Nagasaki Diary #05 โรงแรมอะไรมีพนักงานเป็นไดโนเสาร์!? Henna Hotel!? 変なホテル Sasebo, Huis Ten Bosch

บล็อกเที่ยวนางาซากิของเรามาถึงตอนสุดท้ายแล้วนะคะ เราเดินทางออกจากอุนเซน มุ่งหน้าไปทางตะวันตกของจังหวัด เป้าหมายของเราคือเมืองใหญ่อีกเมืองของนางาซากิ “ซาเซโบะ” 佐世保 นั่นเอง

(แนะนำให้อ่านท่องเที่ยวนางาซากิตอน 1-4 ด้วย เพื่อปูพื้นอรรถรสในการเดินทางของเรา อิอิ 1.Nagasaki Diary #01 ยกพลขึ้นบกที่เกาะร้างฮาชิม่า (軍艦島) ทานเมนูเด็ด “จัมปง” ที่ไชน่าทาวน์ 2.Nagasaki Diary #02 ใส่กิโมโนลายโมเดิร์น เดินเล่นเดะจิม่า จ.นางาซากิ 長崎で着物体験 3.Nagasaki Diary #03 มินามิชิมาบาระ แช่ออนเซ็นโอบาม่า ตามล่าของอร่อย 長崎県南島原・小浜 4.Nigasaki Diary #04 เรโกะพาเที่ยวญี่ปุ่น พักผ่อนแบบพอเพียงที่ “อุนเซน” เมืองออนเซ็น จ.นางาซากิ 長崎県雲仙温泉 )

ซาเซโบะ 佐世保 เป็นเมืองที่มีกลิ่นอายของตะวันตกสูงมาก เพราะมีฐานทัพของทหารอเมริกาตั้งอยู่ที่นี่ ดังนั้น อาหารขึ้นชื่อของที่นี่ จึงฟังแล้วอเมริกั๊นนนน อเมริกัน “ซาเซโบะเบอร์เกอร์” 佐世保バーガーนั่นเองค่ะ

ซาเซโบะเบอร์นี่มีที่ดังๆ อยู่หลายเจ้า เราได้ลองไปทานที่ร้าน Misa Rosso มีร้านเดียวไม่มีสาขาด้วยนะจ๊ะ ตัวร้านเป็นห้องแถวเล็กๆ สองห้อง มีที่จอดรถหน้าร้านไม่เกิน 2 คัน เป็นร้านที่มีคนหมุนเวียนเข้าออกเยอะมากDSCF9340

เมนูในร้านเน้นฟาสต์ฟู้ด มีเบอร์เกอร์ พิซซ่า และของทอดอื่นๆ ราคาเบอร์เกอร์เริ่มต้นที่ 310 เยน ไปจนถึง 1,360 เยน มาถึงขั้นนี้แล้ว อย่าไปคิดถึงแคลอรี่ค่ะ อร่อยลืมอ้วนจริงๆDSCF9321

ร้านขนาดกระทัดรัด มีที่นั่งไม่เยอะ คนหมุนเวียนเข้าออกตลอดเวลาDSCF9330

ในร้านมีการ์ตูนให้อ่านด้วย แต่ถึงเวลาจริงๆ ก็ไม่ได้เปิดอ่านหรอก เพราะอาหารที่อยู่ตรงหน้าน่าสนใจกว่า 555img_3070

มาแล้วววว เบอร์เกอร์ของเราimg_3093

img_3077

อร่อยชุ่มฉ่ำ ผักสดกรอบมากเลยล่ะimg_3091

Misa Rosso http://www.misarosso.com/pc/

อิ่มท้องแล้ว ไปเดินย่อยกันที่พิพิฑภัณฑ์สัตว์น้ำอุมิคิลาละ 海きららimg_3100

ดูสัตว์น้ำเพลินๆ แล้วก็มาดูโชว์โลมาแสนรู้ด้วย สั่งซ้ายไปซ้าย บอกขวาไปขวา ฉลาดจริงๆimg_3303

img_3236

img_3272

ดูคลิปไลฟ์โลมากระโดดได้ที่นี่เลย

บริเวณด้านหน้าอควาเรี่ยมมีเรือจอด วิวสวยมากเลยimg_3312

เดินทางที่นี่ด้วยรถบัสก็ได้นะจ๊ะ ถ้าไม่อยากเช่ารถขับหรือขึ้นแท็กซี่img_3319

img_3321

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Umi Kirara Aqurium http://www.pearlsea.jp/umikirara/

คืนนี้เราพักกันที่ “โรมแรมประหลาด” เฮนนะโฮเต็ล 変なホテル โรงแรมคอนเซปต์สุดแหวกแนว ในเครือเฮ้าส์เทนบอส 

เพิ่งเปิดได้ไม่นานทุกอย่างยังใหม่มาก พนักงานที่นี่ ไม่มีมนุษย์เลยซักคนเดียว เพราะใช้หุ่นยนตร์และเครื่องจักรในการบริการแขกทั้งหมดDSCF9460

เริ่มตั้งแต่หุ่นไดโนเสาร์ประชาสัมพันธ์, ตู้ขายอาหารอัตโนมัติ, หุ่นทำความสะอาด, แถมในห้องพักยังมีหุ่นยนตร์อยู่เป็นเพื่อนด้วย!?img_3331

แฮร่!!! เราควรกลัวใช่มั้ย 555

ดูคลิปไดโนเสาร์พูดต้อนรับแขกหลายภาษาได้ที่นี่เลยยยยยย
https://www.facebook.com/plugins/video.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2F200769936634612%2Fvideos%2F1397342310310696%2F&show_text=1&width=560

อันนี้เป็นหุ่นยนตร์ทำความสะอาดกระจกimg_3351

ตัวนี้พูดเก่งมาก เม้าท์ตลอด img_3353

หุ่นยนตร์น้องหมา วิ่งดุ๊กดิ๊กๆ น่าร้ากกกกกimg_3381

มุมขายของที่ระลึก จะเป็นตู้ขายอัตโนมัติทั้งหมดDSCF9427

มุมนี้สวยมาก ให้ฟีลแคนทีนสวยๆของมหาลัยในหนัง เป็นโซนนั่งเล่น มองวิวจากมุมกว้าง มีตู้ขายของกินและกาจะปองด้วยDSCF9433

อาจจะไม่ถูกใจคนรุ่นพ่อแม่ที่ไม่ชอบอาหารสำเร็จรูป แต่เราว่ามันก็อร่อยดีนะ img_3646

ของกินแพ็กเกจออริจินอลของโรงแรมimg_3642

img_3643

มีทัวร์แบบเช้าไปเย็นกลับขายด้วยนะจ๊ะ เริ่มออกเดินทางจากเฮ้าส์เทนบอส ถ้าพักโรงแรมแถวนี้ก็วางแพลนได้สบายๆ

ห้องพักที่นี่จะเป็นทรงโมเดิร์นเรียบๆ ลักษณะเหมือนหอพัก เป็นกล่องเหลี่ยมๆ ดูเรียบง่ายแต่เก๋ โซนส่วนกลางและตึกที่พักแยกจากกัน ต้องเดินผ่านสวนไป และยังมีทางเชื่อมไปยังเฮ้าส์เทนบอส สะดวกมากสำหรับคนมาเที่ยวสวนสนุกและพักที่นี่

และนี่คือหน้าห้องพักของเรา จะใช้วิธีเปิดด้วยลายนิ้วมือก็ได้ (ต้องเมมตั้งแต่ตอนเปิดครั้งแรก) หรือใช้คีย์การ์ดก็ได้
img_3360

หุ่นยนตร์น้องทิวลิปข้างเตียง ชวนน้องคุยโต้ตอบได้ด้วย แต่ดึกๆ ถ้าอยู่ๆพูดขึ้นมาก็หลอนเหมือนกันนะimg_3666

img_3656

img_3662
เอาของเข้าที่พักเสร็จ ก็ได้เวลาแห่งความสนุกที่เฮ้าส์เทนบอสแล้ว ที่นี่เป็นธีมพาร์กที่ได้แรงบัลดาลใจมาจากประเทศฮอลเลนด์ มีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูปและกิจกรรมสนุกๆ มากมาย แต่ครั้งนี้เราตั้งใจมาตอนกลางคืน เพราะอยากมาชมเทศกาลไฟประดับ ที่จัดต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายปี

ตอนเดินเข้าสวนสนุก ก็ใกล้จะมืดแล้ว ประมาณห้าโมงเย็นกว่าๆ img_3399

ส่วนหนึ่งของโชว์ไฟประดับ อลังการงานสร้างมากimg_3522

มองจากมุมสูงก็สวยimg_3578

มีหุ่นตำรวจแพทเลเบอร์ด้วยนะจ๊ะimg_3511

ถ่ายรูปสนุกๆที่ทริคอายมิวเซี่ยมimg_3438
มีร้านอาหารที่ใช้หุ่นยนตร์บริการด้วยimg_3467

ไฟประดับที่นี่เค้าไม่ธรรมดาจริงๆ ถึงแม้อากาศตอนกลางคืนจะหนาวระดับเลขตัวเดียว (เราไปช่วงเดือนม.ค.) แต่ความสวยตระการตาทำให้เราเพลินจนลืมหนาวไปเลย ซึ่งเทศกาลไฟประดับของเฮ้าส์เทนบอสจะจัดขึ้นทุกปี ตั้งแต่ช่วงปลายปี ไปจนถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิเลยล่ะ

เราทานมื้อค่ำที่ภัตตาคารในเฮ้าส์เทนบอส เลือกเมนูเลม่อนสเต็ก เนื้อวัวนุ่มๆ ปรุงรสด้วยเลม่อน ความเปรี้ยวลงตัว ลดความเลี่ยนได้ดี อร่อยยยย แป้บๆ หมดจานละimg_3630

แวะซื้อของฝากซะหน่อย มันมีเยอะมากจริงๆ ไม่รู้จะซื้ออันไหน เลยลองที่เค้าติดป้ายขายดีไว้ก่อน เราลองซื้อชีสทาร์ตมา อร่อยดีนะ แป้งกรอบ เนื้อทาร์ตละมุนนนเลยล่ะimg_3636

กลับถึงห้องด้วยความฟินกับวิวสวยๆ อาหารค่ำแสนอร่อย พักผ่อนในห้องโรงแรมใหม่เอี่ยม มีความสุขจัง

เช้าวันสุดท้ายในนางาซากิ ทานมื้อเช้าที่ร้าน  AURA ร้านอาหารเพื่อสุขภาพของโรงแรม

บรรยากาศภายในร้าน สีขาวสะอาดตา
img_3699

img_3698

มีเมนูเพื่อสุขภาพให้เลือกเพียบ ที่นี่เค้าขึ้นชื่อเรื่องสลัดค่ะ img_3694

เลือกกินแบบสุขภาพดีแต่เช้า เผื่อไว้มื้อถัดไปด้วย 5555

เค้าโชว์ผักออแกนิกที่ปลูกไว้ในห้องกระจกให้ดูด้วย
img_3713

มองไปนอกหน้าต่างเห็นสวนผักเขียวฉอุ่มimg_3704

เช็กเอ้าต์กับหุ่นยนตร์ไดโนเสาร์ ได้เวลาบ๊ายลายนางาซากิแล้ว ยังไม่อยากกลับเลย ฮืออออ

ถ้ามาที่นี่อย่าลืมถ่ายรูปกับน้องทิวลิปจังนะจ๊ะ

ดูรายละเอียดของเฮ้าส์เทนบอสได้ที่นี่เลย http://thailand.huistenbosch.co.jp/mobile/ เค้ามีเว็บภาษาไทยด้วยนะ ดีงามมม ส่วนอันนี้เว็บโรงแรม Henna Hotel http://www.h-n-h.jp/en/ มีเป็นภาษาอังกฤษจ้ะ

จากนั้นเรานั่งรถประมาณสองชั่วโมงกว่าๆ ไปยังสนามบินฟุคุโอกะ คุณลุงคนขับน่ารักใจดีมาก พาเราแวะซื้อขนมของฝาก และยังให้พวงกุญแจคิตตี้นางาซากิเป็นของที่ระลึกอีกด้วย 

ก่อนเข้าสนามบิน คุณลุงพาเราแวะทานอูด้งที่ร้านใกล้ๆ สนามบิน เป็นร้านขึ้นชื่อของฟุคุโอกะชื่อร้านมากิโนะอูด้ง 牧のうどん

นิคุโกโบอุด้ง ขายดีอันดับ 1 ของร้าน

เราเลือกเมนู อูด้งใส่โกโบเทน (650 เยน) (อันที่ขายดีที่สุดนั่นแหละ) เป็นรากไม้โกโบชุบแป้งทอดแบบเทมปุระ ซุปอร่อยดี เราเคยทานตอนมาคิวชูครั้งก่อน เลยติดใจจนกลายเป็นเมนูโปรดไปแล้ว

หน้าบานได้กินของอร่อย

ขอบคุณนะคะคุณลุง (^人^)

ร้านมากิร้านมากิโนะอูด้ง 牧のうどん สาขาสนามบินฟุคุโอกะ https://s.tabelog.com/fukuoka/A4001/A400107/40006109/

