แชร์ประสบการณ์ป่วยตอนถ่ายรายการที่ญี่ปุ่น เดินทางอุ่นใจด้วยประกันการเดินทาง

คนที่ติดตามรายการ Kimochiii in Japan ของเรามาตลอด คงจะได้เห็นกันแล้วว่าใน ซีซั่น 7จะมีอยู่บางตอนที่เราป่วย เสียงแหบ พูดไม่ได้ (เทปที่ไปสัมภาษณ์ลูกสาวยากูซ่า และเทปที่ไปศิลปะการมัดเชือก)

เราเจ็บใจมาก ที่ตั้งใจมาทำงานถึงญี่ปุ่น แต่เพราะปัญหาสุขภาพที่ดันมาเป็นตอนนั้น ทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างเต็มที่ แถมยังต้องเดือดร้อนคนอื่น ต้องมาช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอีก

ตอนนั้นเราอาการแย่มาก หลังจากถ่ายเทปแรกเสร็จในช่วงเช้า เราต้องให้บุนจัง ทีมงานที่โน่นช่วยพาไปหาหมอที่รักษาเรื่องคอและเสียงโดยเฉพาะ โดนฉีดยาและต้องนอนให้น้ำเกลือ พร้อมให้ใบสั่งยามา

จากนั้นเราก็ต้องเอาใบนี้ไปซื้อที่ร้านขายยาอีกทีนึง เพราะที่คลีนิกไม่มียาจำหน่าย จากนั้นก็ไปที่อีกโลเคชั่นนึงในตอนเย็น ซึ่งยาหมอญี่ปุ่นดีจริงๆ ค่ะ ในเวลาประมาณสองสามชั่วโมงหลังให้น้ำเกลือ เรามีเรี่ยวแรงมากขึ้น เสียงก็ออกมาขึ้นด้วย แต่ก็ไม่อยากใช้วิธีนี้เพื่อรักษาอาการป่วยบ่อยๆหรอกนะ…

ตอนนั้นโดนค่ารักษาและค่ายาไปประมาณเกือบสองหมื่นเยนค่ะ โชคดีที่ทีมงานช่วยรับผิดชอบตรงนี้ให้ ไม่งั้นละแย่เลย

สำหรับเคสเรานี้ ราคามันยังไม่แพงมาก ถือว่าไม่ใช่ประเด็นปัญหาหลัก หลักๆคือ “ป่วยตอนมาทำงาน มีถ่ายงานทุกวัน ต้องเร่งหายเพื่อถ่ายเทปต่อไปในตอนเย็นให้ได้” ถ้าป่วยตอนมาเที่ยวน่ะเหรอ คงแค่หายาแก้เจ็บคอมากิน แล้วก็เที่ยวไปแบบไม่ต้องออกเสียงพูดกะใครทั้งทริปยังได้

ถ้าคนที่ป่วยหนักๆหรือเจออุบัติเหตุ ต้องนั่งรถพยายาลแอดมิดนี่คงแย่กว่าเราเยอะเลยนะ …

จากนั้นเราจึงตั้งใจไว้ว่า เราจะระวังรักษาสุขภาพให้ดีที่สุด จะพยายามไม่ป่วย ไม่ใช้ชีวิตแบบชะล่าใจ หลักๆ เลยคือ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ตากฝนแล้วก็ต้องสระผมกินยา ไม่กินของทอดของมันที่ทำให้เจ็บคอมากเกินไป ออกกำลังกายเป็นประจำ ประจำ ร่างกายจะได้พร้อมสมบูรณ์ แม้จะเจออากาศร้อนๆ หนาวๆ ตอนทำงานก็จะได้ทนไหว

เพราะโอกาสดีๆ และงานที่รอคอยจะเข้ามาหาเราเมื่อไหร่ก็ได้ เราจึงต้องทำตัวเองให้พร้อมอยู่เสมอ

แต่อะไรๆ เหนือความคาดหมายก็เกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะเวลาที่ต้องมาทำงานต่างประเทศ ถ้าเราป่วยขึ้นมา นอกจากจะต้องพักงาน เพื่อวิ่งหาหมอแล้ว เรื่องค่าใช้จ่ายยังเป็นอีกเรื่องที่น่ากังวลอีกด้วย อย่างที่หลายคนคงเคยเห็นในข่าว ว่ามีสาวไทยไปเที่ยวต่างประเทศแล้วเกิดป่วยกะทันหัน ไม่มีเงินรักษาต้องมาขอรับบริจาค…

การทำประกันการเดินทางจึงเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างยิ่งเลยค่ะ นอกจากเพื่อตัวเราเองแล้ว ยังเป็นการทำเพื่อไม่ให้คนอื่นต้องมาเดือดร้อนเพราะเราอีกด้วย ในกรณีที่เกิดอะไรขึ้นมา

และสำหรับคนที่เดินทางไปญี่ปุ่นบ่อยๆ ตอนนี้ SOMPO เค้ามีประกันการเดินทาง GO JAPAN เพื่อเพิ่มความอุ่นใจให้แล้ว มันดีตรงที่ไม่ต้องสำรองเงินจ่าย *ไม่ต้องกังวลการสื่อสาร เพราะมีบริการสื่อสารทางการแพทย์เป็นภาษาญี่ปุ่นให้ด้วย เดินทางได้อย่างมั่นใจแน่ๆ ค่ะ ลองเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://traveljoy.sompo.co.th/ นะคะ

*ไม่ต้องสำรองจ่ายกับโรงพยาบาลในเครือที่ญี่ปุ่นเพียงติดต่อผ่าน Sompo Assist

*ขึ้นอยู่กับแผนประกันที่คุณซื้อ/เฉพาะโรงพยาบาลในเครือในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น/ไม่ต้องสำรองจ่ายทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกเพียงติดต่อผ่าน Sompo Assist

ถ้าเพื่อนๆสนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE : @sompothailand หรือทางแฟนเพจ www.facebook.com/SompoThailand ค่ะ

ถ้าใครผ่านมาเห็นบล็อกของเรโกะและสนใจประกันการเดินทาง สามารถใช้ promo code : REIKOGOJAPAN เป็นส่วนลดได้นะคะ

เดี๋ยวนี้ญี่ปุ่นเที่ยวง่าย ใครๆก็ไปญี่ปุ่น ถ้ารักญี่ปุ่น และมีแพลนจะเดินทางบ่อยๆ สมัครเถอะ จะได้เที่ยวแบบไร้กังวลนะจ๊ะ นี่เราก็มีประกันเตรียมไว้สำหรับการไปทำงานที่ญี่ปุ่นรอบหน้าเรียบร้อยแล้ว อิอิ พร้อมลุยถ่ายรายการในทุกสถานการณ์ละ จะสู้ๆ เพื่อให้มีรายการสนุกๆ มาให้ทุกคนดูนะจ๊ะ!! ช่วยติดตามกันไปนานๆ ด้วยน้า

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ..เรโกะคือใคร? เรียนอะไร? ทำงานอะไรมา? เขียนเองเล่าเองซะเลย Let me introduce my self, Reiko.ws

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : Reiko_ws เรโกะ

https://www.youtube.com/channel/UClDnQRFXD5kb9ueBKFRBBQw

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพในบล็อกนี้เราถ่ายตอนเดินทางไปทำงานที่ญี่ปุ่นทั้งหมดค่ะ*

 

รีวิว Avatar Discover Pandora เดอะมอลล์บางกะปิ สนุกมั้ยถ้าไม่เคยดูหนังมาก่อน?

ใครๆก็คงรู้จัก Avatar ภาพยนตร์ไซไฟแฟนตาซีชื่อดัง ที่หลายคนต้องเคยไปดูมาแล้ว แต่…. เราดันเป็นหนึ่งในคนที่ไม่เคยดูนี่สิ แง๊ เชยจริงเลย แต่ไหนๆเรามีโอกาสได้ไปดู Avatar Discover Pandora นิทรรศการของภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่มาเปิดการแสดงที่เมืองไทย เลยตัดสินใจว่า จะไปชมงานทั้งๆที่ยังไม่เคยดูหนังนี่แหละ เพื่อจะมาเล่าให้ฟังว่า…

“ถ้าเป็นคนที่ไม่เคยดูหนังเรื่องนี้เลย จะสามารถสนุกไปกับนิทรรศการนี้ได้มั้ย!?”

