Shimafumi คาเฟ่น่ารักริมทะเล บนเกาะซาโดะ จ.นีงาตะ

🚗คิดถึงการขับรถเที่ยวญี่ปุ่น เลียบชายฝั่งทะเล เปิดกระจกรับลมชมวิว แล้วแวะพักที่คาเฟ่ กินของอร่อยแบบนี้จัง!!

🏝ตอนไปเที่ยว “เกาะซาโดะ จ.นีงาตะ” เราได้ขับรถเที่ยวรอบเกาะ มีคาเฟ่ริมทะเลอยู่ร้านนึงมันน่ารักมากกก และขนมปังของที่นี่ก็อร่อยมากเช่นกัน ร้านนี้คือ “ชิมะฟูมิ”

🥐ถือเป็นจุดแวะพักของนักท่องเที่ยวที่มาเกาะซาโดะ ตัวร้านเป็นบ้านเล็กๆริมทะเลน่ารัก มีเมนูเป็นขนมปัง เบเกอร์รี่ ที่เราชิมแล้ว บอกเลยว่าอร่อยทุกอย่าง เพราะจ.นี้เค้าขึ้นชื่อเรื่องน้ำและข้าวอร่อย แน่นอนว่าต้องทำขนมปังอร่อยด้วย

🇯🇵ถ้าหมดโควิดแล้ว มีโอกาสได้ไปเที่ยวเกาะซาโดะ ก็อย่าลืมแวะร้านนี้กันนะ ดูบรรยากาศของร้านได้ในคลิปนี้เลยจ้า

🎞”ขับรถเที่ยวต่างจังหวัดญี่ปุ่น หาทอง ล่องเรือกะละมังที่เกาะซาโดะ Sado Niigata”
https://youtu.be/bkmEdnj7ALk

📍”ร้านชิมะฟูมิ” しまふうみ Shimafumi
105-4 Daisho, Sado, Niigata 952-0431
https://maps.app.goo.gl/wh9LF1U3EfhkMKcz6

ปล.เราไปตั้งแต่เดือนต.ค.2019 จ้ะ

📌Facebook post on Reiko.ws

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=3427266457318261&id=200769936634612

#reikowsniigata #reikomeow #reikowsyoutube #niigata #sadoisland #เที่ยวญี่ปุ่นตงด้วยตัวเอง #ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น #นีงาตะ #เกาะซาโดะ #新潟県 #佐渡島

ลองชานมไข่มุก ในขวดกัมดั้มสุดเท่ ที่ Gandum Cafe อากิฮาบาร่า

🤩ชานมกันดั้ม!! ที่ญี่ปุ่นก็ฮิตชานมไข่มุกไม่แพ้เมืองไทยนะ แม้แต่คาเฟ่อนิเมะเท่ๆอย่างกันดั้มยังมีจ้าาา

😋ขายพร้อมขวดพลาสติก ราคา 1,320 เยน (เกือบๆ 400 บาท) มีขวดให้เลือก 4 ลาย และก็เลือกเครื่องดื่มข้างในได้ตามชอบ แต่ตอนเราไปเหลือแต่ลายสุดท้าย ลายเดียว แง๊~ จริงๆอยากได้ลายกันดั้มกับเมฆโฮคุไซมากกว่า

😚ส่วนเครื่องดื่ม เราเลือกชานมเกาลัด มันจะมีกลิ่นหอมๆมันๆเพิ่มเข้ามา รสชานมไม่หวานเกินไป ไข่มุกค่อนข้างหนึบและแข็ง แต่ก็ไม่ได้ทานยากเกินไป ถือว่าโอเคเลย เราเคยทานชานมไข่มุกที่ญี่ปุ่นมาหลายเจ้า โดยรวมที่ไทยอร่อยกว่า 5555 แต่ก็ซื้อเอาขวดอะนะ

📍พิกัด กันดั้มคาเฟ่ สาขาอากิฮาบาร่า ออกจากสถานีอากิฮาบาร่าก็เจอเลย อยู่ข้างๆ AKB48 Cafe เหฺนร้านเล็กๆแต่คนเต็มทุกโต๊ะ ชาวต่างชาติฝั่งแฟนกันดั้มก็เยอะนะ http://g-cafe.jp/akiba/

เปิดหน้าสด รีวิว ฉีดโบท็อกและรีเนอร์จี้ครั้งแรกในชีวิต!!

เกิดเป็นผู้หญิงทั้งที ไม่ว่าใครก็คงอยากสวยดูดี เท่าที่ตัวเองจะทำได้ตลอดเวลา ที่ว่าสวยนั้น ไม่จำเป็นต้องดูเด็กเสมอไป แต่หมายถึง ให้ดูดีแบบสมวัยแบบที่ควรจะเป็น ซึ่งสมัยนี้เทคโนโลยีก็ก้าวไกล อะไรที่หย่อนคล้อยไปตามกาลเวลาเราก็สามารถชลอ และเสริมทำให้ดูดีได้นานกว่าขึ้น การเข้าคลีนิกเสริมความงามจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป สาวๆ สมัยนี้ไม่ต้องรอให้แก่ ให้เกิดปัญหาจนเยียวยาไม่ได้ แล้วค่อยเข้าคลีนิกทำหน้าแล้วววว

สำหรับเราเอง ก็มีการดูแลผิวพรรณแบบพื้นฐานมานาน ไม่ว่าจะเป็นการล้างหน้าให้สะอาด ไม่เข้านอนทั้งเครื่องสำอาง, ทาครีมกันแดดทุกวัน ตั้งแต่สมัยมัธยม, ทานอาหารเสริมวิตามินคอลลาเจน รวมไปถึงดูแลผิวกดสิว ทำทรีตเม้นต์เป็นประจำ ทำให้สามารถยื้อเวลาของปัญหาผิวมาได้นานพอสมควร อิอิ

received_1602505183207605-01.jpeg

แต่เราก็สนใจเทคนิกการเติมริ้วรอยบนใบหน้า และการทำให้ผิวกระชับ หน้าเรียวเล็กเช่นกัน จริงอยู่ที่ว่าเราไม่ค่อยรู้สึกถึงปัญหาสักเท้าไหร่ แต่ถ้ามันดูดีกว่านี้ ได้ก็น่าลองนี่นา เมื่อทาง Blossom Clinic ที่อยู่ตรง Stadium One (ใกล้ๆ สนามกีฬาแห่งชาติ) ชวนเราไปลองรีวิว จึงตอบตกลง และนี่คือการทำโบท็อกครั้งแรกในชีวิตของเรา!!

บรรยาศภายในร้านตกแต่งด้วยสีขาว – ชมพู ให้ฟีลแบบค่าเฟ่น่ารัก สไตล์เกาหลี คุณหมอบีเป็นคนดูแล และให้คำแนะนำแบบเป็นกันเอง

received_2498701456912820-01.jpeg

หลังจากที่วิเคราะห์ผิวหน้าเราและ คุณหมอบีบอกว่า ผิวเรามีพื้นฐานที่ดีอยู่แล้ว แจะมีริ้วรอยบริเวณหน้าผาก หว่างคิ้ว โดยเฉพาะเวลายิ้มแสดงอารมณ์จะเห็นได้ชัด และบริเวณแก้มทั้งสองข้าง เริ่มหย่อนคล้อย ถ้ามองตรงๆจะสังเกตุได้ ว่ามันไม่เท่ากัน แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เราจะเน้นให้มันกระชับมากขึ้นดีกว่า

received_471265760154412-01.jpeg

สิ่งที่เราได้ลองทำ คือ ทำทรีตเม้นต์เทคโนโลยีจากเกาหลี Blossom Customized Skin Treatment 1 ชั่วโมง, Renergy Age Laser เลเซอร์ยกกระชับหน้าเรียว 45 นาที, โบท็อก ลดริ้วรอยระหว่างคิ้ว และ ฟิลเลอร์ เติมเต็มร่องแก้ม ซึ่งทั้งหมดนี้เราเพิ่งได้ลองเป็นครั้งแรกนี่แหละ

มาทำความรู้จักแต่ละตัวกันก่อน

1.Blossom Customized Skin Treatment เป็นทรีตเม้นต์นวัตกรรมใหม่จากเกาหลี ลูตรเฉพาะของที่นี่เท่านั้น ช่วยเติมน้ำให้แก่ผิว ฟื้นฟูสภาพผิวหน้า บำรุงได้ทุกสภาพผิวหน้า ช่วยรักษาสิวและฟื้นฟูผิวหน้าให้ขาวใส ช่วยลดเลือนริ้วรอยอีกด้วย พร้อมผิดท้ายด้วยการนวดผ่อนคลาย

เราได้ลองมาแล้ว เป็นการทำทรีตเม้นต์ที่มีหลายขั้นตอน รู้สึกได้ว่าเค้าพิถีพิถันจริงๆ และยังสบายมาก ได้ผ่อนคลายจนเกือบหลับเลย ถ้าทำต่อเนื่องในระยะยาวน่าจะเห็นผลชัดเจนขึ้น

received_483097505623268-01.jpeg

2.Renergy Age Laser เป็นการทำเลเซอร์ยกกระชับผิวหน้า กระตุ้นฟื้นฟูผิว ลึกจนถึงระดับเซลส์ผิว ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน ช่วยยกกระชับให้ผิวดูเฟิร์ม ดูสุขภาพดีจากภายใน สามารถทดแทนโบท็อก ฟิลเลอร์ได้ สำหรับคนที่กลัวเข็ม แต่จะเห็นผลช้ากว่า และมีผลในระยะยาว ข้อดีคือไม่ทำให้หน้าดูแปลก เหมาะสำหรับคนที่ชอบความเป็นธรรมชาติreceived_656466451425890-01.jpeg