หลังจากบ๊ายบายกับคุณลุงที่สนามบินฟุคุโอกะแล้ว เรายังมีเวลาอีกหลายชั่วโมงจนถึงเวลาไฟลต์ออกในกลางคืน เลยฝากกระเป๋าไว้ที่ล็อกเกอร์ แล้วนั่งรถไฟเข้าไปเดินเล่นห้างอควาซิตี้ในตัวเมือง แล้วกลับมาเช็กอินตอนค่ำ ไปนั่งร้านมูมินคาเฟ่ต์มาล่ะ คนเดียวก็สนุกได้ มีมูมินนั่งเป็นเพื่อน 

Moomin Cafe สาขา Aqua City Fukuoka https://en.japantravel.com/fukuoka/moomin-troll-cafe-in-fukuoka/29492

สำหรับทริปนี้ต้องขอขอบคุณ โยชิโมโตะไทยแลนด์ที่ชวนเราไปสัมผัสประสบการณ์ดีๆ ที่นางาซากินะคะ ถ้าใครสนใจทริปนี้ของเรา ลองดูรายการ “คิดแนปปิ้ง” ได้ เพราะเค้าก็ไปถ่ายทำในสถานที่ที่เหมือนกับที่เราไปเลยล่ะ https://free.facebook.com/KidnappingLove/?locale2=th_TH&_rdc=1&_rdr

และต้องขอบคุณทีมงานฝั่งนางาซากิ คาซึคิซัง, อัปปุจัง และเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นทุกท่าน สำหรับการดูแลอย่างดีนะคะ

ทุกการเดินทาง มันทำให้เราเติบโตขึ้น ได้เรียนรู้ตัวเองและได้สัมผัสกับผู้คนหลากหลาย ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ หวังว่าการเดินทางครั้งนี้ของเราจะเป็นประโยชน์ต่อคนที่กำลังสนใจจะเดินทางไปเที่ยวนางาซากินะคะ ขอให้สนุกกับการเดินทางในทริปต่อไปของคุณค่ะ

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : Reiko_ws เรโกะ

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*“>

Nigasaki Diary #04 เรโกะพาเที่ยวญี่ปุ่น พักผ่อนแบบพอเพียงที่ “อุนเซน” เมืองออนเซ็น จ.นางาซากิ 長崎県雲仙温泉

หลังจากเที่ยวที่จ.นางาซากิกันมา 3 ตอนแล้ว เรานั่งรถกันต่อไปที่อุทยานแห่งชาติ “อุนเซน” เมืองออนเซ็นที่ขึ้นชื่อของจ.นางาซากิ

img_9819

img_9969

ที่นี่เป็นแหล่งน้ำแร่ขึ้นชื่อของจ.นางาซากิ เป็นเมืองออนเซ็นที่ไม่พลุกพล่าน และยังไม่โดนย้อมด้วยความเจริญ ขนาดเดินหาคอมบินีซักร้านยังไม่มีเลย  ต้องซื้อของที่ร้านชำเล็กๆ บริหารโดยคุณป้าในละแวกนั้น ร้านรวงก็คงสไตล์ดั้งเดิมไว้

img_9829
img_2951

img_2954


สำหรับคนที่ชอบการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติแท้ๆ ไม่วุ่นวายน่าจะชอบที่นี่นะคะ

(อ่านตอนก่อนๆได้ที่นี่ 1.Nagasaki Diary #01 ยกพลขึ้นบกที่เกาะร้างฮาชิม่า (軍艦島) ทานเมนูเด็ด “จัมปง” ที่ไชน่าทาวน์ 2.Nagasaki Diary #02 ใส่กิโมโนลายโมเดิร์น เดินเล่นเดะจิม่า จ.นางาซากิ 長崎で着物体験 3.Nagasaki Diary #03 มินามิชิมาบาระ แช่ออนเซ็นโอบาม่า ตามล่าของอร่อย 長崎県南島原・小浜 )

เราได้เข้าไปทักท่ายกับกลุ่มหนุ่มๆ คนรุ่นใหม่ เจ้าของเกสต์เฮ้าส์ TSUDOI ที่นี่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน บริการห้องพักในราคาไม่แพง สำหรับใครที่อยากมาพักผ่อนกับกลุ่มเพื่อนแบบลุยๆ ที่นี่น่าจะเหมาะนะคะ ด้านล่างเกสต์เฮ้าส์เปิดเป็นบาร์ในตอนกลางคืนด้วย บรรยากาศน่านั่งชิลมากๆ มาที่นี่น่าจะได้เพื่อนใหม่กลับไปแน่นอน

img_9821

img_9820

img_9971

img_9970

ทางร้านมีฉายวิดิโอ ประวัติความเป็นมาของเมืองอุนเซ็นให้ดูด้วย น่าประทับใจในสำนึกรักบ้านเกิดของพวกเค้าจริงๆ

img_2947

ภาพเมืองอุนเซ็นในสมัยก่อนimg_3049

ห้องพักรวมแบบดอมิทอรี่ แยกชายหญิง มีไวไฟให้ใช้ฟรีด้วยimg_9822

เกสต์เฮ้าส์ที่นี่ราคาไม่แพงเลย เริ่มต้นเพียง 3,300 เยนเท่านั้น คิดเป็นเงินไทยก็พันกว่าบาท จะจองผ่านเว็บ Hotels, Booking, Expedia ก็ได้ ลองเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ https://www.unzen-tsudoi.jp/ ไปเป็นกลุ่มกับเพื่อนๆ ก็น่าสนุกดีนะคะ ถ้าไปแล้วก็อย่าลืมเล่าให้เจ้าของโรงแรมเค้าฟังด้วยนะ ว่ารู้จักที่นี่จากเรโกะ อิอิ

ซึ่งพ่อหนุ่มเจ้าของเกสต์เฮ้าส์สละเวลาพาเราไปเดินชมรอบๆ แหล่งน้ำแร่ในฐานะเจ้าถิ่นด้วย เค้าบอกว่าจุดเด่นของที่นี่คือ เป็นแหล่งน้ำแร่ที่พวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินให้เห็นกันเป็นควัน สามารถเข้าไปเดินชมในบริเวณต้นกำเนิดน้ำแร่ได้ ชาวบ้านที่นี่มักจะมาเดินออกกำลังกายรอบๆ อารมณ์เหมือนสวนสาธารณะอะ หรือมานั่งพักผ่อนบนลานหินร้อนกัน

img_2860

ลานกว้างตรงนี้ ตอนกลางคืนเอาผ้ามาปู นอนเล่นบนพื้นอุ่นๆ นอนดูดาวได้ด้วยนะimg_2820

img_2918

img_2922

img_2923

อัพจัง ลองนั่งเอาเท้าอุ่นบนพื้นหินร้อนด้วยกำมะถันจากออนเซ็นimg_2879

และนี่คือตึกโรงแรมที่เราจะพักในคืนนี้ อยู่ติดกับโซนบ่อน้ำแร่ธรรมชาติเลยล่ะimg_2935

อันนี้เค้าต่อท่อกันให้เห็นเลยว่า น้ำแร่ที่ใช้ในโรงแรมย่านนี้มาจากออนเซ็นจริงๆ ซึ่งจุดเด่นของออนเซ็นที่นี่คือเป็นสีขาวขุ่น เหมือนน้ำนมimg_2942

และที่โดนใจเรามากที่สุด คือ ที่นี่มีแมวเยอะมาก!! เป็นแมวจรที่มีคนให้อาหาร แต่อยู่กันแบบธรรมชาติในแหล่งน้ำแร่ แถมยังเชื่องซะด้วย เรียกเหมียวๆ เดี๋ยวก็มาแมวจรญี่ปุ่นนี่ตัวกลมขนฟูทั้งนั้น น่ารักจริงๆ

img_2873

เมี้ยววววววววววว เข้าหาคนซะด้วย รับแขกเก่งจริงimg_2895

แมวจรที่นี่ขนปุย ตัวอ้วนกลม ทั้งนั้นเลย น่าอุ้มกลับไทยเนอะimg_2867

ตัวใหญ่เท่าลูกขนุน!!img_2881

ไม่กลัวคนด้วย เซลฟ์ฟี่ได้สบายๆ


ที่พักของเราในคืนนี้คือ เรียวกังเก่าแก่ (โรงแรมแบบญี่ปุ่น)เปิดให้บริการมานานกว่า 100 ปีแล้ว ชื่อว่า “อุนเซ็น ฟุคิยะ” 雲仙富貴屋 ซึ่งเป็นเรียวกังที่ตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งต้นน้ำที่สุด คือตั้งอยู่ติดๆ กันเลย มองจากหน้าต่างห้องพัก และห้องอาหาร จะเห็นควันสีขาวพวยพุ่งออกมาตลอดเวลาimg_9843

วิวที่มองออกจากหน้าต่างลอบบี้ชั้นล่างสุด ใกล้กับแหล่งต้นน้ำมากๆimg_9834

img_9847

มีมุมหัดเขียนพู่กันญี่ปุ่น สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วยimg_9837

สำหรับคนที่นั่งรถเข็น เค้าก็มีบริการให้ยืม ดังนั้นไม่ว่าจะผู้พิการหรือผู้สูงอายุ ก็สามารถเที่ยวที่นี่ได้อย่างสะดวกสบายimg_9838

ด้วยความที่เป็นโรงแรมเก่าแก่ ทำให้ห้องพักแบบเสื้อทาทามิญี่ปุ่นยิ่งดูขลัง เหมือนมาเยี่ยมบ้านญาติต่างจังหวัดเลยล่ะ

ลงมาทานมื้อค่ำที่ห้องอาหารของโรงแรม เค้ามีอาหารชุดจัดไว้ให้ น่าทานมากเลย

img_9832

img_9830

ป้ายหน้าทางเข้าออนเซ็น แขกที่ไม่ได้พักที่โรงแรมจะใช้บริการแบบเช้าไปเย็นกลับก็ได้ ค่าใช้บริการ 1,000 เยน ได้แช่ออนเซ็นสีน้ำนม ทำร่างกายให้อบอุ่น นอนกลิ้งในห้องเสื่อทาทามิกว้างๆ คืนนี้ช่างเป็นคืนที่เหมือนฝันเลย…

img_3050

ตื่นเช้าขึ้นมาอย่างสดใส เปิดหน้าต่างออกมา ถึงกับผงะ เพราะเจอวิวแบบนี้!!!

img_9833

ออนเซ็นที่มีควันพวยพุ่งออกมา มันช่างอลังการมาก เป็นภาพที่ทำให้ทึ่งกับพลังของธรรมชาติได้อย่างแท้จริง

ลงมาทานอาหารเช้า จัดเต็มเพิ่มพลังให้เต็มที่แต่เช้า ครบห้าหมู่แน่นอน

img_9835

ด้วยความที่เป็นโรงแรมเก่าแก่มีประวัติศาสตร์มายาวนานกว่าร้อยปี ตึกก็ยังคงสภาพเดิมเอาไว้ เราจึงลองถามผู้จัดการโรงแรมถึงตอนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ตอนนั้นจ.นางาซากิได้รับผลกระทบจากระเบิดปรมณู แล้วที่อุนเซนนี้ล่ะ ปลอดภัยดีมั้ย

คุณผู้จัดการบอกว่า “ปลอดภัยดีครับ ไม่โดนอะไรเลย สงครามน่ะ มันต้องใช้งบประมาณ จะปล่อยระเบิดลงที่ไหน เค้าก็ต้องวางแผนมาก่อน เค้าไปลงในตัวเมืองโน่น ไม่มาโจมตีบ้านนอก ไม่มีสถานที่สำคัญแบบนี้หรอก”

เออ ก็จริงของเค้า ดังนั้นอุ่นใจได้นะคะ สำหรับคนขวัญอ่อน

ผู้จัดการพาเดินชมโซนตึกเก่าของโรงแรม ที่พื้นที่เห็นเป็นไม้นั่นน่ะ คือไม้ใหญ่ที่มีอายุยาวนานมาก ดูได้จากวงปี

img_9844

นี่เป็นบ่อในโซนไปรเวท ดูจากสีของน้ำสิ ยังกะบ่อน้ำนม แช่แล้วมันจะลื่นๆผิวด้วยนะ

img_9846

ซึ่งทางโรมแรมมีแผนที่จะรีโนเวทโซนห้องพักพร้อมออนเซ็นส่วนตัวในปีหน้านี้ ดังนั้นใครที่อยากไปสัมผัสห้องพักส่วนตัวพร้อมออนเซ็น ที่ยังคงแบบเดิมเหมือนเมื่อร้อยปีก่อน ก็รีบไปนะคะ (ห้องที่เราพัก เป็นโซนตึกออนเซ็นรวมค่ะ ยังคงเดิมไว้อยู่) ลองดูรายละเอียดเพิ่มเติมของโรงแรมได้ที่นี่เลยค่ะ http://www.unzenfukiya.com/th-th/ เว็บเค้ามีภาษาไทยด้วยนะจ๊ะ

img_9842

ถือว่าเป็นหนึ่งในเมืองออนเซ็นที่เราประทับใจระดับต้นๆของญี่ปุ่นเลยล่ะ คนที่เบื่อความพลุกพล่าน วุ่นวายของเมืองใหญ่ ไม่อยากช้อปปิ้งเสียเงิน (เบื่อช้อปแล้ว) แต่อยากพักผ่อน ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง และซึมซับธรรมชาติ ที่นี่ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีเลยนะคะ

img_9972

สำหรับการเดินทางเมืองออนเซ็น “อุนเซ็น” แห่งนี้ ถ้าไม่สะดวกขับรถยนตร์มาเอง จะนั่งรถบัสมาก็ได้ค่ะ โดยขึ้นรถไฟ JR สายนางาซากิฮองเซน มาลงที่สถานีอาซาฮายะ จากนั้นต่อรถบัสชิมาเทตซึ มาลงที่ป้ายเมืองอุนเซ็น ใช้เวลาประมาณ 80 นาที ถ้าอยู่ที่ตัวเมืองนางาซากิแล้ว ลองเปิดกูเกิ้ลแมพ ใส่คำว่า 雲仙 ดูก็ได้ค่ะ

