ใบขับขี่สากล ทำเร็วไวเว่อร์! เตรียมก่อนไปขับรถเที่ยวญี่ปุ่น 日本でドライブするために国際免許更新!

จะไปขับรถเที่ยวที่ต่างประเทศก็ต้องมี “ใบขับขี่สากล” ก่อนสิ!! จริงๆแล้วเราเคยทำใบขับขี่สากลไว้แล้วรอบนึง จากการที่ไปถ่ายรายการ Kimochiii แล้วเห็นแดนนี่ รับหน้าที่คนขับตลอด เราอยากลองขับมั่งเลยไปทำใบขับขี่เอาไว้ แต่พอทำแล้วกลับไม่มีโอกาสได้ขับเลย จนกระทั่งเวลาผ่านไป 1 ปี ใบขับขี่สากลใบแรกในชีวิตนั้น ก็หมดอายุลง แง๊

เรามีแพลนจะต้องเดินทางเร็วๆนี้ เลยไม่ยอมพลาดอีกต่อไป รีบไปทำ “ใบขับขี่สากล ใบใหม่” เตรียมไว้ก่อนดีกว่าาาา ซึ่งเอกสารที่ต้องมีสำหรับการไปทำใบขับขี่สากล คือ….

1.รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ

2.สำเนาบัตรประชาชน (พร้อมตัวจริง)

3.สำเนาใบขับขี่ (พร้อมตัวจริง)

4.สำเนาพาสปอร์ต (พร้อมตัวจริง)

5.เงินค่าธรรมเนียม 505 บาท (เตรียมไปให้พอดีนะ เพื่อความรวดเร็ว)

คนที่เคยเปลี่ยนชื่อนามสกุล, ถ้าแต่งงานหรือหย่าแล้ว มีทะเบียนสมรสหรือใบหย่า ก็เอาหลักฐานมาประกอบด้วยนะจ๊ะ (ตรงชั้นล่างของตึกมีร้านรับถ่ายเอกสาร)

พอตัดสินใจว่าจะไปปุ๊บ อ้าววว ยังไม่มีรูปถ่ายนี่นา วันนั้นต้องไปทำธุระในห้างพอดี เลยแว้บบบไปร้านถ่ายรูปด่วน ถ่ายแบบบ้านๆง่ายๆครึ่งชั่งโมงได้ ผลออกมาก็คือ… หัวลีบแปร้เลย แง๊ แต่เอาเถอะ มันก็ใช้ได้เหมือนกัน

20180220_151751.jpg

พอเสร็จธุระปุ๊บ ก็รีบซิ่งขึ้นทางด่วนมาที่ “กรมขนส่งทางบก” ตรงหมอชิต ที่นี่เราคุ้นเคยอยู่แล้ว เคยมาติดต่อหลายที ตรงมาที่อาคาร 4 เลยจ้ะ มีลานจอดรถกลางแจ้งอยู่ที่จอดเพียบ สังเกตุง่ายๆตึกสีขาว-ม่วง

20180220_153107.jpg

เรามาถึงตอน 15:05 โล่งอก เพราะที่นี่เค้าเปิดรับเรื่องถึง 15:30 เท่านั้น ตามเวลาราชการ เดินเข้ามาในตึกม่วงแล้วก็เลี้ยวซ้ายเข้าห้องกระจกแรกเลย จะมีคุณพี่ผู้หญิงบอกให้ตรวจเอกสารให้เรียบร้อยเพราะคิวไวมาก ยังไม่ต้องกดบัตร

20180220_152700.jpg

ตรวจไปตรวจมา อ้าววว รูปตกอยู่ในรถ!! ต้องวิ่งกลับไปเอาอีก กลับมาที่ห้องเดิมตอน 15:11 ลุ้นๆๆ จะทันมั้ยน้อออ

C360_2018-02-21-00-46-00-192.jpg

พอได้คิวปุ๊บก็ยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ เค้าก็เช็กๆ แล้วบอกว่ารูปเราเห็นหน้าเล็กเกินไป จริงๆควรใช้รูป 2×2 นิ้วแบบที่ใช้ทำวีซ่านะ แต่ก็ให้ผ่านมาเพราะมันก็ 2 นิ้วตามระเบียบ จากนั้นก็รอเรียกชื่อไปโต๊ะจ่ายเงิน เซ็นชื่อและรับ “ใบขับขี่สากล” ใบใหม่ของเรา เย้ๆๆ

C360_2018-02-21-00-42-43-125.jpg

คุณพนักงานที่ทำเรื่องคนสุดท้าย เป็นแฟนรายการ Kimochiii ด้วย ถามว่าเมื่อไหร่ตอนใหม่จะมา (คำถามยอดฮิต 555) ก็ขอบคุณที่ถามถึงและติดตาม และโปรโมทรายการ Kimochiii ss8 ไปเรียบร้อยแล้ว ฮี่ๆๆ

*Kimochiii in Japan ss8 ตอนแรกมาแล้วนะจ๊ะ ดูได้ที่นี่เลย Kimochiii ss8 EP1 Toyota Rock Festival

ดูนาฬิกา ทำเรื่องทุกอย่างเสร็จตอน 15:18 รวมแล้วใช้เวลาเพียง 7 นาทีเท่านั้น!! ไวเว่อร์ ประทับใจ สะดวกมากกก จนต้องมาเขียนบล็อกรีวิวนี่แหละ 5555555

C360_2018-02-21-00-44-08-912.jpg

*เพิ่มเติม*

-ใบขับขี่สากลของเรา เป็นประเภท ข. ขับรถขนาดไม่เกิน 8 ที่นั่งได้ และบรรทุกนเำหนักรวมไม่เกิน 3,500 กิโลจ้ะ

-ใบขับขี่สากล มีอายุ 1 ปี

-ใบขับขี่สากล ไม่สามารถใช้แทนใบขับขี่ปกติเพื่อขับรถในประเทศไทยได้ ใช้ได้เฉพาะที่ต่างประเทศเท่านั้น

สรุปว่า การทำใบขับขี่สากลนั้น มันง่ายและไวมากๆเลยค่ะ ขอแค่เอกสารครบและมีตังค์ก็ทำได้แล้ว คนที่วางแผนจะไปเที่ยวญี่ปุ่นก็ไปทำติดตัวกันไว้นะคะ เผื่อมีโอกาส มีวันว่างๆจะได้เช่ารถขับกินลมชิลๆ

*************************************************************************************

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ“บ.ก.เรโกะ” คือใคร? เรียนอะไร? ทำงานอะไรมา? เขียนเองเล่าเองซะเลยLet me introduce my self, Reiko.wsfacebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : youtube “Reiko_ws เรโกะ”

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*

รำวงบงโอโดริ งานใหญ่เชื่อมสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น バンコクラムウオン盆踊り大会2017

(日本語は下です)เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2017 ที่ผ่านมา มีใครได้ไป “งานรำวงบงโอโดริ2017” บ้างจ๊ะ? เป็นงานใหญ่จัดโดยสมาคมชาวญี่ปุ่นในประเทศไทย สำหรับเรามันสนุกมาก เป็นครั้งแรกที่ร่วมงานนี้ในฐานะพิธีกร เป็นงานที่ชอบมาก มากับเพื่อนตั้งแต่สมัยเรียน ไม่คิดเลยว่าจะมีโอกาสทำหน้าที่นี้