เราเคยทำเลเซอร์มาแล้วหลายครั้ง แต่จะเน้นเป็นการลดรอยและจุดด่างดำ นี่เป็นครั้งแรกที่ทำเลเซอร์ยกกระชับ เราค่อนข้างขี้กลัว เลยให้คุณหมอแปะยาชาให้ด้วย ตอนทำจะเหมือนรู้สึกมีไฟฟ้ามาแปล๊บๆ ๆ ที่ข้างแก้ม โดยหมอจะเน้นทำเป็นจุดๆ ไป สลับกับการเอาน้ำแข็งประคบ ตอนแรกก็จะตกใจเสียง แสง และเจ็บหน่อยๆ แต่เมื่อทำไปเรื่อยๆ ก็เริ่มชิน เพื่อความสวยแล้วเราทนได้ค่ะ

3.ฉีดโบท็อก ตัวเด็ดเพื่อการเติมร่องริ้วรอยเลย ตัวที่เราได้ลองคือ โบท็อกจากเกาหลี ชื่อ Neuronox ฉีดแล้วจะคงอยู่ได้ 6 เดือน

ส่วนของตัวเราเน้นฉีดที่หน้าผากและหัวคิ้ว รวมกันแล้ว  12 ยูนิต ตอนฉีดก็ไม่รู้สึกเจ็บเท่าไหร่ เพราะเรากดสิว ฉีดสิวเป็นประจำอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าเป็นเข็มเลยค่อนข้างชินแล้วล่ะ หลังจากทำแล้ว สามารถแต่งหน้าไปทำงานได้ตามปกติ แต่ต้องระวังห้ามไม่ให้ผิวหน้าโดนความร้อน  ไม่ว่าจะเป็นการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น แช่ออนเซ็น หรือ อยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน

ลองมาดูผลกันค่ะ เราถ่ายรูปเปรียบเทียบเอาไว้ในระยะเวลา 1 เดือน แสงของรูปอาจจะแตกต่างกัน แต่โดยรวมแล้ว เห็นได้ชัดว่า โครงหน้าดูเป็นรูปชัดขึ้น และความหย่อนคล้อยลดลง

19-11-07-22-27-13-265_deco.jpg

19-11-07-22-31-29-146_deco.jpg

และหลังจากที่ทำครั้งแรกไปแล้ว 1 เดือน เราได้กลับไปเพื่อให้คุณหมอบีตรวจเช็กสภาพอีกครั้ง ซึ่งโดยรวมดีมาก เรื่องหน้ายกกระชับ และริ้วรอยจากหายไปมาก แต่มีปัญหาสิวขึ้นมาเนื่องจากเดินทางเยอะ อาจจะมีอาการแพ้อากาศแพ้น้ำบ้าง คุณหมอบีจึงแนะนำให้ทำ Laser V-IPL ลดริ้วรอยและรอยแดง กระชับรูขุมขนด้วยคลื่นแสงจากธรรมชาติ และ Dual Pro Laser กำจัดเม็ดสีส่วนเกิน และรอยต่างๆ ช่วยให้สิว ฝ้า กระจางไสขึ้นอีกด้วย

received_2370154049916763-01.jpeg

received_484782728787804-01.jpeg

จากการได้ทำเปิดโลกใหม่ลองทำทรีตเม้นต์และนวัตกรรมเรื่องความงามที่ไม่เคยทำมาก่อน ทำให้เรารู้สึกมั่นใจมากขึ้น ที่ผ่านมา อาจจะถือว่า ยังไม่รู้สกถึงปัญหาสักเท่าไหร่ แต่เกิดมาทั้งที ถ้ามีวิธีที่จะทำให้เป็นตัวเองให้เวอร์ชั่นที่ดีกว่าเดิมได้ และมันไม่ลำบากอะไร ก็น่าลองไม่ใช่เหรอ

received_942132139503177-01.jpeg
ทุกคนก็อย่ารอให้สายเกินไปนะคะ ดูแลผิวหน้ากันเถอะ ถ้าพยายามดูแลด้วยตัวเองแล้วยังรู้สึกว่าไม่พอ ก็ลองมาปรึกษาคุณหมอดูนะคะ ลองมาที่ Blossom Clinic ดูก็ได้ค่ะ อย่ารอเลย มาสวยขึ้นด้วยกันนะ

ปล.รูปทั้งหมด ผ่านการปรับแต่งสีเล็กน้อย แต่ไม่ได้ปรับโหมดผิวเนียน หรือลบริ้วรอยใดๆทั้งสิ้น

received_2372446419732478-01.jpeg

Blossom Clinic

อยู่ในโครงการ Stadium One ลง BTS สนามกีฬาแห่งชาติ

Facebook https://www.facebook.com/blossomclinicth/

Instagram @blossomclinicth

 

 

คาเฟญี่ปุ่นย่านพระราม 4 มีแมวเหมียวเต็มไปหมด! Okurimono Café

วันก่อน มีเพื่อนชาวญี่ปุ่นชวนเราไปร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งย่านพระราม 4 เจ้าของเป็นชาวญี่ปุ่นกับภรรยาชาวไทยที่เปิดร้านเค้ก มีบรรยากาศสบายๆ นั่งเล่นได้เหมือนไปบ้านเพื่อน มีขนมและเครื่องดื่มรสชาดสไตล์ญี่ปุ่น เราตอบตกลงทันที เพราะอยากจะหาคาเฟ่ร้านใหม่ๆ ไปนั่งเล่นเวลาเข้าเมือง แต่เมื่อไปแล้วก็พบว่า ที่นี่มีมากกว่าความเป็นคาเฟ่ญี่ปุ่น เพราะที่นี่มี “แมว” ด้วยค่ะ

received_402195240465439-01.jpeg

ร้าน Okurimono Café นี้ มีชื่อเป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่า “ของขวัญ” สื่อถึงความรู้สึกที่อยากจะส่งต่อสิ่งดีๆ ไปยังคนสำคัญ ผ่านทางขนมหวาน เครื่องดื่มของทางร้าน

received_395866947750815-01.jpeg

โดยภายในร้านมีของหวานทั้งแบบตะวันตก และขนมญี่ปุ่นพร้อมเสริฟ ไม่ว่าจะชอบแนวครีมสด แนววากาชิ หรือแนวเยลลี่ผลไม้ใสๆ ก็มีให้เลือกทาน ขนมที่นี่ทำสดใหม่ทุกวันโดยผีมือภรรยาเจ้าของร้านและทีมงานที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี

received_671659749990732-01.jpeg

received_508303693294572-01.jpeg

สำหรับเมนูที่เราได้ลองชิมแล้วติดใจที่สุด คือ สตรอว์เบอร์รี่ช้อตเค้ก ที่มีความหวานเบาๆ ไม่หวานแหลม ครีมนุ่ม หอมนมไม่เลี่ยน

received_778044795958722-01.jpeg

ช็อกโกแลตเค้ก-ชาเขียว ที่มีความเข้มข้นของช็อกโกแลตเต็มที่ คนที่ชอบช็อกโกแบบเน้นๆ น่าจะติดใจเมนูนี้นะคะ

received_2574232639337493-01.jpeg

เมนูเค้กส้ม และเยลลี่หยดน้ำไส้สตรอว์เบอร์รี่ เหมาะสำหรับคนที่ชอบแนวผลไม้ กลิ่นส้มหอมหวานฉ่ำ ทานแล้วสดชื่น ถ้าหวานเกินไปก็ดื่มมัตฉะตามช่วยกลบรสชาดได้ดี เยลลี่หยดน้ำก็ชุ่มฉ่ำ เหมาะสำหรับคนที่กังวลเรื่องน้ำหนักอีกด้วย

received_416839735557939-01.jpeg

สำหรับเมนูขนมญี่ปุ่น ถั่วแดงอังโกะสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ทานกับมัตฉะชงเข้มข้นเข้ากันมากเลยค่ะ

received_2373372452927902-01.jpeg

ลาเต้อาร์ต ที่นี่เค้าก็ทำตามออเดอร์ได้นะคะ แน่นอนว่า อย่างเรา ต้องเลือกลายแมวอยู่แล้วววว

received_1208434496011173-01.jpeg

บริเวณภายในร้านไม่แออัดเกินไป มีโต๊ะเก้าอี้สำหรับรับแขกได้ประมาณ 24 คน และสิ่งที่เป็นเสน่ห์ของที่นี่ ที่เราเซอร์ไพรซ์มากคือ แมว ค่ะ

received_2037913352978347-01.jpeg

received_2258901701072451-01.jpeg

received_617452618659508-01.jpeg

ที่นี่มีแมวหลายตัวมาก เพราะเจ้าของร้านรักแมว และแวะเวียนพาแมวมานั่งเล่นรับแขกที่ร้าน ซึ่งจากการที่มีแมวนี้ ทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาหน้าร้านต้องหยุดมอง ชื่นชมความน่ารักของน้องๆ และมีหลายคนที่อดใจไม่ไหวเข้าร้านมาเพราะอยากเล่นกับน้องๆนี่แหละ

received_2579295395468646-01.jpeg

received_2437364116350890-01.jpeg

received_626799494516308-01.jpeg

received_2537029449696333-01.jpeg

received_390324011851972-01.jpeg

สำหรับคนที่ไม่สะดวกทานที่ร้าน เค้าก็มีบริการรับออเดอร์ทาง foodpanda นะคะ และยังมีเซอร์วิซ จัด snack box, coffee break สำหรับงานเลี้ยง, มีตติ้งอีกด้วย ราคาเริ่มต้นที่ ชุดละ 60 บาท

received_415522322494893-01.jpeg

นอกจากนี้ คนที่อยากได้เค้กวันเกิดแบบออริจินอลไม่ซ้ำใคร ที่นี่ก็สามารถออกแบบให้ได้ อย่างวันนี้ทางร้านทำเค้กรูปน้องแมวมาเซอร์ไพรซ์เรา เพราะรู้ว่าเราเป็นทาสแมว น่ารักมากเลยเมี้ยวววว

received_397652064242625-01.jpeg

พิเศษ!! สำหรับคนที่อ่านบล็อกนี้เท่านั้น

1.เปิดโชว์ให้ทางร้านดู บอกว่า “เห็นมาจากเรโกะ”