ออกตัวไว้ก่อน เผื่อใครอยากดูรีวิวที่มีสาระแน่นปึก โอ้วววว คงไม่ใช่บล็อกนี้หรอกค่ะ ซอรี่นะ แต่สำหรับคนที่ยังไม่เคยดูหนัง แต่สนใจนิทรรศการนี้ …ตามเรามาเลยค่ะ!

งานจัดขึ้นที่ MCC Hall เดอะมอลล์บางกะปิ ชั้นโรงหนัง เมื่อขึ้นไปแล้วก็จะเจอแบ็กดรอปให้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกก่อน จา่กนั้นก็ฝากกระเป๋า เอาแต่ของมีค่าติดตัวเข้าไป สามารถเอามือถือเข้าไปถ่ายรูปได้นะคะ

โดยนิทรรศการนี้ได้จำลอง “อาณาจักรแพนโดร่า” จากภาพยนตร์ Avatar โดยคุณ James Cameron ซึ่งในเรื่องเป็นดาวของ “ชนเผ่านาวี” ที่มีสีสัน วัฒนธรรม ตำนานของชนเผ่าพื้นเมือง สภาพอากาศ สิ่งแวดล้อม สิ่งมีชีวิตน้อยใหญ่ และทรัพยากรทางธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบ ยากเกินจะจินตนาการ

20170716_193732

แนะนำกันอีกครั้ง แขกรับเชิญในบล็อกของเรา “ปลั๊ก” แฟนเราเอง เค้าก็เป็นคอหนังตัวยงคนนึง แถมยังเป็นแฟนของเรื่อง Avatar นี้ซะด้วย สงสัยอะไรก็สะกิดถามเค้านี่แหละ  เอาล่ะ เข้าไปในโลกของแพนโดร่าแบบ “ผู้ไม่รู้” กันเถอะ!

เข้างานมาก็จะเจ้าหน้าที่ยืนต้อนรับ และสอนคำศัพท์เบื้องต้นที่ช่าวนาวีเค้าพูดกัน จำไม่ได้แล้ว แหะๆ แต่บางคำก็ฟังเหมือนภาษาญี่ปุ่นเหมือนกันนะ อะไรเตๆซักอย่างเนี่ย (ไม่มีรูป) จากนั้นก็จะเจอการจัดแสดง “พืชพันธุ์” ที่มีเฉพาะบนดาวแพนโดราเท่านั้น ส่วนใหญ่จะสีอมฟ้าๆ และหน้าตาไม่เหมือนพืชบนโลกเรา

แอร๊ยยยย มีให้ลองล้วงลงไปจับด้วยนะ มันก็จะหยึยๆหน่อยอะ

อันนี้ให้ลองใช้มือควบคุมการบานของดอกไม้ได้ บานๆหุบๆ สนุกดี

โซนแนะนำ “ชาวนาวี” ชนเผ่าพื้นเมืองของดาวแพนโดรา ขนาดตัวสูงใหญ่กว่ามนุษย์เยอะเลย ขนาดเด็กน้อยก็ยังตัวเท่ามนุษย์ผู้ใหญ่แล้ว

มีให้เทียบขนาดมือด้วย ห..ใหญ่มากก

20170716_185745622643668

อันนี้โชว์หัตกรรมของชาวนาวี มีส่วนคล้ายของมนุษย์เหมือนกันะ

หน้าจอนี้ให้เราตอบคำถาม แล้วเครื่องจะสุ่มทำนายออกมา ว่าถ้าเราจะเป็นสิ่งมีชีวิตบนดาวนี้ เราจะเป็นตัวอะไร ตัวซ้ายของปลั๊ก คล้ายๆม้า ตัวขวาอะของเรา กินเนื้ออออ แฮร่!

สัตว์แปลกๆที่อยู่บนดาวแพนโดรา ขนาดเท่าตัวจริง

ถ้าหากฉันจะเป็นนกที่โผบิน (เพลงเก่าเชียว) อันนี้ให้เราลองบังคับการบินของนกดูล่ะ

20170716_190952

videopress://34.jpg20170716_190801

ภูเข้าที่ลอยอยู่นั้น เคลื่อนไหวได้ด้วยพลังคลื่นแม่เหล็ก เราลองบังคับภูเขาได้ด้วยการเลื่อนวงล้อด้านล่างนี่แหละ

จำลองชุดของทหาร นักสำรวจ และหุ่นยนตร์ ที่มาทำการวิจัยบนดาวแพนโดรา

เกมจำลองสถานการณ์ให้เราลองเดินเล่นบนดาวแพนโดรา

พื้นตรงนี้เป็นกระจก พอเราเดินไป มันก็จะเป็นแสงสว่างวาบบบ ออกมา สนุกอะ

เวอร์ชั่นใช้มือเล่นก็มีนะ เหมือนมีเวทย์มนตร์เลยอะ ชอบบบ

ต้นไม้เรืองแสงสีชมพู เหมือนว่าอันนี้จะเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของที่นี่เลย สวยดีนะ

20170716_192224

ทดลองเปลี่ยนหน้าตัวเองให้เป็นชาวนาวีกัน พอใช้ได้มั้ย ฮ่าาาาา

แมลง หรือพืช? เรืองแสง คล้า่ยๆหิ่งห้อย ตกลงมาจากฟ้า ให้เรายืนถ่ายรูปด้วย จับกันสนุกเลยล่ะ

และการสำรวจของเราก็จบลงแต่เพียงเท่านี้ มีทีมงานนักสำรวจกล่าวบ๊ายบายตรงทางออก

มีของที่ระลึกจำหน่ายหลายอย่างเลย ถ้าใครเป็นแฟนหนังคงอดใจไว้ไม่ได้แน่ๆ ราคาก็พอๆกับของทื่ขายตามสวนสนุกที่ญี่ปุ่นนะ เราว่าโอเค

มีรูปที่ถ่ายตรงทางเข้าให้เราตัดสินใจเลือกได้ ว่าจะปริ้นท์ออกมาเป็นที่ระลึกมั้ย เหมือนตอนไปสวนสนุกเลย น่าจะราคาใบละ 350 บาท (มั้ง) มาพร้อมเฟรมสวยงาม

สรุปแล้ว สำหรับคนที่ไม่เคยดูภาพยนตร์มาก่อน ก็สามารถสนุกสนานกับนิทรรศการนี้ได้ค่ะ ให้ฟีลเหมือนไปเที่ยวศูนย์วิทยาศาสตร์ มีกิจกรรมให้ทดลองทำมากมาย น่าจะถูกใจเด็กๆและครอบครัว

โดยนิทรรศการนี้จะจัดที่เดอะมอลล์บางกะปิ จนถึงวันที่ 3 ก.ย.นี้ ราคาบัตรเข้าชม ผู้ใหญ่ 490 บาท เด็ก 390 บาท แต่ก็จะมีส่วนลดสำหรับสมาชิก M Card รวมถึงแลกบัตรเข้าชมฟรีเมื่อซื้อของอีกด้วย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.themall.co.th/news-activities/164/AVATAR+DISCOVER+PANDORA+BANGKOK+

 

และที่เว็บไซต์ของงาน http://avatardiscoverpandorath.com/ นอกจากนี้ยังมีส่วนลดของบริการอื่นๆอีกด้วย ลองเช็กกันดูเพื่อความคุ้มค่านะจ๊ะ

