เริ่มต้นเป็นยูทูปเบอร์จริงจัง! เลยไปฟังงาน Youtube Creator Day มาล่ะ! / July2017

เมื่อ 15 ก.ค.ที่ผ่านมาเราได้ไปร่วมงาน Youtube Creator Day มาล่ะ เป็นกิจกรรมที่ Youtube Thailand เค้าจัดขึ้นเพื่อให้ความรู้และเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเหล่าครีเอเตอร์ หรือยูทูปเบอร์ ซึ่งกิจกรรมแบบนี้เค้าจัดกันมาหลายครั้งแล้ว เราเพิ่งมาร่วมเป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกคือ Youtube Fan Fest เมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา

คือเราน่ะสมัครช่องยูทูปในชื่อ “Reiko_ws เรโกะ” ไว้นานละ เอาไว้เพื่อดูคลิปสนุกๆ และเข้าไปอ่านคอมเม้นต์ของแฟนรายการ Kimochiii in Japan ของ ihere tv รวมลิ้งค์ทุกตอนคิโมจี้ “Kimochiii in Japan” ตั้งแต่ซีซั่น 1 ถึงล่าสุด! All youtube  Links of Kimochiii ที่เราเป็นพิธีกรร่วม (รายการนี้ทำมาหลายปีแล้ว ตั้งกะ 2012 ตอนนี้ก็ยังมีอยู่ ถึงซีซั่น 7 ละจ้ะ)

แต่ที่เริ่มมาทำคลิปลงช่องตัวเอง เพราะเราอยากมีช่องทางแสดงออกในแบบของตัวเองอย่างอิสระ ถ้าเป็นสื่อที่ตัวเองสังกัดก็ต้องเกรงใจเจ้านาย ทำตามใจลูกค้า ห้ามผิดคอนเซปต์ของสื่อที่สังกัด ประมาณนั้น เลยเริ่มทำพร้อมๆกับบล็อก www.ReikoBangkokNeko.com นี่แหละจ้ะ

20170715_112919

สำหรับกิจกรรมของยูทูปนี้ แบ่งคลาสของผู้เข้าร่วมตามยอดผู้ติดตาม เราอยู่ในกลุ่ม 10,000-50,000 คน (34,817 ณ วันที่ 18 ก.ค. 2017) ได้รู้จักเพื่อนครีเอเตอร์ใหม่ๆมากมาย แต่ละคนก็มีสไตล์เป็นของตัวเองน่าติดตามมากเลย

C360_2017-07-16-23-26-32-981

ซึ่งในงานเค้าก็จะให้ความรู้ในการดูหลังบ้าน เช็กยอดผู้เข้าชม ดูสถิติต่างๆ โดยมียูทูปเบอร์รุ่นพี่ที่มีชื่อเสียงมาเล่าประสบการณ์ให้ฟัง มีหลายอย่างที่ฟังแล้วร้อง เอ๊ะ!? ร้อง ว้าวววว!! เพราะเราไม่รู้มาก่อน ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกว่าการทำช่องยูทูป ทำคลิปนี่มันน่าสนใจมาก นอกจากจะเก็บเป็นความทรงจำแล้ว ยังเป็นการบอกเล่าเรื่องให้คนอื่นดูได้อีกด้วย สำหรับเรายังมีจุดอ่อนอยู่ที่การตัดต่อยังไม่เก่ง มีบ้างที่ให้มืออาชีพมาช่วย แต่ก็จะพยายามทำเองให้คล่องขึ้นได้ไวๆล่ะ

บัดดี้ในการเรียนครั้งนี้ของเรา “ปลั๊ก” แฟนเราเอง เป็นทั้งที่ปรึกษา คอยให้คำแนะนำในฐานะคนที่ทำงานด้านโปรดิวเซอร์มา (ละครและรายการทีวี) บางทีก็ช่วยถ่ายรูปให้ด้วย เค้าก็สนใจจะเปิดช่องยูทูปเกี่ยวกับเกม เพราะนี่ก็เกมเมอร์ตัวยงคนนึงเหมือนกัน

ทีมงานเค้าให้เล่นเกม เพื่อหาผู้โชคดี นี่ก็ขึ้นไปเล่นกะเค้าจนชนะอะ ได้รางวัลเป็นเสื้อยืดยูทูปมาด้วย ตัวใหญ่สุดบนเวทีเลย ฮ่าาาา

กับเพื่อนๆใหม่ครีเอเตอร์ที่รู้จักในงาน บางคนก็ทำเรื่องเกม เรื่องรถ เรื่องบิวตี้ วาไรตี้ การที่คนที่มีความสนใจหลากหลายได้มาเจอกัน คุยกัน นี่มันสนุกดีนะ นึกถึงสมัยเรียนแล้วเจอเพื่อนต่างคณะเลย

กับสาวสวยเน็ตไอดอลคนดัง มิกิ Miki Misasaki เคยเจอกันตามงานแบบผ่านๆมาหลายที ยังไม่เคยคุยกันแบบจริงจัง วันนี้ได้มาทำความรู้จักกัน จากนี้คิดว่าจะมีอะไรสนุกๆทำด้วยกันได้นะจ๊ะ

รวมตัวกันหน่อย ทุกคนที่อยู่ในที่นี้ ต่างก็มีความชอบในการคิดและทำคลิปสนุกๆในสไตล์ที่แตกต่างกันไป ก็ขอให้ทุกคนสนุกกับการทำช่องของตัวเอง แล้วมาแลกเปลี่ยนความรู้กันอีกในคราวหน้านะคะ

ถ้าใครสนใจร่วมกินกรรมดีๆแบบนี้ ก็ลองหาโอกาสเข้าร่วมในครั้งหน้านะจ๊ะ ถ้ามีช่องยูทูปอยู่แล้วเข้าไปดูรายละเอียดที่ https://www.youtube-creatorcommunity.com/ ได้เลย เค้ามีอีเว้นต์มาอัพเดตเรื่อยๆ สมัครรับข่าวสารเอาไว้จะได้ไม่พลาดนะจ๊ะ ไม่แน่เราอาจได้เจอกันในงานคราวหน้าก็ได้

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ “บ.ก.เรโกะ” คือใคร? เรียนอะไร? ทำงานอะไรมา? เขียนเอง เล่าเองซะเลย Let me introduce my self, Reiko.ws

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : Reiko_ws เรโกะ

https://www.youtube.com/channel/UClDnQRFXD5kb9ueBKFRBBQw

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพในบล็อกนี้มีทั้งที่เราถ่ายเอง ได้มาจากมิกิรูปนึง ส่วนรูปหมู่ได้มาจากของทีมงานค่ะ*

ลุคสบายๆของเรโกะ กับรองเท้า Minderella

ไหนๆก็เคยทำงานด้านนิตยสารแฟชั่นญี่ปุ่นมา วันนี้เราจะมาโชว์สไตล์ส่วนตัวให้ดูกันล่ะ อิอิ เมื่อเทียบกับสมัยที่นิตยสาร GAL รุ่งเรือง จะเห็นได้ว่าสไตล์ของเราจะซอฟท์ลงเยอะเลย เน้นแบบที่ใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน ไปทำธุระ ทำงาน ไปเที่ยวได้ในชุดเดียว ซึ่งนี่คือ 3 สไตล์ส่วนตัวของเรา ที่เลือกรองเท้าสวยๆจาก Minderella (อ่านว่า มิน เดอ เรล ล่า) มาแมตช์กัน ไปดูกันเลยจ้าาา

ลุคแรกวันพีซสีชมพูอ่อนหวานๆ ทรงปล่อยตรงๆ ดูเรียบร้อยไม่เน้นรูปร่าง แต่มีดีเทลตรงที่แขนเสื้อซีทรู และดีไซน์เปิดหลัง เหมาะสำหรับวันที่จะไปดินเนอร์ร้านสวยๆ หรือเข้าเมือง เลือกแมตช์กับรองเท้าส้นสูง รุ่น REBECCA สีเบจ ถึงส้นจะสูงแต่ใส่เดินง่าย ไม่มีหลุดเพราะมีสายรัดข้อเท้า แถมด้วยดีเทลริบบิ้นด้านหลังที่สามารถถอดออกได้อีกด้วย

img_1485

REBECCA (รี-เบค-ก้า) Joyful Party Pumps, 100% Genuine Leather

มีไหม? รองเท้าส้นสูง ที่ใส่เดิน “ทั้งวัน” “ทั้งคืน” แล้วไม่เมื่อยเท้า ใส่คู่เดียว แล้วปรับได้หลายลุค ที่สำคัญ พื้นยางพารากันลื่น!  “100% Genuine Leather Classic Collection” ของ Minderella รุ่นนี้เป็นส้นสูง 4 นิ้ว (มีแพลตฟอร์มด้านหน้า 1 นิ้ว) เดินง่าย สง่างาม ผลิตจากหนังแท้เคลือบ Glitter ทั้งคู่ ..ยิ่งใส่ ยิ่งนุ่ม…พื้นรองเท้ายางพาราธรรมชาติ ช่วยกันลื่น ช่วยให้ทุกย่างก้าวมั่นคง Detail เก๋ด้วยโบว์หนังกลับ ที่ปรับเพิ่มความหวานให้กับสาวๆได้หลายสไตล์ ไม่มีเบื่อ!