2. กดไลค์เพจ https://www.facebook.com/Okurimonocafe/ ก็รับส่วนลดสำหรับทุกเมนูไปเลย 10% จ้าาาา

received_911377562581468-01.jpeg

ไม่ว่าคุณหาที่นั่งพักผ่อนทำงานเงียบๆ จิบชาทานขนมในสไตล์ญี่ปุ่น หรือเล่นแมวนุ่มๆ ฟูๆ น่ารัก ในเมืองย่านพระราม 4 ที่นี่มีครบเลยค่ะ สำหรับที่จอดรถ ถ้าไม่ได้มาด้วยรถสาธารณะ เราเลือกจอดรถไว้ที่เกตเวย์เอกมัย แล้วเดินทะลุซอยข้างๆ มา ประมาณ 5 นาทีก็ถึงแล้วค่ะ อยากให้ลองมาเที่ยวกันดูนะคะ

received_753273705119486-01.jpeg

Okurimono Café โอคุริโมโน คาเฟ่

Open : Monday – Saturday 8:00 – 20:00 (Close on Sunday)

3781 Room 2-3 Rama4 Road Phra Khanong, Klong Toei 10110 Bangkok

Tel : 091-775-9803 (TH/EN) okurimono.cafe@gmail.com

https://www.facebook.com/Okurimonocafe/

received_2330725547239838-01.jpeg

เที่ยวปูซาน 5 วัน กับ 10 พิกัดต้องตามไปถ่ายรูป (CR)

-ปูซาน-ทัวร์ครับ

ถ้าพูดถึง “เกาหลี” เราเคยไปมาหลายครั้งแล้ว แต่ส่วนใหญ่จะเน้นอยู่ที่เมืองโซล ซึ่งสถานที่เที่ยวในเกาหลีใต้ที่นิยมอีกเมืองนึงก็คือ “ปูซาน” เราอยากลองไปเที่ยวมานานแล้ว ตั้งใจว่าจะหาโอกาสไปให้ได้สักวัน เมืองปูซานเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความชิลล์สุดๆ เหมาะสำหรับคนที่ชอบธรรมชาติ ไม่คลั่งไคล้ความเป็ฯเมืองศรีวิไล สูดอากาศบริสุทธิ์  พักผ่อนสบายๆ สไตล์อินดี้ และผู้คนไม่พลุกพล่านมากนัก นี่ก็หาข้อมูลล่วงหน้า ถ้ามีวันว่างจะจัดทริปปูซานแบบไม่เร่งรีบสัก 5 วัน เพราะปูซานมีที่เที่ยวสวยๆ เยอะล่ะ แต่จะมีที่ไหนกันบ้าง  ตามเรามาทางนี้เลยเรารวบรวมมาให้แล้วจ้า เที่ยวปูซาน 5 วัน กับ 10 พิกัดต้องตามไปถ่ายรูปให้ได้!!

สำหรับใครที่อยากมาเที่ยวปูซาน แต่ไม่อยากยุ่งยาก ทั้งเรื่องเอกสาร ตั๋วเครื่องบินปูซาน ที่พักปูซาน ไหนจะต้องแพลนเที่ยวอีกยุ่งยากมากมาย  ไหนจะเรื่องภาษาเกาหลีที่ไม่ได้เลย  หรือแม้แต่เรื่องการขึ้นรถ ต่อรถไฟฟ้าในกับเกาหลีใต้อีก  เอาเป็นว่าทุกอย่างจะง่าย เพียง เลือกทัวร์ปูซานแล้วจองไปเที่ยวกับ ทัวร์ครับ (Tourkrub) จองง่าย เที่ยวได้แบบสบายใจ คิดจะจองเที่ยวทัวร์ก็จองเลย หาทัวร์ครบจบที่ทัวร์ครับ  เว็บไซต์ที่รวบรวมทุกเรื่องทัวร์เที่ยวให้คุณจนครบจบในที่เดียว

จองทัวร์ปูซาน  กับ  ทัวร์ครับ

https://tourkrub.co/korea-tour/busan

 

 

  1. หมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน Gamcheon Culture VillageGamcheon Culture Village Beautiful color ,Busan , South Korea

เริ่มต้นเปิดฉากด้วยความสดใสในสีพาสเทลที่หมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน (Gamcheon Culture Village) กันก่อนเลย  พิกัดที่เที่ยวสุดฮอตของเมืองปูซาน  กับแลนด์มาร์คฮิป ๆ ของบ้านเมืองเล็กๆ ที่ตั้งเรียงรายบนเนินเขาที่ตกแต่งด้วยสีสันสดใสสุดคัลเลอร์ฟลูในสไตล์พสาเทลหวาน ๆ รายล้อมไปด้วยงานสตรีทอาร์ตเท่ๆ งานศิลป์และปะติมากรรมเก๋  ที่เรียงรายอยู่ทั่วเมือง  อีกทั้งบนจุดสูงสุดของเนินเขายังเป็นจุดชมวิวเมืองสีพาสเทลมุมสูงสุด Unseen ให้ไปถ่ายรูปสวยๆ เก๋ๆ กันอีกด้วย  จนหมู่บ้านแห่งนี้ยังได้รับการขนานนามว่าเป็น Machu Picchu of Busan  เลยทีเดียว

พิกัด : Gamcheon Culture Village

 

  1. วัดแฮดงยงกุกซา Haedong Yonggungsa TempleHaedong Yonggungsa Temple. Busan, South Korea

วัดเก่าแก่ที่โดดเด่นด้วยทำเลที่ตั้ง  บนโขดหินริมชายฝั่งทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองปูซาน  สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1376  ด้านหน้าวัดหันออกสู่ทะเล  อีกด้านหนึ่งเป็นผาหินติดกับชายฝั่งมหาสมุทร นับเป็นวัดเก่าแก่ริมทะเลที่วิวดีและสวยที่สุดของเมืองปูซาน  ที่ชาวเมืองปูซานเคารพนับถือกันมาอย่างยาวนาน  โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญๆ อย่างวันปีใหม่จีน  ที่วัดแห่นี้จะเนืองแน่ไปด้วยชาวปูซานที่มาไหว้พระขอพรและรับแสงแรกของวันเพื่อความเป็นศิริมงคลที่วัดแห่งนี้  และที่สำคัญวัดนี้ยังเป็นสถานที่ชมซากุระบานที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของปูซานอีกด้วย

พิกัด : Haedong Yonggungsa

 

  1. วัดซัมกวางซา Samgwangsa Temple3.samgwangsa Temple

วัดสำคัญอันมีชื่อเสียงของเมืองปูซาน  ตั้งอยู่บนยอดเขา Baekyang mountain  โดดเด่นและมีชื่อเสียงด้วยเทศกาลจัดงานแห่ขบวนโคมไฟดอกบัว  ในเดือนพฤษภาคม  ทั่วพื้นที่วัดตลอดจนทางเดินรอบเนินเขาจะประดับประดาเรียงรายไปด้วยโคมไฟดอกบัวหลากหลายสีนับพันดวง  เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองก่อนถึงวันประสูติของพระพุทธเจ้าอย่างยิ่งใหญ่อลังการ  ใครที่เดินทางมาเที่ยวปูซานในช่วงเดือนพฤษภาคม  ไม่ควรพลาดงานเฉลิมฉลองตามประเพณีดั้งเดิมของชาวเกาหลีที่วัดแห่งนี้อย่างเด็ดขาด

พิกัด : Samgwangsa Temple

 

  1. วัดเบียวเมียวซา Beomeosa Temple4.วัดเบียวเมียวซา

วัดเบียวเมียวซา Beomeosa Temple  เป็นอีกหนึ่งวัดเก่าแก่ซึ่งอยู่คู่เมืองปูซานมาอย่างยาวนานกว่า 1,300 ปี  ตั้งอยู่บนภูเขา Geumjeongsan  รายล้อมด้วยทัศนียภาพอันร่มรื่นย์สวยงามของขุนเขา  ตัววัดสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบเกาหลีโบราณที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ได้เป็นอย่างดี  ท่ามกลางอากาศเย็นสบายบนยอดเขา  และธรรมชาติอันเงียบสงบ  เหมาะแก่การทำสมาธิปฎิบัติธรรม  และการพักผ่อนให้จิตใจร่มเย็นเป็นที่สุด

พิกัด : Beomeosa Temple

 

  1. ชายหาดแฮอึนแด Haeundae beachGwangan bridge

เปลี่ยนบรรยากาศมาที่สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติชายฝั่งทะเลกันบ้าง  กับชายหาดแฮอึนแด Haeundae beach ชายหาดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของปูซาน  เป็นชายหาดที่อยู่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้  ตัวหาดทรายสีน้ำตาลอ่อนๆ มีความยาวถึง 1.5 กิโลเมตร  อยู่ไม่ไกลจากใจกลางตัวเมืองปูซาน  จึงเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจยอดนิยมของชาวเมืองและนักท่องเที่ยว  ทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานและเทศกาลต่างๆ ที่สำคัญของเมืองปูซานอีกด้วย  เนื่องจากทำเลที่ตั้งใกล้เมืองบวกกันหาดทรายกว้างที่เหมาะกับการรองรับผู้คนจำนวนมาก  จึงทำให้ชายหาดแห่งนี้คึกคักเนืองแน่นเต็มไปด้วยผู้คนตลอดทั้งปี

พิกัด : Haeundae beach

 

  1. สะพานควางอัน Gwangan Bridge6.Gwangan Bridge

แลนด์มาร์คสุดฮอตและจุดที่มีทัศนียภาพยามค่ำคืนที่สวยงามที่สุดของปูซาน  กับสะพานควางอัน Gwangan Bridge  สะพานแขวนข้ามทะเลที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้  ตัวสะพานมีความยาวมากถึง 7.4 กิโลเมตร  พาดผ่านเหนือท้องทะเลจาก Haeundae-gu ฝั่งหนึ่งไปยังพื้นที่ Suyeong-gu อีกด้านหนึ่งของสะพาน  โดยเฉพาะในช่วงเดือนเมษายน  ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลดอกไม้ไฟนานาชาติ หรือ Busan International Fireworks Festival ที่สะพานแห่งนี้จะยิ่งทวีคูณความสวยงามในยามค่ำคืนไปด้วยดอกไม้ไฟหลากสีสันอันวิจิตรงดงาม  ที่ช่วยสร้างความอลังการสุดพิเศษให้กับสะพานแห่งนี้

พิกัด : Gwangan Bridge

 

  1. ทางเดินลอยฟ้าชายหาดซองโด Songdo Beach SkywalkBusan Songdo Skywalk, the longest skywalk on the water in South Korea.