20170716_183705

สำหรับคนที่พลาดไป ก็เตรียมซื้อตั๋วบินไปดูที่ญี่ปุ่นเลยนะจ๊ะ เพราะเค้าจัดที่ไทยก่อน แล้วจะไปเปิดแสดงต่อที่โตเกียวจ้ะ เอาล่ะ จบบล็อกรีวิวแบบ “ผู้ไม่รู้” แต่เพียงเท่านี้ คราวหน้าจะมาเล่าเรื่องที่ไปพบเจอให้อ่านกันอีกนะ เจอกันใหม่จ้ะ บ๊ายบายยย

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ..เรโกะคือใคร? เรียนอะไร? ทำงานอะไรมา? เขียนเองเล่าเองซะเลย Let me introduce my self, Reiko.ws

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : Reiko_ws เรโกะ

https://www.youtube.com/channel/UClDnQRFXD5kb9ueBKFRBBQw

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพในบล็อกนี้ถ่ายเองด้วยมือถือ Samsung S8 ค่ะ

เริ่มต้นเป็นยูทูปเบอร์จริงจัง! เลยไปฟังงาน Youtube Creator Day มาล่ะ! / July2017

เมื่อ 15 ก.ค.ที่ผ่านมาเราได้ไปร่วมงาน Youtube Creator Day มาล่ะ เป็นกิจกรรมที่ Youtube Thailand เค้าจัดขึ้นเพื่อให้ความรู้และเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเหล่าครีเอเตอร์ หรือยูทูปเบอร์ ซึ่งกิจกรรมแบบนี้เค้าจัดกันมาหลายครั้งแล้ว เราเพิ่งมาร่วมเป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกคือ Youtube Fan Fest เมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา

คือเราน่ะสมัครช่องยูทูปในชื่อ “Reiko_ws เรโกะ” ไว้นานละ เอาไว้เพื่อดูคลิปสนุกๆ และเข้าไปอ่านคอมเม้นต์ของแฟนรายการ Kimochiii in Japan ของ ihere tv รวมลิ้งค์ทุกตอนคิโมจี้ “Kimochiii in Japan” ตั้งแต่ซีซั่น 1 ถึงล่าสุด! All youtube  Links of Kimochiii ที่เราเป็นพิธีกรร่วม (รายการนี้ทำมาหลายปีแล้ว ตั้งกะ 2012 ตอนนี้ก็ยังมีอยู่ ถึงซีซั่น 7 ละจ้ะ)

แต่ที่เริ่มมาทำคลิปลงช่องตัวเอง เพราะเราอยากมีช่องทางแสดงออกในแบบของตัวเองอย่างอิสระ ถ้าเป็นสื่อที่ตัวเองสังกัดก็ต้องเกรงใจเจ้านาย ทำตามใจลูกค้า ห้ามผิดคอนเซปต์ของสื่อที่สังกัด ประมาณนั้น เลยเริ่มทำพร้อมๆกับบล็อก www.ReikoBangkokNeko.com นี่แหละจ้ะ

20170715_112919

สำหรับกิจกรรมของยูทูปนี้ แบ่งคลาสของผู้เข้าร่วมตามยอดผู้ติดตาม เราอยู่ในกลุ่ม 10,000-50,000 คน (34,817 ณ วันที่ 18 ก.ค. 2017) ได้รู้จักเพื่อนครีเอเตอร์ใหม่ๆมากมาย แต่ละคนก็มีสไตล์เป็นของตัวเองน่าติดตามมากเลย

C360_2017-07-16-23-26-32-981

ซึ่งในงานเค้าก็จะให้ความรู้ในการดูหลังบ้าน เช็กยอดผู้เข้าชม ดูสถิติต่างๆ โดยมียูทูปเบอร์รุ่นพี่ที่มีชื่อเสียงมาเล่าประสบการณ์ให้ฟัง มีหลายอย่างที่ฟังแล้วร้อง เอ๊ะ!? ร้อง ว้าวววว!! เพราะเราไม่รู้มาก่อน ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกว่าการทำช่องยูทูป ทำคลิปนี่มันน่าสนใจมาก นอกจากจะเก็บเป็นความทรงจำแล้ว ยังเป็นการบอกเล่าเรื่องให้คนอื่นดูได้อีกด้วย สำหรับเรายังมีจุดอ่อนอยู่ที่การตัดต่อยังไม่เก่ง มีบ้างที่ให้มืออาชีพมาช่วย แต่ก็จะพยายามทำเองให้คล่องขึ้นได้ไวๆล่ะ

บัดดี้ในการเรียนครั้งนี้ของเรา “ปลั๊ก” แฟนเราเอง เป็นทั้งที่ปรึกษา คอยให้คำแนะนำในฐานะคนที่ทำงานด้านโปรดิวเซอร์มา (ละครและรายการทีวี) บางทีก็ช่วยถ่ายรูปให้ด้วย เค้าก็สนใจจะเปิดช่องยูทูปเกี่ยวกับเกม เพราะนี่ก็เกมเมอร์ตัวยงคนนึงเหมือนกัน

ทีมงานเค้าให้เล่นเกม เพื่อหาผู้โชคดี นี่ก็ขึ้นไปเล่นกะเค้าจนชนะอะ ได้รางวัลเป็นเสื้อยืดยูทูปมาด้วย ตัวใหญ่สุดบนเวทีเลย ฮ่าาาา

กับเพื่อนๆใหม่ครีเอเตอร์ที่รู้จักในงาน บางคนก็ทำเรื่องเกม เรื่องรถ เรื่องบิวตี้ วาไรตี้ การที่คนที่มีความสนใจหลากหลายได้มาเจอกัน คุยกัน นี่มันสนุกดีนะ นึกถึงสมัยเรียนแล้วเจอเพื่อนต่างคณะเลย

กับสาวสวยเน็ตไอดอลคนดัง มิกิ Miki Misasaki เคยเจอกันตามงานแบบผ่านๆมาหลายที ยังไม่เคยคุยกันแบบจริงจัง วันนี้ได้มาทำความรู้จักกัน จากนี้คิดว่าจะมีอะไรสนุกๆทำด้วยกันได้นะจ๊ะ

รวมตัวกันหน่อย ทุกคนที่อยู่ในที่นี้ ต่างก็มีความชอบในการคิดและทำคลิปสนุกๆในสไตล์ที่แตกต่างกันไป ก็ขอให้ทุกคนสนุกกับการทำช่องของตัวเอง แล้วมาแลกเปลี่ยนความรู้กันอีกในคราวหน้านะคะ

ถ้าใครสนใจร่วมกินกรรมดีๆแบบนี้ ก็ลองหาโอกาสเข้าร่วมในครั้งหน้านะจ๊ะ ถ้ามีช่องยูทูปอยู่แล้วเข้าไปดูรายละเอียดที่ https://www.youtube-creatorcommunity.com/ ได้เลย เค้ามีอีเว้นต์มาอัพเดตเรื่อยๆ สมัครรับข่าวสารเอาไว้จะได้ไม่พลาดนะจ๊ะ ไม่แน่เราอาจได้เจอกันในงานคราวหน้าก็ได้

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ “บ.ก.เรโกะ” คือใคร? เรียนอะไร? ทำงานอะไรมา? เขียนเอง เล่าเองซะเลย Let me introduce my self, Reiko.ws

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : Reiko_ws เรโกะ

https://www.youtube.com/channel/UClDnQRFXD5kb9ueBKFRBBQw

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพในบล็อกนี้มีทั้งที่เราถ่ายเอง ได้มาจากมิกิรูปนึง ส่วนรูปหมู่ได้มาจากของทีมงานค่ะ*

โชเฟอร์แท็กซี่สาวสวยคนดังจากโตเกียว “คานะ อิคุตะ”

เมื่อพูดถึง “คนสวย” ถ้าเป็นที่เมืองไทยอาชีพที่คนส่วนใหญ่มองว่า คนสวยมักจะทำ คงจะหนีไม่พ้น ดารา นางแบบ แอร์โฮสเตส พีอาร์ประชาสัมพันธ์ พริตตี้เอ็มซี อะไรประมาณนั้น ดังนั้นการที่สาขาอาชีพอื่นๆ มีคนสวยหน้าตาดีเข้ามาทำ จึงเป็นเรื่องไม่ยากที่จะส่งผลให้สาวสวยคนนั้น กลายเป็นดาวเด่นในวงการ โดยเฉพาะยิ่งเป็นอาชีพที่ผู้หญิงไม่ค่อยจะทำกันด้วย พอมีคนสวยน่ารักเข้ามา มันจึงเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ต้องประหลาดใจ!! วันนี้เราขอแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับ “โชเฟอร์แท็กซี่ที่สวยเกินไปแล้ว!”