หมวยน้อยข้างๆเราคือ “อัพจัง” เป็นนักศึกษาป.เอกที่ม.นางาซากิ เพื่อนร่วมทริปของเรา หลังจากออกจากอุนเซ็นออนเซ็นแล้ว เราจะไปที่ไหนกันต่อ รอติดตามในบล็อกคราวหน้านะจ๊ะ

img_9968

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : Reiko_ws เรโกะ

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com
Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*

เรโกะเที่ยวโอซาก้า แดนมินเนี่ยน Minion Park โซนใหม่ล่าสุดที่ Univelsal Studios Japan (USJ)

มาแล้วววว รีวิว Minion Park โซนใหม่ล่าสุดของ USJ ที่ทุกคนรอคอย!! ใครที่ติดตามโซเชี่ยลของเราก็คงพอได้เห็นรูปที่เราลงไปบ้างแล้ว Minion เป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นที่ออกฉายในปี 2015 เรื่องราวของสิ่งมีชีวิตประหลาดตัวสีเหลือง ที่อยู่ยงคงกระพันธุ์มาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ แถมยังเป็นตัวป่วน ก่อปัญหาวุ่นไปทั่ว เรียกได้ว่า “เข้าแก๊งไหน หัวหน้าตายหมด” แต่ด้วยความน่ารักร่าเริงของพวกมัน ทำให้ใครๆ ก็โกรธไม่ลง กลายเป็นคาแรกเตอร์สุดน่ารักขวัญใจทุกเพศทุกวัย โด่งดังไปทั่วโลก จนกระทั่งมีธีมปาร์กเป็นของตัวเองนี่แหละ!!

img_9663

โดยโซน Minion Park ที่ Universal Studios Japan โอซาก้านี้ ถือว่าเป็นโซนสวนสนุกของมินเนี่ยนที่ใหญ่ที่สุดในโลก!!ในบล็อกนี้เราจะรีวิวความน่ารักของ Minion Park ให้ทุกคนได้ดูกัน ปะ ไปกันเล้ยยยยย

เมื่อเดินเข้ามาถึงทางเข้าโซน ก็จะเจอซุ้มป้าย Minion Park แบบนี้เลยยยยย (แอบอวดเล็บ เราทำลายมินเนี่ยนด้วยนะ ลองขยายดูสิ 555)

img_9644

รูปปั้นน้ำพุแก๊งมินเนี่ยนตั้งเด่นเป็นสง่า

img_9628

Minion Park เพิ่งเปิดทำการเมื่อวันที่ 21เมษายน 2017 ที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งเราได้ไปเที่ยวและถ่ายบล็อกนี้ในวันพุธที่ 26 เมษายน คือไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์หลังจากโซนเปิด ทุกอย่างยังใหม่มากกกก และคนก็เยอะมว้ากกกกเช่นกัน

ถึงแม้จะเป็นวันที่พยากรณ์อากาศญี่ปุ่นทำนายว่า จะมีฝนตก ฟ้าครึ้มทั้งวัน แต่ทุกคนก็ยังกางร่ม ใส่เสื้อกันฝน ออกมาเที่ยวลัลล้ากันอย่างไม่แคร์ (เราก็ด้วย 555) ตึกที่นี่สีสันสดใส ถ่ายรูปได้ทุกมุม แต่ต้องหาจังหวะหลบคนกันเอาเองนะ

img_9623

วันนี้เราเตรียมพร้อมมาก ใส่แว่นมินเนี่ยน เสื้อยืดลายมินเนี่ยน (สวมทับเสื้อตัวที่ใส่มาตอนแรก) คุมโทนด้วยสีดำ-เหลือง-ขาว ทั้งตัว ตึกด้านหลังคือเครื่องเล่นที่ให้เราจำลองสถานการณ์เป็นมินเนี่ยน โดนย่อขนาดตัวเข้าไปทำภารกิจให้สำเร็จ ข้างในไม่สามารถถ่ายรูปได้ แต่ขอบอกว่ามันสนุกมาก และไม่น่ากลัวเลย ดังนั้นเล่นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จ้าาา

img_9633

ถ้าใครฟังภาษาญี่ปุ่นออกจะขำมาก เพราะในวิดิโอบรรยาย และในระหว่างการเล่นเครื่องเล่นนี้ เสียงของตัวละครผู้ชาย จะเป็นภาษาคันไซทั้งหมด (ถ้าใครนึกไม่ออก ให้ลองจินตนาการว่า เหมือนกับพูดเป็นภาษาใต้อะ) ในขณะที่เสียงของเด็กผู้หญิงจะเป็นภาษากลาง มาลองฟังความต่างนี้ก็สนุกดีนะ (แต่มินเนี่ยน พูดภาษามินเนี่ยนทุกตัวจ้ะ … ก็แหงละสิ)

img_9120

คนที่มาเที่ยวทั้งกลุ่มนักเรียน วัยรุ่น และครอบครัว ต่างสนุกสนานการแต่งตัวในธีมมินเนี่ยนมากๆ สามารถขอถ่ายรูปกับพวกเค้าได้นะคะ ส่วนใหญ่คนที่มาเที่ยวแบบนี้ เค้าก็อยากสนุกกันอยู่แล้ว ดังนั้นมักจะเฟรนด์ลี่มากๆเลยค่ะ

img_9533

ซึ่งมันก็เป็นเรื่องธรรมดาของสวนสนุก โดยเฉพาะสวนสนุกระดับโลกแบบนี้ ที่จะมีคนเยอะมากมายมหาศาล เราพยายามอย่างสุดความสามารถแล้วนะ เพื่อให้ได้ภาพที่โอเค ไม่ติดคนเยอะเกินไป แถมอากาศยังครึ้มๆ อีก จังหวะไหนฝนมาต้องรีบเก็บกล้องเก็บมือถืออย่างไว ถ้ามีโอกาสอยากจะกลับไปแก้มือถ่ายรูปในวันฟ้าใสจังเลยimg_9653

เด็กใส่ชุดนักเรียนมาเที่ยวกันก็เยอะ มีทั้งที่ทางโรงเรียนพามาทัศนศึกษา และกลุ่มที่แต่งตัวชุดนักเรียนมาเที่ยวกันเอง

img_9631img_9630

มินเนี่ยนมาแว้วววววว ออกมาโชว์ตัววันนึงหลายรอบเลยล่ะ

img_9650

ต่อแถวถ่ายรูปได้ตามสบายเลย แต่ต้องถ่ายกันเองนะ เจ้าหน้าที่เค้าจะดูคิวให้เฉยๆ ไม่รับถ่ายรูปให้ ถ้าไปคนเดียว ก็ไหว้วานให้คนที่อยู่ข้างๆ ถ่ายให้ก็ได้ค่ะimg_9625

มุมเกมก็มี ถึงฝนตกเค้าก็ยังเปิดให้เล่นปกตินะจ๊ะ อันนี้เป็นเกมยิงปืนใหญ่ให้กระป๋องล้ม ถ้าทำได้ก็รับตุ๊กตากลับบ้านไปเลย แอร๊ยยยย อยากได้ๆๆ แต่คิดเหรอ ว่าชั้นจะทำได้น่ะ ฮึ img_9655

เกมนี้ก็น่ารัก ต้องยิงบอลให้ลงกะลามะพร้าวimg_9627

เดินตากฝนจนได้ที่แล้ว มาหาอะไรลงท้องกัน แน่นอนว่าเมนูมินเนี่ยนที่นี่เค้าต้องจัดหนักจัดเต็ม เรียกได้ว่า หิวไม่มาก แต่อยากสั่งมาเซลฟี่แน่ๆ เพราะมันน่ารักเกิ๊น 555

img_9637img_9165

เรามีคลิปรีวิวเมนูมินเนี่ยนให้ดูกันด้วย ไปชิมพร้อมกันเลยจ้ะ

มีเครื่องดื่มเลมอนเนดให้ดื่มแก้กระหายด้วย
img_9640

ซุ้มป๊อปคอร์น น่ารักกกกกกก พนักงานก็จะสวมวิญญาณมินเนี่ยน เต้นดุ๊กดิ๊กๆตลอดเวลาimg_9642

ที่คนต่อแถวกันนี่ก็ของขึ้นชื่ออีกอย่างนะจ๊ะ เป็นมินเนี่ยนคุกกี้แซนด์วิซ ตัวแป้งเป็นคุกกี้กรอบๆมีไส้หลายแบบ ราคา 500-600 เยนแล้วแต่ไส้

img_9607img_9605

เค้าเปิดเป็นห้องกระจกให้เห็นขั้นตอนการทำด้วย img_9606

แต่นแต๊นนนนน น่ากินใช่มั้ยล่าimg_9604

ของเราเลือกเป็นไส้ไอศกรีมรสกล้วย อร่อยจุง ฟินจัง ดูได้ในคลิปรีวิวเลยจ้ะ

img_9211

มาที่ร้านของฝากกันมั่ง คนคลั่งมินเนี่ยนต้องล้มละลายแน่ๆ เพราะมีแต่ไอเท็มน่ารักๆ เต็มไปหมดเลยยย

img_9613

ภายในร้านตกแต่งด้วยโทนสีขาว-ชมพู มีหุ่นมินเนี่ยนตกแต่งอยู่ทั่วไปimg_9612

อย่างเสื้อยืดนี่ก็สามพันกว่าเยน ไม่ถึงสี่พัน ซื้อใส่เป็นคู่กันก็น่ารักดีนะimg_9617

มีหุ่นเจ้าตัวป่วนมินเนี่ยนให้ถ่ายรูปเยอะมาก img_9611

img_9615img_9618

ร้านขายของฝากร้านใหญ่ ในโซนใกล้ๆ ประตูทางออกก็มีสินค้ามินเนี่ยนด้วย ซึ่งบางอย่างไม่เหมือนกับอีกร้าน ดังนั้นเผื่อเวลาดูหลายๆร้านก็ดีนะจ๊ะ

img_9665

ตอนที่โซนมินเนี่ยนพาร์กนี้เปิดใหม่ๆ แน่นอนว่าฮือฮามาก สื่อมาทำข่าวเพียบ ลองดูข่าวจากรายการ Mezamashi TV ช่อง Fuji TV เลยยยยย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ USJ ในเว็บภาษาอังกฤษที่นี่เลยจ้า http://www.usj.co.jp/e/

img_9658

คำแนะนำการเที่ยวในวันฝนตกเพิ่มเติมจากเราเอง

-ถ้ามาวันฝนตก หรือวันที่พยากรณ์อากาศบอกว่ามีแนวโน้มว่าฝนจะตก ติดเอาร่มพับมาด้วยก็ดี ถ้าจะเอาร่มแบบยาวมา แนะนำให้เป็นแบบใส เวลาถ่ายรูปจะได้ไม่บังวิวคนอื่นด้วยจ้ะ แต่จะมาซื้อร่มที่นี่ก็ได้ เพราะตอนฝนตก เค้าจะมีร่มลายมินเนี่ยนสีเหลืองสดใสขาย เอามาถือได้บรรยากาศไปอีกแบบ

-ถ้ามาวันฝนตก ใส่รองเท้าที่มันกันน้ำได้จะดีมาก ถ้าเป็นผ้าใบก็ฉีดสเปรย์กันน้ำมาก่อนด้วยนะ

-เห็นสาวๆญี่ปุ่นบางคนใส่ส้นสูงมาเดินเที่ยวสวนสนุก … ทำได้ไงเนี่ย!? เพื่อสุขภาพเท้า ใส่รองเท้าที่เดินง่ายๆ เช่น ผ้าใบ ส้นเตี้ยจะดีกว่านะจ๊ะ

img_9306

ประโยคง่ายๆ เอาไว้พูดเวลาไปเที่ยวสวนสนุก

  • เวลาเข้าไปขอคนแต่งตัวน่ารักๆถ่ายรูป ลองเอาประโยคนี้ไปใช้นะ

すみません、一緒に写真を撮ってもいいですか?

すみません、いっしょにしゃしんをとってもいいですか?

sumimasen, isshoni shashin wo tottemo ii desuka?

แปลว่า ขอโทษนะคะ/ครับ ขอถ่ายรูปด้วยได้มั้ยคะ/ครับ

  • หรือถ้าจะให้คนอื่นช่วยถ่ายรูปให้เราก็พูดว่า

すみません、写真を撮ってもらってもいいですか?