img_1361edit

Color : Midnight Black / Egg Shell /  Grey / Glittery Cream

Heel : 4 inches (platform 1”)

Size : 34 – 41

Upper : Cow Leather

Lining/Insole : Cow Leather

Outsole : Natural Rubber

ลุคถัดมา ทะมัดทะแมงด้วยเดนิมฟอกสีอ่อน และเสื้อแขนกุดตัวยาวหลวมสีชมพูอ่อน สำหรับวันที่อยากเดินช้อปปิ้งนานๆ เลือกรองเท้าบัลเล่ต์ที่ดีไซน์หวานน่ารัก แต่เดินสบ๊ายสบาย รุ่น JACKIE สีเบจแบบนี้ เข้าได้กับทั้งชุดไปเที่ยวและชุดทำงานเลยล่ะ

img_1486

JACKIE (แจค-กี้) All-Day Pointed Ballet Flats, 100% Genuine Leather

ใส่สบายเท้า ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ไม่ว่าลุคหวาน หรือ ลุคเท่ห์ คู่เดียว พอ! รองเท้าหัวแหลม ทรงบัลเล่ต์ จาก “100% Genuine Leather Classic Collection” ของ Minderella ได้ถึง 2 ลุคในคู่เดียว ผลิตจากหนังแท้ทั้งคู่ ภายใน และภายนอก ยิ่งใส่ ยิ่งนุ่ม… พร้อมอาร์คซัพพอร์ตโค้งรับรูปเท้า ทำให้ใส่สบายยิ่งขึ้น เปลี่ยนลุคเองได้ ง่ายมาก วันไหนเป็นสาวหวาน ก็เลือกใส่โบว์ วันไหนอยากลุคคูลๆ ก็ใส่พู่ซะ สบาย เก๋ทั้ง 2 แบบ  พื้นรองเท้ายางพาราธรรมชาติ  เสริมส้น ช่วยกันลื่น ทนทาน และไม่สึกง่าย

img_1365edit

Color : Black / Navy Blue / Walnut Brown / Nude

Size : 34 – 41 (made to order)

Upper : Cow Leather

Lining/Insole : Cow Leather

Outsole : Natural Rubber

เชิ้ตวันพีซสีฟ้าลายดอกไม้ ให้ลุคน่ารักๆสดใส แต่ไม่โป๊ เหมาะสำหรับวันหยุดที่อยากเดินเล่นชิลๆ หรือไปเที่ยวทริปถ่ายรูปแบบเช้าไปเย็นกลับยังได้ แน่นอนว่าเพื่อให้เดินได้ทั้งวัน ต้องเลือกแบบส้นเตี้ย แต่ไม่ธรรมดาตรงที่ดีไซน์พู่น่ารักด้านหน้า สีเข้ากับตัวรองเท้า แถมยังถอดออกเพื่อเปลี่ยนอิมเมจได้อีกด้วย

img_1484

ELLEN (เอล-เลน) Playful Loafers, 100% Genuine Leather

เพราะแต่ละวัน คนเรามีหลายบทบาท และหน้าที่ แค่มีรองเท้าคู่ใจคู่เดียว นุ่มสบาย ใส่ได้ทั้งวัน ที่ให้ได้ถึง 2 ลุค! “100% Genuine Leather Classic Collection” ของ Minderella เป็น Loafer สุดชิค ผลิตจากหนังแท้ทั้งคู่ ให้ผิวสัมผัสนุ่ม สวมใส่สบาย เสริมด้วยวัสดุนุ่มพิเศษรอบด้าน พร้อมอาร์คซัพพอร์ตโค้งรับรูปเท้า ทำให้ใส่สบายยิ่งขึ้น เพิ่มความเก๋ด้วยพู่หนังกลับที่ถอดออก เปลี่ยนได้ไม่เบื่อ พื้นรองเท้ายางพาราธรรมชาติ เสริมส้น ช่วยกันลื่นได้อย่างดี ทนทาน และไม่สึกง่าย

img_1355edit

Color : Black / Serenity Blue / Beige / Baby Pink /Light Grey

Size : 34 – 41 (made to order)

Upper : Cow Leather , Suede

Lining/Insole : Cow Leather

Outsole : Natural Rubber

img_1493

5 Facts about แบรนด์ Minderella มีดียังไงมาดูกัน!

-มี concept มาจาก Minute+ cinderella ทุกคนสามารถเป็นเจ้าหญิงได้ภายในเสี้ยวนาที เหมือนรองเท้าแก้วที่เมื่อสาวๆสวมใส่แล้วจะสบาย มั่นใจ และ พร้อมก้าวไปในวันสำคัญได้

-เป็นรองเท้า Handmade ที่ผู้สวมใส่สามารถสร้างสรรค์เรื่องราว และแต่งแต้มความสนุกให้เกิดได้ในทุกๆวัน  เน้นใส่สบายเป็นหลัก พร้อมทั้งผสมผสานเข้ากับแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ของผู้สวมใส่ด้วย (Comfort shoes with Lifestyle)

-พื้นรองเท้าผลิตจากยางพาราแท้ 100% ที่มีคุณสมบัติช่วยกันลื่น ยืดหยุ่นได้ดี แถมยังสวมใส่สบาย เดินนานก็ได้ ไม่มีเมื่อย นอกจากนี้ ในบางรุ่น จะมีซัพพอร์ตช่วงโค้งเท้า (arch support)  เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความสบายเป็นพิเศษ หรือคนที่มีปัญหาในด้านรูปเท้า เช่น เท้าแบน เป็นต้น ทำให้ใส่รองเท้าได้กระชับยิ่งขึ้น  

-มีสีสันและความสนุกของการใส่รองเท้าในแบบฉบับของตัวเอง  โดยตัว accessories ที่อยู่บนรองเท้าของ minderella shoes  ซึ่ง accessories ทุกชิ้น จะสามารถปรับเปลี่ยน และถอดเข้าออกได้ตาม lifestyle และการแต่งตัวในแต่ละวัน 

-มีให้เลือกหลากหลายแบบ ทั้งแบบ classic ballet, flat shoes, sandals, loafer และ ส้นสูง และหลากหลายmaterial ทั้งหนังวัวแท้ หนังเทียมเกรดพรีเมี่ยม และผ้า มีบริการซ่อม แก้ และเปลี่ยนอะไหล่ ให้ หรืองาน made to order สำหรับสาวๆที่ต้องการแบบพิเศษเฉพาะ ก็สามารถสั่งทำตามแบบที่ต้องการได้อีกด้วย 

img_1494

ลองเลือกรองเท้าแบบที่ถูกใจได้ที่นี่เลยยยย มีช่องทางออนไลน์ให้สั่งซื้อได้เยอะแยะเลยค่ะ

Facebook Fan Page : Minderellashoes

Instragram : Minderellashoes

Line official  @minderellashoes (มี @ ด้านหน้า)

www.zalora.co.th

www.shopee.co.th

www.11street.co.th

หรือจะแวะไปลองของจริงและช้อปกันได้ที่หน้าร้านที่ Terminal 21 อโศก ชั้น 3 ห้อง 3016 เปิดทุกวัน 10:00-22:00 น.

ขอให้สาวๆสนุกกับการแต่งตัวในทุกวันนะคะ แล้วมาอัพเดตเรื่องราวสวยๆงามๆกันใหม่นะ

*about me*

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ “บ.ก.เรโกะ” คือใคร? เรียนอะไร? ทำงานอะไรมา? เขียนเอง เล่าเองซะเลย Let me introduce my self, Reiko.ws

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : Reiko_ws เรโกะ

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*”

Text : Worajan Sangngern (Reiko)

Photo : Atipati Praihirun

 

 

 

โชเฟอร์แท็กซี่สาวสวยคนดังจากโตเกียว “คานะ อิคุตะ”

เมื่อพูดถึง “คนสวย” ถ้าเป็นที่เมืองไทยอาชีพที่คนส่วนใหญ่มองว่า คนสวยมักจะทำ คงจะหนีไม่พ้น ดารา นางแบบ แอร์โฮสเตส พีอาร์ประชาสัมพันธ์ พริตตี้เอ็มซี อะไรประมาณนั้น ดังนั้นการที่สาขาอาชีพอื่นๆ มีคนสวยหน้าตาดีเข้ามาทำ จึงเป็นเรื่องไม่ยากที่จะส่งผลให้สาวสวยคนนั้น กลายเป็นดาวเด่นในวงการ โดยเฉพาะยิ่งเป็นอาชีพที่ผู้หญิงไม่ค่อยจะทำกันด้วย พอมีคนสวยน่ารักเข้ามา มันจึงเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ต้องประหลาดใจ!! วันนี้เราขอแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับ “โชเฟอร์แท็กซี่ที่สวยเกินไปแล้ว!”