IMG_1449

เธอคนนี้ชื่อ คานะ อิคุตะ หรือที่รู้จักกันในชื่อเล่นว่า อิคุจัง อายุ 24 ปี เรียบจบมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในโตเกียว สาขาจิตวิทยา หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ด้วยความสูง 150 ซม. ดูบอบบางน่าทนุถนอม เธอทำงานประจำเป็นพนักงานขับแท็กซี่ของบ.ขนส่งอาสุกะ ในโตเกียว รับงานขับแท็กซี่โดยจะวิ่งอยู่แถวๆ ชิบูย่า, เอบิสึ, นาคาเมะกุโระ ใจกลางโตเกียว

แถมยังมีดีกรีนางแบบ และออกรายการโทรทัศน์ต่างๆ อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นสาวสวยที่มีบทบาทหน้าที่การงานน่าสนใจมากๆ

เธอเล่าให้เราฟังว่า เธอทำงานเป็นนางแบบให้กับแฮร์ซาลอนต่างๆ และเป็นนางแบบผู้อ่านให้กับนิตยสาร Mina ซึ่งเป็นนิตยสารแฟชั่นสไตล์ลำลองชื่อดังสำหรับสาววัย 20 ปี ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เมื่อถึงตอนที่จบการศึกษา เธอก็คิดว่าเราจะหางานอะไรทำดีนะ ที่จะยังมีเวลามาถ่ายแบบอยู่ เพราะความฝันสูงสุดของเธอนั้นคือการเป็นนักแสดงนั่นเอง จะให้รับจ๊อบถ่ายแบบอย่างเดียว รอวันที่ได้เป็นนักแสดง งานมันก็ไม่มั่นคง ถ้าเดือนไหนไม่มีงานถ่ายแบบเข้าก็ไม่มีรายได้น่ะสิ

โชคดีของเธอที่ตอนนั้นบ.ขนส่งอาสุกะ เปิดโปรเจคต์หาสาวสวยมาเป็นพนักงานและพรีเซ็นเตอร์พอดี เธอลองเข้าประกวดและได้รับรางวัลชนะเลิศ จากนั้นทางบริษัทก็ส่งเธอไปเข้าคอร์สเรียนรู้วิธีการเป็นโชเฟอร์, ติวเส้นทางต่างๆ รวมทั้งมารยาทในการทำงาน และส่งไปสอบใบขับขี่รถสาธารณะ จนกระทั่งเธอผ่านทุกอย่างเหมือนกับพนักงานคนอื่นๆ และลงมาขับแท็กซี่เต็มตัวตั้งแต่ปี 2014 โดยที่ทางบ.อาสุกะสนับสนุนให้เธอทำงานวงการบันเทิงควบคู่ และแน่นอนว่าเธอมีตำแหน่งเป็นพรีเซนเตอร์ประจำบ.ขนส่งอาสุกะด้วย

IMG_2113

เธอบอกว่างานแท็กซี่ดีตรงที่สามารถเลือกเวลาทำงานที่สะดวกได้ วันไหนที่มีถ่ายแบบช่วงเช้า ก็มาลงเวลาขับรถตอนบ่าย และที่สำคัญมันเป็นงานที่เธอรัก เพราะเธอชอบการขับรถมาก ใฝ่ฝันอยากขับรถเล่นในโตเกียวมานานแล้ว แต่ปัญหาคือเธอไม่มีรถยนต์เป็นของตัวเอง ก็เลยมาขับแท็กซี่ซะเลย ได้ทั้งขับรถเล่นทั่วโตเกียว แถมยังได้ตังค์ด้วย 555 เป็นมุมมองที่น่ารักจริงๆ

ที่เรามีโอกาสได้ไปนั่งคุยกับอิคุจังได้นั้น เพราะเราได้สัมภาษณ์เธอในรายการ Kimochiii in Japan SS6 ค่ะ เป็นรายการออนไลน์ดูได้ทางยูทูป ชมความน่ารักและรู้จักเธอให้มากขึ้นได้ที่ youtube “Kimochiii in Japan ss6 Ikuta Kana โชเฟอร์ที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น” ได้เลยค่ะ

สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองเหมาะกับอาชีพอะไร หรือยังหาตัวเองไม่เจอ ลองดูอิคุจังเป็นแรงบัลดาลใจนะคะ เธอมีความฝัน แต่ก็ยังยืนอยู่บนโลกแห่งความจริง และหาวิธีเพื่อที่จะทำฝันนั้นให้ได้สำเร็จ โดยที่ตัวเองก็ยังมีความสุขระหว่างการเดินตามทางความฝันนั้นด้วย “ไม่มีโอกาส” กับ “มีโอกาสแต่ไม่คว้าเอาไว้” มันแตกต่างกันมากนะคะ

ถ้าวันนั้นอิคุจัง ไม่ส่งใบสมัครออดิชั่นของบ.แท็กซี่ ละทิ้งความฝัน สมัครทำงานออฟฟิศเข้างานประจำทุกวัน มั่นคงแต่ไม่เร้าใจ หรือ เลือกเป็นฟรีแลนซ์นางแบบ เสี่ยงกับรายได้ที่ไม่แน่นอน ก็อาจจะไม่มีคนขับแท็กซี่แสนสวยที่โด่งดังในญี่ปุ่นแบบนี้ก็เป็นได้

ติดตามอิคุจังได้ที่ instagram @ikutakana


*เนื้อหาในบล็อกนี้มาจากคอลัมน์ที่เราเคยเขียนไว้ในหนังสือพิมพ์ Post Today ฉบับ Aug2016 ค่ะ*

*about me*

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ “บ.ก.เรโกะ” คือใคร? เรียนอะไร? ทำงานอะไรมา? เขียนเอง เล่าเองซะเลย Let me introduce my self, Reiko.ws

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : Reiko_ws เรโกะ

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*”

ไดอารี่ประสบการณ์เป็นพิธีกรในงาน BNK48 The Debut

ขอบันทึกความทรงจำ ไว้ในบล็อกนี้ เป็นไดอารี่ก่อนที่ความรู้สึกจะจางไปตามกาลเวลา เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา เราได้รับโอกาสให้ทำหน้าที่พิธีกรในงานเปิดตัวไอดอลไทย สังกัดญี่ปุ่น BNK48 ซึ่งถือเป็นงานใหญ่สำหรับวงการญี่ปุ่นในไทย เพราะนี่คือครั้งแรกที่ไอดอลญี่ปุ่นแท้ๆ จะมาเปิดสาขา มีวงน้องในไทยแบบจริงจัง แน่นอนว่าหลายคนให้ความคาดหวัง และคอยติดตามงานครั้งนี้

img_0882

เราก็เป็นคนหนึ่งที่รู้จักวงพี่ AKB48 รวมถึงอ่านข่าวของวงตระกูล 48/46 มาบ้าง มีเพลงที่ชอบหลายเพลง ฝึกร้องเล่นๆ ถึงแม้จะไม่ถึงขนาดตามติดเป็นแฟนคลับประจำ พอรู้ว่าเมืองไทยกำลังจะมีวง BNK48 ก็ติดตามข่าวมาตลอด เพราะอยากจะรู้ว่าจะออกมาเป็นยังไง คอยลุ้นการเติบโตไปด้วย