すみません、しゃしんをとってもらってもいいですか?

sumimasen, shashin wo totte morattemo ii desuka?

แปลว่า ขอโทษนะคะ/ครับ ช่วยถ่ายรูปให้หน่อยได้มั้ยคะ/ครับ

  • สำคัญที่สุด เวลาใครทำอะไรให้ อย่าลืมพูดขอบคุณด้วยนะจ๊ะ

ありがとうございます / arigato gozaimasu

แปลว่า ขอบคุณมากนะคะ/ครับ

img_9288

ไม่ว่าจะโตเป็นผู้ใหญ่แค่ไหน แต่เราทุกคนก็ยังมีความเป็นเด็กซ่อนอยู่ในตัวเสมอ ตั้งใจทำงาน ตั้งใจเรียนกันแล้ว ก็อย่าลืมหาเวลาไปเที่ยวพักผ่อน เปิดโหมดเด็กน้อยในตัวเองให้ออกมาลัลล้ากันมั่งนะจ๊ะ ขอให้ทุกคนสนุกกับการแพลนทริปต่อไปจ้ะ ติดตามเรื่องราวไลฟ์สไตล์สนุกๆ โดยเฉพาะเรื่องท่องเที่ยวญี่ปุ่นของเราได้ที่นี่เลลยยยยย

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : Reiko_ws เรโกะ

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com
Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*

 

Nagasaki Diary #02 ใส่กิโมโนลายโมเดิร์น เดินเล่นเดะจิม่า จ.นางาซากิ 長崎で着物体験

ถ้ามีโอกาสได้มาเที่ยวญี่ปุ่นทั้งที เราว่าสาวๆทั้งหลายก็คงอยากใส่กิโมโนหรือยูคะตะสวยๆเดินเล่นถ่ายรูปให้เข้ากับสถานที่เนอะ เดี๋ยวนี้หลายที่ในญี่ปุ่น โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง ต่างก็มีบริการกิโมโนให้เช่า ที่จ.นางาซากิเค้าก็มีร้านเช่ากิโมโนเช่นกันค่ะ ตามไปดูประสบการณ์ใส่กิโมโนสีสวยลายโมเดิร์น เดินเที่ยวนางาซากิของเรากันเถอะ!!

ความเดิมจากตอนที่แล้ว หลังจากที่เราไปลุยเกาะร้างรูปทรงเรือรบ “ฮาชิม่า” มาแล้ว (อ่านได้ที่นี่ Nagasaki Diary #01 ยกพลขึ้นบกที่เกาะร้างฮาชิม่า (軍艦島) ทานเมนูเด็ด “จัมปง” ที่ไชน่าทาวน์ ) จากนั้นเราเข้าตัวเมืองนางาซากิ ไปแถวๆ “เดะจิม่า” แถวนี้มีร้านกิโมโนให้เช่า สำหรับใส่เดินถ่ายรูปเก๋ๆได้ด้วยล่ะ ร้านชื่อ “กิโมโน ฮอพเพน” キモノホッペン

ร้านอยู่บนชั้น 3 ของตึกแถวค่ะ อาจจะหาป้ายยากหน่อย แต่ถ้าเปิด Google Maps แล้วเดินทางก็ไม่น่าหลงนะ

img_2380

เข้ามาในร้านก็จะเจอเคาน์เตอร์เล็กๆ และพนักงานแต่งชุดกิโมโนสวยคลาสสิก

img_2384

มุมเครื่องประดับของร้าน มีเครื่องประดับให้เลือกเยอะมาก โดยเฉพาะรูปดอกไม้ เพราะว่าเข้ากับกิโมโนสีสันสดใสของที่นี่

img_2381img_2382

จุดเด่นของทางร้านคือ มีกิโมโนสีสันสดใส ลวดลายดูโมเดิร์น สมกับเป็นเมืองนางาซากิ ที่ผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นและตะวันตกได้อย่างลงตัวimg_2417

มีโอบิให้เลือกเยอะมากกกกกก จะจับคู่สียังไงก็ได้แล้วแต่เราชอบ

กิโมโนสีสันสดใสทั้งนั้น ถ่ายรูปขึ้นแน่ๆ

เราสามารถเอากิโมโนหลายแบบมาลองสวมก่อนได้ค่ะ จะได้เลือกแบบที่ชอบที่สุด
img_2386

สีนี้ดีมั้ยอะ?img_2393

อุ๊ยยยย  อันนี้ก็เข้าท่า เราชอบโทนสีแดง เอาชุดนี้ละกันimg_2429

พอเลือกชุดนี้ ช่างกิโมโนก็จะมาช่วยแต่งให้img_2435

มีบริการทำผมด้วยนะ (เสียเงินเพิ่ม) เค้าเกล้าผมเก่งมาก แป้บเดียวก็ได้ทรงสวยๆแบบนี้แล้วimg_2483

ใช้เวลาแต่งตัวไม่ถึงครึ่งชม. เราก็กลายเป็นสาวชุดกิโมโน พร้อมออกไปเดินเล่นถ่ายรูปแล้วววววว

img_2496

เดินออกจากร้านใช้เวลาแป้บเดียว ไม่ถึง 10 นาทีค่ะ รองเท้าใส่เดินง่ายกว่าที่คิดนะ ไม่ต้องกังวลว่าจะล้ม

img_3875

จุดมุ่งหมายของเราคือ “เดะจิม่า” เมืองโบราณที่เป็นหมู่บ้านของชาวฮอลแลนด์ ที่เข้ามาอาศัยอยู่ที่นางาซากิ สมัยเปิดประเทศใหม่ๆ  บรรยากาศดูคลาสสิก แบบ East meets West เราชอบมากเลยล่ะ ปกติแล้วที่นี่จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและกลุ่มนักเรียนที่มาทัศนศึกษา ข้างในมีมุมถ่ายรูป นิทรรศการ การจัดแสดงภาพประวัติศาสตร์ฺ ร้านขายของที่ระลึก และร้านกาแฟด้วย (ค่าเข้าสำหรับผู้ใหญ่ 500 เยน)

img_8112

มีเจ้าหน้าที่แต่งชุดญี่ปุ่นโบราณคอยต้อนรับ และถ่ายรูปเป็นเพื่อนเราด้วย น่าเสียดายที่เรามาถึงเดะจิม่าตอนเย็นแล้ว ทำให้แสงไม่ค่อยมี ถ่ายรูปออกมาได้ไม่เยอะเท่าไหร่ แต่เราประทับใจกิโมโนของร้านนี้จริงๆนะ มันสวยและลายโดดเด่นไม่ซ้ำที่อื่น ถ้าได้มาเที่ยวนางาซากิอีก ก็จะกลับไปใช้บริการอีกแน่

img_8107

สำหรับราคาและประเภทของกิโมโน-ยูคะตะ ที่มีให้เช่านั้น มีหลายแบบมาก ถ้าเป็นกิโมโนลำลองแบบสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวใส่เดินเที่ยวในเมือง ราคาเริ่มต้นที่ 5,000 เยน ยังไม่รวมภาษี (รวมค่าแต่งชุดให้ แต่ไม่รวมค่าทำผม)

มียูคะตะ (กิโมโนลำลองสำหรับช่วงฤดูร้อน) ใช้เช่าด้วย ค่าเช่ายูคะตะ 4,000 เยน ถ้าเช่าเป็นคู่ 7,000 เยน ค่าทำผม 1,500 เยน (ราคายังไม่รวมภาษี) โดยราคานี้สำหรับการเช่า 2 วัน 1 คืน เหมาะจะเช่าใส่ไปเดินเล่นงานเทศกาลฤดูร้อนตอนกลางคืนก็ได้

ก่อนไปก็โทรไปจองเวลาร้านว่าจะไปกี่โมง หรือจะจองทางเว็บและเมลก็ได้ ใช้เวลาแต่งประมาณ 30 นาที ยิ่งไปเร็วยิ่งดี เพราะสามารถใส่ชุดได้ทั้งวัน ไม่จำกัดเวลา ขอแค่มาคืนที่ร้านก่อน 18:30 ก็พอ ดังนั้นยิ่งไปเร็วยิ่งได้ใส่ถ่ายรูปเล่นในเมืองนานกว่า คุ้มค่านะจ๊ะ

กิโมโนฮอพเพน Kimono Hoppen キモノホッペン

Address : Takashi Fukutera Street Amity 6-25 Kajiya-machi Nagasaki-shi Nagasaki-ken 850-0831

Tel:095-826-2583 โทรจองหรือจองผ่านทางหน้าเว็บล่วงหน้าก็ได้ https://n-hoppen.com/
เปิดทำการ :10:00~19:00 (รับลูกค้าถึง 18:00)
หยุดทุกวันอังคาร  instagram @kimono_hoppen

img_2580

การได้ใส่ชุดท้องถิ่นถ่ายรูปสวยๆเนี่ย มันยิ่งทำให้เรารู้สึกเข้าถึงสถานที่นั้นๆมากขึ้นนะ ว่ามั้ย อิอิ ไม่ว่าจะไปเมืองไหน ถ้ามีโอกาสได้ใส่กิโมโนหรือยูคะตะก็ทำให้เรารู้สึกดีได้เสมอ ติดตามไดอานี่ทริปนางาซากิตอน #03 ของเราเร็วๆนี้จ้าาาา แล้วก็ขอฝากบล็อกเที่ยวญี่ปุ่นจังหวัดอื่นๆด้วยนะจ๊ะ

สโลแกน : เรโกะ ออกทริปลัลล้าด้วยใจ อยากให้คนไทยสนุกกับการเที่ยวญี่ปุ่น เย้!!

ปล.เราไปที่นี่ในช่วงกลางเดือนม.ค.จ้ะ อากาศยังหนาว อุณหภูมิประมาณเลขตัวเดียว

 *about me*

facebook : Reiko.ws

instagram, youtube, twitter @reiko_ws

www.ReikoBangkokNeko.com

ติดต่องาน contact for work : reiko.ws@gmail.com

รูปแถม : เมื่อปลายเดือนม.ค.เราได้ไปออกรายการ “ผู้หญิงถึงผู้หญิง” เพื่อโปรโมทอีเว้นต์การท่องเที่ยวจ.นางาซากิมาล่ะ ได้ทีมงานจากกิโมโนฮอพเพนไปช่วยแต่งตัว ใส่ชุดยูคะตะให้ด้วย ชอบกิโมโน-ยูคะตะร้านนี้ สวยทุกชุดเลยเนอะ อิอิ

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*

ญี่ปุ่นไปได้ ง่ายนิดเดียว มาอัพเดตข้อมูลเที่ยวญี่ปุ่นและช้อปปิ้งที่งาน 360Japan กันเถอะ!!

“ใครๆ ไปญี่ปุ่น” สมัยนี้ญี่ปุ่นไปง่ายจะตาย วีซ่าก็ไม่ต้องขอ ตั๋วก็ถูกลง แถมยังมีข้อมูลการท่องเที่ยวมาเสิร์ฟถึงมือง่ายๆแต่ปลายนิ้วจิ้มสมาร์ทโฟน ยิ่งตอนนี้มีอีเว้นต์ดีๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น กำลังจัดอยู่ถึง วันที่ 31 มีนาคมนี้ เราเลยไม่รอช้าที่จะคาบข่าวมาบอกเพื่อนๆที่สนใจญี่ปุ่น!!

โดยงานนี้เกิดขึ้นภายใต้โปรเจคต์ชื่อว่า 360Japan เป็นการนำเที่ยวญี่ปุ่นโดยสาวๆเน็ตไอดอลและอินฟลูเอนเซอร์ชาวไทย มีไปมาหลายที่เลย ซึ่งเราก็เป็นหนึ่งในโปรเจคต์นี้ด้วยล่ะ โดยเราได้ไปร่วมทริปที่จ.อิวาเทะ ไปกับน้องแอนนี่ นักแสดงช่องเวิร์คพ้อยท์ และน้องมิ้งค์ นางแบบสาวสวย

img_7625

พวกเราได้ไปเที่ยวเน้นๆ ที่เมืองฮิราอิซุมิและเมืองคามาอิชิ ซึ่งอินฟลูเอนเซอร์แต่ละคนจะอัพรูปและบอกต่อความสนุกของทริปผ่านโซเชี่ยลของตัวเอง อย่างเราก็อัพลง instagram @reiko_ws และ facebook page Reiko.ws แบบรัวๆเลยล่ะ ใครตามอยู่ก็คงจะเห็นแล้ว อิอิ

ซึ่งเราทั้งสามคนก็ได้มาบอกเล่าความสนุกของทริปนี้ในงานอีเว้นต์ 360Japan ที่ห้าง Tokyu (ติดสถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ) ไปเมื่อวันศุกร์ที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา ไปชมภาพบรรยากาศและฟรุ้งฟริ้ง มุ้งมิ้งแบบเกิร์ลส์ทอร์กของพวกเรากันเลยค่ะ!!