IMG_1449

เธอคนนี้ชื่อ คานะ อิคุตะ หรือที่รู้จักกันในชื่อเล่นว่า อิคุจัง อายุ 24 ปี เรียบจบมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในโตเกียว สาขาจิตวิทยา หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ด้วยความสูง 150 ซม. ดูบอบบางน่าทนุถนอม เธอทำงานประจำเป็นพนักงานขับแท็กซี่ของบ.ขนส่งอาสุกะ ในโตเกียว รับงานขับแท็กซี่โดยจะวิ่งอยู่แถวๆ ชิบูย่า, เอบิสึ, นาคาเมะกุโระ ใจกลางโตเกียว

แถมยังมีดีกรีนางแบบ และออกรายการโทรทัศน์ต่างๆ อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นสาวสวยที่มีบทบาทหน้าที่การงานน่าสนใจมากๆ

เธอเล่าให้เราฟังว่า เธอทำงานเป็นนางแบบให้กับแฮร์ซาลอนต่างๆ และเป็นนางแบบผู้อ่านให้กับนิตยสาร Mina ซึ่งเป็นนิตยสารแฟชั่นสไตล์ลำลองชื่อดังสำหรับสาววัย 20 ปี ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เมื่อถึงตอนที่จบการศึกษา เธอก็คิดว่าเราจะหางานอะไรทำดีนะ ที่จะยังมีเวลามาถ่ายแบบอยู่ เพราะความฝันสูงสุดของเธอนั้นคือการเป็นนักแสดงนั่นเอง จะให้รับจ๊อบถ่ายแบบอย่างเดียว รอวันที่ได้เป็นนักแสดง งานมันก็ไม่มั่นคง ถ้าเดือนไหนไม่มีงานถ่ายแบบเข้าก็ไม่มีรายได้น่ะสิ

โชคดีของเธอที่ตอนนั้นบ.ขนส่งอาสุกะ เปิดโปรเจคต์หาสาวสวยมาเป็นพนักงานและพรีเซ็นเตอร์พอดี เธอลองเข้าประกวดและได้รับรางวัลชนะเลิศ จากนั้นทางบริษัทก็ส่งเธอไปเข้าคอร์สเรียนรู้วิธีการเป็นโชเฟอร์, ติวเส้นทางต่างๆ รวมทั้งมารยาทในการทำงาน และส่งไปสอบใบขับขี่รถสาธารณะ จนกระทั่งเธอผ่านทุกอย่างเหมือนกับพนักงานคนอื่นๆ และลงมาขับแท็กซี่เต็มตัวตั้งแต่ปี 2014 โดยที่ทางบ.อาสุกะสนับสนุนให้เธอทำงานวงการบันเทิงควบคู่ และแน่นอนว่าเธอมีตำแหน่งเป็นพรีเซนเตอร์ประจำบ.ขนส่งอาสุกะด้วย

IMG_2113

เธอบอกว่างานแท็กซี่ดีตรงที่สามารถเลือกเวลาทำงานที่สะดวกได้ วันไหนที่มีถ่ายแบบช่วงเช้า ก็มาลงเวลาขับรถตอนบ่าย และที่สำคัญมันเป็นงานที่เธอรัก เพราะเธอชอบการขับรถมาก ใฝ่ฝันอยากขับรถเล่นในโตเกียวมานานแล้ว แต่ปัญหาคือเธอไม่มีรถยนต์เป็นของตัวเอง ก็เลยมาขับแท็กซี่ซะเลย ได้ทั้งขับรถเล่นทั่วโตเกียว แถมยังได้ตังค์ด้วย 555 เป็นมุมมองที่น่ารักจริงๆ

ที่เรามีโอกาสได้ไปนั่งคุยกับอิคุจังได้นั้น เพราะเราได้สัมภาษณ์เธอในรายการ Kimochiii in Japan SS6 ค่ะ เป็นรายการออนไลน์ดูได้ทางยูทูป ชมความน่ารักและรู้จักเธอให้มากขึ้นได้ที่ youtube “Kimochiii in Japan ss6 Ikuta Kana โชเฟอร์ที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น” ได้เลยค่ะ

สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองเหมาะกับอาชีพอะไร หรือยังหาตัวเองไม่เจอ ลองดูอิคุจังเป็นแรงบัลดาลใจนะคะ เธอมีความฝัน แต่ก็ยังยืนอยู่บนโลกแห่งความจริง และหาวิธีเพื่อที่จะทำฝันนั้นให้ได้สำเร็จ โดยที่ตัวเองก็ยังมีความสุขระหว่างการเดินตามทางความฝันนั้นด้วย “ไม่มีโอกาส” กับ “มีโอกาสแต่ไม่คว้าเอาไว้” มันแตกต่างกันมากนะคะ

ถ้าวันนั้นอิคุจัง ไม่ส่งใบสมัครออดิชั่นของบ.แท็กซี่ ละทิ้งความฝัน สมัครทำงานออฟฟิศเข้างานประจำทุกวัน มั่นคงแต่ไม่เร้าใจ หรือ เลือกเป็นฟรีแลนซ์นางแบบ เสี่ยงกับรายได้ที่ไม่แน่นอน ก็อาจจะไม่มีคนขับแท็กซี่แสนสวยที่โด่งดังในญี่ปุ่นแบบนี้ก็เป็นได้

ติดตามอิคุจังได้ที่ instagram @ikutakana


*เนื้อหาในบล็อกนี้มาจากคอลัมน์ที่เราเคยเขียนไว้ในหนังสือพิมพ์ Post Today ฉบับ Aug2016 ค่ะ*

*about me*

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ “บ.ก.เรโกะ” คือใคร? เรียนอะไร? ทำงานอะไรมา? เขียนเอง เล่าเองซะเลย Let me introduce my self, Reiko.ws

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : Reiko_ws เรโกะ

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*”

ไดอารี่ประสบการณ์เป็นพิธีกรในงาน BNK48 The Debut

ขอบันทึกความทรงจำ ไว้ในบล็อกนี้ เป็นไดอารี่ก่อนที่ความรู้สึกจะจางไปตามกาลเวลา เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา เราได้รับโอกาสให้ทำหน้าที่พิธีกรในงานเปิดตัวไอดอลไทย สังกัดญี่ปุ่น BNK48 ซึ่งถือเป็นงานใหญ่สำหรับวงการญี่ปุ่นในไทย เพราะนี่คือครั้งแรกที่ไอดอลญี่ปุ่นแท้ๆ จะมาเปิดสาขา มีวงน้องในไทยแบบจริงจัง แน่นอนว่าหลายคนให้ความคาดหวัง และคอยติดตามงานครั้งนี้

img_0882

เราก็เป็นคนหนึ่งที่รู้จักวงพี่ AKB48 รวมถึงอ่านข่าวของวงตระกูล 48/46 มาบ้าง มีเพลงที่ชอบหลายเพลง ฝึกร้องเล่นๆ ถึงแม้จะไม่ถึงขนาดตามติดเป็นแฟนคลับประจำ พอรู้ว่าเมืองไทยกำลังจะมีวง BNK48 ก็ติดตามข่าวมาตลอด เพราะอยากจะรู้ว่าจะออกมาเป็นยังไง คอยลุ้นการเติบโตไปด้วย

img_0526

ตอนที่ได้รับการติดต่อจากทีมงานให้มารับหน้าที่นี้ บอกตรงๆเรามีความรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง และค่อนข้างกดดัน เพราะช่วงนั้นมีข่าวดราม่าเกี่ยวกับงานอีเว้นต์ พิธีกรและศิลปินต่างประเทศ เราเองก็ไม่ใช่คนที่รับงานพิธีกรงานอีเว้นต์บ่อยมาก ผลงานเบื้องหน้าส่วนใหญ่ที่ผ่านมา เป็นพิธีกรรายการทีวีที่เกี่ยวกับญี่ปุ่น (เคยทำมา 4 รายการ) ซึ่งมันเป็นการอัดเทปไว้ มีอะไรพลาดไปยังถ่ายใหม่ ยังตัดต่อได้ แต่นี่คือสดจริงๆ ต่อหน้าคนดูหลายร้อย ซึ่งทุกคนต่างเป็นแฟนคลับที่คาดหวังกับงานเปิดครั้งนี้มาก จะไม่ให้กดดันได้ยังไงล่ะ

img_0504

แต่ถ้าเราไม่ลองทำ แล้วเมื่อไหร่่จะก้าวไปอีกสเต็ปได้ เราเลยตกลงรับงานนี้ และหาข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับไอดอล 48, น้องๆ BNK48 และเหล่าแฟนคลับ ต้องขอบคุณหลายกระทู้พันทิป, บล็อก และแฟนเพจต่างๆ ที่มีข้อมูลให้อ่านเยอะเลย ถึงแม้ว่าเราอาจจะยังรู้ไม่เท่าแฟนคลับตัวจริง แต่ก็มั่นใจได้ว่ามีความเข้าใจระดับนึงล่ะ ต้องขอบคุณทีมงานที่ส่งสคริปต์มาให้ล่วงหน้าด้วย เราอ่านวนแล้ววนอีก เพื่อให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด แต่สำหรับส่วนที่ไม่มีสคริปต์  …เอาวะ เป็นไงเป็นกัน ลุยยยยยย