20171216_161917.jpg

เราได้รับโอกาสดีๆจากสมาคมชาวญี่ปุ่น ให้เป็นพิธีกรร่วมกับ “มิซากิซัง” ผู้ประกาศสาวชาวญี่ปุ่น ให้รับหน้าที่พิธีกรฝั่งไทย

IMG_20171216_162734_212.jpg

ปีนี้มีคนมาเข้าร่วมกว่าหมื่นคน ถึงจะไม่ได้ซื้อของกิน เดินถ่ายรูปเล่นเหมือนครั้งก่อนๆ แต่ก็ได้เป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำดีๆของคนที่มางาน มันก็สุดยอดมากแล้วววว

20171216_183623.jpg20171216_203643.jpgIMG_20171217_133008_590.jpg

ได้มองพลุจากบนเวที เห็นกลุ่มคนที่อยู่เต็มสนามกีฬา สำหรับคนที่มีประสบการณ์ทำงานเบื้องหลังมานานกว่าเบื้องหน้าแบบเรา มันเหมือนได้พัฒนาไปอีกขั้นแล้ว กับการได้มายืนเบื้องหน้าโดนแสงไฟสาดส่องแบบนี้

1513492001255.JPEG

ขอบคุณทุกคนที่จำได้ เข้ามาทักทายนะจ๊ะ ขอบคุณทุกโอกาสดีๆที่เข้ามา จะฝึกฝนตัวเอง และทำให้ดีที่สุด! 

(with Piam, Satchan, Namhom Members from idol group BNK48)

IMG_20171217_140004_061.jpgIMG_20171218_222634_304.jpg

สำหรับคนที่สนใจงานนี้ และอยากลองมาเข้าร่วมบ้าง เค้าจัดงานปีเว้นปีจ้ะ เท่ากับครั้งหน้าคือ ปี 2019 ลองดูการอัพเดตได้ที่เพจของสมาคมชาวญี่ปุ่นเลย สมาคมชาวญี่ปุ่นแห่งประเทศไทย タイ国日本人会

(with members of SWEAT16! idol group from Yoshimoto Thailand)

IMG_20171217_133258_848.jpg

ปล.ถ่ายคลิปสั้นๆเก็บมาด้วย เอามารวมแล้วจะมาแปะนะ

20171216_185154.jpg

2017年12月16日、ラムウオン盆踊り大会2017無事に終了。参加者1万人を越えたビッグイベントでした。

IMG_20171217_134605_124.jpg

学生時代から好きなお祭りなので、司会進行につとめられたこととても嬉しいです!

20171216_172440.jpg
すべてのチャンスに感謝しています。より活躍できる自分向けて頑張ります!

(With my Thai friends. They love Japanese Culture so much)

IMG_20171217_134116_802.jpgIMG_20171217_133655_333.jpg
Ps.動画ちょっと撮りました。編集したらアップします。

 

ลิ้งข่าวของสื่อญี่ปุ่นเกี่ยวกับงานนี้ イベント関連のニュースはこちら

http://www.sankei.com/world/news/171217/wor1712170015-n1.html

http://www.saga-s.co.jp/articles/-/160745

https://www.chugoku-np.co.jp/local/news/article.php?comment_id=396152&comment_sub_id=0&category_id=256

ลิ้งโพสของเราที่ลงในเพจ facebookに投稿したリンクはこちら

facebook Reiko.ws

แต่งตัวไปเที่ยวเมืองหนาวยังไง ให้อุ่นแต่ไม่อวบเป็นหมี

ช่วงนี้คงมีหลายคนแพลนไปเที่ยวต่างประเทศกัน โดยเฉพาะที่อากาศหนาวๆ ก็แหมม เมืองไทยมันไม่หนาวสะใจ ไปทั้งทีก็ต้องขอเจอหิมะกันหน่อยล่ะ ถ้าเป็นญี่ปุ่นก็ต้องฮอกไกโด โทโฮคุ และลานสกีต่างๆ แต่บางทีก็มีปัญหาตรงที่ ไม่รู้จะแต่งตัวยังไง ให้อุ่นด้วย และยังดูดี ไม่ดูเป็นหมี หรือตุ๊กตามิชลิน

DSCF1317

IMG_4825

เรามี 10 คำแนะนำแต่งชุดท้าลมหนาวมาแนะนำกันค่ะ เน้นๆที่ความหนาวอุณหภูมิเลขตัวเดียว ไปจนถึงติดลบ มาๆ ลองดูกัน เตรียมพร้อมก่อนไปลุยของจริงที่ญี่ปุ่น!

DSCF0318

(เสื้อดาวน์สีดำตัวนี้ เราซื้อจาก Shibuya109 เมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้ก็ยังใส่ได้ แถมยังแมตช์ได้หลายแบบเพราะถอดฮู้ดออกได้ด้วย )

1.อย่าเลือกใส่หนาๆแค่ตัวเดียวจบ ใช้วิธีใส่ซ้อนหลายๆชั้น

ถ้าเลือกใส่แบบหนาๆ มันก็ช่วยไม่ได้ที่จะดูอ้วนตัน ลองเลือกผ้าวูล แบบถัก หรือเสื้อที่เนื้อบางแต่ให้ความอบอุ่นเหมาะกับฤดูหนาว แล้วใส่พวกเสื้อเสริมความอุ่นอย่าง ฮีทเทคของ Uniqlo, GU ไว้ด้านใน

ซึ่งตอนนี้ร้านอื่นๆ เช่น Itoyokado, Shimamura ก็มีจำหน่ายเป็นทางเลือกในราคาไม่แพง แต่ถ้าจะซื้อจากไทย Uniqlo ก็น่าจะสะดวกสุด มีโปรโมชั่นบ่อยๆด้วย ลองดูนะคะ

IMG_7080

(ข้างใต้เสื้อคอเต่าสีขาว เราใส่ฮีทเทคสีเสื้อไว้ข้างใน สวมโค้ททับอีกตัวก็ออกไปลุยหิมะได้แล้วค่ะ)

2.เลือกถุงน่องแบบหนา หรือบุขน ก็สามารถใส่กระโปรงหรือกางเกงขาสั้นได้แม้หิมะตก

เราไม่จำเป็นต้องสู้ความหนาวด้วยกางเกงขายาวเสมอไป ถ้าอยากใส่กางเกงขาสั้นหรือกระโปรงสั้น ก็ใส่ด้านในเป็นถุงน่องแบบหนา หรือบุขน เดี๋ยวนี้ร้านออนไลน์ในเน็ตมีขายเยอะมาก พวกร้านที่ขายเสื้อผ้าฤดูหนาวน่ะ

ถ้าจะซื้อในร้านญี่ปุ่นเค้าก็จะมีตัวบอกความหนาของถุงน่องเป็น Denier ถ้าจะไปเมืองหนาวมีหิมะตก ก็เลือกแบบ 100 denier อัพไปเลยค่ะ แล้วใส่บู้ตยาวอีก เอาอยู่แน่นอน