img_0526

ตอนที่ได้รับการติดต่อจากทีมงานให้มารับหน้าที่นี้ บอกตรงๆเรามีความรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง และค่อนข้างกดดัน เพราะช่วงนั้นมีข่าวดราม่าเกี่ยวกับงานอีเว้นต์ พิธีกรและศิลปินต่างประเทศ เราเองก็ไม่ใช่คนที่รับงานพิธีกรงานอีเว้นต์บ่อยมาก ผลงานเบื้องหน้าส่วนใหญ่ที่ผ่านมา เป็นพิธีกรรายการทีวีที่เกี่ยวกับญี่ปุ่น (เคยทำมา 4 รายการ) ซึ่งมันเป็นการอัดเทปไว้ มีอะไรพลาดไปยังถ่ายใหม่ ยังตัดต่อได้ แต่นี่คือสดจริงๆ ต่อหน้าคนดูหลายร้อย ซึ่งทุกคนต่างเป็นแฟนคลับที่คาดหวังกับงานเปิดครั้งนี้มาก จะไม่ให้กดดันได้ยังไงล่ะ

img_0504

แต่ถ้าเราไม่ลองทำ แล้วเมื่อไหร่่จะก้าวไปอีกสเต็ปได้ เราเลยตกลงรับงานนี้ และหาข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับไอดอล 48, น้องๆ BNK48 และเหล่าแฟนคลับ ต้องขอบคุณหลายกระทู้พันทิป, บล็อก และแฟนเพจต่างๆ ที่มีข้อมูลให้อ่านเยอะเลย ถึงแม้ว่าเราอาจจะยังรู้ไม่เท่าแฟนคลับตัวจริง แต่ก็มั่นใจได้ว่ามีความเข้าใจระดับนึงล่ะ ต้องขอบคุณทีมงานที่ส่งสคริปต์มาให้ล่วงหน้าด้วย เราอ่านวนแล้ววนอีก เพื่อให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด แต่สำหรับส่วนที่ไม่มีสคริปต์  …เอาวะ เป็นไงเป็นกัน ลุยยยยยย

IMG_0950

งานวันจริง 2 มิ.ย. จัดขึ้นที่ The Emquartier ตรงใกล้ๆทางเข้าออกประตูรถไฟฟ้าเลย จริงๆเราเคยทำงานพิธีกรให้กับงานอีเว้นต์ญี่ปุ่นตรงบริเวณที่จัดงานนี้มาแล้ว แต่ปริมาณคนที่รอชมงาน มันช่างต่างกันอย่างลิบลับเลย วันนี้มวลมหาประชาชนล้นหลาม มานั่งๆยืนๆตั้งแต่ห้างเปิดใหม่ๆ โอ้โหงานใหญ่ขนาดนี้ พลังของแฟนคลับที่มีต่อ 48 group มันช่างสุดยอดจริงๆ เราต้องทำให้ดีที่สุด!!

IMG_1378

ตอนที่ได้เห็นน้องๆในยูนิฟอร์มครั้งแรก น่ารักมากกกก รู้สึกตื้นตันไปด้วยเลย เพราะเราก็เห็นภาพน้องๆมาตั้งแต่ตอนเข้ามาออดิชั่น การที่มีวันนี้ได้ แน่นอนว่ามันเป็นประสบการณ์ใหญ่มากๆในชีวิตของน้องๆ รู้สึกยินดีไปด้วยจริงๆ

img_0512

img_0524

ทั้ง 3 เพลงที่น้องๆโชว์นั้น เราได้ฟังเป็นครั้งแรกพร้อมกับทุกคน เพลงภาษาไทยและมีท่อนภาษาญี่ปุ่น ทำออกมาได้ลงตัว เพราะมาก โดยเฉพาะ 365 nichi no kamihikouki ถ้ามีเอ็มวี, คาราโอเกะ ออกมาเมื่อไหร่เราว่ายอดวิวต้องถล่มทลายแน่ๆ (แต่แอบอยากให้มีเพลง Heavy Rotation ออกกมาด้วยจัง)

IMG_1175 copyIMG_1610IMG_9936 copyIMG_9904 copyIMG_1451 copyIMG_1447IMG_1437 copyIMG_1445 copy

เท่าที่รู้มา เสน่ห์ของไอดอลค่าย 48 คือ คาแรกเตอร์ที่แตกต่่างของแต่ละคน, ถึงจะไม่เพอร์เฟคต์แต่มีความพยายาม เพื่อที่จะพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น เปล่งประกายมากขึ้น ซึ่งแฟนคลับจะสนุกสนานไปกับการเชียร์ การลุ้น ดูพัฒนาการของน้องๆ นี่แหละ โดยในวันงานน้องๆแสดงให้เห็นถึงตรงนี้จริงๆ ไอดอลกรุ๊ปแนวนี้ถือว่าแปลกใหม่สำหรับบ้านเรา แต่เมื่อเป็นที่รู้จักมากขึ้นน่าจะช่วยจุดประกายอะไรได้หลายๆอย่าง ให้ทั้งกับวัยรุ่นด้วยกันเอง หรือแม้แต่กับผู้ใหญ่ก็ตาม

img_0534img_0530

ตัวเราเองทุกวันนี้ก็ยังคิดว่าตัวเองไม่เพอร์เฟคต์ ยังมีจุดที่ต้องปรับปรุง พัฒนาให้ดีขึ้นเสมอ ไม่ทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว เราจึงชอบคอนเซปต์ของค่าย 48 มาก วันนี้ฝันของน้องๆ BNK48 เป็นจริงขึ้นไปอีกสเต็ปแล้วคือการเดบิวต์ คิดว่าจะสามารถเป็นแรงบัลดาลใจให้คนอื่นๆ ในเมืองไทย ค้นหาความฝันของตัวเองแล้วลงมือทำให้สำเร็จได้

img_0576img_0590img_0577

สำหรับตัวเรา ไหนๆพูดเรื่องความฝันแล้ว ก็ขอบอกของตัวเองด้วยละกัน ถึงแม้เราจะไม่ใช่คนที่เก่งภาษาญี่ปุ่นที่สุด ไม่ใช่คนพูดเก่งที่สุด ไม่ใช่คนที่สวยที่สุด ไม่ใช่คนเพอร์เฟคต์ แต่เมื่อได้รับโอกาสให้ทำงานใดแล้ว เราจะทำมันอย่างดีที่สุด

img_0514

ซึ่งเป้าหมายของเราในตอนนี้คือ เป็น “Influencer ด้านญี่ปุ่น ที่เป็นที่รู้จักแม้ในหมู่คนที่ไม่ได้อยู่วงการญี่ปุ่นให้ได้” และ “เป็นพิธีกร ที่คนนึกถึงเป็นลำดับแรกๆถ้าเป็นงานด้านญี่ปุ่น” สำหรับเรามีไอดอลด้านพิธีกรอยู่สองคนค่ะ ได้แก่ คุณหนิง ศรัยฉัตร และ คุณโอปอล์ ถ้าทั้งสองท่านเป็นพิธีกรแถวหน้าของวงการอีเว้นต์ทั่วไปฉันใด เราก็จะเป็นพิธีกรด้านญี่ปุ่นที่ทุกคนนึกถึงเป็นลำดับแรกๆให้ได้ฉันนั้น!! (ในอนาคต ถ้าขยายไปสายอื่นได้ก็จะดีมาก แต่ตอนนี้ขอโฟกัสตรงนี้เอาให้ปึ้กก่อนนะ)