IMG_0950

งานวันจริง 2 มิ.ย. จัดขึ้นที่ The Emquartier ตรงใกล้ๆทางเข้าออกประตูรถไฟฟ้าเลย จริงๆเราเคยทำงานพิธีกรให้กับงานอีเว้นต์ญี่ปุ่นตรงบริเวณที่จัดงานนี้มาแล้ว แต่ปริมาณคนที่รอชมงาน มันช่างต่างกันอย่างลิบลับเลย วันนี้มวลมหาประชาชนล้นหลาม มานั่งๆยืนๆตั้งแต่ห้างเปิดใหม่ๆ โอ้โหงานใหญ่ขนาดนี้ พลังของแฟนคลับที่มีต่อ 48 group มันช่างสุดยอดจริงๆ เราต้องทำให้ดีที่สุด!!

IMG_1378

ตอนที่ได้เห็นน้องๆในยูนิฟอร์มครั้งแรก น่ารักมากกกก รู้สึกตื้นตันไปด้วยเลย เพราะเราก็เห็นภาพน้องๆมาตั้งแต่ตอนเข้ามาออดิชั่น การที่มีวันนี้ได้ แน่นอนว่ามันเป็นประสบการณ์ใหญ่มากๆในชีวิตของน้องๆ รู้สึกยินดีไปด้วยจริงๆ

img_0512

img_0524

ทั้ง 3 เพลงที่น้องๆโชว์นั้น เราได้ฟังเป็นครั้งแรกพร้อมกับทุกคน เพลงภาษาไทยและมีท่อนภาษาญี่ปุ่น ทำออกมาได้ลงตัว เพราะมาก โดยเฉพาะ 365 nichi no kamihikouki ถ้ามีเอ็มวี, คาราโอเกะ ออกมาเมื่อไหร่เราว่ายอดวิวต้องถล่มทลายแน่ๆ (แต่แอบอยากให้มีเพลง Heavy Rotation ออกกมาด้วยจัง)

IMG_1175 copyIMG_1610IMG_9936 copyIMG_9904 copyIMG_1451 copyIMG_1447IMG_1437 copyIMG_1445 copy

เท่าที่รู้มา เสน่ห์ของไอดอลค่าย 48 คือ คาแรกเตอร์ที่แตกต่่างของแต่ละคน, ถึงจะไม่เพอร์เฟคต์แต่มีความพยายาม เพื่อที่จะพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น เปล่งประกายมากขึ้น ซึ่งแฟนคลับจะสนุกสนานไปกับการเชียร์ การลุ้น ดูพัฒนาการของน้องๆ นี่แหละ โดยในวันงานน้องๆแสดงให้เห็นถึงตรงนี้จริงๆ ไอดอลกรุ๊ปแนวนี้ถือว่าแปลกใหม่สำหรับบ้านเรา แต่เมื่อเป็นที่รู้จักมากขึ้นน่าจะช่วยจุดประกายอะไรได้หลายๆอย่าง ให้ทั้งกับวัยรุ่นด้วยกันเอง หรือแม้แต่กับผู้ใหญ่ก็ตาม

img_0534img_0530

ตัวเราเองทุกวันนี้ก็ยังคิดว่าตัวเองไม่เพอร์เฟคต์ ยังมีจุดที่ต้องปรับปรุง พัฒนาให้ดีขึ้นเสมอ ไม่ทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว เราจึงชอบคอนเซปต์ของค่าย 48 มาก วันนี้ฝันของน้องๆ BNK48 เป็นจริงขึ้นไปอีกสเต็ปแล้วคือการเดบิวต์ คิดว่าจะสามารถเป็นแรงบัลดาลใจให้คนอื่นๆ ในเมืองไทย ค้นหาความฝันของตัวเองแล้วลงมือทำให้สำเร็จได้

img_0576img_0590img_0577

สำหรับตัวเรา ไหนๆพูดเรื่องความฝันแล้ว ก็ขอบอกของตัวเองด้วยละกัน ถึงแม้เราจะไม่ใช่คนที่เก่งภาษาญี่ปุ่นที่สุด ไม่ใช่คนพูดเก่งที่สุด ไม่ใช่คนที่สวยที่สุด ไม่ใช่คนเพอร์เฟคต์ แต่เมื่อได้รับโอกาสให้ทำงานใดแล้ว เราจะทำมันอย่างดีที่สุด

img_0514

ซึ่งเป้าหมายของเราในตอนนี้คือ เป็น “Influencer ด้านญี่ปุ่น ที่เป็นที่รู้จักแม้ในหมู่คนที่ไม่ได้อยู่วงการญี่ปุ่นให้ได้” และ “เป็นพิธีกร ที่คนนึกถึงเป็นลำดับแรกๆถ้าเป็นงานด้านญี่ปุ่น” สำหรับเรามีไอดอลด้านพิธีกรอยู่สองคนค่ะ ได้แก่ คุณหนิง ศรัยฉัตร และ คุณโอปอล์ ถ้าทั้งสองท่านเป็นพิธีกรแถวหน้าของวงการอีเว้นต์ทั่วไปฉันใด เราก็จะเป็นพิธีกรด้านญี่ปุ่นที่ทุกคนนึกถึงเป็นลำดับแรกๆให้ได้ฉันนั้น!! (ในอนาคต ถ้าขยายไปสายอื่นได้ก็จะดีมาก แต่ตอนนี้ขอโฟกัสตรงนี้เอาให้ปึ้กก่อนนะ)

สุดท้ายนี้ขอบคุณทุกคนที่คอยสนับสนุนให้กำลังใจและคำแนะนำ, ขอบคุณทีมงานที่มองเห็นและให้โอกาสเราทำหน้าที่นี้, ขอบคุณน้องๆ BNK48 – AKB48 ที่ร่วมรับส่งกันบนเวที ขอบคุณสำหรับความพยายามที่แสดงออกมาให้เห็น ส่งต่อเป็นแรงบัลดาลใจให้อีกหลายๆคน รวมถึงตัวพี่เองด้วย, ขอบคุณแฟนคลับ 48 ทุกคนที่ส่งเสียงเชียร์ คอยโต้ตอบเวลาเราพูดบนเวที ถ้าไม่ได้พวกคุณเราคงแย่เลย, ขอบคุณน้องๆที่ติดตามผลงานเราและเข้ามาทักทาย, ขอบคุณทุกคนในโซเชี่ยลที่เขียนติชมถึงเรา, ขอบคุณจ่าพิชิต Drama Addict ที่ลงรูปเราด้วยนะคะ ดีใจได้ลงเพจดัง อิอิ และขอบคุณทุุกคนที่มีส่วนช่วยให้งานนี้สำเร็จลงไปได้ด้วยดี เราดีใจมากที่มีโอกาสได้เป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์วงการเพลงญี่ปุ่นในไทยครั้งนี้ค่ะ จากนี้เราก็จะไม่หยุดพัฒนาตัวเอง หวังว่าจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับ BNK48 อีกนะคะ ไฟต์โตะ!!

img_0560

*about me*

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ “บ.ก.เรโกะ” คือใคร? เรียนอะไร? ทำงานอะไรมา? เขียนเอง เล่าเองซะเลย Let me introduce my self, Reiko.ws

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : Reiko_ws เรโกะ

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพในบล็อกนี้มีทั้งที่เราถ่ายเอง มีบางส่วนใช้รูปจาก BNK48 official ค่ะ*

 

 

 

 

 