IMG_6596

(นุ่งสั้น แล้วใส่ถุงน่องดำแบบหนาไว้ด้านใน นอกจากจะกันโป๊ได้แล้ว ยังทำให้อุ่นอีกด้วย)

3.กางเกงยีนส์หรือกางเกงขายาว เลือกแบบอุ่นพิเศษ หรือใส่ซ้อนข้างในอีกชั้น

กางเกงยีนส์แบบปกติ จริงๆแล้วก็เอาอยู่น่ะแหละ แต่ถ้าใครขี้หนาว จะดูกางเกงยีนส์แบบอุ่นพิเศษ ที่ Uniqlo ก็มีค่ะ เพิ่งซื้อมา ราคาประมาณพันบาทมั้ง

ถ้าจะใส่เป็นกางเกงผ้าเนื้ออื่นที่บางกว่ายีนส์ ก็ให้ใส่ถุงน่องไว้ข้างในเพิ่มความอุ่นด้วยนะคะ เวลาเลือกกางเกง เราจะเลือกสีเข้ม พวกเทา น้ำเงิน ดำ เพื่อให้ขาดูเล็ก

ถ้ายีนส์ ก็จะเลือกทรงสกินนี่ กระชับไปกับขา จะได้ดูผอมเพรียว แต่ถ้าเอี๊ยมก็จะเลือกแบบไม่หลวมไม่รัดมาก กำลังพอดีๆค่ะ

IMG_5556

(ในรูปเป็นกางเกงยีนส์ยืดขายาวแบบไม่ได้บุอุ่นด้านใน แต่ก็เอาอยู่เพราะท่อนบนใส่ให้อบอุ่น และใส่กับรองเท้าบู้ตยาว สำหรับลุยหิมะได้)

4.เสื้อโค้ตตัวนอก แนะนำให้ไปซื้อที่ต่างประเทศจะดีกว่า หรือซื้อแบรนด์นอกในไทยก็ได้

ถ้าไม่ได้ติดยี่ห้ออะไร ลองดู Uniqlo, GU เลยค่ะ เครื่องลงปุ๊บไปซื้อไว้ก่อนเลย แบบอุ่นๆ และราคาไม่แพงมีเยอะมาก หรือจะไปดูร้านราคาไม่แพงในย่านวัยรุ่นอย่าง Honey’s, ingni ก็ได้ แต่ถ้าซื้อในไทย พวกแบรนด์นอกอย่าง H&M, ZARA, XXI ก็ราคาไม่แพง และแบบสวยๆเยอะค่ะ

IMG_7135IMG_6439

(เสื้อสองตัวนี้เราเช่าร้านมาค่ะ เริ่มเบื่อเสื้อที่บ้านเลยลองหาแบบใหม่ๆใส่ 555 สองตัวนี้จากร้าน Vinter4rent มีใน facebook และ instagram ค่ะ)

5.อย่าลืมใส่หมวก ถุงมือ และผ้าพันคอ ช่วยเก็บความอบอุ่นให้ร่างกาย

ทำให้ตัวอุ่นแล้วก็อย่าลืมจุดที่อาจจะลืมไปอย่าง คอ มือ และศรีษะด้วยนะคะ ถ้าไม่อยากเสียตังค์เยอะ เพราะไม่ได้ไปบ่อยๆ ลองดูที่ร้าน 100 เยน, ร้าน 300 เยนก็ได้ค่ะ ของคุณภาพพอใช้ได้ หายก็ไม่เสียดายด้วย (อันนี้สำคัญ เพราะทำของพวกนี้หายบ่อย ฮ่าาาา) ซึ่งการที่มีหมวกไหมพรมหนาๆ และผ้าพันคอรอบใบหน้า มีผลทำให้หน้าดูเล็กลงด้วยนะ

IMG_7079

(หมวกและผ้าพันคอ ของสำคัญที่ขาดไม่ได้เวลาไปเมืองหนาว แถมยังเลือกแมตช์ให้เข้ากับแต่ละวันได้ง่ายด้วย)

6.ถุงร้อนแบบเขย่า หรือแบบแปะ ช่วยได้มากเวลาไปที่หนาวๆ

ถุงร้อน หรือที่เรียกว่า “ไคโร” นั้น มีหลายแบบเลยค่ะ ราคาก็ไม่แพง หลักร้อยเยนเท่านั้น แต่ช่วยแก้หนาวได้เยอะเลย มีทั้งแบบซุกมือในกระเป๋า แบบแปะเสื้อ แบบใส่ในรองเท้าก็มี ลองเลือกตามแบบที่ชอบเลย มีขายตามร้านขายยาทั่วไป และร้านร้อยเยน

1894683-e

7.รองเท้าลุยหิมะ เลือกแบบที่พื้นมีดอกยางและเป็นหนังน้ำไม่เข้า

พวกรองเท้าขนๆสวยๆ เช่น UGG มันอุ่นแถมยังน่ารักก็จริง  แต่มันไม่กันน้ำนะคะ ดังนั้นถ้าจะลุยหิมะ ลองดูรองเท้าหนังที่น้ำไม่เข้า และรองเท้ามีดอกยางจะดีกว่า จะได้เดินบนหิมะและน้ำแข็งได้สะดวก ไม่ลื่น

ถ้าลองดูตามแบรนด์แฟชั่นนอกในไทยแล้วยังไม่เจอที่ถูกใจ ก็ลองไปดูร้านที่ญี่ปุ่น ราคาไม่แพงก็มี เริ่มต้นที่สองสามพันเยนก็ซื้อได้แล้ว (ตอนเซลส์) ถ้าไปต่างจังหวัด ไม่ค่อยมีแหล่งช้อป แนะนำให้เข้า AEON Mall เลยค่ะ ของถูกและดีมีอยู่จริง ยิ่งถ้าเจอของลดราคา บางทีราคาแค่พันบาทต้นๆเท่านั้น แถมยังสวยและลุยหิมะได้ด้วย

IMG_7677

(รองเท้าบู้ตยาวสีดำคู่นี้ เราซื้อก่อนวันที่จะไปลุยหิมะ ที่ห้าง AEON Mall ซึ่งมีในต่างจังหวัดแทบทุกที่ ราคาถ้าจำไม่ผิด ไม่เกิน 5,000 เยน เพราะลดราคาอยู่พอดี ใส่สวย คุ้มมาก หลังๆนี่ถ้าจะไปแถบที่หิมะตก เอาไปคู่เดียวใส่ได้ทุกวันเลยค่ะ)

IMG_5027

แต่ถ้าเจอหิมะนิดหน่อย ไม่ทับถมหนานัก รองเท้าขนแกะและสนีกเกอร์ก็ยังพอเอาอยู่ ถึงพื้นจะไม่เกาะก็ตาม แต่สามารถป้องกันหิมะและน้ำเข้ารองเท้าเพิ่มเติมได้ด้วย สเปรย์กันน้ำ หาซื้อได้ตามร้านรองเท้าทั่วไป เราเคยซื้อที่ ABC Mart ราคาประมาณพันเยนค่ะ