จากซ้าย มุกกี้ – พิธีกร / เราเอง / น้องมิ้ง / น้องแอนนี่

img_7611

ต๊ะเอ๋ เล่นกล้องกันหนุกหนานๆๆ

img_7622

โชว์ผลงานสายห้อยมือถือแฮนด์เมดฝีมือพวกเรา

img_7620

img_7990

img_7624

พวกเราเอาใจช่วยเมืองคามาอิชิ หนึ่งในเมืองที่ได้รับผลกระทบจากซึนามิในปี 2011 อยู่นะคะ!

img_7995img_7623img_7621

ซึ่งนอกจากจะอัพรูปการท่องเที่ยวทางโซเชี่ยลของแต่ละคนแล้ว ระหว่างการท่องเที่ยวยังมีช่างภาพมือโปรชาวญี่ปุ่น คอยเก็บภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว มาลงใน e-book อีกด้วย สามารถหาอ่านได้แล้วที่ Ookbee เซิร์ช Japan Beauty Trip หรือคลิกที่ลิ้งนี้     เลยจ้ะ | P. 1 in Japan Beauty Trip | VOL.4 http://www.ookbee.com/Shop/Magazine/JAPAN_BEAUTY_TRIP/62b82663-b630-43db-b80f-a03a32c92f3b

img_7989img_8007img_7992

สำหรับบู้ต 360Japan นี้จะจัดต่อเนื่องไปถึงวันที่ 31 มีนาคมนี้ ในงานมีข้อมูลการท่องเที่ยวของจังหวัดต่างๆที่น่าสนใจ, ขายของเก๋ๆนำเข้าจากญี่ปุ่น ที่น่าจะโดนใจสาวๆ ซึ่งเราก็เจอไอเท็มสุดเลิฟแล้ว เป็นกระเป๋า RaviRavi นี่เลยยยย

img_8012img_8011img_8003

ที่เราเลิฟกระเป๋าใบนี้เพราะว่า มันมีฟังก์ชั่นที่ใช้ง่ายและสะดวกมาก ใบใหญ่มีช่องเยอะ สำหรับแยกของเป็๋นสัดส่วน เหมาะสำหรับคนบ้าหอบฟางแบบเรา (555) น้ำหนักก็เบา ถ้าเปื้อนก็เอาเข้าเครื่องซักผ้าได้ทันที รักษาง่าย เราเลือกกระเป๋าทรงสปอร์ตสีน้ำเงิน เอาไว้ใส่เสื้อผ้าและอุปกรณ์เวลาไปออกกำลังกาย แต่ในเมื่อจุของได้เยอะแบบนี้ จะเอาไว้ลุยเวลาไปออกทริปก็น่าจะเหมาะดีนะ

ซึ่งถ้าใครอยากลองดูกระเป๋า RaviRavi ของจริง นอกจากในงานที่ห้างโตคิวแล้ว เค้ายังมีจัดโปรโมชั่นที่ห้าง Isetan ชั้น 1 ตรงใกล้ๆบันไดเลื่อนไปจนถึงวันที่ 10 เมษายนนี้เลยนะ ของญี่ปุ่นเค้าขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพอยู่แล้ว อยากให้ลองมาดูกันนะ

image

img_8014-2

เอาล่ะ นี่ก็คืองานดีๆที่เราอยากบอกต่อกัน ขอให้สนุกกับการอัพเดตเรื่องญี่ปุ่นๆในงานนะจ๊ะ!!

 

*about me*

facebook Reiko.ws

instagram, twitter, youtube @reiko_ws

www.ReikoBangkokNeko.com

お仕事の依頼はこちら contact for work reiko.ws@gmail.com

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*

East Hokkaido ขึ้นเหนือท้าความหนาว -15 องศาที่ “ฮอกไกโดตะวันออก” ตกปลา, ล่องทะเลน้ำแข็ง, ชมเทศกาลน้ำแข็งอลังการ

เราจะไป “ฮอกไกโด” !! ตอนที่เราทำงานพิธีกรรายการ Wezaa Cool Japan ที่ออกอากาศทางช่อง 3SD เมื่อปีที่แล้ว ในรายการจะมีน้องๆหนูๆวัยประถม มาร่วมแข่งขันตอบคำถามเพื่อชิงสิทธิ์ไปญี่ปุ่นทั้งครอบครัว ซึ่งจุดหมายที่เด็กๆ ส่วนใหญ่ตอบว่าอยากไปเที่ยวในญี่ปุ่นคือ “ฮอกไกโด” เกาะใหญ่เหนือสุดของญี่ปุ่น ส่วนตัวเราเองเคยไปมาแล้วแค่ครั้งเดียว แถมยังเป็นตอนหน้าร้อนซะด้วย ปีนี้ฤกษ์งามยามดี มีโอกาสได้ไปเยือนฮอกไกโดซะที แถมยังไม่ใช่เมืองใหญ่ที่ใครๆ ก็รู้จักอย่างซัปโปโร, ฮาโคดาเทะ หรือโอตารุ แต่เป็น “แถบตะวันออกของฮอกไกโด” ซะด้วย แค่ได้ยินก็อยากไปแล้วใช่ม้า ปะ ออกเดินทางกันเลยยย

ทริปนี้เราเริ่มต้นกันที่สนามบินฮาเนดะ ขึ้นไฟลท์เช้าของ ANA เกือบ 8 โมง บินตรงไปยังเมืองอะบาชิริ ฮอกไกโด ที่อยู่ทางขวาของเกาะ ชาวญี่ปุ่นจะเรียกแถบนี้ว่า ฮอกไกโดตะวันออก 東北海道 (Higashi Hokkaido) นั่นเอง ใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงแล้วค่ะ

img_6707-1img_6710-1img_6712-1

การเดินทางมาที่นี่ แนะนำให้นั่งเครื่องบินภายในประเทศมาจะสะดวกมากนะคะ เพราะฮอกไกโดกว้างมาก (ถ้าขับรถจากซัปโปโร ก็ยังใช้เวลาตั้ง 4-5 ชั่วโมงแน่ะ) จากนั้นค่อยเช่ารถขับสบายๆ ถนนโล่งรถไม่เยอะค่ะ แค่ระวังกวางและสัตว์ป่าโผล่มาจ๊ะเอ๋แค่นั้นเอง 555 ธรรมชาติจริงๆ

พอมาถึงนี่สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือก เป็นความหนาวติดลบ ที่ทำให้อากาศโตเกียวกลายเป็นอุ่นไปเลย

ที่แรกที่เราไปคือ “Akan Kokusai Tsuru Center” เมืองคุชิโระ ในฮอกไกโด เป็นศูนย์ให้ความรู้เกี่ยวกับนกกระเรียน สัตว์ขึ้นชื่อของฮอกไกโด มีนกกระเรียนสวยๆที่เลี้ยงแบบปล่อยให้ดูเพียบเลย

img_6753img_6748img_6756

ตอนที่ไปมีคนมาจัดงานแต่งงานต่อหน้าฝูงนกด้วย เพราะนกกระเรียนเป็นสัตว์รักเดียวใจเดียว อยู่เป็นคู่กันจนตาย ถึงอากาศจะหนาวมาก (ติดลบ) แต่ได้เห็นนกกระเรียนแบบใกล้ชิดแล้วไหวค่ะ!

คนที่ชอบศึกษาธรรมชาติ ควรลองมาซักครั้งนะคะ

*การเดินทาง แนะนำว่าขับรถมาสะดวกสุด แต่ขึ้นรถบัสมาก็ได้ ขึ้นจากสถานีรถไฟคุชิโระ ใช้เวลา 60 นาทีจ้ะ

*Akan International Crane Center
阿寒国際ツルセンター
http://kankou.city.kushiro.hokkaido.jp/tourism/crane.html

จากนั้นเราขึ้นรถต่อไปยังแถวทะเลสาบอะคัง 阿寒湖ในเมืองคุชิโระ 釧路 ฮอกไกโด 北海道แถวนี้มีชุมชมของชาวไอนุ ที่เป็นชนเผ่าพื้นเมืองของเกาะฮอกไกโดอยู่ด้วย

img_6996

ถึงตอนนี้ชาวไอนุแท้ๆ จะไม่ค่อยหลงเหลืออยู่แล้ว จากการอพยพเข้ามาอยู่อาศัยของประชาชนจากเกาะอื่น แต่เค้าก็ยังรักษาวัฒนธรรมของไอนุไว้ให้ได้ชมกันที่นี่ จะเห็นได้ว่าร้านรวงทำด้วยไม้แกะสลัก สวยมากเลยนะ

img_7655img_7653img_7652img_7654

https://www.akanainu.jp/

ทานมื้อแรกเพิ่มพลังกันที่ร้าน  นาเบะคิว 奈辺久เป็นร้านอาหารพื้นชื่อดังของที่นี่ เราเลือกเมนูปลาวาคาซากิทอดมาทานกัน ปลาตัวเล็กชุบแป้งกรอบ ทอดร้อนๆ กัดทานได้ทั้งตัว ไม่มีก้างตำคอเลย ไม่ต้องจิ้มซอสก็อร่อยแล้ว แต่จะใส่เกลือปรุงรสเพิ่มก็ได้ เราติดใจเกลือรสแกงกะหรี่ที่สุดเลย ราคาไม่แพงมากค่ะ ที่เห็นนี่ไม่จานละ 1,000เยน ถูกและให้เยอะกว่าในเมืองใหญ่ๆ อีกนะ

https://tabelog.com/en/hokkaido/A0112/A011201/1008548/

เอากระเป๋าเก็บที่โรงแรมก่อน แล้วเตรียมตัวใส่เสื้อผ้าให้อุ่นๆ ออกมาทำกิจกรรมกลางแจ้งกัน!! ในช่วงฤดูหนาวไปจนถึงต้นฤดูใบไม้ผลิ คือกลางเดือนมีนาคม) น้ำในทะเลสาบอะคังจะแข็งตัวกลายเป็นลานน้ำแข็งหนาถึง 70 ซม. จนกระทั่งลงไปเดินเล่น ทำกิจกรรมต่างๆ ได้

img_7671

ซึ่งที่นี่เค้าก็มีอีเว้นต์ที่จัดทุกปี คือ ไอสุแลนด์อะคัง あいすランド阿寒 ในตอนกลางวันสามารถทำกิจกรรมเอ้าต์ดอร์ เช่นตกปลาวาคาซากิ ผ่านรูน้ำแข็ง, นั่งบานาน่าโบ๊ต และในตอนกลางคืน พื้นที่ตรงนี้ก็จะกลายเป็นสถานที่จัดการแสดงแสงสีเสียง โชว์น้ำแข็งประดับไฟ พร้อมโชว์ดอกไม้ไฟด้วยล่ะ

ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมวันนี้ที่เราได้ทดลอง คือการตกปลาวาคาซากิผ่านช่องน้ำแข็ง เค้าจะมีเต้นท์ให้เช่า พร้อมเก้าอี้ เบ็ดและเหยื่อล่อ (เซ็ตละ 1,500 เยน ไม่จำกัดเวลา)

ปลาที่ตกได้ สามารถให้เจ้าหน้าที่ทอดเป็นเท็มปุระร้อนๆทานได้เลย โดยกิจกรรมจะมีในฤดูหนาวของทุกปี จนถึงปลายเดือนมีนาคมเลยล่ะ

อยากบอกว่าปลาวาคาซากิทอดเป็นเท็มปุระร้อนๆนี่มันอร่อยมาก เนื้อนิ่ม ไม่มีก้างแข็งๆเลย ทานได้ทั้งตัว โรยเกลือ หยิบใส่ปากแป้บเดียวหมดแล้ว แต่จริงๆ พวกเราตกได้ไม่กี่ตัวเองนะ แม่ค้าเค้าใจดี แถมให้มาเป็นถึงเลย อิอิ ทริปนี้กินปลาไปเป็นฝูงแล้วเนี่ย แต่ก็ยอมอ้วนค่ะ เพราะมันอร่อยมว้ากกกก

http://www.lake-akan.com

ทำกิจกรรมเอ้าต์ดอร์ท่ามกลางความหนาวติดลบไปแล้ว ได้เวลาอบอุ่นร่างกายซะหน่อย ที่นี่มีคาเฟ่ต์แช่เท้าน้ำออนเซ็น 足湯カフェที่ขึ้นชื่อด้วยนะ

“Onsen Koubou Akan” 温泉工房あかん มีโต๊ะยาวที่ด้านล่างปล่อยน้ำแร่ให้ลูกค้าได้แช่เท้าตามใจชอบ

เมนูเด็ดคือ มาริโมะพุดดิ้ง まりもプリン (216 เยน) ที่ทำเป็นลูกกลมๆเหมือนสาหร่ายมาริโมะ วิธีกินคือเอาเข็มจิ้มลูกโป่งที่หุ้มให้แตก แล้วราดคาราเมลซอสลงไป อร่อยกลมกล่อมจริงๆ

ดูข้อมูลร้านที่นี่เลย > https://g.co/kgs/h1ieU1
โรงแรมที่พักคืนนี้ของเราคือ New Akan Hotel ニュー阿寒ホテル เป็นโรงแรมใหญ่ที่ค่อนข้างหรูหรา และสะดวกมากๆ เพราะอยู่ติดกับตัวทะเลสาบเลย เดินลงไปเที่ยวงานได้ทันที