เล่นแมวลายเสือที่คาเฟ่ต์แมวเบงกอล ใจกลางฮาราจูกุ Bengal Cat’s Forest ヒョウ猫の森

ถ้ามีโอกาสได้ไปเที่ยวโตเกียว คิดว่าย่าน “ฮาราจูกุ” น่าจะเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่หลายคนพลาดไม่ได้ โดยเฉพาะวัยรุ่น เพราะที่นี่มีเสื้อผ้าแฟชั่นรองเท้า และร้านเก๋ๆให้เที่ยวชม เดินเพลินๆได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ กระซิบนิดนึงว่าหากใครจะมาเที่ยวย่านฮาราจุกุกำลังหาที่พักใกล้ๆ เราแนะนำให้พักย่านชิบูย่า เพราะอยู่ใกล้กัน แถมเป็นสถานีใหญ่อยู่ใจกลางเมือง เดินทางไปไหนก็สะดวก ซึ่งชิบูย่าก็ที่พักมีให้เลือกหลากหลายแบบ ทั้งโรงแรม โฮสเทล โดยมีราคาตั้งแต่หลักร้อยไปถึงหลักพัน โดยสามารถจองที่พักย่านชิบูย่าได้ที่ Traveloka >> https://www.traveloka.com/th-th/hotel/japan/city/shibuya-ku-20004092 เค้ารวบรวมที่พักในชิบูย่าไว้ให้แล้วมากมาย ชอบสไตล์ไหน ราคาเท่าไร ตัดสินใจเองและกดจองได้เลยจ้าาา

เราก็เป็นคนหนึ่งค่ะ ที่ชอบไปช้อปปิ้งทั้งที่ชิบูย่าและฮาราจูกุมาก แต่จะให้เดินทั้งวันทั้งคืน มันก็คงไม่ไหว แบกของเยอะด้วย เลยต้องหาที่นั่งพักจิบชากันซักหน่อย นั่นทำให้เราเจอที่นี่…

img_7488

Bengal Cat’s Forest (ヒョウ猫の森)แปลตรงตัวว่า “ป่าของแมวเบงกอล” นั่นเอง ที่นี่คือ คาเฟ่ต์แมวที่มีเฉพาะแมวลายเสือสายพันธ์ุเบงกอลเท่านั้น ซึ่งเปิดคู่กับ Owl’s Forest (フクロウの森)ป่าของนกฮูก เจ้าของเดียวกัน โดยที่นกฮูกจะอยู่ชั้น B1 แมวเบงกอลอยู่ชั่น 3 ไม่ต้องสงสัย… ทาสแมวอย่างเรากดลิฟท์ชั้น 3 ทันทีสิจ๊ะ

ผ่างงงงงงง!! เปิดประตูเข้ามาก็จะเจอทาสแมว ทั้งเอเชียและชาวตะวันตกนั่งๆนอนๆเล่นแมวอย่างฟิน

img_7492

หันมาทางซ้ายมือ เป็นเค้าน์เตอร์ต้อนรับ ก่อนอื่นชำระเงินที่นี่ก่อนนะจ๊ะ (ข้างในที่นั่งพนักงานแอบเห็นแมวนอนอยู่ตัวนึงด้วย)img_7493

รายละเอียดค่าใช้บริการจ้ะ ผู้ใหญ่ 780 เยน เด็ก (ต่ำกว่า 12 ปี) 580 เยน พร้อมเครื่องดื่ม 1 แก้ว เด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบเข้าฟรี ใช้บริการเล่นแมวได้ 30 นาที แต่ถ้าช่วงนั้นลูกค้าน้อย พนักงานจะใจดียืดเวลาให้อยู่นานขึ้นได้ตามความเหมาะสมจ้ะ

และถ้าซื้อตั๋วเป็นเซ็ตกับป่านกฮูก ก็จะคิดราคาผู้ใหญ่ 1,350 เยน เด็ก (ต่ำกว่า 12 ปี) 1,000 เยน พร้อมเครื่องดื่ม 1 แก้ว แต่เป้าหมายเราคือแมว นกฮูกเอาไว้ก่อนละกันimg_7503

ซึ่งเครื่องดื่มที่มีให้จะเป็นแบบตู้กดอัตโนมัติ กดออกมาเป็นแก้ว มีให้เลือกทั้งแบบร้อนและแบบเย็น มีป้ายเตือนด้วยว่า “กรุณาปิดฝาเครื่องดื่มด้วย เพื่อเป็นการป้องกันขนแมวลงแก้ว” img_7491

เราเลือก “บานาน่าโอเลต์” หรือกล้วยใส่นม หรือ นมรสกล้วย นั่นเอง แล้วแต่จะเรียกimg_7500

ได้เครื่องดื่มแล้ว มาสำรวจแมวๆกันดีกว่า ภายในร้านตกแต่งให้ได้บรรยากาศป่าimg_7509

เอ๊ะ นั่นแมวหรือเสือกันแน่นะ แมวที่ร้านนี้ส่วนใหญ่ยังเด็กๆทั้งนั้นเลยค่ะ อายุไม่เกินขวบถึงขวบกว่าๆเท่านั้นเองimg_7494

เจ้าตัวเล็กนอนขดอยู่บนที่ฝนเล็บ นั่ลล๊ากกกกกกกimg_7543

แมวที่ร้านนี้ค่อนข้างเชื่องและคุ้นคน เข้ามาเดินวนเวียนนัวเนียกับแขกทุกตัวเลยimg_7519

อย่างคนนี้โดนแมวอำเป็นฝูงเลยยยย อิจฉา!!img_7548

แขกส่วนใหญ่ที่ร้านมีทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ เพราะความเป็นทาสแมวนั้นไม่สามารถจำกัดได้ด้วยเชื้อชาติ อิอิ พนักงานที่ร้านพูดภาษาอังกฤษได้ดีค่ะ ไม่ต้องกังวลเรื่องการสื่อสาร สำหรับคนที่แมวไม่เข้าหา พนักงานเค้าจะดูจังหวะแล้วอุ้มแมวมาให้เราด้วยนะ เรียกได้ว่าดูแลโอเคเลย

img_0861

ดูเว็บไซต์ของทางร้านได้ที่นี่เลย http://owls-cats-forest.com/free/cats-harajuku

อันนี้แผนที่ร้าน หาไม่ยากเลยค่ะ ลงรถไฟที่สถานีฮาราจูกุ แล้วเดินตรงเข้ามาตามถนนทาเคชิตะ ร้านป่าแมวเบงกอลนี้จะอยู่กลางๆเลย ไม่ไกลจากร้าน Liz Lisa

img_0860

เซลฟ์ฟี่กะแมวก็ได้ แต่แสงอาจจะน้อยไปหน่อย คุณภาพกล้องมือถือเลยถ่ายได้เท่านี้ คราวหน้าถ้าไปคาเฟ่ต์แมวอีกจะเอากล้องถ่ายรูปไปถ่ายแน่นอน

img_0862-1หวังว่าจะพอเป็นไอเดียเวลาเที่ยวโตเกียว โดยเฉพาะฮาราจูกุของทุกคนได้นะจ๊ะ เมี้ยวๆๆ

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : Reiko_ws เรโกะ

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*

 

 

Nagasaki Diary #05 โรงแรมอะไรมีพนักงานเป็นไดโนเสาร์!? Henna Hotel!? 変なホテル Sasebo, Huis Ten Bosch

บล็อกเที่ยวนางาซากิของเรามาถึงตอนสุดท้ายแล้วนะคะ เราเดินทางออกจากอุนเซน มุ่งหน้าไปทางตะวันตกของจังหวัด เป้าหมายของเราคือเมืองใหญ่อีกเมืองของนางาซากิ “ซาเซโบะ” 佐世保 นั่นเอง

(แนะนำให้อ่านท่องเที่ยวนางาซากิตอน 1-4 ด้วย เพื่อปูพื้นอรรถรสในการเดินทางของเรา อิอิ 1.Nagasaki Diary #01 ยกพลขึ้นบกที่เกาะร้างฮาชิม่า (軍艦島) ทานเมนูเด็ด “จัมปง” ที่ไชน่าทาวน์ 2.Nagasaki Diary #02 ใส่กิโมโนลายโมเดิร์น เดินเล่นเดะจิม่า จ.นางาซากิ 長崎で着物体験 3.Nagasaki Diary #03 มินามิชิมาบาระ แช่ออนเซ็นโอบาม่า ตามล่าของอร่อย 長崎県南島原・小浜 4.Nigasaki Diary #04 เรโกะพาเที่ยวญี่ปุ่น พักผ่อนแบบพอเพียงที่ “อุนเซน” เมืองออนเซ็น จ.นางาซากิ 長崎県雲仙温泉 )

ซาเซโบะ 佐世保 เป็นเมืองที่มีกลิ่นอายของตะวันตกสูงมาก เพราะมีฐานทัพของทหารอเมริกาตั้งอยู่ที่นี่ ดังนั้น อาหารขึ้นชื่อของที่นี่ จึงฟังแล้วอเมริกั๊นนนน อเมริกัน “ซาเซโบะเบอร์เกอร์” 佐世保バーガーนั่นเองค่ะ