8.ถ้าหนาวมาก ก็ใส่มาส์กปิดปากช่วยได้

ไม่ใช่แค่เวลาป่วยและไม่ได้แต่งหน้าเท่านั้น มาส์กปิดปากยังช่วยป้องกันหน้าเราจากความหนาวได้อีกด้วย ถ้าไปเจอที่ติดลบ อย่าลืมพกมาส์กนะคะ มันช่วยได้จริงๆ แน่นอนว่ามันช่วยปกปิดใบหน้า ทำให้หน้าดูเล็กลงได้ด้วย

IMG_8109

(เลือกมาส์กสีดำ ก็จะรู้สึกเท่กว่าใส่มาส์กสีขาวนิดนึง 555)

9.เลือกเสื้อผ้าโทนสีที่ไม่แปร๋นมาก จะได้แมตช์กันง่ายๆ

เวลาไปเมืองนอก โดยเฉพาะในหน้าหนาว เสื้อผ้ามันก็จะพองๆ ทำให้เกะกะกระเป๋า ถ้าเราพกเสื้อผ้าสีแปร๋นๆ ไปถ่ายรูปสองวัน มันก็ซ้ำแล้ว ดังนั้นแนะนำให้เลือกเสื้อผ้าโทนสีทึมๆเรียบๆ จะแมตช์เข้ากันง่ายกว่า

อาจจะให้ดำเทาน้ำตาลเป็นหลัก แล้วมีจุดเด่นเป็นผ้าพันคอสีๆ หรือกระเป๋าแบบมีลาย ก็ดี จะได้เปลี่ยนสีและลายได้สะดวกในแต่ละวัน แถมการใส่เสื้อผ้าสีเข้ม ยังช่วยพรางให้ดูผอมลงด้วย ในเมื่อเรายังเอนจอยกับการกิน และยังฟิตหุ่นไม่ได้ เราก็ต้องหาวิธีพรางหุ่นกันไปก่อนล่ะ 555

IMG_6551

(ชุดโดยรวมเป็นสีดำและเบจ เลยให้สีของกระเป๋า ม่วงหม่นๆเป็นจุดเด่น เวลาออกทริปเราชอบสะพายเป้ค่ะ สะดวกใส่ของได้เยอะดี เป้สีม่วงของ Roxy ค่ะ)

IMG_6418

(กางเกงสกินนี่สีดำเป็นอะไรที่ขาดไม่ได้ ใส่กับอะไรก็เข้าไปหมด อย่างน้อยต้องเอาไปตัวนึง)

10.ลงทุนกับอุปกรณ์กันหนาวดีๆ ไม่ต้องมีเยอะ แต่ใช้ได้นานและทน หรือเช่าใส่เอาเถอะ

บางคนอาจจะคิดว่านานๆไปที ไม่ต้องมีของแพงหรอก ซื้อถูกๆ เอาก็ได้ แต่ถ้าของมันถูกไป อาจจะไม่กันหนาวนะจ๊ะ กลายเป็น “เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย” ลงทุนซื้อของดี แต่ใช้ได้นานไปเลยดีกว่า อย่างที่บอก เดี๋ยวนี้ของดีราคาไม่แพงก็มีเยอะแล้ว ลองไปดู

ไม่ก็เช่าเสื้อกันหนาวเอาก็ได้ เดี๋ยวนี้มีร้านเช่าเสื้อกันหนาวและรองเท้าบู้ตให้บริการเยอะแยะ ถ้าไม่อยากใส่เสื้อโค้ทซ้ำกับทริปก่อน ก็เช่าเลยค่ะ รับรองได้รูปสวยไม่ซ้ำกันแน่ๆ

IMG_6053

เอาล่ะ นี่ก็เป็น “10 เทคนิกแต่งเสื้อผ้าท้าลมหนาว แบบอุ่นแต่ไม่อวบ” ของเราที่เอามาฝากกันนะคะ ช่วงนี้คนไปเที่ยวต่างประเทศกันเยอะ ก็ขอให้รักษาสุขภาพดีๆ แต่งตัวให้อบอุ่น สวยได้แต่เราต้องไม่เป็นหวัดด้วยนะจ๊ะ ขอให้สนุกกับทริปฤดูหนาวจ้าาา

เมื่อรู้วีธีการแต่งตัวในเมืองหนาวก็อย่าช้ารีบจองตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นตอนนี้ยังทันหนาว โดยสามารถจองกับ Traveloka ได้เลย แอปพลิเคชั่นที่จะช่วยให้การจองตั๋วเครื่องบินและที่พักในญี่ปุ่นของคุณง่ายขึ้น ที่สำคัญมาพร้อมกับการจ่ายเงินที่เบาลงด้วย เราได้ลองใช้แล้วจองง่าย จ่ายเงินก็สบาย ลองเข้าไปดูราคาตั๋วเครื่องบินญี่ปุ่นได้ที่นี่ https://www.traveloka.com/th-th/flight-to-japan และที่พักญี่ปุ่นก็มีให้เลือกมากมายตรงนี้เลยhttps://www.traveloka.com/th-th/hotel/japan

IMG_4822

*************************************************************************************

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ..เรโกะ” คือใครเรียนอะไรทำงานอะไรมาเขียนเองเล่าเองซะเลยLet me introduce my self, Reiko.wsfacebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : youtube “Reiko_ws เรโกะ

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*

 

 

บุกจ.โอคายาม่าเที่ยวร้าน Momotaro Jeans แพงหลักหมื่น แต่ขายดีสุดๆ!!

สำหรับคนที่เป็นขาประจำยีนส์ญี่ปุ่น คงต้องเคยได้ยินชื่อ ยีนส์ “โมโมทาโร่” กันแน่ๆ ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์ยีนส์ชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น มีต้นกำเนิดที่ จ.โอคายาม่า ซึ่งที่นี่มีชื่อเสียงในการผลิตผ้ายีนส์มายาวนาน เพราะมีดินเค็ม เหมาะสมแก่การปลูกฝ้ายที่มีคุณภาพดี รวมทั้งยังได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตยีนส์จากอเมริกาอีกด้วย ทำให้ยีนส์ของที่นี่ได้รับความนิยม และเป็นที่รู้จักทั่วไปทั้งในและต่างประเทศ มีแบรนด์ดังๆ ที่ถือกำเนิดจากเมืองนี้มากมาย

ซึ่งด้วยค่าครองชีพที่แตกต่างกับเมืองไทย และวิธีการผลิตอันพิถีพิถัน ทำให้ราคาของยีนส์ที่นี่ค่อนข้างสูง เริ่มต้นที่หลักหมื่นเยนขึ้นไป ราคา 2-3 หมื่นเยนเป็นเรื่องปกติ ยิ่งถ้าส่งออกมาขายต่างประเทศ ก็จะได้รับการอัพราคาเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว

ดังนั้น ถ้าได้ไปถึงถิ่นเจอยีนส์ราคา 3 หมื่นเยน (เกือบ 1 หมื่นบาทไทย) ก็ถือว่าคุ้มค่าน่าซื้อมากเลยล่ะ ซึ่ง “โมโมทาโร่” ก็เป็นหนึ่งในแบรนด์ยีนส์ญี่ปุ่นชั้นนำที่สาวกยีนส์จะนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ  ในวันนี้เราจะพาเข้าไปเที่ยวชมร้านโมโมทาโร่ สาขาแรกที่เมืองโคจิม่ากันค่ะ

โมโมทาโร่ยินดีต้อนรับครับบบบ

DSCF7721

ป้าย Kojima Jeans ดีไซน์แบบเรโทร

DSCF7680 บรรยากาศภายในร้านตกแต่งด้วยไม้และสีขาวสบายตา เอายีนส์แขวนโชว์โดดเด่น

DSCF7702 ดิสเพลย์ยีนส์ภายในร้านแบบดิบๆ เรียบง่าย

DSCF7681 เสื้อเชิ้ตเท่ๆ เข้ากับแฟชั่นยีนส์ก็มีนะ DSCF7703DSCF7711 จุดเด่นอยู่ที่ลวดลายสีขาวและฟ้าที่กระเป๋ากางเกง ซึ่งลายเส้นขีด Going to Battle นี้คือลายที่ฮิตที่สุด เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์DSCF7686 พิถีพิถันถึงด้านในกระเป๋ากันเลย DSCF7684 ใส่กับเสื้อกั๊กเป็นเซ็ตก็เท่ดี DSCF7709 เข็มขัดหนัง ที่สามารถสั่งไซส์ตามความต้องการได้ด้วย DSCF7704 กระเป๋าผ้ายีนส์ก็เป็นอีกอย่างที่ขายดี DSCF7695 เลือกเพ้นท์ลายกระเป๋ากางเกงเป็นแบบที่ชอบได้ ราคาเริ่มต้นที่ 2,000 เยน DSCF7715 หมวกยีนส์เท่ๆ ก็ใส่ได้ทั้งชายหญิงนะ DSCF7716 นอกจากยีนส์แล้วยังมีอย่างอื่นขายอีกด้วย ในรูปคือ ลูกอมในกล่องเหล็กที่ระลึก, น้ำยาซักยีนส์ และ กระเป๋าผ้าเดนิม DSCF7683 สำหรับในตอนนี้ ร้านยีนส์โคจิม่า มีสาขาในจ.โคจิม่า 2 สาขาคือร้านนี้ และที่สาขาหน้าสถานีโอคายาม่า และ อีก 2 สาขาที่โตเกียว ที่โคเอ็นจิ และ อาโอยาม่า แต่สามารถสั่งซื้อทางออนไลน์ช็อป http://www.momotarojeans.com/ ได้ด้วย Location Momotaro Jeans Kojima Ajino Honten 1-12-17 Kojima Ajino Kurashiki-shi Okayama-ken 711-0913 Open 10:00-19:00 เปิดทุกวันไม่มีวันหยุด (ยกเว้นช่วงหยุดปีใหม่)

การเดินทาง ง่ายๆ เพียงแค่นั่งชินคันเซนจากชินโอซาก้ามาลงที่สถานีโอคายาม่า (ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง)  แล้วต่อรถไฟ JR มาลงที่สถานีโคจิม่า (ใช้เวลาประมาณ 30 นาที) ลงรถแล้วต่อแท็กที่อีกประมาณ 6 นาทื หรือเดิน ประมาณ 16 นาทีก็จะถึงร้านค่ะ DSCF7714

หวังว่าจะถูกใจคนรักแฟชั่นญี่ปุ่น โดยเฉพาะยีนส์กันนะคะ อ่านแล้วเผื่อจะมีกำลังใจปั่นงานหาเงินไปซื้อยีนส์สวยๆ ที่ญี่ปุ่นใส่กัน

(จากคอลัมน์ Japan Circle ที่เราเขียนลงนิตยสาร Ray Thailand ฉบับ Jan 2017 / รูปและข้อมูล อัพเดต ณ เดือนก.ค.2016)

*************************************************************************************

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ..เรโกะ” คือใครเรียนอะไรทำงานอะไรมาเขียนเองเล่าเองซะเลยLet me introduce my self, Reiko.wsfacebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : youtube “Reiko_ws เรโกะ

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*

ชิมราเมงเส้นนุ่ม ซุปละมุนลิ้น ที่ Ajisai Ramen สาขาทองหล่อ ย่านคนญี่ปุ่น

 

ถ้านึกถึงอาหารญี่ปุ่นที่คนไทยชอบ “ราเมง” ต้องเป็นอันดับต้นๆ แน่นอน เราก็เป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบราเมงมว้ากกกก สมัยวัยรุ่นนี่กินบ่อยจนน้ำหนักโอเวอร์เลยล่ะ ตอนนี้ก็เพลาๆลง เพื่อสุขภาพและความงาม ดังนั้นอะไรที่ไม่อร่อยจริง เราไม่กินค่ะ!! และวันนี้เราก็มีร้านราเมงญี่ปุ่น ที่อยู่ในกรุงเทพนี่แหละ มาแนะนำให้ทุกคนได้ดูกัน มาๆๆ หิวไปพร้อมกันเลยค่าาาา

exif_temp_image-5

ร้านนี้มีชื่อว่า Ajisai Ramen สาขาทองหล่อ เอ๊ะๆ คนที่เคยอ่านบล็อกเราอาจจะคุ้นๆ ว่าเราเคยรีวิวร้าน Ajisai ไปแล้วนี่นา แม่นแล้ววว เราเคยรีวิวร้าน Ajisai สาขาเซ็นทรัล รามอินทราค่ะ เพราะอยู่ใกล้กับบ้านและที่ทำงานของเรา ซึ่งที่สาขานั้นจะเน้นรสชาติแบบถูกปากคนไทย แต่ที่สาขาทองหล่อนี้ ด้วยความที่อยู่ย่านชาวญี่ปุ่น จึงเจาะตลาดคนญี่ปุ่นแท้ๆ รสชาติเลยจะต่างกันนิดนึง แต่อร่อยเหมือนกัน

*อ่านรีวิวของสาขารามอินทราได้ที่นี่เลย Ajisai Ramen Ramintra 

img_3257

ซึ่งราเมงของร้านนี้ จะรสชาติเข้มข้น ตามแบบฉบับชาวญี่ปุ่นแท้ๆ เพราะเจ้าของเป็นคนญี่ปุ่น ที่อยู่เมืองไทย แล้วหาราเมงที่ถูกใจทานยากเลยรวมกลุ่มกันเปิดร้านซะเลย (เจ๋งมาก)

img_3256

ตัวหมูชาชูของทางร้าน จะเป็นแผ่นค่อนข้างหนา มีความหอมมัน นุ่มมากกก เรียกได้ว่าแค่ใช้เหงือกขบเบาๆก็ละลายแล้วค่ะ

img_3261

มีให้เลือกทุกซุป ทั้งทงคตซึ (กระดูกหมู), โชยุ, มิโสะ, ชิโอะ (ซุปเกลือ) และยังมีแบบ “ไลท์” น้ำซุปรสอ่อนๆ สำหรับคนที่ไม่ชอบความเค็มอีกด้วย ราเมงแบบแห้งจุ่มซุป (ซึเคะเมง) ก็มีนะ เหมาะสำหรับคนชอบความเข้มข้นรสนัวววว

img_3282

คนอยากให้ซุปเจือจางลงไปอีกตามความชอบ ก็สามารถขอ “น้ำซุปโกลเด้น” เพื่อมาเติมให้เจือจางลงได้ อันนี้เรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นของอาจิไซเลยล่ะ เพราะแค่ซุปสำหรับเติมก็อร่อยกลมกล่อมแล้ว

img_3283

เส้นจะมีขนาด ความหนา และเหนียวนุ่ม แตกต่างกันไปตามประเภทของราเมง ที่แน่ๆ มันอร่อยมาก ดูหน้าเค้าสิ 555