ลองมาดูห้องพักกันเลยค่ะ

เรื่องอาหารที่นี่เค้าก็จัดเต็มนะคะ บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำที่นี่มีเนื้อย่างเจงกิสข่าน แบบให้เราหยิบมาทำเองด้วยเตาไฟเล็กๆ ที่โต๊ะตัวเองได้ด้วยล่ะ

กินอิ่มแล้วก็ได้เวลาออกไปลุยความหนาว ดูอีเว้นต์ในช่วงกลางคืนละ มีทั้งร้านขายเครื่องดื่มอุ่นๆ กิจกรรมลองเลื่อยน้ำแข็ง การแสดงบนเวทีน้ำแข็ง และไฮไลต์คือโชว์ดอกไม้ไฟนั่นเอง งานนี้เข้าชมฟรีด้วยนะ

กลับโรงแรมมาแช่น้ำอุ่น พักผ่อนเอาแรงไปลุยในวันถัดมา

เช้าวันถัดมา เราเช็กเอ้าต์จากโรงแรม เพื่อเดินทางไปเที่ยวในเมืองต่อไป ก่อนออกเดินทางแวะซื้อของที่ระลึกในร้านของโรงแรมซะหน่อย ที่นี่มีของขึ้นชื่อ คือ “มาริโมะ” まりも พืชน้ำกลมๆน่ารัก ที่ชาวญี่ปุ่นนิยมเลี้ยงไว้ดูเล่น เคยอ่านเจอในโดราเอม่อน วันนี้ได้มาเห็นของจริงแล้ววว ที่ร้านของที่ระลึกในโรงแรมมีใส่ขวดเล็กๆวางขายเพียบเลย และยังมีคาแรกเตอร์ที่ทำเป็นรูปมาริโมะด้วยนะ บอกไว้ก่อนว่าที่ญี่ปุ่นเค้าอนุรักษ์มาริโมะธรรมชาติ เราไม่สามารถจับมาริโมะในทะเลสาบขึ้นมาขายได้นะคะ ที่เอามาขายในขวดแบบนี้ คือมาริโมะที่เค้าเพาะเลี้ยงขึ้นมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะเลยจ้า ราคาก็มีหลากหลาย ตั้งแต่ 300 เยนขึ้นไปจนถึงพันกว่าเยน แล้วแต่ขนาดความใหญ่ และความสวยงามของขวด

จากนั้นเรานั่งรถบัสกันยาวๆ 3 ชั่วโมง มาที่เมืองอะบาชิริ 網走 ที่อยู่ตอนเหนือขึ้นมา ถึงก็เที่ยงกว่าเลย เริ่มต้นด้วยการมาทานมื้อเที่ยง ที่โรงอาหารของ “พิพิธภัณฑ์เรือนจำอาบาชิริ” 博物館網走監獄 ที่นี่เป็นคุกที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวด นักโทษขั้นร้ายแรงมักจะถูกส่งมาที่นี่

อาหารที่นี่เค้าจำลองข้าวที่นักโทษกินจริงๆด้วยนะ เซ็ตที่เป็นปลากับข้าวบาเล่ต์ ราคา 720 เยน กับ 820 เยนเท่านั้น ส่วนที่เราเลือกคือ เซ็ตพิเศษจำกัด 10 เซ็ตต่อวัน ราคา 900 เยนจ้ะ รสชาติอร่อยดี ให้อารมณ์อาหารรสมือแม่ทำ
www.kangoku.jp/index.html

อิ่มท้องแล้วก็ได้เวลาลุย  “เรือนจำ” หรือ “คุก” ที่เมืองอะบาชิริ ฮอกไกโด Abashiri Prison Museum 博物館網走監獄

img_6819img_6818

ที่นี่เคยเป็นที่คุมขังนักโทษร้ายแรงมาก่อน ตอนนี้ได้รับการพัฒนาให้เป็นพิพิธภัณฑ์ด้านประวัติศาสตร์ มีทั้งตึกเก่าที่คงสภาพเรือนจำอายุกว่าร้อยปีไว้ และห้องจำลองการคุมขังนักโทษ ตึกสวยๆที่นี่เป็นโลเคชั่นถ่ายหนังละครมาแล้วหลายเรื่องนะ

นอกจากจะการจัดแสดงให้ความรู้แล้ว ยังมีพุริคุระสไตล์นักโทษ คอสเพลย์ให้ใส่เล่นจำลองการคุมนักโทษไปทำงานสร้างถนนด้วย ตอนแรกนึกว่าจะน่ากลัว แต่พอไปแล้วสนุกและได้ความรู้มากเลยล่ะ

img_7732img_7730img_7735

img_6823img_6822img_6820

*Abashiri Prison Museum 博物館網走監獄 www.kangoku.jp
*เปิดทุกวัน ราคาค่าเข้าผู้ใหญ่ 1,000 เยน นักเรียนนักศึกษา 700 เยน
*นั่งรถจากสถานี JR Abashiri ประมาณ 7 นาที

ออกจากคุก ที่ได้ทั้งความรู้และความตื่นเต้น เราก็ไปชมมิวเซี่ยมให้ความรู้เกี่ยวกับน้ำแข็งลอยทะเล ปรากฎการณ์ธรรมชาติขึ้นชื่อของเมืองนี้ ที่ “โอโฮซึคึริวเฮียวคัง” オホーツク流氷館

ที่นี่นอกจากจะให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับน้ำแข็งลอยทะเลที่จะชมได้เฉพาะฤดูหนาวเท่านั้น ยังมีจุดชมวิวสวยๆที่มองไปเห็นน้ำแข็งลอยทะเลอยู่ลิบๆตรงขอบฟ้า และมีห้องเย็นอุณหภูมิ -15 องศา จำลองสถานการณ์ว่าถ้าเราไปติดอยู่บนน้ำแข็งในทะเลกับสัตว์ต่างๆให้ได้ลองเล่นกันด้วย

แล้วถ้าเราถือผ้าขนหนูเปียกไปหมุนๆๆๆในห้องเย็น 30 วินาที มันจะกลายเป็นแท่งแข็งเป็กเลย!! ลองแล้ว แข็งจริงด้วยย ไม่ใช่แค่ผ้านะ มือเดี๊ยนนี่แหละ 5555

ถ้าใครได้ไปเที่ยวเมืองนี้ก็อยากให้ลองแวะไปกันนะคะ ถึงจะเป็นฤดูอื่นก็สามารถขึ้นไปชมวิวและเข้าไปเล่นในห้องเย็นได้ทั้งปีจ้าาา

https://www.ryuhyokan.com
ค่าเข้า ผู้ใหญ่ 750 เยน
เด็กม.ปลาย 640 เยน

เด็กม.ต้น, ประถม 540 เยน
ถ้าจะขึ้นไปชมวิวข้างบนอย่างเดียว ไม่เข้าตึก ฟรี!!

ปล.ซอฟท์ครีมเกลือคาราเมลอร่อยมาก

วันนี้เดินทางไกล แถมยังได้ท่องเที่ยวหลากรูปแบบ เราเลยเข้าโรงแรมเร็วหน่อย คืนนี้เรานอนกันที่บิซิเน็สโฮเต็ลในเมืองอะบาชิริ ชื่อ Route Inn สาขาหน้าสถานีอะบาชิริ เคยพักโรงแรมเจ้านี้หลายรอบแล้ว เค้าจะมีเซ็นโต บ่ออาบน้ำร้อนรวม (แยกชายหญิงให้ใช้บริการฟรีด้วย) แต่จะไม่ใช่น้ำแร่นะ เป็นน้ำร้อนปกติ เราเลยเลือกแช่ที่ห้องตัวเองดีกว่า และนี่คือห้องของเราในคืนนี้ค่ะ

มื้อค่ำวันนี้ เราทานร้านอาหารใกล้ๆ โรงแรม แต่ไม่ธรรมดานะจ๊ะ เพราะมีเคยลงมิชลินไกด์บุ๊ก ปี 2012 มาแล้ว รับประกันความอร่อยแน่นอน เป็นร้านที่มีความโดดเด่นด้านเมนูย่างและปลา, ซีฟู้ดต่างๆ บรรยากาศก็ตกแต่งแบบญี่ปุ่นพื้นบ้าน น่านั่งเม้าท์ยาวๆ กับกลุ่มเพื่อน

ชื่อร้าน อิซาบายะ 五十集屋 (isabaya)

https://tabelog.com/en/hokkaido/A0110/A011001/1003476/

เช้าวันที่ 3 นอนหลับเต็มที่เช็กเอ้าต์ด้วยความสดใส พร้อมเที่ยวต่อแล้วววว ที่แรกของวันนี้ เรามาแวะทำงานฝีมือ เป็นแม่บ้านแม่เรือนกะเค้าหน่อย ที่ Ryuhyo Glass Museum 流氷硝子館 ในเมืองอะบาชิริ

นอกจากจะมีเครื่องประดับ ของแต่งบ้านที่ทำจากแก้วขายแล้ว ยังมีเวิร์กช้อปให้ทำไอเท็มจากแก้วด้วยตัวเองอีกด้วย เราได้ลองทำสร้อยข้อมือแก้ว

เริ่มจากการหล่อแท่งแก้วให้เป็นเม็ดกลมๆใส่ลวดลาย แล้วเอามาร้อยเป็นสร้อยข้อมือ ออกมาน่ารักถูกใจมากเลยล่ะ (1,800 เยน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง)

ที่นี่ตั้งอยู่ใกล้ท่าเรือออโรร่าที่จะล่องไปชมน้ำแข็งริวเฮียวในทะเลต่อจากนี้ ระหว่างนั่งรอแก้วเย็น ก็จิบชาร้อนๆ ดูเรือในทะเลน้ำแข็งเพลินดี
http://www.ryuhyo-glass.com

จากนั้นเราก็เดินไปที่ท่าเรือออโรร่า ที่จะพาเราไปดูน้ำแข็งลอยทะเล ช่วงที่เราไปคือต้นเดือนมีนาคม เป็นช่วงปลายๆของซีซั่นแล้ว แต่ก็ยังพอมีริวเฮียวให้เห็นอยู่บ้าง ถ้าใครแพลนอยากจะไปดูในปีหน้า แนะนำให้ไปช่วงปลายม.ค.ถึงก.พ.จะเห็นได้เยอะสุดนะจ๊ะ

img_7787img_7789img_7790img_7797img_7798
流氷 Ryu-Hyo แปลว่า น้ำแข็งลอยน้ำ (drift ice)

สามารถชมปรากฎการณ์น้ำแข็งลอยน้ำริวเฮียวแบบนี้ได้ทุกปี ตั้งแต่ช่วงม.ค.-ต้นเดือนมีนาคมจ้ะ

img_7808img_7795img_7807

ดูข้อมูลเรือออโรร่าที่พาเราไปล่องทะเลน้ำแข็งที่นี่เลย >> https://www.ms-aurora.com/abashiri/

ชมความงามของน้ำแข็งลอยทะเลในธรรมชาติไปแล้ว มื้อเที่ยงมานั่งทานข้าวที่ฟู้ดคอร์ทบนท่าเรือ ของขึ้นชื่อที่นี่คือ ริวเฮียวคารี่ (แกงกะหรี่น้ำแข็งลอยทะเล) 流氷カリー (1,200 เยน)  เป็นแกงกะหรี่สีฟ้าและเนื้อไก่ต้มสีขาว เหมือนกับก้อนน้ำแข็งที่ลอยอยู่กลางทะเล ทานคู่กับแป้งนันย่าง รสชาติไม่เผ็ดเท่าไหร่เมื่อเทียบกับอาหารไทย แต่ทานตอนร้อนๆก็ใช้ได้นะ

นอกจากนี้ยังมี ซังกิด้ง ザンギ丼 (880 เยน) และ ไคเซนด้ง 海鮮丼 (1,350 เยน) ทำด้วยวัตถุดิบสดใหม่ของฮอกไกโด น่าทานทุกอย่างเลยล่ะ

ถ้าใครจะมาขึ้นเรือออโรร่าไปชมน้ำแข็งริวเฮียวก็ลองแวะทานดูนะจ๊ะ

ทานข้าวเสร็จก็ได้เวลาย้ายสถานที่กันอีกแล้ว เราจะไปกันที่ “โซอุนเคียว” 層雲峡 ที่เป็นเมืองออนเซ็นขึ้นชื่ออีกที่ของฮอกไกโด ซึ่งตอนนี้กำลังมีอีเว้นต์น่าสนใจอีกด้วย ใช้เวลานั่งรถบัส 4 ชั่วโมงครึ่ง!! ใช่แล้วค่ะ ฟังไม่ผิดหรอก ก็ฮอกไกโดมันกว้างใหญ่มากกกก (เท่าที่ดูแผนที่ เราว่าใหญ่กว่าเกาะคิวชูทั้งเกาะอีกนะ แต่นี่คือฮอกไกโดแค่จังหวัดเดียว) การเดินทางระหว่างเมืองเลยใช้เวลามาก แนะนำให้ใช้รถบัสระหว่างเมืองจะสะดวกและปลอดภัยนะคะ โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว หิมะทับถมหนา ถ้าเราไม่เชี่ยวชาญการขับบนภูเขา อาจจะเกิดอันตรายได้