ซาเซโบะเบอร์นี่มีที่ดังๆ อยู่หลายเจ้า เราได้ลองไปทานที่ร้าน Misa Rosso มีร้านเดียวไม่มีสาขาด้วยนะจ๊ะ ตัวร้านเป็นห้องแถวเล็กๆ สองห้อง มีที่จอดรถหน้าร้านไม่เกิน 2 คัน เป็นร้านที่มีคนหมุนเวียนเข้าออกเยอะมากDSCF9340

เมนูในร้านเน้นฟาสต์ฟู้ด มีเบอร์เกอร์ พิซซ่า และของทอดอื่นๆ ราคาเบอร์เกอร์เริ่มต้นที่ 310 เยน ไปจนถึง 1,360 เยน มาถึงขั้นนี้แล้ว อย่าไปคิดถึงแคลอรี่ค่ะ อร่อยลืมอ้วนจริงๆDSCF9321

ร้านขนาดกระทัดรัด มีที่นั่งไม่เยอะ คนหมุนเวียนเข้าออกตลอดเวลาDSCF9330

ในร้านมีการ์ตูนให้อ่านด้วย แต่ถึงเวลาจริงๆ ก็ไม่ได้เปิดอ่านหรอก เพราะอาหารที่อยู่ตรงหน้าน่าสนใจกว่า 555img_3070

มาแล้วววว เบอร์เกอร์ของเราimg_3093

img_3077

อร่อยชุ่มฉ่ำ ผักสดกรอบมากเลยล่ะimg_3091

Misa Rosso http://www.misarosso.com/pc/

อิ่มท้องแล้ว ไปเดินย่อยกันที่พิพิฑภัณฑ์สัตว์น้ำอุมิคิลาละ 海きららimg_3100

ดูสัตว์น้ำเพลินๆ แล้วก็มาดูโชว์โลมาแสนรู้ด้วย สั่งซ้ายไปซ้าย บอกขวาไปขวา ฉลาดจริงๆimg_3303

img_3236

img_3272

ดูคลิปไลฟ์โลมากระโดดได้ที่นี่เลย

บริเวณด้านหน้าอควาเรี่ยมมีเรือจอด วิวสวยมากเลยimg_3312

เดินทางที่นี่ด้วยรถบัสก็ได้นะจ๊ะ ถ้าไม่อยากเช่ารถขับหรือขึ้นแท็กซี่img_3319

img_3321

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Umi Kirara Aqurium http://www.pearlsea.jp/umikirara/

คืนนี้เราพักกันที่ “โรมแรมประหลาด” เฮนนะโฮเต็ล 変なホテル โรงแรมคอนเซปต์สุดแหวกแนว ในเครือเฮ้าส์เทนบอส 

เพิ่งเปิดได้ไม่นานทุกอย่างยังใหม่มาก พนักงานที่นี่ ไม่มีมนุษย์เลยซักคนเดียว เพราะใช้หุ่นยนตร์และเครื่องจักรในการบริการแขกทั้งหมดDSCF9460

เริ่มตั้งแต่หุ่นไดโนเสาร์ประชาสัมพันธ์, ตู้ขายอาหารอัตโนมัติ, หุ่นทำความสะอาด, แถมในห้องพักยังมีหุ่นยนตร์อยู่เป็นเพื่อนด้วย!?img_3331

แฮร่!!! เราควรกลัวใช่มั้ย 555

ดูคลิปไดโนเสาร์พูดต้อนรับแขกหลายภาษาได้ที่นี่เลยยยยยย
https://www.facebook.com/plugins/video.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2F200769936634612%2Fvideos%2F1397342310310696%2F&show_text=1&width=560

อันนี้เป็นหุ่นยนตร์ทำความสะอาดกระจกimg_3351

ตัวนี้พูดเก่งมาก เม้าท์ตลอด img_3353

หุ่นยนตร์น้องหมา วิ่งดุ๊กดิ๊กๆ น่าร้ากกกกกimg_3381

มุมขายของที่ระลึก จะเป็นตู้ขายอัตโนมัติทั้งหมดDSCF9427

มุมนี้สวยมาก ให้ฟีลแคนทีนสวยๆของมหาลัยในหนัง เป็นโซนนั่งเล่น มองวิวจากมุมกว้าง มีตู้ขายของกินและกาจะปองด้วยDSCF9433

อาจจะไม่ถูกใจคนรุ่นพ่อแม่ที่ไม่ชอบอาหารสำเร็จรูป แต่เราว่ามันก็อร่อยดีนะ img_3646

ของกินแพ็กเกจออริจินอลของโรงแรมimg_3642

img_3643

มีทัวร์แบบเช้าไปเย็นกลับขายด้วยนะจ๊ะ เริ่มออกเดินทางจากเฮ้าส์เทนบอส ถ้าพักโรงแรมแถวนี้ก็วางแพลนได้สบายๆ

ห้องพักที่นี่จะเป็นทรงโมเดิร์นเรียบๆ ลักษณะเหมือนหอพัก เป็นกล่องเหลี่ยมๆ ดูเรียบง่ายแต่เก๋ โซนส่วนกลางและตึกที่พักแยกจากกัน ต้องเดินผ่านสวนไป และยังมีทางเชื่อมไปยังเฮ้าส์เทนบอส สะดวกมากสำหรับคนมาเที่ยวสวนสนุกและพักที่นี่

และนี่คือหน้าห้องพักของเรา จะใช้วิธีเปิดด้วยลายนิ้วมือก็ได้ (ต้องเมมตั้งแต่ตอนเปิดครั้งแรก) หรือใช้คีย์การ์ดก็ได้
img_3360

หุ่นยนตร์น้องทิวลิปข้างเตียง ชวนน้องคุยโต้ตอบได้ด้วย แต่ดึกๆ ถ้าอยู่ๆพูดขึ้นมาก็หลอนเหมือนกันนะimg_3666

img_3656

img_3662
เอาของเข้าที่พักเสร็จ ก็ได้เวลาแห่งความสนุกที่เฮ้าส์เทนบอสแล้ว ที่นี่เป็นธีมพาร์กที่ได้แรงบัลดาลใจมาจากประเทศฮอลเลนด์ มีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูปและกิจกรรมสนุกๆ มากมาย แต่ครั้งนี้เราตั้งใจมาตอนกลางคืน เพราะอยากมาชมเทศกาลไฟประดับ ที่จัดต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายปี

ตอนเดินเข้าสวนสนุก ก็ใกล้จะมืดแล้ว ประมาณห้าโมงเย็นกว่าๆ img_3399

ส่วนหนึ่งของโชว์ไฟประดับ อลังการงานสร้างมากimg_3522

มองจากมุมสูงก็สวยimg_3578

มีหุ่นตำรวจแพทเลเบอร์ด้วยนะจ๊ะimg_3511

ถ่ายรูปสนุกๆที่ทริคอายมิวเซี่ยมimg_3438
มีร้านอาหารที่ใช้หุ่นยนตร์บริการด้วยimg_3467

ไฟประดับที่นี่เค้าไม่ธรรมดาจริงๆ ถึงแม้อากาศตอนกลางคืนจะหนาวระดับเลขตัวเดียว (เราไปช่วงเดือนม.ค.) แต่ความสวยตระการตาทำให้เราเพลินจนลืมหนาวไปเลย ซึ่งเทศกาลไฟประดับของเฮ้าส์เทนบอสจะจัดขึ้นทุกปี ตั้งแต่ช่วงปลายปี ไปจนถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิเลยล่ะ

เราทานมื้อค่ำที่ภัตตาคารในเฮ้าส์เทนบอส เลือกเมนูเลม่อนสเต็ก เนื้อวัวนุ่มๆ ปรุงรสด้วยเลม่อน ความเปรี้ยวลงตัว ลดความเลี่ยนได้ดี อร่อยยยย แป้บๆ หมดจานละimg_3630

แวะซื้อของฝากซะหน่อย มันมีเยอะมากจริงๆ ไม่รู้จะซื้ออันไหน เลยลองที่เค้าติดป้ายขายดีไว้ก่อน เราลองซื้อชีสทาร์ตมา อร่อยดีนะ แป้งกรอบ เนื้อทาร์ตละมุนนนเลยล่ะimg_3636

กลับถึงห้องด้วยความฟินกับวิวสวยๆ อาหารค่ำแสนอร่อย พักผ่อนในห้องโรงแรมใหม่เอี่ยม มีความสุขจัง