ไม่ใช่แค่ราเมงนะคะ เมนูอื่นๆ เค้าก็จัดเต็ม สำหรับคนที่มาดื่มเป็นแก้งค์หลังเลิกงาน นั่งทานกันได้ยาวๆเลยล่ะ เพราะร้านมี 3 ชั้น มีโซนแยกเป็นสัดส่วนด้วย

ขอบอกว่าปลาแซลม่อนที่นี่ คือหนึ่งในของเด็ดที่ ทางร้านภูมิใจนำเสนอเลยล่ะ

เมนูเครื่องเคียงอื่นๆ พวกกะทะร้อน เทปปัน หมูผัด ก็อร่อยถึงเครื่อง ทานกับข้าวก็ลงตัวกำลังดี

อ้ามมมมมมมม เมนูข้าวเค้าก็มีนะ จัดเต็มเพิ่มพลังกันได้เลย

และอีกอย่างที่เราชอบมากที่นี่ คือ “หม้อไฟ” ค่ะ เคยไปทานที่สาขารามอินทรามาแล้ว ที่นี่ก็มีเหมือนกัน ได้ทานของต้มร้อนๆเน้นผักเยอะๆ แล้วมันรู้สึกเฮลธ์ตี้ขึ้นมาทันทีเลย 555

สำหรับคนที่กังวลเรื่องราคา ลองดูนี่เลย มันไม่ได้แพงอย่างที่คิดนะ เมื่อเทียบกับร้านอาหารญี่ปุ่นในห้างทั่วไป ถ้าเป็นราเมงไซส์เล็ก สำหรับสาวๆ ราคาก็ 159 บาทเท่านั้น ส่วนหม้อไฟ หม้อมันใหญ่แบ่งกันทานซัก 3-4 คนก็ยังได้ ถ้ามากันหลายคน สั่งหลายอย่าง หารกันก็ไม่น่าเกิน 500 ค่ะ (ถ้าไม่มีแอลนะ 55555)

*พิกัด*

ร้านเป็นตึกแถวอยู่ระหว่างซอยทองหล่อ 5 และ 7 เดินทางง่ายๆ ด้วยรถไฟฟ้าลงที่สถานีทองหล่อ (ซอยสุขุมวิท 55) แล้วนั่งพี่วิน หรือรถเมล์เล็กเข้ามา ถ้าขับรถมาก็จอดที่ Tops ทองหล่อ แล้วเดินข้ามมาฝั่งตรงข้ามตรงซอย 5 ถึง 7ได้เลย

เปิด 11:30 – 02:30 (ทุกวัน ไม่มีวันหยุดกำหนดแน่นอน)

โทร 02 004 0470 facebook Ajisai Ramen Thonglor

20171220_194149.jpg

ในฐานะที่เป็นคนเดินทางไปญี่ปุ่นบ่อย และชอบทานราเมง ร้านนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในร้านในกรุงเทพที่เราชอบเลยล่ะ ก็อยากให้มาลองทานกันนะคะ นอกจากที่ทองหล่อนี้แล้ว ยังมีที่อโศก, รามอินทรา และรามคำแหง24 อีกด้วย ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น ไม่แน่นะ เราอาจจะได้นั่งซดราเมงอยู่โต๊ะข้างๆกันก็ได้ 555

exif_temp_image-6

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ..เรโกะ” คือใครเรียนอะไรทำงานอะไรมาเขียนเองเล่าเองซะเลยLet me introduce my self, Reiko.ws

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : youtube “Reiko_ws เรโกะ”

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*

ทำเนียน ไปเรียนแต่งหน้ากับบิวตี้บล็อกเกอร์ญี่ปุ่นที่โตเกียว @cosme workshop

คิดว่าสาวๆที่ชอบญี่ปุ่น น่าจะรู้จักเว็บไซต์ @cosme กันดี เพราะเป็นเว็ปไซต์จัดอันดับเครื่องสำอางขายดี ที่ดังเป็นลำดับต้นๆของญี่ปุ่น ได้รับความเชื่อถือจากสื่อ, บิวตี้บล็อกเกอร์ และแบรนด์ต่างๆ บางทีเวลาไปซื้อไอเท็มบิวตี้ก็จะมีสติ๊กเกอร์โลโก้ @cosme แปะยืนยัน ว่าอันนี้ดีจริงนะ เพิ่มความมั่นใจก่อนซื้อไปใช้

ช่วงเดือนต.ค.ที่ผ่านมา เราไปถ่ายรายการ Kimochiii ที่ญี่ปุ่นนาน นานพอที่จะหากิจกรรมอื่นๆทำในยามว่าง ไหนๆก็มีคนรู้จักชวนไปร่วมงานเวิร์กช็อปบิวตี้ของ @cosme ที่จะจัดขึ้นเดือนละครั้ง เราจึงไม่พลาดที่จะตอบตกลงทันที!!

งาน Minna no Make みんなのメイク นี้เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นทุกเดือน เพื่อให้สมาชิกของ Minna no Make ในเครือเว็บ @cosme ได้มาทำความรู้จัก แลกเปลี่ยนความรู้ เรียนเทคนิกการแต่งหน้า และที่สำคัญมีเครื่องสำอางจากแบรนด์สปอนเซอร์แจกอีกด้วย!!

