณ์ต่างๆ แบบเบสิก เช่น ปีนตึก เล่นสกี ตกปลา ที่ฮิตสุด เห็นจะเป็น “กันดั้มยูนิคอร์น” ที่เราจะสามารถประสบการณ์ขึ้นไปนั่งบนอุ้งมือของกันดั้มยักษ์ โดยมีฉากหลังเป็นวิวโอไดบะสวยงาม แต่มาริโอ้กับดราก้อนบอลก็ฮิตไม่แพ้กัน

มีป้ายบอกว่าจะใช้เวลากี่นาที สำหรับการรอเล่นเกม จะได้เลือกบริหารเวลาได้ถูก บางเกมไม่ต้องรอก็มีค่ะ

ชั้นล่างจะเป็นส่วนร้านค้า และเกม ส่วนด้านบนเป็นเกมล้วนๆ ได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้เล่นดังออกมาเป็นระยะ20171028_203823.jpg

ด้านในตกแต่งอลังการ ด้วยแสงสี สามารถลงไปถ่ายรูปเล่นตรงกำแพงได้ด้วย โพสต์ท่าเล่นกับเส้นแสงสนุกมากเลยล่ะ

 

ตรงส่วนไฟประดับ เข้าไปถ่ายรูปสวยๆเล่นได้ด้วย 

โซนคาเฟ่ต์และอาหาร ก็ยังมี VR ให้เล่น ตกแต่งเป็นแบบธรรมชาติ ทั้งป่าไม้ และทะเล บรรยากาศและเสียงต่างๆ ทำให้เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในนั้นเลยล่ะ

20171028_205418.jpg

ส่วนเกมต่างๆนั้น ถูกกั้นล็อกไว้อย่างโปร่ง คนที่เดินผ่านไปมาสามารถมายืนดูได้ มันก็จะเขินตอนแรกๆ แต่เล่นไปแป้บเดียวก็อินจนลืมไปเลยว่ากำลังเล่นเกมอยู่

เกมโรงพยาบาลร้างผีสิง อันนี้ได้ยินเสียงกรี๊ดดังออกมาตลอดเวลา กลัวจนไม่กล้าเล่นเลย แฮ่ๆๆ

เราเล่นเกมเดินบนไม้กระดานที่ตึกสูง เพื่อไปช่วยลูกแมวเหมียวผู้น่าสงสาร (แทนด้วยตุ๊กตา) ถึงแม้ว่าจะมีลมแรง วิวข้างล่างน่ากลัวขนาดไหน แต่ทาสแมวอย่างเรา ก็ต้องไปช่วยแมวน้อยให้ได้ ด้วยสัญชาติญาณ แป้บเดียวก็อุ้มน้องแมวออกมาได้แล้วค่ะ อิอิ

20171028_2103372035967452.jpg

ตรงโซนกันดั้ม มีรูปจำลองกันดั้มยูนิคอร์นให้ถ่ายรูปด้วย ถ้าใครมาก็อย่าพลาดมุมนี้เลยนะ

สำหรับการมา VR Zone Shinjuku นี้ก็ง่ายมากเลยค่ะ ลงรถไฟที่สถานีชินจูกุ แล้วเดินมาทาง Kabukicho 歌舞伎町 ตัวตึกจะอยู่ตรงเวิ้งหน้าโรงแรม APA Kabukicho tower หรือสังเกตง่ายๆ เดินผ่านมาทางด้านหลังของโรงแรม Gracery Shinjuku ที่มีก็อตซิล่าอยู่ข้างบนน่ะ สมัยนี้สะดวกมากแค่ เซิร์ซ Google Map “VR Zone Shinjuku” ก็น่าจะมาได้ง่ายๆ ไม่หลงแน่นอน

*VR Zone Shinjuku*

1 Chome-29-1 Kabukicho, Shinjuku, Tokyo 160-0021, Japan

Open 10:00 – 22:00 https://vrzone-pic.com/en/

C360_2018-01-05-21-55-20-269.jpg

ไม่ต้องเป็นคนที่ชอบเล่นเกมเป็นประจำ แต่ก็สามารถสนุกไปกับประสบการณ์โลกเสมือนจริงของ VR ได้ คนที่มาเที่ยวโตเกียว แล้วเกิดเจอพายุฝน หิมะตก ไม่รู้จะออกไปเที่ยวข้างนอกที่ไหน ลองมาใช้เวลาที่นี่ก็น่าจะคุ้มค่าและได้ประสบการณ์แปลกใหม่นะคะ เพราะบางเกม หาเล่นได้เฉพาะที่ญี่ปุ่นเท่านั้น ขอให้สนุกกับการวางแผนทริปโตเกียวค่า

(รูปทั้งหมด อัพเดตเมื่อเดือนต.ค. 2017)

*************************************************************************************

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ..เรโกะ” คือใครเรียนอะไรทำงานอะไรมาเขียนเองเล่าเองซะเลยLet me introduce my self, Reiko.wsfacebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : youtube “Reiko_ws เรโกะ

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*

 

 

เที่ยวร้าน Momotaro Jeans จ.โอคายาม่า แพงหลักหมื่น แต่ขายดีสุดๆ!!