สุดท้ายนี้ขอบคุณทุกคนที่คอยสนับสนุนให้กำลังใจและคำแนะนำ, ขอบคุณทีมงานที่มองเห็นและให้โอกาสเราทำหน้าที่นี้, ขอบคุณน้องๆ BNK48 – AKB48 ที่ร่วมรับส่งกันบนเวที ขอบคุณสำหรับความพยายามที่แสดงออกมาให้เห็น ส่งต่อเป็นแรงบัลดาลใจให้อีกหลายๆคน รวมถึงตัวพี่เองด้วย, ขอบคุณแฟนคลับ 48 ทุกคนที่ส่งเสียงเชียร์ คอยโต้ตอบเวลาเราพูดบนเวที ถ้าไม่ได้พวกคุณเราคงแย่เลย, ขอบคุณน้องๆที่ติดตามผลงานเราและเข้ามาทักทาย, ขอบคุณทุกคนในโซเชี่ยลที่เขียนติชมถึงเรา, ขอบคุณจ่าพิชิต Drama Addict ที่ลงรูปเราด้วยนะคะ ดีใจได้ลงเพจดัง อิอิ และขอบคุณทุุกคนที่มีส่วนช่วยให้งานนี้สำเร็จลงไปได้ด้วยดี เราดีใจมากที่มีโอกาสได้เป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์วงการเพลงญี่ปุ่นในไทยครั้งนี้ค่ะ จากนี้เราก็จะไม่หยุดพัฒนาตัวเอง หวังว่าจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับ BNK48 อีกนะคะ ไฟต์โตะ!!

img_0560

*about me*

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ “บ.ก.เรโกะ” คือใคร? เรียนอะไร? ทำงานอะไรมา? เขียนเอง เล่าเองซะเลย Let me introduce my self, Reiko.ws

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : Reiko_ws เรโกะ

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพในบล็อกนี้มีทั้งที่เราถ่ายเอง มีบางส่วนใช้รูปจาก BNK48 official ค่ะ*

 

 

 

 

 

เล่นแมวลายเสือที่คาเฟ่ต์แมวเบงกอล ใจกลางฮาราจูกุ Bengal Cat’s Forest ヒョウ猫の森

ถ้ามีโอกาสได้ไปเที่ยวโตเกียว คิดว่าย่าน “ฮาราจูกุ” น่าจะเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่หลายคนพลาดไม่ได้ โดยเฉพาะวัยรุ่น เพราะที่นี่มีเสื้อผ้าแฟชั่นรองเท้า และร้านเก๋ๆให้เที่ยวชม เดินเพลินๆได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ กระซิบนิดนึงว่าหากใครจะมาเที่ยวย่านฮาราจุกุกำลังหาที่พักใกล้ๆ เราแนะนำให้พักย่านชิบูย่า เพราะอยู่ใกล้กัน แถมเป็นสถานีใหญ่อยู่ใจกลางเมือง เดินทางไปไหนก็สะดวก ซึ่งชิบูย่าก็ที่พักมีให้เลือกหลากหลายแบบ ทั้งโรงแรม โฮสเทล โดยมีราคาตั้งแต่หลักร้อยไปถึงหลักพัน โดยสามารถจองที่พักย่านชิบูย่าได้ที่ Traveloka >> https://www.traveloka.com/th-th/hotel/japan/city/shibuya-ku-20004092 เค้ารวบรวมที่พักในชิบูย่าไว้ให้แล้วมากมาย ชอบสไตล์ไหน ราคาเท่าไร ตัดสินใจเองและกดจองได้เลยจ้าาา

เราก็เป็นคนหนึ่งค่ะ ที่ชอบไปช้อปปิ้งทั้งที่ชิบูย่าและฮาราจูกุมาก แต่จะให้เดินทั้งวันทั้งคืน มันก็คงไม่ไหว แบกของเยอะด้วย เลยต้องหาที่นั่งพักจิบชากันซักหน่อย นั่นทำให้เราเจอที่นี่…

img_7488

Bengal Cat’s Forest (ヒョウ猫の森)แปลตรงตัวว่า “ป่าของแมวเบงกอล” นั่นเอง ที่นี่คือ คาเฟ่ต์แมวที่มีเฉพาะแมวลายเสือสายพันธ์ุเบงกอลเท่านั้น ซึ่งเปิดคู่กับ Owl’s Forest (フクロウの森)ป่าของนกฮูก เจ้าของเดียวกัน โดยที่นกฮูกจะอยู่ชั้น B1 แมวเบงกอลอยู่ชั่น 3 ไม่ต้องสงสัย… ทาสแมวอย่างเรากดลิฟท์ชั้น 3 ทันทีสิจ๊ะ

ผ่างงงงงงง!! เปิดประตูเข้ามาก็จะเจอทาสแมว ทั้งเอเชียและชาวตะวันตกนั่งๆนอนๆเล่นแมวอย่างฟิน

img_7492

หันมาทางซ้ายมือ เป็นเค้าน์เตอร์ต้อนรับ ก่อนอื่นชำระเงินที่นี่ก่อนนะจ๊ะ (ข้างในที่นั่งพนักงานแอบเห็นแมวนอนอยู่ตัวนึงด้วย)img_7493

รายละเอียดค่าใช้บริการจ้ะ ผู้ใหญ่ 780 เยน เด็ก (ต่ำกว่า 12 ปี) 580 เยน พร้อมเครื่องดื่ม 1 แก้ว เด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบเข้าฟรี ใช้บริการเล่นแมวได้ 30 นาที แต่ถ้าช่วงนั้นลูกค้าน้อย พนักงานจะใจดียืดเวลาให้อยู่นานขึ้นได้ตามความเหมาะสมจ้ะ

และถ้าซื้อตั๋วเป็นเซ็ตกับป่านกฮูก ก็จะคิดราคาผู้ใหญ่ 1,350 เยน เด็ก (ต่ำกว่า 12 ปี) 1,000 เยน พร้อมเครื่องดื่ม 1 แก้ว แต่เป้าหมายเราคือแมว นกฮูกเอาไว้ก่อนละกันimg_7503

ซึ่งเครื่องดื่มที่มีให้จะเป็นแบบตู้กดอัตโนมัติ กดออกมาเป็นแก้ว มีให้เลือกทั้งแบบร้อนและแบบเย็น มีป้ายเตือนด้วยว่า “กรุณาปิดฝาเครื่องดื่มด้วย เพื่อเป็นการป้องกันขนแมวลงแก้ว” img_7491

เราเลือก “บานาน่าโอเลต์” หรือกล้วยใส่นม หรือ นมรสกล้วย นั่นเอง แล้วแต่จะเรียกimg_7500

ได้เครื่องดื่มแล้ว มาสำรวจแมวๆกันดีกว่า ภายในร้านตกแต่งให้ได้บรรยากาศป่าimg_7509

เอ๊ะ นั่นแมวหรือเสือกันแน่นะ แมวที่ร้านนี้ส่วนใหญ่ยังเด็กๆทั้งนั้นเลยค่ะ อายุไม่เกินขวบถึงขวบกว่าๆเท่านั้นเองimg_7494

เจ้าตัวเล็กนอนขดอยู่บนที่ฝนเล็บ นั่ลล๊ากกกกกกกimg_7543

แมวที่ร้านนี้ค่อนข้างเชื่องและคุ้นคน เข้ามาเดินวนเวียนนัวเนียกับแขกทุกตัวเลยimg_7519

อย่างคนนี้โดนแมวอำเป็นฝูงเลยยยย อิจฉา!!img_7548

แขกส่วนใหญ่ที่ร้านมีทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ เพราะความเป็นทาสแมวนั้นไม่สามารถจำกัดได้ด้วยเชื้อชาติ อิอิ พนักงานที่ร้านพูดภาษาอังกฤษได้ดีค่ะ ไม่ต้องกังวลเรื่องการสื่อสาร สำหรับคนที่แมวไม่เข้าหา พนักงานเค้าจะดูจังหวะแล้วอุ้มแมวมาให้เราด้วยนะ เรียกได้ว่าดูแลโอเคเลย

img_0861

ดูเว็บไซต์ของทางร้านได้ที่นี่เลย http://owls-cats-forest.com/free/cats-harajuku

อันนี้แผนที่ร้าน หาไม่ยากเลยค่ะ ลงรถไฟที่สถานีฮาราจูกุ แล้วเดินตรงเข้ามาตามถนนทาเคชิตะ ร้านป่าแมวเบงกอลนี้จะอยู่กลางๆเลย ไม่ไกลจากร้าน Liz Lisa

img_0860

เซลฟ์ฟี่กะแมวก็ได้ แต่แสงอาจจะน้อยไปหน่อย คุณภาพกล้องมือถือเลยถ่ายได้เท่านี้ คราวหน้าถ้าไปคาเฟ่ต์แมวอีกจะเอากล้องถ่ายรูปไปถ่ายแน่นอน

img_0862-1หวังว่าจะพอเป็นไอเดียเวลาเที่ยวโตเกียว โดยเฉพาะฮาราจูกุของทุกคนได้นะจ๊ะ เมี้ยวๆๆ