ทางเดินลอยฟ้าชายหาดซองโด Songdo Beach Skywalk เป็นสกายวอร์คที่ยาวที่สุดในเกาหลี  กับทางเดินสอยฟ้าเหนือผืนมหาสมุทรความยาว 365 เมตร  ที่ถูกออกแบบให้มีลักษณะคดเคี้ยวเลี้ยวไปมาเหมือนมังกรบิน  ตัวสะพานสกายวอลล์ทำจากไม้เจาะช่องกระจก Temper Glass ตรงกลางสำหรับชมวิวท้องทะเลด้านล่าง  ที่ระดับผิวน้ำซึ่งอยู่ต่ำลงไปราวๆ 5 – 6 เมตร  ตัวทางเดินลอยฟ้ายื่นผ่านเข้าไปในท้องทะเล  ทำให้สามารถรับลมชมวิวทะเลสีเขียวฟ้าสุดโรแมนติกได้แบบพาโนราม่า 360 องศา  ใครที่ชื่นชอบทะเลแต่ไม่อยากตัวเปียก  ก็สามารถมาสัมผัสบรรยากาศท้องทะเลอย่างใกล้ชิดได้สบายๆ ที่แลนด์มาร์คแห่งนี้

พิกัด : Songdo Beach Skywalk

 

  1. ชายหาดควังกาลี Gwangalli BeachBusan Gwangalli Beach

ด้วยปูซานเป็นเมืองริมฝั่งทะเล  สถานที่เที่ยวสวยๆ ก็หนีไม่พ้นชายหาด  งั้นไปต่อกันที่อีกหนึ่งชายหาดสวยๆ ของปูซาน  ที่ชายหาดควังกาลี Gwangalli Beach หาดทรายสีขาวเนียน  น้ำทะเลใส  ความกว้างประมาณ 60 เมตรที่ทอดตัวยาวตามแนวชายฝั่งกว่า 1.4 กิโลเมตร  ขนานเคียงคู่ไปกับอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของเมืองปูซานอย่างสะพานควางอัน Gwangan Bridge  นอกจากทัศนียภาพคลาสสิคเกินบรรยายของหาดทรายและสะพานสวยแล้ว  ความสวยงามทางธรรมชาติของท้องทะเลแห่งนี้ก็ดีงามไม่แพ้กัน   นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ที่มีกิจกรรมทางน้ำให้เลือกทำอย่างหลากหลายอีกด้วย  เรียกได้ว่ามาที่เดียวมีครบเลย

พิกัด : Gwangalli Beach

 

  1. เกาะดองเบคซ็อก Dongbaekseom IslandThe right place it the most romantic.

เกาะเล็กๆ ที่เป็ยแหลมยื่นออกไปในทะเล  มีพื้นที่เชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่ของปูซานทางด้านฝั่งตะวันออกของชายหาดแฮอุนแด  ซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติ  ต้นไม้นานาพันธุ์ที่เขียวขจี  ด้วยทำเลที่ตั้ง  และลักษณะภมิประเทศที่ทำให้เกาะแห่งนี้เป็นพื้นที่ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของเมืองปูซานอีกแห่งหนึ่ง  จึงกลายเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสุดฮิตของปูซาน  และเป็นจุดชมวิวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไปพร้อมๆ กัน  โดยมีจุดชมวิวไฮไลท์อยู่ที่  อาคารนูริมารู (Nurimaru APEC House)

พิกัด : Dongbaekseom Island

 

  1. ออยุคโด สกายวอร์ค Oryukdo SkywalkOryukdo skywalk in Busan city, South Korea

ทางเดินลอยฟ้า โอรยุคโด (Oryukdo skywalk) แลนด์มาร์คสุดหวาดเสียวที่มาพร้อมวิวสวย ๆ เหนือท้องทะเล  กับทางเดินลอยฟ้ารูปเกือกม้าขนาดใหญ่ที่ทำจากกระจก  เหนือหน้าผาสูงที่ยื่นเข้าไปในทะเลกว่า 35 เมตร  ตรงแนวเส้นแบ่งทะเลตะวันออกและตะวันตกของเกาหลีพอดิบพอดี  จึงทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น  และตกที่สวยงามที่สุดของปูซานเลยทีเดียว  ใครที่อยากสัมผัสทัศนียภาพสุดโรแมนติกแบบเสียวๆ ต้องมาลองเช็คอินที่พิกัดนี้ดูสักครั้ง  รับรองว่าต้องประทับใจ

พิกัด : Oryukdo Skywalk

 

และนี่คือ 10 พิกัดถ่ายรูปในปูซานสวยๆ ที่ต้องตามไปถ่ายรูปกันให้ครบ ก่อนออกเดินทางอย่าลืมเตรียมอุปกรณ์ถ่ายรูปกันไปให้พร้อม และโพสต์ท่าถ่ายรูปสวยๆ กลับมาเยอะๆ นะ ก่อนอื่นๆ เริ่มจากเช็กวันลากันก่อนแล้วรวบรวมสมาชิก วางแผนไปเที่ยวกัน ถ้าเราได้ไปเมื่อไหร่ รับรองว่าจะมีรูปสวยๆ มาลงอวดทุกคนแน่นอนจ้าาา

รีวิวนวดน้ำมัน ที่ Health Land พัทยา แก้เมื่อยกับ Traveloka Xperience

เดี๋ยวนี้ปัญหาปวดเมื่อยไม่ได้เป็นแค่ผู้สูงอายุกันแล้วนะ คนทำงานที่ต้องนั่งหน้าคอมนานๆ หรือคนที่ต้องแบกของพกกระเป๋าใบใหญ่ๆ หนักๆ ก็ปวดเมื่อยเนื้อตัวกันได้เป็นเรื่องปกติ เราก็เช่นกัน ฮ่า ดังนั้นถ้าปวดเมื่อยก็อย่าทนค่ะ ไปนวดกัน

วันก่อนเราได้ไปลองใช้บริการนวดน้ำมันที่ Health Land สาขาพัทยามาล่ะ คือพอดีไปเที่ยวแถวนั้นพอดี แล้วเที่ยวเล่นเกินเบอร์ไปหน่อย เลยต้องหาวิธีผ่อนคลาย ซึ่งปกติเราเป็นลูกค้าของ Health Land ในกรุงเทพ เลยมั่นใจว่าเข้าสาขาไหนก็หายเมื่อยแน่ๆ

ซึ่งในครั้งนี้เราได้จองผ่าน Traveloka Xperience เป็นโปรโมชั่นพิเศษจาก Traveloka ซึ่งเค้าจะมีบริการ, สถานที่ท่องเที่ยว, กิจกรรมมากมายให้เลือกจองได้ในราคาพิเศษ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ และแน่นอนว่ามีโหมดบริการด้านสุขภาพและความงามด้วย

คราวนี้เรามีเป้าหมายว่า “ชั้นต้องมานวดที่ Health Land” ก็แค่เสิร์ชชื่อ Health Land เลือกสาขารและบริการที่ต้องการ แล้วกดจองได้เลย จองล่วงหน้าแค่วันเดียวก็สามารถเข้ามาใช้บริการในวันถัดมาได้แล้วค่ะ

เราเลือกเป็นนวดอโรม่า 90 นาทีค่ะ เมื่อเข้ามาในร้านพนักงานก็จะให้เราเลือกน้ำมันอโรม่ากลิ่นที่ชอบ จากทั้งหมด 5 กลิ่น เราเลือกเป็นกลิ่นกุหลาบ

จากนั้นก็จะพาไปถอดรองเท้า, ทำความสะอาดเท้า, ให้อาบน้ำล้างตัว และถอดเสื้อผ้า!! โอ๊ะๆ ไม่ต้องตกใจไปนะคะ ไม่ได้แก้ผ้าหมดค่ะ เค้าจะเตรียมกางเกงในสปาแบบตาข่ายสีดำให้เราใส่ แล้วก็นุ่งผ้าเช็ดตัว แล้วก็เอาเสื้อกาวน์ทันอีกต่อ

จะเปิดก็ตอนนวดทั้งนั้น ซึ่งเค้าก็จะเปิดทีละส่วนไม่ให้เราโป๊อล่างฉ่างแน่นอนจ้า แถมหมอนวดก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน คนที่ไม่เคยก็ไม่ต้องเขิน มีเหมือนกันแหละ ฮ่า

ในแต่ละขั้นตอนการนวด พนักงานเค้าจะปรับให้เข้ากับความต้องการของเรามากที่สุด สามารถบอกได้ว่าต้องการหนักเบาเน้นมากน้อยแค่ไหน นอกจากจะหายเมื่อยจากการกดจุดปรับเส้นแบบเน้นๆ ตรงที่มีปัญหาแล้ว ยังได้ผ่อนคลายจากกลิ่นอโรม่าที่ชื่นชอบอีกด้วย

บอกเลยว่าเวลา 90 นาทีในครั้งนี้ผ่านไปไวมากเลยค่ะ หลังจากนวดเสร็จแล้วรู้สึกตัวเบาสบาย อาการเมื่อยเคล็ดที่เรามีปัญหามาตลอดตรงหลังและไหล่ด้านซ้ายก็ดีขึ้นด้วยล่ะ

ข้อเสียอย่างเดียว คือ เหมือนจะติดการนวดไปแล้ว ฮ่า ไม่เป็นไร ถ้าอยากนวดอีกก็กดแอพ Traveloka เปิดหน้า Xperience แล้วกดจองสิ ราคาคุ้มขนาดนี้ ให้นวดบ่อยๆ ก็ยังสบายกระเป๋าตังค์จ้า

อยากหายเมื่อยก็คลิกเลย! Traveloka Experience X Health Land มีตั้ง 10 ลองดูที่ใกล้บ้านนะ

ตอนนี้ก็ใกล้ถึงเทศกาลวันแม่ของไทยและ คนที่กำลังมองหากิจกรรมทำร่วมกับครอบครัว ก็ลองชวนคุณแม่และญาติๆ มานวดผ่อนคลายดูสิ อย่างห้องที่เรามานวดในวันนี้ เป็นห้องนวดไปรเวทขนาดใหญ่ สามารถเข้านวดพร้อมกันได้หลายคนเลย รับรองว่าสบายตัว แฮปปี้กันทั้งบ้านแน่ๆ จ้า

เตรียมลุยโตเกียวโอลิมปิก 2020 หาบัตรและที่พักกัน!