สถานที่จัดงาน คือห้องประชุมของออฟฟิศย่านอาคาซากะ สาวๆที่มาเข้าร่วม ประมาณ 30 คนมีทั้งคนทางบ้านทั่วไป ส่วนใหญ่เป็นสาวออฟฟิศ, บิวตี้บล็อกเกอร์, ยูทูปเบอร์ มีชาวต่างชาติสองสามคน ที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น และทุกคนสื่อสารภาษาญี่ปุ่นได้ดี

เนื่องจากจัดในช่วงปลายเดือนต.ค. จึงมีธีมเป็น “ฮาโลวีน” ให้สาวๆที่มาแต่งหน้าแต่งตัวในธีมวันฮาโลวีน จะผีจริงจังก็ได้ แต่งคอสน่ารักๆก็ดี หรือจะแต่งเอาฮาก็ตามสะดวก โดยมีของรางวัลเล็กๆน้อยๆให้กับคนที่รับคะแนนโหวตสูงสุด

เราเตรียมชุดไทยมาค่ะ กะจะใส่ไปงานฮาโลวีนที่ชิบูย่าอยู่แล้ว เลยเอามาประเดิมที่งานนี้ซะเลย ฮี่ๆๆ ไม่ซ้ำใคร แถมยังทำให้ได้เพื่อนใหม่เข้ามาคุยด้วยเพียบเลย

วันที่เราไปเข้าร่วมมีแบรนด์มาให้ความรู้ และแจกสินค้า 2 เจ้า คือ Geurlain และ Hana Organic มีการสาธิตวิธีใช้ผลิตภัณฑ์โดยผู้เชี่ยวชาญ

 อันนี้ได้ของแถมจากแบรนด์ canmake ชอบทุกชิ้นเลย ดีงาม

ที่เก๋ คือมีมุมให้สาวๆได้ถ่ายรูปสินค้า พร้อมพร็อพที่จัดวางเพิ่มเองได้ตามใจชอบ เพื่อให้อัพลง instagram ได้ด้วย ที่ญี่ปุ่น ถึงจะยังไม่ฮิตเท่าเมืองไทย แต่ช่วงปีนี้ในหมู่สาวๆ ก็นิยมการอัพรูปชีวิตดี๊ดีลง IG เช่นกัน จนมีคำศัพท์ที่ว่า インスタ映え insuta bae แปลประมาณว่า “รูปที่ดูดี (ถ่ายขึ้น) ในอินสตาแกรม” นั่นเอง

ได้เรียนรู้เรื่องบิวตี้ ลองเล่นไอเท็มใหม่ๆ ทำความรู้จักกับเพื่อนๆในคลาส ถึงจะเป็นเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่มันก็ทำให้เราเพลิดเพลิน คุยกับเพื่อนใหม่แบบไม่ต้องมีเรื่องงาน ไม่มีตำแหน่งหน้าที่มาเกี่ยวข้อง เหมือนได้กลับไปเป็นนักเรียนอีกครั้งเลย

คนที่สนใจอยากร่วมเวิร์กช้อปแบบนี้บ้างก็ลองติดตามกันได้ที่ https://mutv.jp/ แต่ว่าทั้งหมดเป็นภาษาญี่ปุ่นนะคะ เหมาะสำหรับคนที่มีพื้นฐานภาษาสื่อสารได้แล้ว แต่สำหรับคนที่สนใจเครื่องสำอางญี่ปุ่น อยากหาข้อมูลช้อปปิ้งก็เข้าไปดูกันได้ที่ http://s.cosme.net เลยจ้ะ

ข่าวดี!! เร็วๆนี้ แฟนเพจของ @cosme เวอร์ชั่นภาษาไทยได้เปิดตัวแล้ว ตามไปส่องไอเท็มญี่ปุ่นน่าใช้ อ่านเข้าใจง่ายด้วยภาษาไทย ได้ที่นี่เลย https://www.facebook.com/atcosmeTH/

ปล.รอชมคลิป VLOG ได้เร็วๆนี้ ขอตัดต่อก่อนนะจ๊ะ

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ..เรโกะ” คือใครเรียนอะไรทำงานอะไรมาเขียนเองเล่าเองซะเลยLet me introduce my self, Reiko.ws

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : youtube “Reiko_ws เรโกะ”

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*

8 สเต็ปเตรียมตัวจัดกระเป๋าก่อนไปญี่ปุ่นของเรโกะ

เข้าช่วงปลายปีแล้ว หลายคนคงกำลังวางแผนการท่องเที่ยวต่างประเทศ ใช้วันลาโควต้าของปีนี้ที่ยังเหลืออยู่ อิอิ โดยเฉพาะการเดินทางไปสัมผัสอากาศหนาวๆแบบที่เมืองไทยไม่มี รวมทั้งใบไม้เปลี่ยนสี หรือนอนกลิ้งบนหิมะนุ่มๆ ซึ่งญี่ปุ่นก็อยู่ในตัวเลือกต้นๆ เพราะเดินทางไม่นาน สะดวก ไม่ต้องขอวีซ่า

ในฐานะที่เดินทางค่อนข้างบ่อย (โดยเฉพาะญี่ปุ่น ปีที่แล้ว มาทำงานมากกว่า 10 ทริป) เลยอยากเอาสเต็ปการเตรียมตัวก่อนออกเดินทางของเรามาแชร์ให้ทุกคนอ่านกันค่ะ

1.เช็กพาสปอต

จะเดินทางได้ก็ต้องมีพาสปอต หาให้เจอว่าเก็บอยู่ที่ไหน ยังมีอายุเหลืออีกกี่เดือน ถ้าอายุเหลือน้อยกว่า 6 เดือนจะไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศไทยได้

ในเคสที่จะเดินทางไปประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า เราสามารถไปทำพาสปอตเล่มใหม่ แบบเร่งด่วนได้ที่กรมการกงศุล แจ้งวัฒนะ โดยยื่นเรื่องก่อน 11:30 จ่ายค่าธรรมเนียมแบบเร่งด่วน 3,000 บาท จะได้รับเล่มใหม่ในวันนั้นช่วงบ่าย เวลา 14:30-15:30 เลย
แต่ถ้าทำเล่มใหม่แล้ว ตอนออกจากบ้านก็เช็กดีๆ อย่าเผลอหยิบเล่มเก่ามานะคะ

2.เช็กข้อมูลตั๋ว

เช็กรายละเอียดไฟลต์ให้ดีๆ โดยเฉพาะไฟลต์ที่บินหลังเที่ยงคืนนี่มักจะเข้าใจผิดกันได้ง่ายๆ อ่านให้ชัดเจน ถ้าเครื่องออก 01:00 เราต้องไปถึงสนามบินคืนของวันก่อนหน้า ซัก 22:00 นะคะ

รวมถึงปริ้นท์รายละเอียดการเดินทางไปด้วย ในกรณีที่เราเดินทางไปประเทศที่ตม.เข้มงวด เค้าจะถามตารางการเดินทาง ที่พักของเรา ยิ่งถ้าพูดภาษาของเค้า หรือภาษาอังกฤษไม่คล่อง เตรียมใบปริ้นท์ไปชัวร์สุดค่ะ

3.แลกเงิน อัพเดตค่าเงินเรื่อยๆ

ช่วงนี้เงินเยนราคาถูกลง สามารถแลกได้ในเรตต่ำกว่า 30 บาท ต่อ 100 เยน ถือว่าราคาดีมาก ถ้าใครที่มีแพลนจะเดินทางอยู่แล้ว ทยอยแลกเก็บไว้ก็ดีนะคะ เพราะช่วงที่คนเดินทางเยอะ เงินอาจขาดตลาดได้

4.ทำผม ทำเล็บก่อนวันเดินทาง

เวลาไปออกทริปที่ต้องถ่ายรูปออกสื่อหรือถ่ายรายการ เราจะไปทำผมที่ร้านในวันที่จะเดินทาง เพราะส่วนใหญ่จะเดินทางในตอนกลางคืน เมื่อถึงปุ๊บ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาแต่งผม พร้อมทำงาน ถ่ายรูปสวยๆ ได้เลย