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : Reiko_ws เรโกะ

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*

 

 

Nagasaki Diary #05 โรงแรมอะไรมีพนักงานเป็นไดโนเสาร์!? Henna Hotel!? 変なホテル Sasebo, Huis Ten Bosch

บล็อกเที่ยวนางาซากิของเรามาถึงตอนสุดท้ายแล้วนะคะ เราเดินทางออกจากอุนเซน มุ่งหน้าไปทางตะวันตกของจังหวัด เป้าหมายของเราคือเมืองใหญ่อีกเมืองของนางาซากิ “ซาเซโบะ” 佐世保 นั่นเอง

(แนะนำให้อ่านท่องเที่ยวนางาซากิตอน 1-4 ด้วย เพื่อปูพื้นอรรถรสในการเดินทางของเรา อิอิ 1.Nagasaki Diary #01 ยกพลขึ้นบกที่เกาะร้างฮาชิม่า (軍艦島) ทานเมนูเด็ด “จัมปง” ที่ไชน่าทาวน์ 2.Nagasaki Diary #02 ใส่กิโมโนลายโมเดิร์น เดินเล่นเดะจิม่า จ.นางาซากิ 長崎で着物体験 3.Nagasaki Diary #03 มินามิชิมาบาระ แช่ออนเซ็นโอบาม่า ตามล่าของอร่อย 長崎県南島原・小浜 4.Nigasaki Diary #04 เรโกะพาเที่ยวญี่ปุ่น พักผ่อนแบบพอเพียงที่ “อุนเซน” เมืองออนเซ็น จ.นางาซากิ 長崎県雲仙温泉 )

ซาเซโบะ 佐世保 เป็นเมืองที่มีกลิ่นอายของตะวันตกสูงมาก เพราะมีฐานทัพของทหารอเมริกาตั้งอยู่ที่นี่ ดังนั้น อาหารขึ้นชื่อของที่นี่ จึงฟังแล้วอเมริกั๊นนนน อเมริกัน “ซาเซโบะเบอร์เกอร์” 佐世保バーガーนั่นเองค่ะ

ซาเซโบะเบอร์นี่มีที่ดังๆ อยู่หลายเจ้า เราได้ลองไปทานที่ร้าน Misa Rosso มีร้านเดียวไม่มีสาขาด้วยนะจ๊ะ ตัวร้านเป็นห้องแถวเล็กๆ สองห้อง มีที่จอดรถหน้าร้านไม่เกิน 2 คัน เป็นร้านที่มีคนหมุนเวียนเข้าออกเยอะมากDSCF9340

เมนูในร้านเน้นฟาสต์ฟู้ด มีเบอร์เกอร์ พิซซ่า และของทอดอื่นๆ ราคาเบอร์เกอร์เริ่มต้นที่ 310 เยน ไปจนถึง 1,360 เยน มาถึงขั้นนี้แล้ว อย่าไปคิดถึงแคลอรี่ค่ะ อร่อยลืมอ้วนจริงๆDSCF9321

ร้านขนาดกระทัดรัด มีที่นั่งไม่เยอะ คนหมุนเวียนเข้าออกตลอดเวลาDSCF9330

ในร้านมีการ์ตูนให้อ่านด้วย แต่ถึงเวลาจริงๆ ก็ไม่ได้เปิดอ่านหรอก เพราะอาหารที่อยู่ตรงหน้าน่าสนใจกว่า 555img_3070

มาแล้วววว เบอร์เกอร์ของเราimg_3093

img_3077

อร่อยชุ่มฉ่ำ ผักสดกรอบมากเลยล่ะimg_3091

Misa Rosso http://www.misarosso.com/pc/

อิ่มท้องแล้ว ไปเดินย่อยกันที่พิพิฑภัณฑ์สัตว์น้ำอุมิคิลาละ 海きららimg_3100

ดูสัตว์น้ำเพลินๆ แล้วก็มาดูโชว์โลมาแสนรู้ด้วย สั่งซ้ายไปซ้าย บอกขวาไปขวา ฉลาดจริงๆimg_3303

img_3236

img_3272

ดูคลิปไลฟ์โลมากระโดดได้ที่นี่เลย

บริเวณด้านหน้าอควาเรี่ยมมีเรือจอด วิวสวยมากเลยimg_3312

เดินทางที่นี่ด้วยรถบัสก็ได้นะจ๊ะ ถ้าไม่อยากเช่ารถขับหรือขึ้นแท็กซี่img_3319

img_3321

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Umi Kirara Aqurium http://www.pearlsea.jp/umikirara/

คืนนี้เราพักกันที่ “โรมแรมประหลาด” เฮนนะโฮเต็ล 変なホテル โรงแรมคอนเซปต์สุดแหวกแนว ในเครือเฮ้าส์เทนบอส 

เพิ่งเปิดได้ไม่นานทุกอย่างยังใหม่มาก พนักงานที่นี่ ไม่มีมนุษย์เลยซักคนเดียว เพราะใช้หุ่นยนตร์และเครื่องจักรในการบริการแขกทั้งหมดDSCF9460

เริ่มตั้งแต่หุ่นไดโนเสาร์ประชาสัมพันธ์, ตู้ขายอาหารอัตโนมัติ, หุ่นทำความสะอาด, แถมในห้องพักยังมีหุ่นยนตร์อยู่เป็นเพื่อนด้วย!?img_3331

แฮร่!!! เราควรกลัวใช่มั้ย 555

ดูคลิปไดโนเสาร์พูดต้อนรับแขกหลายภาษาได้ที่นี่เลยยยยยย
https://www.facebook.com/plugins/video.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2F200769936634612%2Fvideos%2F1397342310310696%2F&show_text=1&width=560

อันนี้เป็นหุ่นยนตร์ทำความสะอาดกระจกimg_3351

ตัวนี้พูดเก่งมาก เม้าท์ตลอด img_3353

หุ่นยนตร์น้องหมา วิ่งดุ๊กดิ๊กๆ น่าร้ากกกกกimg_3381

มุมขายของที่ระลึก จะเป็นตู้ขายอัตโนมัติทั้งหมดDSCF9427

มุมนี้สวยมาก ให้ฟีลแคนทีนสวยๆของมหาลัยในหนัง เป็นโซนนั่งเล่น มองวิวจากมุมกว้าง มีตู้ขายของกินและกาจะปองด้วยDSCF9433

อาจจะไม่ถูกใจคนรุ่นพ่อแม่ที่ไม่ชอบอาหารสำเร็จรูป แต่เราว่ามันก็อร่อยดีนะ img_3646

ของกินแพ็กเกจออริจินอลของโรงแรมimg_3642

img_3643

มีทัวร์แบบเช้าไปเย็นกลับขายด้วยนะจ๊ะ เริ่มออกเดินทางจากเฮ้าส์เทนบอส ถ้าพักโรงแรมแถวนี้ก็วางแพลนได้สบายๆ

ห้องพักที่นี่จะเป็นทรงโมเดิร์นเรียบๆ ลักษณะเหมือนหอพัก เป็นกล่องเหลี่ยมๆ ดูเรียบง่ายแต่เก๋ โซนส่วนกลางและตึกที่พักแยกจากกัน ต้องเดินผ่านสวนไป และยังมีทางเชื่อมไปยังเฮ้าส์เทนบอส สะดวกมากสำหรับคนมาเที่ยวสวนสนุกและพักที่นี่

และนี่คือหน้าห้องพักของเรา จะใช้วิธีเปิดด้วยลายนิ้วมือก็ได้ (ต้องเมมตั้งแต่ตอนเปิดครั้งแรก) หรือใช้คีย์การ์ดก็ได้
img_3360