นับถอยหลังไปอีกเพียงปีเดียว ก็จะถึงเวลาของการแข่งขันกีฬาของมนุษยชาติ “โอลิมปิก” แล้วววว คราวนี้ ชาวเอเชียน่าจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ เพราะประเทศเจ้าภาพคือ “ญี่ปุ่น” อยู่ไม่ไกลจากเมืองไทยเรานี่เอง แต่ได้ยินมาว่า ตั๋วเข้าชม และที่พักนั้น หายากมาก จองหมดล่วงหน้ากันไปเป็นปีๆ ที่ยังมีก็ราคาแรงเหลือเกิน แล้วจะมีบุญได้ไปดูโอลิมปิกกะเค้ามั่งมั้ยเนี่ยยยยย

20190725_150821-01.jpeg

ณ ตอนที่เรากำลังเลิกลั่กในการหาบัตรนั่นเอง ก็ได้ข่าวว่า กำลังจะมีการแถลงข่าวเรื่องการจำหน่ายบัตรชมโอลิมปิกสำหรับคนไทย เราเลยไ่ม่รอช้า ไปร่วมงานแถลงข่าว เพื่อคาบข่าวมาบอกต่อทุกคนนี่ล่ะ

PressCon for Media_๑๙๐๗๒๕_0007

โดยในงาน บ.เจทีบี (ประเทศไทย) ได้ประกาศทำสัญญารับสิทธิ์เป็นตัวแทนจำหน่ายบัตรชมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน (Olympic) ครั้งที่ 32 แต่ผู้เดียวอย่างเป็นทางการ ให้กับผู้ที่พำนักอาศัยในประเทศไทย (ATR/ Authorised Ticket Reseller for Thailand) โดยตอนนี้มีรายละเอียดการจำหน่ายออกมาแล้ว ได้แก่…

PressCon for Media_๑๙๐๗๒๕_0001

บัตรเริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 12:00 น.เป็นต้นไป
โดยเริ่มจำหน่ายออนไลน์บนเว็บไซต์ของ JTB Thailand (www.jtbthailand.com) และทาง https://www.jtbthailand.com/th/OlympicsTokyo2020/EBOOK/index.html

มีแพ็กเกจให้เลือกตามความชอบ ประกอบด้วยกีฬา 2 ประเภท โรงแรม 2 คืน และประกันการเดินทาง โดยมีทั้งสิ้น 59 แพ็กเกจ ใน 14 ประเภทกีฬา และราคาเริ่มต้นต่อแพ็กเกจอยู่ที่ 24,500 บาทต่อคน

20190725_145832-01.jpeg

ประเภทกีฬาที่เปิดจำหน่ายมีทั้งหมด 14 ชนิด ได้แก่ ・แบดมินตัน ・เบสบอล ・บาสเก็ตบอล
・วอลเล่ย์บอลชายหาด ・ฟุตบอล ・กอล์ฟ ・รักบี้・สเก็ตบอร์ด ・เทเบิลเทนนิส ・กีฬาปีนหน้าผา
・เทควันโด ・เทนนิส ・วอลเล่ย์บอล ・ยกน้ำหนัก
* สำหรับมวยสากลสมัครเล่นยังไม่เปิดจำหน่าย เนื่องจากยังไม่มีกำหนดการจากทางคณะกรรมการ
จัดงานโตเกียวโอลิมปิกและพาราลิมปิก 2020 ซึ่งทาง JTB Thailand จะมาอัพเดตภายหลัง

ทุกคนสามารถดูรายละเอียดของแพ็กเกจที่เปิดจำหน่ายได้ที่เว็บไซต์ของ
JTB (Thailand) https://www.jtbthailand.com/th/home/ได้เลยค่า

20190725_150638-01.jpeg

ตอนนี้เราก็ตื่นเต้นมากๆเลยละ ที่มหกรรมกีฬาครั้งใหญ่จะมาจัดที่ญี่ปุ่น ก็หวังว่าจะมีโอกาสได้ไปร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็นในฐานะคนทำงานด้านใดก็ตาม ทั้งพิธีกร, ล่าม, ผู้นำเที่ยว, คอลัมนิสต์, รีพอร์ทเตอร์… ช่วงซัมเมอร์ปีหน้า ยังว่างจ้างได้นะคะ อิอิ พี่สมรักษ์เค้าบอกว่า “ไม่ได้โม้” เราก็ขอ “ไม่โม้ด้วยคน พูดจริง ขอจริง อยากได้งานค่ะ” ฮ่าาาาาา ทุกคนก็เตรียมตัวเตรียมตังค์ให้พร้อม แล้วลุยยยย!!!

20190725_150202-01.jpeg

เที่ยวเมืองคิตตี้ที่กรุงเทพ!! Hello Kitty Go Around Bangkok

อยากถ่ายรูปเล่นกับ Hello Kitty ตอนนี้ไม่ต้องไปถึงเจแปน แดนซานริโอ้แล้วนะ เพราะธีมปาร์ก Hello Kitty Go Around Bangkok กำลังจะเปิดในไทยแล้วววว

img_6903

เราได้เข้าไปสำรวจในรอบสื่อมวลชนมาล่ะ ภายในฮอลเนรมิตให้กลายเป็นโลกของคาแรกเตอร์ Sanrio มุมถ่ายรูปน่ารักๆ เพียบ แถมยังมีบู้ตเกม กิจกรรมต่างๆแลกของที่ระลึกอีกมากมาย และยังมีไอเท็มที่ขายจำกัดเฉพาะที่เมืองไทยอีกด้วยนะ

img_6883img_6900img_6898

ไอเท็มน่ารักๆ เพียบ แถมยังหาซื้อที่อื่นไม่ได้ด้วยนะimg_6879

เล่นเกมเสี่ยงดวง ถ้าโชคดี ก็ได้ไอเท็มลิมิเต็ดไปเลยยยยimg_6899

สักการะเทพเจ้าแมวคิตตี้ค่ะ

img_6888img_6887

แผ่นป้ายเอมะ จะนำกลับบ้านเป็นที่ระลึกก็ได้ หรือแขวนไว้ที่นี่ก็ได้img_6885

สาวๆยิ้มแฮปปี้ สนุกสนานกันทุกคนเลยimg_6884

มีกิจกรรม DIY ตกแต่งกระเป๋าด้วยตัวเอง ราคา 300 บาทจ้ะimg_6895img_6894img_6896

 

คนที่อยากลองมาถ่ายรูปกับคิตตี้แบบนี้ ก็มาได้เลยที่ “ทองหล่อฮอล” ชั้น 5 Donki mall ทองหล่อ 10 (หรือจะเข้าทางเอกมัย 5 ก็ได้ มันคือซอยเดียวกัน) อยู่เยื้องกับ Arena 10 จ้ะ เริ่มเปิดให้บริการจริง 22 มีนาคม – 2 มิถุนายน 2019 นี้ เวลา 11:00 – 22:00

บัตรราคาผู้ใหญ่ 350 บาท เด็ก 280 บาท
ซื้อบัตรได้ที่นี่ http://bit.ly/2FfpT9w

เฉพาะในวันที่ 22 มีนาคม 50 ท่านแรกที่นำสินค้าหรือรูปถ่าย Hello Kitty ลิขสิทธิ์แท้จากซานริโอ มาแสดงที่จุดลงทะเบียน ลุ้นรับสิทธิ์เข้าฟรีด้วยนะ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจ Hello Kitty Go Around Bangkok หรือ 02 002 7770 ต่อ 12 ได้เลยครับ #HelloKittyGoAroundBangkok

img_6902

เที่ยวโอซาก้า 1 วัน กินเที่ยว ที่เดียวเอาอยู่ใน Grand Front Osaka

เมื่อพูดถึงเมืองยอดนิยมในญี่ปุ่นที่คนไทยนิยมมาเที่ยวกัน “โอซาก้า” ต้องเป็นอันดับแรกๆ สูสีกับโตเกียวอย่างแน่นอน ที่โอซาก้า ไม่ว่าจะชอบช้อปปิ้ง หาของกิน เที่ยวสวนสนุก ก็มีให้เลือกทำทุกอย่าง และในบล็อกนี้เรามีที่ท่องเที่ยวดีๆ มาแนะนำทุกคนกันด้วยล่ะ คนที่กำลังวางแผนจะไปเที่ยวโอซาก้า ห้ามพลาดเลยนะคะ!!

grand front 1

Grand Front Osaka เป็นห้างใหญ่ที่มีร้านเด็ดๆ ดังๆ จากทั้งในญี่ปุ่นเอง และจากต่างประเทศมากมายมาเปิดสาขาที่นี่ มากกว่า 270 ร้าน จุดเด่นคือ เนื้อที่ของแต่ละร้านกว้างมากกว่าห้างในสถานีรถไฟทั่วไป ทำให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงคอนเซปต์ของแบรนด์เป็นอย่างดี และสำหรับคนที่ชอบเที่ยวโต้รุ่งยันเช้า ที่ตึก North ชั้น 6 มีโซน “ที่พักผ่อนสำหรับผู้ใหญ่” เปิดให้บริการถึงตี 4 ของอีกวัน จะช้อปปิ้งก็ได้ หาของกินก็ดี จะมาดื่มสังสรรค์กับเพื่อนๆ ก็ลงตัวที่สุด เพราะอยู่ใจกลางเมืองโอซาก้า ย่านอูเมดะ ซึ่งคราวนี้เราจะมาแนะนำ Grand Front Osaka ให้ทุกคนได้รู้จักกันมากขึ้นค่ะ