เช้าวันสุดท้ายในนางาซากิ ทานมื้อเช้าที่ร้าน  AURA ร้านอาหารเพื่อสุขภาพของโรงแรม

บรรยากาศภายในร้าน สีขาวสะอาดตา
img_3699

img_3698

มีเมนูเพื่อสุขภาพให้เลือกเพียบ ที่นี่เค้าขึ้นชื่อเรื่องสลัดค่ะ img_3694

เลือกกินแบบสุขภาพดีแต่เช้า เผื่อไว้มื้อถัดไปด้วย 5555

เค้าโชว์ผักออแกนิกที่ปลูกไว้ในห้องกระจกให้ดูด้วย
img_3713

มองไปนอกหน้าต่างเห็นสวนผักเขียวฉอุ่มimg_3704

เช็กเอ้าต์กับหุ่นยนตร์ไดโนเสาร์ ได้เวลาบ๊ายลายนางาซากิแล้ว ยังไม่อยากกลับเลย ฮืออออ

ถ้ามาที่นี่อย่าลืมถ่ายรูปกับน้องทิวลิปจังนะจ๊ะ

ดูรายละเอียดของเฮ้าส์เทนบอสได้ที่นี่เลย http://thailand.huistenbosch.co.jp/mobile/ เค้ามีเว็บภาษาไทยด้วยนะ ดีงามมม ส่วนอันนี้เว็บโรงแรม Henna Hotel http://www.h-n-h.jp/en/ มีเป็นภาษาอังกฤษจ้ะ

จากนั้นเรานั่งรถประมาณสองชั่วโมงกว่าๆ ไปยังสนามบินฟุคุโอกะ คุณลุงคนขับน่ารักใจดีมาก พาเราแวะซื้อขนมของฝาก และยังให้พวงกุญแจคิตตี้นางาซากิเป็นของที่ระลึกอีกด้วย 

ก่อนเข้าสนามบิน คุณลุงพาเราแวะทานอูด้งที่ร้านใกล้ๆ สนามบิน เป็นร้านขึ้นชื่อของฟุคุโอกะชื่อร้านมากิโนะอูด้ง 牧のうどん

นิคุโกโบอุด้ง ขายดีอันดับ 1 ของร้าน

เราเลือกเมนู อูด้งใส่โกโบเทน (650 เยน) (อันที่ขายดีที่สุดนั่นแหละ) เป็นรากไม้โกโบชุบแป้งทอดแบบเทมปุระ ซุปอร่อยดี เราเคยทานตอนมาคิวชูครั้งก่อน เลยติดใจจนกลายเป็นเมนูโปรดไปแล้ว

หน้าบานได้กินของอร่อย

ขอบคุณนะคะคุณลุง (^人^)

ร้านมากิร้านมากิโนะอูด้ง 牧のうどん สาขาสนามบินฟุคุโอกะ https://s.tabelog.com/fukuoka/A4001/A400107/40006109/

หลังจากบ๊ายบายกับคุณลุงที่สนามบินฟุคุโอกะแล้ว เรายังมีเวลาอีกหลายชั่วโมงจนถึงเวลาไฟลต์ออกในกลางคืน เลยฝากกระเป๋าไว้ที่ล็อกเกอร์ แล้วนั่งรถไฟเข้าไปเดินเล่นห้างอควาซิตี้ในตัวเมือง แล้วกลับมาเช็กอินตอนค่ำ ไปนั่งร้านมูมินคาเฟ่ต์มาล่ะ คนเดียวก็สนุกได้ มีมูมินนั่งเป็นเพื่อน 

Moomin Cafe สาขา Aqua City Fukuoka https://en.japantravel.com/fukuoka/moomin-troll-cafe-in-fukuoka/29492

สำหรับทริปนี้ต้องขอขอบคุณ โยชิโมโตะไทยแลนด์ที่ชวนเราไปสัมผัสประสบการณ์ดีๆ ที่นางาซากินะคะ ถ้าใครสนใจทริปนี้ของเรา ลองดูรายการ “คิดแนปปิ้ง” ได้ เพราะเค้าก็ไปถ่ายทำในสถานที่ที่เหมือนกับที่เราไปเลยล่ะ https://free.facebook.com/KidnappingLove/?locale2=th_TH&_rdc=1&_rdr

และต้องขอบคุณทีมงานฝั่งนางาซากิ คาซึคิซัง, อัปปุจัง และเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นทุกท่าน สำหรับการดูแลอย่างดีนะคะ

ทุกการเดินทาง มันทำให้เราเติบโตขึ้น ได้เรียนรู้ตัวเองและได้สัมผัสกับผู้คนหลากหลาย ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ หวังว่าการเดินทางครั้งนี้ของเราจะเป็นประโยชน์ต่อคนที่กำลังสนใจจะเดินทางไปเที่ยวนางาซากินะคะ ขอให้สนุกกับการเดินทางในทริปต่อไปของคุณค่ะ

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : Reiko_ws เรโกะ

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*“>

Nigasaki Diary #04 เรโกะพาเที่ยวญี่ปุ่น พักผ่อนแบบพอเพียงที่ “อุนเซน” เมืองออนเซ็น จ.นางาซากิ 長崎県雲仙温泉

หลังจากเที่ยวที่จ.นางาซากิกันมา 3 ตอนแล้ว เรานั่งรถกันต่อไปที่อุทยานแห่งชาติ “อุนเซน” เมืองออนเซ็นที่ขึ้นชื่อของจ.นางาซากิ

img_9819

img_9969

ที่นี่เป็นแหล่งน้ำแร่ขึ้นชื่อของจ.นางาซากิ เป็นเมืองออนเซ็นที่ไม่พลุกพล่าน และยังไม่โดนย้อมด้วยความเจริญ ขนาดเดินหาคอมบินีซักร้านยังไม่มีเลย  ต้องซื้อของที่ร้านชำเล็กๆ บริหารโดยคุณป้าในละแวกนั้น ร้านรวงก็คงสไตล์ดั้งเดิมไว้

img_9829
img_2951

img_2954


สำหรับคนที่ชอบการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติแท้ๆ ไม่วุ่นวายน่าจะชอบที่นี่นะคะ

(อ่านตอนก่อนๆได้ที่นี่ 1.Nagasaki Diary #01 ยกพลขึ้นบกที่เกาะร้างฮาชิม่า (軍艦島) ทานเมนูเด็ด “จัมปง” ที่ไชน่าทาวน์ 2.Nagasaki Diary #02 ใส่กิโมโนลายโมเดิร์น เดินเล่นเดะจิม่า จ.นางาซากิ 長崎で着物体験 3.Nagasaki Diary #03 มินามิชิมาบาระ แช่ออนเซ็นโอบาม่า ตามล่าของอร่อย 長崎県南島原・小浜 )

เราได้เข้าไปทักท่ายกับกลุ่มหนุ่มๆ คนรุ่นใหม่ เจ้าของเกสต์เฮ้าส์ TSUDOI ที่นี่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน บริการห้องพักในราคาไม่แพง สำหรับใครที่อยากมาพักผ่อนกับกลุ่มเพื่อนแบบลุยๆ ที่นี่น่าจะเหมาะนะคะ ด้านล่างเกสต์เฮ้าส์เปิดเป็นบาร์ในตอนกลางคืนด้วย บรรยากาศน่านั่งชิลมากๆ มาที่นี่น่าจะได้เพื่อนใหม่กลับไปแน่นอน

img_9821

img_9820

img_9971

img_9970

ทางร้านมีฉายวิดิโอ ประวัติความเป็นมาของเมืองอุนเซ็นให้ดูด้วย น่าประทับใจในสำนึกรักบ้านเกิดของพวกเค้าจริงๆ

img_2947

ภาพเมืองอุนเซ็นในสมัยก่อนimg_3049

ห้องพักรวมแบบดอมิทอรี่ แยกชายหญิง มีไวไฟให้ใช้ฟรีด้วยimg_9822

เกสต์เฮ้าส์ที่นี่ราคาไม่แพงเลย เริ่มต้นเพียง 3,300 เยนเท่านั้น คิดเป็นเงินไทยก็พันกว่าบาท จะจองผ่านเว็บ Hotels, Booking, Expedia ก็ได้ ลองเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ https://www.unzen-tsudoi.jp/ ไปเป็นกลุ่มกับเพื่อนๆ ก็น่าสนุกดีนะคะ ถ้าไปแล้วก็อย่าลืมเล่าให้เจ้าของโรงแรมเค้าฟังด้วยนะ ว่ารู้จักที่นี่จากเรโกะ อิอิ