หุ่นยนตร์น้องทิวลิปข้างเตียง ชวนน้องคุยโต้ตอบได้ด้วย แต่ดึกๆ ถ้าอยู่ๆพูดขึ้นมาก็หลอนเหมือนกันนะimg_3666

img_3656

img_3662
เอาของเข้าที่พักเสร็จ ก็ได้เวลาแห่งความสนุกที่เฮ้าส์เทนบอสแล้ว ที่นี่เป็นธีมพาร์กที่ได้แรงบัลดาลใจมาจากประเทศฮอลเลนด์ มีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูปและกิจกรรมสนุกๆ มากมาย แต่ครั้งนี้เราตั้งใจมาตอนกลางคืน เพราะอยากมาชมเทศกาลไฟประดับ ที่จัดต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายปี

ตอนเดินเข้าสวนสนุก ก็ใกล้จะมืดแล้ว ประมาณห้าโมงเย็นกว่าๆ img_3399

ส่วนหนึ่งของโชว์ไฟประดับ อลังการงานสร้างมากimg_3522

มองจากมุมสูงก็สวยimg_3578

มีหุ่นตำรวจแพทเลเบอร์ด้วยนะจ๊ะimg_3511

ถ่ายรูปสนุกๆที่ทริคอายมิวเซี่ยมimg_3438
มีร้านอาหารที่ใช้หุ่นยนตร์บริการด้วยimg_3467

ไฟประดับที่นี่เค้าไม่ธรรมดาจริงๆ ถึงแม้อากาศตอนกลางคืนจะหนาวระดับเลขตัวเดียว (เราไปช่วงเดือนม.ค.) แต่ความสวยตระการตาทำให้เราเพลินจนลืมหนาวไปเลย ซึ่งเทศกาลไฟประดับของเฮ้าส์เทนบอสจะจัดขึ้นทุกปี ตั้งแต่ช่วงปลายปี ไปจนถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิเลยล่ะ

เราทานมื้อค่ำที่ภัตตาคารในเฮ้าส์เทนบอส เลือกเมนูเลม่อนสเต็ก เนื้อวัวนุ่มๆ ปรุงรสด้วยเลม่อน ความเปรี้ยวลงตัว ลดความเลี่ยนได้ดี อร่อยยยย แป้บๆ หมดจานละimg_3630

แวะซื้อของฝากซะหน่อย มันมีเยอะมากจริงๆ ไม่รู้จะซื้ออันไหน เลยลองที่เค้าติดป้ายขายดีไว้ก่อน เราลองซื้อชีสทาร์ตมา อร่อยดีนะ แป้งกรอบ เนื้อทาร์ตละมุนนนเลยล่ะimg_3636

กลับถึงห้องด้วยความฟินกับวิวสวยๆ อาหารค่ำแสนอร่อย พักผ่อนในห้องโรงแรมใหม่เอี่ยม มีความสุขจัง

เช้าวันสุดท้ายในนางาซากิ ทานมื้อเช้าที่ร้าน  AURA ร้านอาหารเพื่อสุขภาพของโรงแรม

บรรยากาศภายในร้าน สีขาวสะอาดตา
img_3699

img_3698

มีเมนูเพื่อสุขภาพให้เลือกเพียบ ที่นี่เค้าขึ้นชื่อเรื่องสลัดค่ะ img_3694

เลือกกินแบบสุขภาพดีแต่เช้า เผื่อไว้มื้อถัดไปด้วย 5555

เค้าโชว์ผักออแกนิกที่ปลูกไว้ในห้องกระจกให้ดูด้วย
img_3713

มองไปนอกหน้าต่างเห็นสวนผักเขียวฉอุ่มimg_3704

เช็กเอ้าต์กับหุ่นยนตร์ไดโนเสาร์ ได้เวลาบ๊ายลายนางาซากิแล้ว ยังไม่อยากกลับเลย ฮืออออ

ถ้ามาที่นี่อย่าลืมถ่ายรูปกับน้องทิวลิปจังนะจ๊ะ

ดูรายละเอียดของเฮ้าส์เทนบอสได้ที่นี่เลย http://thailand.huistenbosch.co.jp/mobile/ เค้ามีเว็บภาษาไทยด้วยนะ ดีงามมม ส่วนอันนี้เว็บโรงแรม Henna Hotel http://www.h-n-h.jp/en/ มีเป็นภาษาอังกฤษจ้ะ

จากนั้นเรานั่งรถประมาณสองชั่วโมงกว่าๆ ไปยังสนามบินฟุคุโอกะ คุณลุงคนขับน่ารักใจดีมาก พาเราแวะซื้อขนมของฝาก และยังให้พวงกุญแจคิตตี้นางาซากิเป็นของที่ระลึกอีกด้วย 

ก่อนเข้าสนามบิน คุณลุงพาเราแวะทานอูด้งที่ร้านใกล้ๆ สนามบิน เป็นร้านขึ้นชื่อของฟุคุโอกะชื่อร้านมากิโนะอูด้ง 牧のうどん

นิคุโกโบอุด้ง ขายดีอันดับ 1 ของร้าน

เราเลือกเมนู อูด้งใส่โกโบเทน (650 เยน) (อันที่ขายดีที่สุดนั่นแหละ) เป็นรากไม้โกโบชุบแป้งทอดแบบเทมปุระ ซุปอร่อยดี เราเคยทานตอนมาคิวชูครั้งก่อน เลยติดใจจนกลายเป็นเมนูโปรดไปแล้ว

หน้าบานได้กินของอร่อย

ขอบคุณนะคะคุณลุง (^人^)

ร้านมากิร้านมากิโนะอูด้ง 牧のうどん สาขาสนามบินฟุคุโอกะ https://s.tabelog.com/fukuoka/A4001/A400107/40006109/

หลังจากบ๊ายบายกับคุณลุงที่สนามบินฟุคุโอกะแล้ว เรายังมีเวลาอีกหลายชั่วโมงจนถึงเวลาไฟลต์ออกในกลางคืน เลยฝากกระเป๋าไว้ที่ล็อกเกอร์ แล้วนั่งรถไฟเข้าไปเดินเล่นห้างอควาซิตี้ในตัวเมือง แล้วกลับมาเช็กอินตอนค่ำ ไปนั่งร้านมูมินคาเฟ่ต์มาล่ะ คนเดียวก็สนุกได้ มีมูมินนั่งเป็นเพื่อน 

Moomin Cafe สาขา Aqua City Fukuoka https://en.japantravel.com/fukuoka/moomin-troll-cafe-in-fukuoka/29492

สำหรับทริปนี้ต้องขอขอบคุณ โยชิโมโตะไทยแลนด์ที่ชวนเราไปสัมผัสประสบการณ์ดีๆ ที่นางาซากินะคะ ถ้าใครสนใจทริปนี้ของเรา ลองดูรายการ “คิดแนปปิ้ง” ได้ เพราะเค้าก็ไปถ่ายทำในสถานที่ที่เหมือนกับที่เราไปเลยล่ะ https://free.facebook.com/KidnappingLove/?locale2=th_TH&_rdc=1&_rdr

และต้องขอบคุณทีมงานฝั่งนางาซากิ คาซึคิซัง, อัปปุจัง และเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นทุกท่าน สำหรับการดูแลอย่างดีนะคะ

ทุกการเดินทาง มันทำให้เราเติบโตขึ้น ได้เรียนรู้ตัวเองและได้สัมผัสกับผู้คนหลากหลาย ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ หวังว่าการเดินทางครั้งนี้ของเราจะเป็นประโยชน์ต่อคนที่กำลังสนใจจะเดินทางไปเที่ยวนางาซากินะคะ ขอให้สนุกกับการเดินทางในทริปต่อไปของคุณค่ะ

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : Reiko_ws เรโกะ

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*“>

Kimochiii & Cawaii! it's my LIFEstyle by Reiko บ.ก.เรโกะ กับเรื่องสนุกๆสไตล์ญี่ปุ่น