การเดินทาง

ออกจากสถานี JR Osaka  เมื่อเดินผ่านที่ลานกว้าง Atrium ทางประตูทิศเหนือก็จะเจอเลย และยังมีมีทางเชื่อมที่ชั้น 2 ด้วย ถึงฝนตกหรือหนาวจัด ก็เดินได้สบายๆ เลยค่ะ

และในห้างก็มีโรงแรมด้วยนะคะ ที่ตึกทิศเหนือของ Grand Front Osaka มีโรงแรมหรู 5 ดาวอยู่ด้วย นานๆ ทีลองให้รางวัลตัวเองด้วยการมาพักที่โรงแรมหรูดูบ้างสิ

Intercontineltal Hotel Osaka นี้ตั้งอยู่ติดกับห้าง Grand Front Osaka เดินจากสถานีรถไฟ JR Osaka เพียง 5นาทีเท่านั้น มีทั้งฟิตเน็ส 24 ชั่วโมง, สระในร่ม และยังมีไวไฟฟรีทั้งโรงแรม เราพามาดูห้องที่อยู่สูงที่สุดของโรงแรม โอ้โหววววว หรูหราดูดี แถมยังวิวสวยมากๆ มองเห็นวิวเมืองโอซาก้าจากมุงสูง ในห้องมีทุกอย่างครบครัน ทั้งครัว, ห้องนั่งเล่น, ระเบียง แถมยังมีเครื่องซักผ้าและห้องเปลี่ยนชุดอีกด้วย ถึงชีวิตจริงจะไม่มีโอกาสอยู่ห้องใหญ่หรูหราแบบนี้ แต่ที่นี่ก็อาจจะช่วยเติมเต็มความฝันของเราได้นะ อิอิ

intercon 1intercon 2intercon 10intercon 9intercon 6intercon 7

ร้านอาหาร Pierre บนชั้น 20 ในโรงแรมเป็นร้านอาหารฝรั่งเศสที่ได้ดาวมิชลิน ที่นี่ เราสามารถลิ้มรสอาหารแสนอร่อยและดื่มด่ำกับวิวโอซาก้าสวยๆ ไปพร้อมกัน พนักงานก็มีมารยาทและบริการดี ถึงจะแพงหน่อย แต่ให้ราลวัลตัวเองด้วยร้านหรูๆ ซักมื้อก็ดีเหมือนกันนะ

pierre 1.jpg

มาลองดูร้านอาหารต่างๆ กันบ้าง ในตึก Grand Front Osaka มีร้านอาหารและร้านนั่งดื่มน่าสนใจมากมาย และนี่คือร้านที่เราอยากแนะนำค่ะ

เพื่อนๆ รู้จัก “ฮิซึมาบูชิ” มั้ยคะ เป็นเมนูที่ประยุกต์ปลาไหล ให้ทานได้หลายแบบหลายรสชาติในมื้อเดียว ด้วยการเติมเครื่องปรุงรส ซึ่งร้าน Hitsumabushi Bincho นี้ เลือกเนื้อปลาไหล หนังนิ่มมีมันติดนิดหน่อย ย่างด้วยไฟอ่อน ให้ความอร่อยของปลาไหลออกมามากที่สุด ใครได้มาทานก็บอกว่าอร่อยมากทั้งนั้นเลยล่ะ

hitsumabushi 1hitsumabushi 2hitsumabushi 3

อย่างที่บอกว่า เมนูนี้ประยุกต์ทานได้หลายแบบ สำหรับคนที่ไม่เคยทานมาก่อน เค้าก็มีป้ายแนะนำวิธีการทาน เป็นภาษาจีน, อังกฤษ, เกาหลี โดยมีวิธีทานทั้งหมด 3 แบบ ก่อนอื่นทานแบบเปล่าๆ ไม่ต้องปรุงรสก็อร่อย ซึ่งวิธีการทานอีก 2 แบบก็คือ เอาปลาไหลจิ้มวิซาบิและเนงิ และอีกแบบคือ ผสมสาหร่าย, เนงิ, วาซาบิ และปลาไหลเข้าด้วยกัน เป็นข้าวคลุก แถมท้ายด้วยการเติมน้ำซุปลงไป อร่อยร้อนๆ ชุ่มคอดี ซึ่งไม่ว่าจะทานแบบไหนก็อร่อย อยากให้ลองทานกันนะคะ

hitsumabushi 4hitsumabushi 5hitsumabushi 6

ร้าน BBQ33 สำหรับร้านนี้เราแนะนำให้ไปตอนมื้อค่ำ เพราะร้านเปิดถึงตี 4 ของวันถัดไป จะนั่งคุยกับเพื่อนยาวๆ ก็ได้ ในร้านตกแต่งสวยมาก มีสระว่ายน้ำด้วย เราจะได้สัมผัสบรรยากาศการทานบาบีคิวริมสระ ใจกลางเมืองใหญ่ ถ้าไม่ได้ยินพนักงานพูดภาษาญี่ปุ่น อาจจะนึกว่านั่งอยู่แถวชายทะเลประเทศตะวันตกไปแล้ว

bbq33 1bbq33 2bbq33 3

เมนูมีทั้งบาบีคิว, อาหารตะวันตก เป็นร้านอาหารที่ใกล้เคียงกับความเป็นบาร์ มี Tapas ทั้งหมด 33 ชนิด เป็นที่มาของชื่อ BBQ33 และยังมี Appetizer มากถึง 33 ชนิดอีกด้วย เพลินทั้งทูอินวัน นั่งเพลินๆ ถ่ายรูปสวย แถมอาหารยังอร่อยอีกด้วยล่ะ

bbq33 4bbq33 5

THEODOR TEA STAND ร้านนี้อยู่ใน Grand Front Hotel Osaka ตึก South ชั้น 2 เป็นสาขาของร้านชาจากฝรั่งเศส THEODOR มีชาหลายชนิด ทั้งชาโฮจิ, เซนฉะ และยังมีเครื่องดื่มแบบลิมิเต็ด จำกัดเฉพาะฤดูกาลด้วย แถมยังใจกว้าง มีที่นั่งสำหรับชาร์จแบตได้ด้วยthe door 1the door 3

เมนูที่น่าลอง เมนูแรก คือ Strawberry Passion Mamonde เป็นชาแช่เย็น ใส่สตรอว์เบอร์รี่และแพชชั่น ให้รสหวานลงตัวกับชาได้พอดี อีกเมนูที่อยากให้ลองคือ Melange Du Jardin De Maman เป็น Flovored Herb Tea ที่มีรสหวานอมเปรี้ยวเป็นจุดเด่น เป็น Tea Frozen ที่ใส่ผลไม้เยอะจุใจ

the door 2the door 4

และที่พนักงานแนะนำ คือ Peche Mignon เป็นเครื่องดื่มชาเขียวที่มีกลิ่นเมล่อนและพีชผสมอยู่ด้วย กลิ่นผลไม้หอมๆ จะค่อยๆ ตามมาตอนหลัง ช่วยให้ผ่อนคลายใครที่ติดใจชาจากร้านนี้ก็สามารถซื้อกลับบ้านได้ แพ็กเก็จสวย จะซื้อกลับไปเป็นของฝากก็ดีนะคะ

the door 5.jpg

The Lab. Café ถ้าอยากนั่งคาเฟ่ต์แบบชิลๆ พักผ่อนได้ ต้องที่นี่เลย จะมาทานอาหารเช้าที่นี่ก็ได้ เพราะเปิดตั้งแต่ 8 โมงเช้า มีหลายแบบให้เลือก ในรูปคือเซ็ตขนมปังทาเนย แยมสตอรว์เบอร์รี่, สลัดผัก และกาแฟ ขนมปังทาเนยและแยมที่นี่เป็นแบบหวานน้อย เข้ากับกาแฟได้เป็นอย่างดี

the lab 1the lab 2

ส่วนอาหารเช้าอีกแบบคือ เซ็ตขนมปัง, เนย, ไข่, สลัดผัก และชา ขนมปังมันนิ่มมากเข้ากับเนยได้ดี และที่สำคัญคือ ราคาค่ะ เพียงเซ็ตละ 500 เยนเท่านั้น ทั้งราคาดีแถมยังอร่อยทำให้ร้านนี้มีคนแน่นตลอดเลยค่ะ

the lab 3the lab 4

นอกจากคาเฟ่ต์แล้ว ที่ชั้น 2 – 3 ของที่นี่ยังมีสถานที่จัดแสดงศิลปะThe lab.อีกด้วย พอได้เข้าไปข้างในแล้วรู้สึกเหมือนเข้าไปโลกแห่งอนาคตเลยล่ะ ที่นี่เปิดโอกาสให้ศิลปิน, นักเรียนนักศึกษา รวมถึงบริษัททั่วไป ได้มาแสดงผลงาน, ทำกิจกรรมที่น่าสนใจ เหมาะสำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลยล่ะ และไม่ใช่แค่ดูอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังสามรถทดลองทำด้วยตัวเองได้ด้วย

the lab 7the lab 8

ที่เราสนใจเป็นพิเศษ คือ หน้าจอที่สามารถทดลองเสื้อผ้าได้แบบ VR และงานศิลปะที่ผสมผสาน อนาล็อกและดิจิตอลเข้าด้วยกัน ในแบบญี่ปุ่น น่าจะเหมาะกับชาวต่างชาติที่สนใจเรื่องราวของญี่ปุ่นนะคะ และนอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้ได้ทดลองอีกมากมาย ถึงจะไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่น แต่ก็สามารถสนุกได้ทุกคน