ซึ่งพ่อหนุ่มเจ้าของเกสต์เฮ้าส์สละเวลาพาเราไปเดินชมรอบๆ แหล่งน้ำแร่ในฐานะเจ้าถิ่นด้วย เค้าบอกว่าจุดเด่นของที่นี่คือ เป็นแหล่งน้ำแร่ที่พวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินให้เห็นกันเป็นควัน สามารถเข้าไปเดินชมในบริเวณต้นกำเนิดน้ำแร่ได้ ชาวบ้านที่นี่มักจะมาเดินออกกำลังกายรอบๆ อารมณ์เหมือนสวนสาธารณะอะ หรือมานั่งพักผ่อนบนลานหินร้อนกัน

img_2860

ลานกว้างตรงนี้ ตอนกลางคืนเอาผ้ามาปู นอนเล่นบนพื้นอุ่นๆ นอนดูดาวได้ด้วยนะimg_2820

img_2918

img_2922

img_2923

อัพจัง ลองนั่งเอาเท้าอุ่นบนพื้นหินร้อนด้วยกำมะถันจากออนเซ็นimg_2879

และนี่คือตึกโรงแรมที่เราจะพักในคืนนี้ อยู่ติดกับโซนบ่อน้ำแร่ธรรมชาติเลยล่ะimg_2935

อันนี้เค้าต่อท่อกันให้เห็นเลยว่า น้ำแร่ที่ใช้ในโรงแรมย่านนี้มาจากออนเซ็นจริงๆ ซึ่งจุดเด่นของออนเซ็นที่นี่คือเป็นสีขาวขุ่น เหมือนน้ำนมimg_2942

และที่โดนใจเรามากที่สุด คือ ที่นี่มีแมวเยอะมาก!! เป็นแมวจรที่มีคนให้อาหาร แต่อยู่กันแบบธรรมชาติในแหล่งน้ำแร่ แถมยังเชื่องซะด้วย เรียกเหมียวๆ เดี๋ยวก็มาแมวจรญี่ปุ่นนี่ตัวกลมขนฟูทั้งนั้น น่ารักจริงๆ

img_2873

เมี้ยววววววววววว เข้าหาคนซะด้วย รับแขกเก่งจริงimg_2895

แมวจรที่นี่ขนปุย ตัวอ้วนกลม ทั้งนั้นเลย น่าอุ้มกลับไทยเนอะimg_2867

ตัวใหญ่เท่าลูกขนุน!!img_2881

ไม่กลัวคนด้วย เซลฟ์ฟี่ได้สบายๆ


ที่พักของเราในคืนนี้คือ เรียวกังเก่าแก่ (โรงแรมแบบญี่ปุ่น)เปิดให้บริการมานานกว่า 100 ปีแล้ว ชื่อว่า “อุนเซ็น ฟุคิยะ” 雲仙富貴屋 ซึ่งเป็นเรียวกังที่ตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งต้นน้ำที่สุด คือตั้งอยู่ติดๆ กันเลย มองจากหน้าต่างห้องพัก และห้องอาหาร จะเห็นควันสีขาวพวยพุ่งออกมาตลอดเวลาimg_9843

วิวที่มองออกจากหน้าต่างลอบบี้ชั้นล่างสุด ใกล้กับแหล่งต้นน้ำมากๆimg_9834

img_9847

มีมุมหัดเขียนพู่กันญี่ปุ่น สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วยimg_9837

สำหรับคนที่นั่งรถเข็น เค้าก็มีบริการให้ยืม ดังนั้นไม่ว่าจะผู้พิการหรือผู้สูงอายุ ก็สามารถเที่ยวที่นี่ได้อย่างสะดวกสบายimg_9838

ด้วยความที่เป็นโรงแรมเก่าแก่ ทำให้ห้องพักแบบเสื้อทาทามิญี่ปุ่นยิ่งดูขลัง เหมือนมาเยี่ยมบ้านญาติต่างจังหวัดเลยล่ะ

ลงมาทานมื้อค่ำที่ห้องอาหารของโรงแรม เค้ามีอาหารชุดจัดไว้ให้ น่าทานมากเลย

img_9832

img_9830

ป้ายหน้าทางเข้าออนเซ็น แขกที่ไม่ได้พักที่โรงแรมจะใช้บริการแบบเช้าไปเย็นกลับก็ได้ ค่าใช้บริการ 1,000 เยน ได้แช่ออนเซ็นสีน้ำนม ทำร่างกายให้อบอุ่น นอนกลิ้งในห้องเสื่อทาทามิกว้างๆ คืนนี้ช่างเป็นคืนที่เหมือนฝันเลย…

img_3050

ตื่นเช้าขึ้นมาอย่างสดใส เปิดหน้าต่างออกมา ถึงกับผงะ เพราะเจอวิวแบบนี้!!!

img_9833

ออนเซ็นที่มีควันพวยพุ่งออกมา มันช่างอลังการมาก เป็นภาพที่ทำให้ทึ่งกับพลังของธรรมชาติได้อย่างแท้จริง

ลงมาทานอาหารเช้า จัดเต็มเพิ่มพลังให้เต็มที่แต่เช้า ครบห้าหมู่แน่นอน

img_9835

ด้วยความที่เป็นโรงแรมเก่าแก่มีประวัติศาสตร์มายาวนานกว่าร้อยปี ตึกก็ยังคงสภาพเดิมเอาไว้ เราจึงลองถามผู้จัดการโรงแรมถึงตอนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ตอนนั้นจ.นางาซากิได้รับผลกระทบจากระเบิดปรมณู แล้วที่อุนเซนนี้ล่ะ ปลอดภัยดีมั้ย

คุณผู้จัดการบอกว่า “ปลอดภัยดีครับ ไม่โดนอะไรเลย สงครามน่ะ มันต้องใช้งบประมาณ จะปล่อยระเบิดลงที่ไหน เค้าก็ต้องวางแผนมาก่อน เค้าไปลงในตัวเมืองโน่น ไม่มาโจมตีบ้านนอก ไม่มีสถานที่สำคัญแบบนี้หรอก”

เออ ก็จริงของเค้า ดังนั้นอุ่นใจได้นะคะ สำหรับคนขวัญอ่อน

ผู้จัดการพาเดินชมโซนตึกเก่าของโรงแรม ที่พื้นที่เห็นเป็นไม้นั่นน่ะ คือไม้ใหญ่ที่มีอายุยาวนานมาก ดูได้จากวงปี

img_9844

นี่เป็นบ่อในโซนไปรเวท ดูจากสีของน้ำสิ ยังกะบ่อน้ำนม แช่แล้วมันจะลื่นๆผิวด้วยนะ

img_9846

ซึ่งทางโรมแรมมีแผนที่จะรีโนเวทโซนห้องพักพร้อมออนเซ็นส่วนตัวในปีหน้านี้ ดังนั้นใครที่อยากไปสัมผัสห้องพักส่วนตัวพร้อมออนเซ็น ที่ยังคงแบบเดิมเหมือนเมื่อร้อยปีก่อน ก็รีบไปนะคะ (ห้องที่เราพัก เป็นโซนตึกออนเซ็นรวมค่ะ ยังคงเดิมไว้อยู่) ลองดูรายละเอียดเพิ่มเติมของโรงแรมได้ที่นี่เลยค่ะ http://www.unzenfukiya.com/th-th/ เว็บเค้ามีภาษาไทยด้วยนะจ๊ะ

img_9842

ถือว่าเป็นหนึ่งในเมืองออนเซ็นที่เราประทับใจระดับต้นๆของญี่ปุ่นเลยล่ะ คนที่เบื่อความพลุกพล่าน วุ่นวายของเมืองใหญ่ ไม่อยากช้อปปิ้งเสียเงิน (เบื่อช้อปแล้ว) แต่อยากพักผ่อน ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง และซึมซับธรรมชาติ ที่นี่ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีเลยนะคะ

img_9972

สำหรับการเดินทางเมืองออนเซ็น “อุนเซ็น” แห่งนี้ ถ้าไม่สะดวกขับรถยนตร์มาเอง จะนั่งรถบัสมาก็ได้ค่ะ โดยขึ้นรถไฟ JR สายนางาซากิฮองเซน มาลงที่สถานีอาซาฮายะ จากนั้นต่อรถบัสชิมาเทตซึ มาลงที่ป้ายเมืองอุนเซ็น ใช้เวลาประมาณ 80 นาที ถ้าอยู่ที่ตัวเมืองนางาซากิแล้ว ลองเปิดกูเกิ้ลแมพ ใส่คำว่า 雲仙 ดูก็ได้ค่ะ

หมวยน้อยข้างๆเราคือ “อัพจัง” เป็นนักศึกษาป.เอกที่ม.นางาซากิ เพื่อนร่วมทริปของเรา หลังจากออกจากอุนเซ็นออนเซ็นแล้ว เราจะไปที่ไหนกันต่อ รอติดตามในบล็อกคราวหน้านะจ๊ะ

img_9968

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : Reiko_ws เรโกะ

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com
Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*

Kimochiii & Cawaii! it's my LIFEstyle by Reiko บ.ก.เรโกะ กับเรื่องสนุกๆสไตล์ญี่ปุ่น