สำหรับคนที่เป็นขาประจำยีนส์ญี่ปุ่น คงต้องเคยได้ยินชื่อ ยีนส์ “โมโมทาโร่” กันแน่ๆ ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์ยีนส์ชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น มีต้นกำเนิดที่ จ.โอคายาม่า ซึ่งที่นี่มีชื่อเสียงในการผลิตผ้ายีนส์มายาวนาน เพราะมีดินเค็ม เหมาะสมแก่การปลูกฝ้ายที่มีคุณภาพดี รวมทั้งยังได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตยีนส์จากอเมริกาอีกด้วย ทำให้ยีนส์ของที่นี่ได้รับความนิยม และเป็นที่รู้จักทั่วไปทั้งในและต่างประเทศ มีแบรนด์ดังๆ ที่ถือกำเนิดจากเมืองนี้มากมาย

ซึ่งด้วยค่าครองชีพที่แตกต่างกับเมืองไทย และวิธีการผลิตอันพิถีพิถัน ทำให้ราคาของยีนส์ที่นี่ค่อนข้างสูง เริ่มต้นที่หลักหมื่นเยนขึ้นไป ราคา 2-3 หมื่นเยนเป็นเรื่องปกติ ยิ่งถ้าส่งออกมาขายต่างประเทศ ก็จะได้รับการอัพราคาเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว

ดังนั้น ถ้าได้ไปถึงถิ่นเจอยีนส์ราคา 3 หมื่นเยน (เกือบ 1 หมื่นบาทไทย) ก็ถือว่าคุ้มค่าน่าซื้อมากเลยล่ะ ซึ่ง “โมโมทาโร่” ก็เป็นหนึ่งในแบรนด์ยีนส์ญี่ปุ่นชั้นนำที่สาวกยีนส์จะนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ  ในวันนี้เราจะพาเข้าไปเที่ยวชมร้านโมโมทาโร่ สาขาแรกที่เมืองโคจิม่ากันค่ะ

โมโมทาโร่ยินดีต้อนรับครับบบบ

DSCF7721

ป้าย Kojima Jeans ดีไซน์แบบเรโทร

DSCF7680 บรรยากาศภายในร้านตกแต่งด้วยไม้และสีขาวสบายตา เอายีนส์แขวนโชว์โดดเด่น

DSCF7702 ดิสเพลย์ยีนส์ภายในร้านแบบดิบๆ เรียบง่าย

DSCF7681 เสื้อเชิ้ตเท่ๆ เข้ากับแฟชั่นยีนส์ก็มีนะ DSCF7703DSCF7711 จุดเด่นอยู่ที่ลวดลายสีขาวและฟ้าที่กระเป๋ากางเกง ซึ่งลายเส้นขีด Going to Battle นี้คือลายที่ฮิตที่สุด เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์DSCF7686 พิถีพิถันถึงด้านในกระเป๋ากันเลย DSCF7684 ใส่กับเสื้อกั๊กเป็นเซ็ตก็เท่ดี DSCF7709 เข็มขัดหนัง ที่สามารถสั่งไซส์ตามความต้องการได้ด้วย DSCF7704 กระเป๋าผ้ายีนส์ก็เป็นอีกอย่างที่ขายดี DSCF7695 เลือกเพ้นท์ลายกระเป๋ากางเกงเป็นแบบที่ชอบได้ ราคาเริ่มต้นที่ 2,000 เยน DSCF7715 หมวกยีนส์เท่ๆ ก็ใส่ได้ทั้งชายหญิงนะ DSCF7716 นอกจากยีนส์แล้วยังมีอย่างอื่นขายอีกด้วย ในรูปคือ ลูกอมในกล่องเหล็กที่ระลึก, น้ำยาซักยีนส์ และ กระเป๋าผ้าเดนิม DSCF7683 สำหรับในตอนนี้ ร้านยีนส์โคจิม่า มีสาขาในจ.โคจิม่า 2 สาขาคือร้านนี้ และที่สาขาหน้าสถานีโอคายาม่า และ อีก 2 สาขาที่โตเกียว ที่โคเอ็นจิ และ อาโอยาม่า แต่สามารถสั่งซื้อทางออนไลน์ช็อป http://www.momotarojeans.com/ ได้ด้วย Location Momotaro Jeans Kojima Ajino Honten 1-12-17 Kojima Ajino Kurashiki-shi Okayama-ken 711-0913 Open 10:00-19:00 เปิดทุกวันไม่มีวันหยุด (ยกเว้นช่วงหยุดปีใหม่)

การเดินทาง ง่ายๆ เพียงแค่นั่งชินคันเซนจากชินโอซาก้ามาลงที่สถานีโอคายาม่า (ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง)  แล้วต่อรถไฟ JR มาลงที่สถานีโคจิม่า (ใช้เวลาประมาณ 30 นาที) ลงรถแล้วต่อแท็กที่อีกประมาณ 6 นาทื หรือเดิน ประมาณ 16 นาทีก็จะถึงร้านค่ะ DSCF7714

หวังว่าจะถูกใจคนรักแฟชั่นญี่ปุ่น โดยเฉพาะยีนส์กันนะคะ อ่านแล้วเผื่อจะมีกำลังใจปั่นงานหาเงินไปซื้อยีนส์สวยๆ ที่ญี่ปุ่นใส่กัน

(จากคอลัมน์ Japan Circle ที่เราเขียนลงนิตยสาร Ray Thailand ฉบับ Jan 2017 / รูปและข้อมูล อัพเดต ณ เดือนก.ค.2016)

*************************************************************************************

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ..เรโกะ” คือใครเรียนอะไรทำงานอะไรมาเขียนเองเล่าเองซะเลยLet me introduce my self, Reiko.wsfacebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : youtube “Reiko_ws เรโกะ

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*