the lab 5the lab 6

ASICS Store Osaka สำหรับคนที่ชื่นชอบรองเท้ากีฬา ต้องรู้จักแบรนด์นี้แน่นอน ซึ่งร้านสาขา Grand Front Osaka นื้ถือเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในแถบญี่ปุ่นตะวันตก มีรองเท้ากีฬาแบบแหวกแนวให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หัดวิ่ง หรือคนที่เป็นโปรแล้ว ก็สามารถหารองเท้าถูกใจที่นี่ได้ มีเครื่อง FOOT ID ที่จะวัดขนาดของเท้าเราแบบสามมิติ วัดได้ทั้งขนาดของเท้าแบบละเอียด Static Foor ID และวัดการเคลื่อนไหวของเท้าขณะวิ่งแบบ Dynamic Foot ID ได้ด้วย ซึ่งพอเราวัดขนาดเท้าทั้ง 2 แบบนี้เสร็จ ก็เอาไปประกอบการเลือกรองเท้าที่มีในร้านมากกว่า 150 แบบ รับรองว่าต้องเจอคู่ที่เข้ากับเท้าเราแน่นอน

asics 1asics 2asics 3asics 4

และยังมี Running Lab ซึ่งทีมงานจะแนะนำการเลือกรองเท้ากีฬาให้เราอย่างใกล้ชิด และตอนนี้ยังมีคอลเลคชั่นพิเศษ ลิมิเต็ดโอลิมปิกจำหน่ายด้วย ถ้าอยากหารองเท้าสวยๆ ดีต่อสุขภาพละก็ แนะนำให้ลองมาที่นี่เลย

asics 6asics 7asics 8
สำหรับคนที่เป็นสาวกของ G-SHOCK ถ้ามาญี่ปุ่นละก็อย่าพลาดสอยกลับไปซักเรือนสองเรือนนะ ซึ่งที่ร้าน G-SHOCK สาขา Grand Front Osaka นี่ มีรุ่นและแบบสวยๆ ให้เลือกเยอะมากเลยล่ะ นอกจากจะดูดีแล้วยังมีคุณสมบัติที่ใช้ง่ายได้อีกมากมาย และถ้าใครมีนาฬิกาที่เสียหรืออยากจะเปลี่ยนถ่าน ที่นี่ก็มีให้บริการซ่อมแซม ดูแลหลังการขายด้วยนะ

g shock 1g shock 2g shock 3g shock 4g shock 5g shock 6
Mercedes Me & Down Stair Café มีคาเฟ่ต์ของเบนซ์ที่นี่ด้วยนะ ซึ่งตัวร้านจะเป็นแบบเปิดโล่ง สามารถเข้าจากทางไหนก็ได้ โดยภายในแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนของร้าน Mercedes Benz และ Downstairs Coffee ส่วนของโชว์รูปนั้นมีรถสวยๆ โชว์ให้เราได้ดูอย่างใกล้ชิด

benz 1benz 2
ไอเท็มที่น่าสนใจ คือ ขวดแบบเก็บได้มั้งความร้อนและความเย็น และตรงปากจะกว้าง เพื่อให้ใส่น้ำแข็งได้ แถมยังเก็บอุณหภูมิได้ถึง 6 ชั่วโมง

benz 7.jpg

ตุ๊กตาหมีที่มีโลโก้อยู่ตรงหน้าอก ดูหรูหราน่ารักเหมาะจะใช้เป็นเครื่องเพิ่มความไฮโซให้กับกุญแจรถเรามากๆ เลยล่ะ

benz 5.jpg

นอกจากนี้ยังมีไอเท็มเกี่ยวกับกอล์ฟอีกด้วย ซึ่งที่นี่มีสินค้าเกี่ยวกับเบนซ์อีกมากมาย ที่ไม่ได้เกี่ยวกับรถยนต์เท่านั้น

benz 3benz 4benz 6benz 8

ในส่วนของคาเฟ่มีอาหารและเครื่องดื่มหลายชนิดให้บริการ ถึงจะดูหรู แต่ราคาไม่ได้แพงกว่าคาเฟ่ทั่วไปเลยนะ โดยที่ร้านนี้มีลูกค้ามาใช้บริการแต่เช้า เพราะมีเมนูอาหารเช้าด้วย ถ้ามีโอกาสก็ลองไปนั่งจิบชาดูบรรยากาศกันนะคะ

benz 9benz 10benz 11benz 12benz 13
ที่ตึก North ชั้น 4 มีโซนที่คนรักจักรยานและการตกปลาต้องถูกใจแน่ๆ เพราะที่นี่คือ Shimano Square ที่มีคาเฟ่ต์ และโซนจัดแสดงไอเท็มเกี่ยวกับจักรยานและการตกปลาเอาไว้ ทำให้เราได้ทึ่งกับเทคโนโลยีเจ๋งๆ ของญี่ปุ่นโดยบ.Shimano

shimano 1shimano 2shimano 3shimano 4shimano 5

และในโซนคาเฟ่ต์นอกจากจะม่อาหารและเครื่องดื่มแล้ว ยังมีนิตยสารและหนังสือของวงการจักรยานและวงการตกปลาเอาไว้ให้ดูเพลินๆ อีกด้วย

shimano 6shimano 7shimano 8

นอกจากจะมีร้านน่าช้อปน่ากินมากมายแล้ว ที่นี่ยังมีฟรีไวไฟทั่วทั้งห้าง จะไลน์หรือโทรหาเพื่อน รับส่งออเดอร์ก็สะดวกสบาย และสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แทบทุกร้านทำเรื่องคืนภาษีได้ด้วยค่ะ ประหยัดได้เยอะเลย

และถ้าเดินในห้างยังไม่จุใจ อยากจะไปเที่ยวตรงอื่นในย่านอูเมดะบ้าง ที่นี่เค้าก็มีป้ายรถเมล์ให้บริการอยู่ที่ตึก South และ North  ซึ่งค่าบริการต่อเที่ยวอยู่ที่ 100 เยน แนะนำให้ซื้อตั๋วแบบเหมา 200 เยน จะขึ้นลงที่ไหนกี่ครั้งก็ได้ใน 1 วัน โดยรถบัสนี้จะวนในย่ายอูเมดะ มีทั้งห้าง Hankyu 3rd street, Uniqlo สาขาที่ใหญ่ที่สุดในคันไซ, Loft, ห้าง Hanshin Umeda เรียกได้ว่าใช้เวลาทั้งวันละลายทรัพย์ ซื้อของก่อนกลับไทยได้ในย่านนี้ทั้งวันยาวๆ เลย

service 1service 2service 3service 4

นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของ Grand Front Osaka เท่านั้น ถ้าอยากรู้ว่ายังมีอะไรดีอีก ก็ต้องมาลองเที่ยวด้วยตัวเองดูนะคะ ก็หวังว่าทุกคนจะสนุกสนานกับการเที่ยวญี่ปุ่น แล้วอย่าลืม ถ้ามาเที่ยวโอซาก้า ก็ต้องแวะมา Grand Front Osaka นะคะ

illumination.jpg

วิ่งมาราธอนเลียบหาดที่ภูเก็ต เล่นโยคะกลางสวนกับ Roxy Run & Yoga 2018

ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นคนที่ฟิตแอนด์เฟิร์มอะไรมากมาย แต่ก็ชอบงานอีเว้นต์สนุกๆ เกี่ยวกับกีฬานะ ล่าสุดทางแบรนด์ Roxy เค้าก็เพิ่งจัดงาน Roxy Run & Yoga 2018 ที่ภูเก็ตไป แล้วเราก็มีโอกาสไปร่วมงานนี้ในฐานะบล็อกเกอร์ด้วย เย้!! ถือเป็นปีที่ 2 แล้วที่ได้ไปร่วมงานนี้ ซึ่งปีที่แล้วก็หกล้มกลางงานวิ่งขาเป๋กลับกทม. แต่ปีนี้เราจะไม่ซ้ำรอยเดิมแล้ว!! เอาล่ะ จะเป็นยังไง มาๆ เราจะเล่าให้อ่านกันนะ

งานนี้ ตอนแรกเค้ามีทาร์เก็ตเป็นผู้หญิงที่รักสุขภาพและการออกกำลังกายค่ะ เลยนำเอาการวิ่งมาราธอนแบบฟันรัน (ประมาณ 5 กม.) และเวิร์กช้อปโยคะมารวมกัน มีทั้งสาวๆ จากทางบ้านที่สมัครเข้ามาร่วมงาน, ผู้โชคดีจากกิจกรรมและสื่อมวลชน, บล็อกเกอร์แบบเรานี่แหละ ซึ่งในปีนี้ก็ได้ขยายทาร์เก็ตให้มีผู้ชายเข้าร่วมด้วย ดังนั้นจึงมีดาราเซเล็บหนุ่มหล่อล่ำมาร่วมงานเป็นสีสันหลายคนเลย

20180818_110913.jpg

ทริปนี้เราเดินทางจากกรุงเทพไปยังภูเก็ตด้วยเที่ยวบินของสายการบิน Bangkok Airways เมื่อไปถึงปุ๊บ เค้าก็พาชาวคณะไปช้อปปิ้งหาไอเท็มทะเลๆ ใส่กันที่ร้าน Roxy, Quiksilver ที่ศูนย์การค้าจังซีลอน มีของสวยๆ เพียบ ทั้งชุดว่ายน้ำ, กระเป๋า เสื้อผ้าแบบบีชและสตรีทที่ใส่ได้ตลอดปี เหมาะกับอากาศเมืองไทยบ้านเรา แน่นอนว่าเราก็ได้ของมากับเค้าด้วย อิอิ