ในรถบัสนี้จริงๆ แล้วมันเป็นรถบัสทัวร์ที่รับคนเป็นเที่ยวๆ แต่เที่ยวนี้มีเฉพาะพวกเรา เลยดูเหมาะเช่าเหมาคันเลย 555 คุณลุงบัสไกด์ แกแต่งตัวเฟี้ยวมาก แถมยังใจดีให้ข้อมูลความรู้ดีๆ ระหว่างเดินทางอีกด้วย

เห็นสวยๆ แบบนี้ไม่ใช่ปราสาทหรือบ้านเศรษฐีที่ไหนนะคะ แต่เป็นจุดพักรถให้พวกเราได้เข้าห้องน้ำและซื้อขนมกิน อลังการเนอะ

เรามาถึงโรงแรมที่พักคืนนี้ ตอนประมาณ 6 โมงเย็นกว่าๆ ถือว่าถึงไวกว่ากำหนดการนิดหน่อย เอาของไปเก็บบนห้องก่อนค่อยลงมากินข้าว และนี่คือห้องของเราในคืนนี้ค่ะ เป็นห้องสไตล์ตะวันตกผสมกับแบบญี่ปุ่น กว้างขวาง นอนสบาย แน่นอนว่าที่โรงแรมยังมีออนเซ็นกลางแจ้งให้แช่ด้วยนะ แขกที่มาพักส่วนใหญ่จะมาเป็นหมู่คณะ ที่เราเห็นก็จะมีกลุ่มชาวจีนและทัวร์ไทยด้วย ชาวญี่ปุ่นที่มาเป็นแบบแฟมิลี่, กลุ่มเพื่อนวัยรุ่น รวมถึงแก๊งลุงป้าเหมารถมาเที่ยวกันก็เยอะ แต่ยังไม่ค่อยเห็นฝรั่งซักเท่าไหร่นะ

อาหารค่ำคืนนี้ บุฟเฟ่ต์ดีงามอีกแล้วค่ะ ทานเยอะๆ จัดเต็มกันไปเลย เพราะเดี๋ยวเราต้องออกไปตะลุยความหนาวข้างนอกอีก

ทานข้าวเสร็จ ขึ้นไปเตรียมตัวใส่เสื้อผ้าอุ่นๆ แปะแผ่นร้อนให้เรียบร้อยแล้วเดินไปดูงาน Sounkyo Ice Fall Festival 層雲峡氷瀑祭ที่อยู่ใกล้ๆ กับโรงแรม

ซึ่งงานนี้เค้าได้เนรมิตลานกว้างในภูเขาให้เป็นอาณาจักรน้ำแข็ง ถือเป็นงานใหญ่ประจำปี ปีนี้จัดครั้งที่ 42 แล้ว โดยงานมีตั้งแต่ปลายม.ค.ถึง 20 มีนาคมที่ผ่านมา

img_7073

เราได้สัมผัสอุณหภูมิ -15 องศาเป็นครั้งแรกก็ที่นี่แหละ มันหนาว มันแข็งจนไม่รู้จะบรรยายยังไงดี แต่ผ่าน -15 มาได้ ไปที่ไหนก็คงรอดได้แล้วล่ะ 555

ซึ่งในงานจะมีน้ำแข็งตกแต่งสวยงาม พร้อมไฟประดับให้ถ่ายรูปเล่นมากมาย ลองสังเกตุดีๆจะมีภูเขาน้ำแข็งที่ได้แรงบัลดาลใจมาจากเจดีย์ของเมืองไทยด้วยนะ น่าภูมิใจจริงๆที่ชาวญี่ปุ่นเห็นความงามของวัดบ้านเรา

นอกจากจะมีน้ำแข็งสวยๆให้ดูแล้วยังมีดอกไม้ไฟในวันเสาร์อาทิตย์ด้วย ถ้าใครอยากไปก็วางแพลนไว้แต่เนิ่นๆได้เลย ปีหน้าเค้าจัดอีกแน่นอนจ้าาา
http://www.sounkyo.net/hyoubaku/

เช้าวันสุดท้ายในฮอกไกโดของเรา แต่งตัวเก็บของเรียบร้อยแล้ว เปิดหน้าต่างออกมาดูวิวซะหน่อย โอ๊ะ เจอแขกไม่ได้รับเชิญซะด้วย ลองดูสิว่าใครมานอนเลียขนอยู่แถวนี้ อิอิ

ก่อนออกจากโรงแรม เราเจอของดีที่ห้ามพลาดเมื่อมาถึงฮอกไกโด “ชิโร่ยโคอิบิโตะซอฟท์ครีม” (300 เยน)

img_6884

ซอฟท์ครีมจากแบรนด์ขนมชื่อดังที่คนไทยรู้จักกันดี เนื้อซอฟท์ครีมเนียนนุ่ม ละมุนนม ผสมไวท์ช็อกโกแลตชิโร่ยโคอิบิโตะด้วย ละเลียดได้เพลินๆ ทานครึ่งชั่วโมงถึงจะหมด เพราะอากาศติดลบไอติมไม่ละลาย อิอิ

มีขายทั่วไปตามแหล่งท่องเที่ยวและร้านของฝากในฮอกไกโดจ้ะ

จากนั้นเรานั่งรถบัสที่มีคุณลุงไกด์คนเดิม เข้าเมืองอาซะฮีคาว่า ใช้เวลาประมาณเกือบๆ 2 ชั่วโมง หลับบ้าง มองวิวบ้างเพลินดี มองเห็นกวางและวัวข้างทางอยู่เรื่อยๆ อาาาห์ ธรรมชาติอะไรเช่นนี้

ระหว่างนั่งรถคุณลุงไกด์แกให้ความรู้ว่า ตอนที่ฮอกไกโดเพิ่งก่อตั้งเมืองใหม่ๆในสมัยเมจิ รัฐบาลอยากจะขยายความเจริญ จึงเปิดรับสมัครชาวบ้านจากจังหวัดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจากฮอนชู, คิวชู, ชิโกคุ เพื่อให้มาตั้งถิ่นฐาน มอบที่ดินให้ทำกินฟรี จึงเป็นที่มาของการที่ชื่อสถานที่ในฮอกไกโด มีชื่อเหมือนกับ ชื่อสถานที่ในเกาะอื่นๆ ของญี่ปุ่นนั่นเอง เช่น คิตะฮิโรชิม่า, คุมาโมโตะ, ยามานาชิ เป็นต้น ส่วนชื่อเมืองอื่นๆ ในฮอกไกโดที่ อ่านยาก และเขียนด้วยคันจิแปลกๆ นั้น มาจากภาษาไอนุดั้งเดิมนั่นเอง ขอบคุณคุณลุงสำหรับความรู้ใหม่นี้นะคะ

แล้วเราก็มาถึง”สวนสัตว์อาซาฮียาม่า” 旭山動物園 ในเมืองอาซาฮีคาว่า 旭川市 ที่นี่มีสัตว์เมืองหนาวหลายชนิดให้ได้ยลโฉมอย่างใกล้ชิด ยิ่งถ้ามาในช่วงฤดูหนาว 3 ตัวท็อปของที่นี่อย่าง เพนกวิน, หมีขาว, แมวน้ำ จะลัลล้าร่าเริงเป็นพิเศษ ก็ฤดูของเค้านี่นา ช่วงที่ยังมีหิมะตก (ถึงประมาณเดือนมีนาคม) ทุกวันเวลา 11 โมงเช้าจะมีพาเหรดเพนกวิน ออกมาเดินโชว์ตัวด้วย มันน่ารักตรงที่เพนกวินดูไม่ค่อยเต็มใจเดินนี่แหละ 555 แต่เจ้าหน้าที่ต้องบังคับให้เดินไม่งั้นมันจะเอาแต่นอน อ้วนเผละกันพอดี

img_7901img_7897img_7898img_7899

หมีขาวก็แหวกว่ายในน้ำ งับปลาอย่างมีความสุข แมวน้ำก็ว่ายวนเวียนไปมาน่าเอ็นดู อ้วนพริ้ว เหมือนลูกชิ้นรักบี้ในหม้อเอ็มเค เจ๊ยยย ไม่ใช่ละ 555

http://www.city.asahikawa.hokkaido.jp/asahiyamazoo/

หลังจากเพลิดเพลินกับความน่ารักของสัตว์เมืองหนาว ก็ได้เวลาที่เราจะต้องกลับเมืองร้อนแล้ว แง~ ยังไม่อยากกลับเลยอะ

เรามาขึ้นเครื่องบินที่ท่าสนามบินอาซาฮีคาว่า ก่อนขึ้นก็ปิดท้ายด้วยราเมงโชยุร้อนๆ ซะหน่อย หลายคนอาจจะเคยได้ยินว่า ถ้ามาฮอกไกโด ต้องทานมิโซะราเมง เพราะเป็นของขึ้นชื่อ แต่จริงๆ แล้วมิโซะเค้าขึ้นชื่อที่ซัปโปโรนะจ๊ะ ถ้าเมืองอาซาฮีคาว่า ต้องโชยุราเมงนี่แหละ น้ำซุปร้อนๆ ไม่เค็มเกินไป ซดคล่องคอดี ไม่น่าเชื่อว่าจะกินหมดชาม (อีกละ) อิอิ

เดินทางต่อด้วย ANA ภายในประเทศมาลงฮาเนดะ แล้วต่อเครื่องมาลงที่กรุงเทพมหานครบ้านเรา จาก -15 องศา สู่ 35 องศา (ยังดีนะไม่ป่วย) ในการเดินทางแต่ละครั้ง นอกจากเราจะได้เปิดประสบการณ์ใหม่แล้ว มิตรภาพที่ได้ระหว่างทาง ยังทำให้เราสุขใจอีกด้วย

ช่วงนี้มีโอกาสขึ้น ANA บ่อย ได้เจอน้องแอร์ที่เคยบินด้วยในทริปก่อน เค้าเอาการ์ดมาให้พร้อมของที่ระลึก รูปวาดและลายมือน่ารักมากเลย ขอบคุณนะคะ มีความสุขทุกครั้งที่ได้บินกับ ANA ค่ะ (สะสมไมล์ Star Alliance ได้ด้วย ดีตรงนี้ อิอิ)

img_6950

ช่วงเก็บตก เรามีรีวิว “ชามาริโมะ” จากฮอกไกโดมาให้ดูกันล่ะ จะอร่อยหรือไม่ ยังไง ต้องลองมาดูกัน!!

สำหรับทริปนี้ต้องขอขอบคุณสองสาวเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่น คุณโนนากะ และคุณเอ็นโด ที่ช่วยพาเที่ยว และช่วยเป็นตากล้องจำเป็นให้เราด้วยนะคะ สนุกสนานมาก ก่อนกลับเราได้มอบยาดมไทยให้เป็นที่ระลึกกันด้วย หวังว่าจะชอบกันนะ อิอิ รวมถึงเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นและไทยที่อยู่เบื้องหลังทุกท่านด้วยค่ะ

img_6907

สำหรับคนที่อยากตามรอยทริปนี้ของเรา แบบง่ายๆ สบายๆ ไม่ต้องเมเนจอะไรให้ปวดหัว ลองดูข้อมูลดีๆนี้เลยยยย

นี่คือรถบัสที่เรานั่งระหว่างเมืองอะบาชิริ – โซอุนเคยว – อาสะฮีว่า EASTERN HOKKAIDO SIGHTSEEING BUS(ひがし北海道周遊観光バス)

http://th.visit-eastern-hokkaido.jp/plan-your-trip-all/toursightseeingbus_winter/

HAnavi “JAPAN AIR PASS – EAST HOKKAIDO SPECIAL”(รวมข้อมูลการท่องเที่ยวฮอกไกโดตะวันออก)

http://www.his-bkk.com/th/japan_tour/hokkaido-north-east.php

(※ด้านล่างของ web page สามารถกดเข้าไปจอง HAnavi(JAPAN AIR PASS)ได้ด้วย)

img_7830

สำหรับทริปนี้ เราจองแพ็กเกจ HAnavi(JAPAN AIR PASS)

<ตั๋วเครื่องบินไปกลับโตเกียว – ฮอกไกโดตะวันออก และ โรงแรมที่พัก 1 คืน>

air flight : HANEDA – KUSHIRO / ASAHIKAWA – HANEDA

hotel : Hotel Route In Abashiri  (1 night)

ราคาสำหรับการจอง JAPAN AIR PASS นั้น จะแตกต่างกันไปตามฤดูกาลจ้ะ เช่น ถ้าออกเดินทางในช่วงเดือนเมษายน แล้วจองแพ็กเกจตั๋วเครื่องบินไปกลับโตเกียว – ฮอกไกโดตะวันออก และ ที่พัก 1 ห้องสำหรับ 2 คน ราคาจะตกคนละ 6,097 บาทเป็นต้นไป

สามารถจอง HAnavi(JAPAN AIR PASS)ได้ทาง Online อย่างง่ายๆ ที่เว็บ http://www.his-bkk.com/th/contact.php หรือจะเข้าไปซื้อโดยตรงที H.I.S.Bangkokทุกสาขาก็ได้ค่ะ เดี๋ยวนี้เค้ามีสาขาตามห้างและตึกออฟฟิศใหญ่ๆ หลายที่ เข้าไปหาข้อมูลการท่องเที่ยวญี่ปุ่นได้สบายเลยล่ะ

img_7727

ขอให้สนุกกับการแพลนทริปต่อไปของคุณนะคะ ถ้าบล็อกนี้พาจะเป็นไอเดียให้ทุกคนมีแรงบัลดาลใจ อยากออกไปเที่ยวได้ เราจะดีใจมากเลย ทักทาย คอมเม้นต์ ติชมได้ที่โซเชี่ยลทุกทางของเราค่ะ

*about me*

Facebook : Reiko.ws

Instagram, youtube, twitter @reiko_ws

Blog www.ReikoBangkokNeko.com

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*


Nagasaki Diary #01 ยกพลขึ้นบกที่เกาะร้างฮาชิม่า (軍艦島) ทานเมนูเด็ด “จัมปง” ที่ไชน่าทาวน์

“จ.นางาซากิ” 長崎県 คนไทยส่วนใหญ่อาจจะคุ้นชื่อ ตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ ในวิชาประวัติศาสตร์ ว่าเป็นเมืองที่เคยโดนบอมบ์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 คู่กับเมืองฮิโรชิม่า ถึงจะผ่านมากว่า 70 ปีแล้ว แน่นอนว่ายังต้องมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์ เกี่ยวกับสมัยสงครามโลกที่ยังหลงเหลืออยู่ แต่จริงๆแล้วที่เที่ยวในจ.นางาซากิ ยังมีอะไรมากกว่านั้นเยอะเลยนะ

img_2603
เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เรามีโอกาสได้ไปท่องเที่ยวที่จ.นางาซากิ ค้นพบเสน่ห์ใหม่ๆอีกมากมาย เลยขอเก็บประสบการณ์มาเล่าให้ทุกคนอ่านกันล่ะ

เราเคยมานางาซากิครั้งแรกก็ตอนม.ปลายโน่นเลย สมัยที่มาเรียนแลกเปลี่ยน แล้วร.ร.พานักเรียนม.5 ทั้งชั้นมาทัศนศึกษาที่เกาะคิวชู จำได้ว่าเราชอบเมืองนี้มาก แต่ด้วยความที่เป็นเด็ก เงินจะซื้อขนมซื้อของฝาก แทบไม่มีเลย จะควักแบงค์ 1,000 เยน (ตอนนี้ประมาณ 300 บาท) ออกมาซื้อของที คิดแล้วคิดอีก ฮืออออ รันทด คราวนี้กลับมาแบบสาวทำงานแล้ว มีเงินแล้ว วะฮ่าาาา ชั้นจะเที่ยวให้เต็มที่ อยากได้อะไรจะซื้อ ทดแทนสิ่งที่ขาดหายในวัยเด็ก 555


เราเริ่มต้นทริปนี้ที่สถานี JR Hakata 博多駅 ในจ.ฟุคุโอกะ เพื่อขึ้นรถด่วนไปสถานีนางาซากิ ใช้บัตร JR Kyushu Rail Pass ที่มีโปรโมชั่นจำหน่ายบัตรเหมาราคาพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แบบพำนักระยะสั้น
ตัวบัตรจะมี 2 แบบค่ะ  คือ ตั๋วคิวชูตอนเหนือ และตั๋วคิวชูทั้งหมด ของเราทริปนี้เน้นๆเดินทางระหว่างนางาซากิ และฟุคุโอกะ เลือกใช้แค่คิวชูตอนเหนือก็พอ

ตั๋วคิวชูตอนเหนือ (3 วัน) 8,500 เยน (5 วัน) 10,000 เยน หาซื้อได้ที่เอเจนซี่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นในไทย หรือสถานีรถไฟใหญ่ๆในคิวชู ที่สถานีฮาคาตะ จ.ฟุคุโอกะ จุดเริ่มต้นของทริปนี้มีขายแน่นอนค่ะ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเป็นภาษาอังกฤษได้ที่นี่เลย http://www.jrkyushu.co.jp/english/railpass/railpass.jsp

img_1955

ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงกว่าๆ ทานเบนโตะ มองวิวสองข้างทางเพลินๆแป้บเดียวก็ถึงแล้ว

img_2010

จ.นางาซากิ เค้าใช้ไอดอลค่าย Johnny’s วง Kiss My ft2 มาโปรโมทการท่องเที่ยวด้วยคอนเซปต์ Kiss My Nagasaki ค้นพบสิ่งใหม่ๆ 7 สิ่งในนางาซากิ สามารถเห็นป้ายของหนุ่มๆได้ทั่วไปในตัวเมืองเลยล่ะ

img_2027

สถานที่แรกที่เราไปกันคือ Nagasaki China Town 長崎中華街 ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ไชน่าทาวน์ของญี่ปุ่น (อีก 2 ที่คือ โยโกฮาม่า และ โกเบ)

เดินทางมาหิวๆ ต้องแวะหาอะไรลงท้องก่อนล่ะ เราเลือกร้านโซชูริน 蘇州林 เป็นร้านอาการจีนสไตล์ญี่ปุ่น เมนูขึ้นชื่อ คือ จัมปง และ ซาราอุด้ง หน้าร้านยังมีซาลาเปาหอมกรุ่น ควันฉุยขายยั่วน้ำลายอีกด้วย ปะ เข้าไปดูอาหารกันเถอะ

จัมปง จะมีลักษณะคล้ายๆก๋วยเตี๋ยวราดหน้าบ้านเรา เป็นเส้นบะหมี่ราดด้วยเกรวี่เหนียวๆ เครื่องเป็นผักและเนื้อสัตว์ ซีฟู้ด ที่ร้านนี้เค้าก็จะมีหลายแบบหลายไซส์ให้เลือก เราเลือกทานแบบออริจินัลค่ะ

จัมปง ちゃんぽん (950 เยนรวมภาษีแล้ว)

img_2051

ส่วนซาราอุด้ง จะเป็นน้ำเกรวี่เหมือนกัน แต่จะราดไปบนหมี่กรอบ ทานได้เรื่อยๆ อร่อยถูกปากคนไทย

ซาราอุด้ง 皿うどん (950 เยนรวมภาษีแล้ว)

img_2060

ลองดูเว็บร้านได้เลย 蘇州林 Soshurin http://www.sosyuurin.com/

เดินเล่นไชน่าทาวน์อีกนิด ดูบรรยากาศในย่านนี้ซะหน่อย มีของจีนๆและของจุกจิกทั้งอาหารเครื่องใช้ขายมากมาย สินค้าที่วางขายดูมีความป๊อปแบบญี่ปุ่นผสมอยู่ด้วย โดยรวมเป็นไชน่าทาวน์ที่ค่อนข้างเงียบ ไม่พลุกพล่านเท่าของบ้านเรา แต่ถ้าคนที่ชอบความสะอาดสะอ้าน เดินเล่นสบายๆไม่ต้องกลัวเดินชนใคร ก็คงจะชอบค่ะ


สถานที่ถัดไปของเราก็ค่ือ… กุนกังจิม่า 軍艦島 หรืออีกชื่อ ฮาชิม่า 端島 ที่คนไทย รู้จักจากการเป็นโลเคชั่นของภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น ฮาชิม่าโปรเจคต์, Battle Royale และ 007 นั่นเองงงงง

ภาพในหนังส่วนใหญ่เราจะเห็นว่าที่นี่เป็นตึกรกร้าง ดูน่ากลัว และถูกขนานนามว่าเป็น “เกาะผีสิง”!? แต่ในเมื่อตอนนี้กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เปิดให้เข้าชมได้แล้ว แถมยังมีสมาชิกร่วมชะตากรรม เอ้ยย ร่วมผจญภัยไปกับเราด้วยหลายสิบคนบนเรือทั้งลำ

ดังนั้นเราจะไม่ดูเกาะร้างอยู่บนฝั่งเฉยๆ นะคะ แต่เราจะขึ้นเรือเพื่อไปลุยกันบนเกาะเลยยยย บรึ๋ยๆๆ (*สั่นสู้)


โดยการเข้าร่วมทัวร์เรือไปยังเกาะนั้น ราคาอยู่ที่ ผู้ใหญ่ 4,000 เยน / เด็กม.ต้น-ม.ปลาย 3,200 เยน / เด็กประถม 2,000 เยน และตัองเสียค่าเปิดทางขึ้นเกาะเพิ่ม อายุ 12 ปีขึ้นไป 300 เยน / เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี 150 เยน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.gunkanjima-concierge.com/

เรือที่นั่งไปนั้นลำค่อนข้างเล็ก และคลื่นลมแรงมาก ดังนั้นเจ้าหน้าที่บนเรือจึงเตรียมยางเส้นๆสีน้ำเงินมีปุ่มกดจุดตรงข้อมือ เค้าบอกว่ารัดเอาไว้ แก้เมาเรือได้ ก็น่าจะช่วยได้ระดับนึง เพราะเราก็ไม่ได้เมาอะไรมาก มีส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดบ้างเวลาเรือโคลง

ความสั่นของเรือ เลเวลเดียวกับนั่งบานาน่าโบ้ตเลยแหละ กรี๊ดไปด้วยก็สนุกดี 555 แต่ก็ยังมีคนญี่ปุ่น โดยเฉพาะสาวๆลงไปอาเจียนท้ายเรือหลายคนอยู่นะ

เห็นเป้าหมายของเราอยู่ลิบๆแล้วค่ะ!!! ดูขลังดีเนอะ… เหมือนจะมีพลังงานอะไรบางอย่าง ไม่สิ ไม่คิดมากสิ แง๊~

img_2245

เมื่อขึ้นไปเกาะแล้ว เค้าจะมีจุดให้แวะชมวิว พร้อมมีเจ้าหน้าที่อธิบายความเป็นมาของเกาะนี้ เห็นในภาพยนตร์ดูรกร้าง วังเวง อาจจะคิดว่าเป็นเกาะผีสิง แต่จริงๆแล้ว ที่นี่เป็นเกาะที่เคยมีชุมชนขนาดใหญ่อาศัยอยู่ และมีความเจริญรุ่งเรืองมาก เป็นระยะเวลามากกว่า 80 ปี

img_2263

ซึ่งช่วงนั้นครอบครัวที่อาศัยบนเกาะนี้ จะมีอาชีพหลักคือการทำเหมืองถ่านหิน แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไปอาชีพทำเหมืองไม่ได้บูมแล้ว จึงจำเป็นต้องอพยพย้ายจากเกาะ ออกไปหาที่อื่นอยู่กัน

ในปี 1974 เกาะฮาชิม่าเลยถูกปล่อยให้รกร้าง สภาพเหมือนหยุดเวลาเอาไว้เมื่อ 40 กว่าปีก่อน จนกระทั่งได้รับการพัฒนาระบบ เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถมาเข้าชมได้ และ ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้วนะ

img_2319

ตอนนี้เค้าเปิดให้เข้าชมได้แค่บางส่วน ไม่สามารถเข้าไปในโซนลึกๆได้ เพื่อความปลอดภัย

img_2289-1img_2326img_2297

จะว่าไปมันก็ไม่ได้น่ากลัวเท่าในหนังนะ แค่มีร่อยรอยการมีชีวิตอยู่ของผู้คนเมื่อประมาณ 40 กว่าปีก่อนเท่านั้นเอง มันดูขลัง และน่าค้นหามากๆ (แต่ถ้าได้มาตอนกลางคืน อาจจะไม่คิดแบบนี้ก็ได้) ซึ่งจะมีอะไรหรือไม่นั้น เราก็ไม่รู้ แต่ไม่ขอพิสูจน์ดีกว่า แหะๆ

img_2295-1

ลองดูบรรยากาศเพิ่มเติมได้ที่ Google Maps Street View เลยค่ะ

สำหรับการเดินทางมาเกาะฮาชิม่าครั้งแรกของเรานี้ ถือได้ว่าเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ เหมือนได้ย้อนเวลาไปยังโลกอดีตที่ถูกแช่แข็งเอาไว้ ทุกอย่างที่ได้สัมผัสมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์มาก จนได้รับการยกให้เป็นมรดกโลก

มันไม่ได้น่ากลัวเท่าที่คิดเอาไว้เลย (หรืออาจจะเพราะเราไม่มีเซ้นส์ด้านนี้!?) ของอย่างนี้มันแล้วแต่คน ต้องลองมาพิสูจน์กันเองนะจ๊ะ

ถ้าใครกำลังแพลนจะไปเที่ยวนางาซากิ ก็ลองใส่ไว้ในแพลนดูนะคะ

img_2310-1

การเดินทางของเราในนางาซากิเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น เราจะเดินทางไปไหนกันต่อ รออ่านได้ในบล็อก Nagasaki Diary #02 นะจ๊ะ!!

img_2286-1

ขอบคุณสำหรับการอ่านบล็อกนี้นะคะ แล้วเจอกันใหม่คราวหน้าค่ะ!!

*about me* คอมเม้นต์ติชมเสนอความคิดเห็นได้ที่โซเชี่ยลของเราตามนี้เลย

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter, youtube @reiko_ws

www.ReikoBangkokNeko.com

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*

Kimochiii & Cawaii! it's my LIFEstyle by Reiko บ.ก.เรโกะ กับเรื่องสนุกๆสไตล์ญี่ปุ่น