IMG_20180818_124456_072.jpg

จากนั้นเข้าเช็กอินที่พัก Thavorn Palm Beach Resort เป็นรีสอร์ทขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงมานาน ปัจจุบันดูแลโดยทายาทผู้บริหารรุ่น 2 รีสอร์ทแห่งนี้ขึ้นชื่อว่า เต็มไปด้วยธรรมชาติ ทั้งต้นไม้ และสัตว์นานาชนิดที่เปิดโอกาสให้แขกที่มาพักได้พบปะอย่างใกล้ชิด เช่น นก, เต่า, กระต่าย เป็นต้น และยังมีพื้นที่มากพอให้พวกเราได้ทำกิจกรรมเล่นเกมตามฐานต่างๆ ในบริเวณสวนของโรงแรม ชิงรางวัลเป็นบัตรกำนัลสุดพิเสษมากมายอีกด้วย

20180820_101804.jpg

20180818_175450.jpg

DSC01727

IMG_20180818_172806_958.jpg

DSC01754

DSC01796

หลังจากสนุกกับกิจกรรมแล้ว เราก็ขึ้นไปพักผ่อน อาบน้ำแต่งตัวเพื่อลงมาร่วมงานดินเนอร์ ที่จัดบริเวณสระน้ำของโรงแรม มีการแสดงดนตรีสด และเวิร์กช็อปการทำผ้าบาติกให้ทดลองอีกด้วย ซึ่งในคืนแรกนี้ยังเป็นบรรยากาศชิลๆ สบายๆ อยู่ เพราะทุกคนต้องออมแรงไว้เพื่อตื่นมาวิ่งในเช้าวันถัดไป

IMG_20180825_201203_163.jpg

หลังจากที่พักผ่อนกันเต็มที่ทั้งคืน ก็ถึงเวลาที่จะได้สนุกกับงานมาราธอนและโยคะแล้ว เราเดินทางออกจากโรงแรมประมาณตี 5 เพื่อมาที่สวนสาธารณะแหลมพรหมเทพ ซึ่งเป็นจุดชมวิวชื่อดังของภูเก็ต

20180819_064112.jpg

DSC02061

บรรยากาศในตอนเช้าสดชื่น วิวที่ทองไปเห็นแหลมพรหมเทพนั้นช่างสวยงาม เปลี่ยนไปตามปริมาณแสงอาทิตย์ที่ค่อยๆ สาดส่องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนวอร์มอัพด้วยการเต้นตามครูอย่างพร้อมเพรียง และในที่สุดก็ถึงเวลาปล่อยตัว สตาร์ท!!!

DSC02106

ระยะทางเพียง 5 กิโลกว่านั้นๆ เหมือนจะไม่ไกล สำหรับคนที่ฝึกซ้อมบ่อยๆ แต่ในงานนี้ก็มีผู้เข้าร่วมที่ไม่ใช่นักวิ่งมือโปรอยู่ไม่ใช่น้อย (เราก็ด้วย) เมื่อต้องวิ่งไปตามทางขึ้นลงภูเขาเป็นเนินแล้ว มันก็ทำให้เหนื่อยไม่ใช่เล่นกันเลย มีหลายคนที่วิ่งไม่ไหว จนต้องถูกรถพยาบาลของเจ้าหน้าที่ที่คอยซัพพอร์ทเก็บไปพักผ่อน แต่คนที่ยังไหวก็ยังพยายามกันต่อไป

1538303645473.jpg

(ขอบคุณภาพจากเพจ วิ่งตามใจ)

20180819_073753-01.jpeg

20180819_073714.jpg

สิ่งที่ทำให้ใจชื้นได้ ก็คือลมเย็นๆ ที่พัดมาจากทะเล และวิวสองข้างทางที่สวยสบายตา จนทำให้อยากมองไปข้างหน้าเรื่อยๆ นี่แหละ ไฮท์ไลท์คือ การวิ่งเลียบชายหาดก่อนถึงเส้นชัย สวนสาธารณะหนองในหาน บรรยากาศริมทะเลยามเช้านั้นมันสวยมาก จนสาวๆ ที่มาเข้าร่วมต่างอดใจไม่ได้ที่จะหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึกกัน จนถืมไปเลยว่า อีกนิดเดียวก็เส้นชัยแล้ว ฮ่าๆๆๆ ผู้หญิงก็ยังงี้แหละเนอะ ออกกำลังกายทั้งที ต้องมีรูปด้วยสิ

20180819_075323-01.jpeg

DSC03628

DSC03651

และตรงบริเวณเส้นชัย หลังจากรับมอบเหรียญแล้ว ทุกคนก็ได้เพลิดเพลินกันการช้อปปิ้งสินค้าราคาพิเศษ และไอเท็มแฮนด์เมดมากมาย รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มด้วย ก่อนที่จะเริ่มต้นคลาสโยคะสุดพิเศษ โดย “ครูเอก” ครูสอนโยคะชื่อดังเจ้าของโรงเรียน Yoga and Me

20180819_080227.jpg

และถึงแม้ว่าเริ่มต้นคลาสไปได้ไม่นาน ฝนก็กระหน่ำเทลงมา จนทำให้ต้องหยุดพักคลาสไปพักใหญ่ แต่เมื่อฝนซาลง สาวๆ รักสุขภาพ ต่างก็ไม่ย่อท้อ กลับมาเริ่มต้นการฝีกโยคะกับครูเอกท่ามกลางบรรยากาศเย็นช่ำฉ่ำหลังฝนตก งานนี้ถึงจะเปียกปอนไปสักหน่อย แต่ก็ถือว่าคุ้มค่ากับประสบการณ์ที่ได้รับเลยค่ะ

DSC03773

ช่วงบ่ายหลังจากเสร็จงานวิ่ง ก็เป็นเวลาฟรีไทม์ ใครจะไปเรียนเซิร์ฟที่โรงเรียนบนหาดกะตะ ทีมงานเค้าก็พาไป ใครอยากจะนอนเล่นพักผ่อนอยู่ที่โรงแรมก็ได้ เราน่ะเหรอ… นอนสิคะ ถามได้ ฮ่า ไม่ใช่ขี้เกียจนะ แต่ได้มาพักที่โรงแรมดีๆ ทั้งที ก็อยากจะใช้เวลาพักผ่อนที่โรงแรมซะหน่อย ก็นั่งทำงานในห้องแล้วออกไปเดินเล่นดูสวนดูสระว่ายน้ำเพลินดีค่ะ

พอตอนค่ำก็ไปร่วมงานปาร์ตี้ส่งท้ายอีเว้นต์ที่ Phuket Surf House ร้านอาหารที่ให้เราดูคนเล่นเซิร์ฟไปได้พร้อมๆ กับฟังเพลงเพลินๆ ในงานมี โตโน่ และวง The Dust มาเล่นโชว์ให้ดูด้วย (มีแฟนคลับตามมากรี๊ดด้วยล่ะ) เมื่อถึงเวลาอันสมควรก็กลับที่พัก พักผ่อนให้สมกับที่ทำกิจกรรมสนุกๆ มาทั้งวัน

20180819_1926248775894704108272430.jpg

DSC04279

DSC04409

DSC04431

วันสุดท้ายแล้วของทริปนี้ วันนี้ค่อนข้างฟรีสไตล์ เพราะแยกไฟลท์กันกลับกัน ไม่มีตารางอะไรแล้ว เราก็ลงมาทานอาหารเช้าในโรงแรมเสร็จแล้วยังไม่อิ่มค่ะ เลยเดินมาตรงหน้าโรงแรม

ที่นี่มีร้านไอศกรีมและคาเฟ่ต์น่ารักมากอยู่ด้วย ชื่อร้าน The Sweet Talk ตกแต่งร้านแบบเรโทร สีสันหวานๆ ลูกกวาดและยังมีมุมถ่ายรูปในร้านอีกมากมาย คนที่ชอบถ่ายรูปแนวคาวาอี้น่ารักๆ ต้องชอบร้านนี้แน่ๆ ค่ะ

20180820_104223.jpg

20180820_110745.jpg

IMG_20180820_113105_397.jpg

เมื่อถึงเวลา เราก็เดินทางไปยังสนามบินภูเก็ต เดินทางกลับกรุงเทพด้วยเที่ยวบินของสายการบิน Bangkok Airways สะดวกสบาย แป้บเดียวก็ถึงกทม.แล้ววววว เป็นอันจบทริปวิ่งและโยคะ Roxy ของเราอย่างสมบูรณ์

IMG_20180819_063451_126.jpg

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทาง Roxy ที่ชวนเราไปสนุกด้วยกัน ทั้งๆ ที่ไม่ใช่สายเฮลธ์ตี้นะคะ คราวหน้าถ้าได้ไปร่วมอีก จะพยายามฟิตให้มากกว่านี้ ฮึบๆ ๆ ๆ (เราชอบบิกินี่ของ Roxy นะ มีหลายชุดเลย แต่ยังไม่มั่นใจหุ่นพอที่จะใส่ออกสื่อ ฮ่า) และขอบคุณสปอร์นเซอร์ทุกเจ้าที่ทำให้งานนี้สนุกถูกใจสาวๆ ด้วยนะคะ

ไว้จะมาอัพเดตเรื่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์เรื่อยๆ ติดตามอ่านได้ในบล็อกถัดไปเลย แล้วก็อย่าลืมติดตามโซเชี่ยลอื่นๆ ของเราไว้ด้วยนะจ๊ะ มีเรื่องมาเล่าทุกวัน เราจะได้รู้จักกันมากกว่านี้ยังไงล่ะ บายยยย

Photo by me, Roxy Thailand PR.

#MakeWavesMoveMountains
#ROXYThailand
#ROXYFitness
#Thavornpalmbeachresort
#BangkokAirways
#Anessa
#ZA
#Dhipaya
#TIPlady
#Singha
#Surfhousephuket

Kimochiii & Cawaii! it's my LIFEstyle by Reiko บ.ก.เรโกะ กับเรื่องสนุกๆสไตล์ญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่น รีวิวญี่ปุ่น อาหารญี่ปุ่น ภาษาญี่ปุ่น โดยเรโกะ อดีตบ.ก.นิตยสารญี่ปุ่น และพิธีกรรายการ Kimochiii in Japan, BNK48 Show