สำหรับสาวๆที่ชอบการถ่ายรูปถือของกับวิว การทำเล็บสวยๆไปมันช่วยเพิ่มความมั่นใจได้มากเลยนะคะ เรามักจะเข้าเนลซาลอน ทำเล็บเจลก่อนเดินทางวันนึง เพราะเล็บเจลสามาถอยู่ได้นานกว่าสีปกติ สวยได้ตลอดทั้งทริป ไม่ต้องกลัวลอกเลยล่ะ

5.เช็คสภาพอากาศ เพื่อเตรียมชุดให้เข้ากัน

ที่ญี่ปุ่นสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย โดยเฉพาะช่วงรอยต่อฤดูกาล บางวันอากาศอบอุ่น แต่ถัดมาอีกวันอาจจะหนาว อุณหภูมิลดลง ต่างกันเป็นสิบองศาก็ได้

ดังนั้นนอกจากการดูอุณหภูมิคร่าวๆโดยประมาณของฤดูกาลนั้นๆ ควรเช็กให้แน่นอนทางอินเตอร์เน็ตก่อนเดินทางด้วย และเมื่อมาแล้วก็ควรเช็กพยากรณ์อากาศบ่อยๆ ซึ่งพยากรณ์ของญี่ปุ่นเค้าแม่นยำ เชื่อถือได้แน่นอนค่ะ

สำหรับคนที่เดินทางมาแล้วเจออากาศหนาวกะทันหัน ไม่ได้เตรียมเสื้อกันหนาวมา แนะนำร้าน Uniqlo และ GU ร้านขายเสื้อผ้าคุณภาพดี ราคาถูก (พันกว่าบาทก็ซื้อเสื้อโค้ตได้แล้ว) ถ้านานๆเดินทางที ไม่ต้องซื้อของแพงมากก็ได้ค่ะ สำหรับเรานะ คิดว่าซื้อของราคาไม่แพง คุณภาพกลางๆ ก็พอแล้ว เพราะเทรนด์มันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ซื้อแบบใหม่ใส่หลายตัวดีกว่า หรือจะเช่าเสื้อโค้ตตามร้านก็ดี ไม่ต้องเก็บรักษา ไม่ต้องซื้อแพง สะดวกดี

6.เตรียมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าให้พร้อม

ไม่ว่าจะเป็นที่ชาร์จแบต พาวเวอร์แบงค์ ปลั๊กต่อ และหัวแปลงไฟ ไฟที่ญี่ปุ่นกำลังไฟน้อยกว่าไทย 110 v ของไทย 240 v ส่วนใหญ่พวกที่ชาร์จมือถือ กล้องจะใช้ไฟได้ทั้งแบบอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นอุปกรณ์อื่นๆ เช่น ที่ม้วนผมบางรุ่น อาจจะใช้ด้วยกันไม่ได้ เราแก้ปัญหาโดยการ ซื้อที่ม้วนผมของญี่ปุ่นมาใช้เวลาเดินทางโดยเฉพาะ แต่ถ้าจะซื้อใหม่ก็ลองดูรุ่นที่ใช้ไฟได้ทั้งสองแบบนะคะ

7.หาหมอสิวดูแลผิว

เราเป็นคนผิวแพ้ง่ายค่ะ และมีปัญหาสิวอุดตันด้วย ก่อนเดินทางสัก 2-3 วันจะมาหาหมอที่คลีนิกผิวหน้าก่อน จัดการสิวอุดตันให้เรียบร้อย และบางทีแปลกที่ เจอน้ำและอากาศที่ไม่คุ้นเคยก็อาจทำให้แพ้ มีสิวผุดขึ้นมา ก็เตรียมยาแต้มยาทาไป

นอกจากนี้เรายังติดน้ำเกลือไว้ชุบสำลีเช็ดหน้า ช่วยป้องกันปัญหาแพ้น้ำ และที่ลืมไม่ได้คือการซื้อยาประจำตัวติดไปด้วย เช่น ยาแก้ปวด แก้แพ้ แก้อักเสบ ลดน้ำมูก ยาพ่นแก้เจ็บคอในกรณีที่ใช้เสียงมาก  ด้วยความที่ชอบเตรียมของไปพร้อมทำให้สัมภาระเยอะ เลยถูกแซวอยู่บ่อยๆว่าเป็นบ้าหอบฟาง (แต่เวลาใครขาดเหลืออะไร ก็ชอบมาขอที่เรานี่แหละ หุหุ)

8.ทำประกันการเดินทาง ทั้งสุขภาพและทรัพย์สินส่วนตัว

และที่ขาดไม่ได้เลย คือการทำประกันการเดินทางค่ะ เพราะในการเดินทางแต่ละครั้ง มีความเสี่ยง ทั้งจากอุบัติเหตุ การสูญหายของทรัพย์สิน การเดินทางล่าช้า และอื่นๆ ที่เราคาดเดาไม่ได้ ดังนั้นก่อนการเดินทางควรทำประกันไว้ก่อนนะคะ 

adver (1).jpg

ซึ่งตอนนี้ มีประกันดีๆจาก LH Bank ที่นอกจากจะดูแลคุ้มครองการเสียชีวิต การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ, มีศูนย์ช่วยเหลือ 24 ชม.โดยเจ้าหน้าที่คนไทย, ชดเชยค่าอาหารและที่พัก กรณีเดินทางล่าช้า การพลาดเที่ยวบิน รวมกรณีเปลี่ยนเส้นทางการบิน,  ชดเชยกรณีระบบสายการบินผิดพลาด (overbooking) แล้ว 

และที่เราคิดว่าเจ๋งสุดๆ คือ “การคุ้มครองทรัพย์สินภายในบ้าน ขณะท่องเที่ยวในต่างประเทศ” ไม่ว่าจะ โจรขึ้นบ้าน หรือใดๆ ก็ตาม เรายังได้รับความคุ้มครองทรัพย์สินภายในบ้านสูงสุด 100,000 บาท อีกด้วย ลองดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  https://goo.gl/MvRH2G

จากประสบการณ์ที่มาเล่าให้อ่านกันในครั้งนี้ หวังว่าพอจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังจะเดินทางนะคะ เตรียมตัวให้พร้อมแล้ว ก็เตรียมใจไปพบกับความสนุกและประสบการณ์ใหม่ๆในต่างแดนกันเถอะ! ขอให้สนุกกับทริปต่อไปของคุณค่า!

C360_2017-09-11-10-38-52-201.jpg

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ..เรโกะ” คือใครเรียนอะไรทำงานอะไรมาเขียนเองเล่าเองซะเลยLet me introduce my self, Reiko.ws

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : youtube “Reiko_ws เรโกะ”

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพในบล็อกนี้ เราถ่ายเองด้วยกล้องและมือถือค่ะ

อยู่ไทยก็ลองทำงานฝีมือญี่ปุ่นจาก TOYAMA ได้ ที่ Isetan นี่เอง!!

เข้าช่วงปลายปีแล้ว หลายคนคงกำลังวางแผนไปเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งญี่ปุ่นก็น่าจะเป็นลำดับต้นๆที่คนไทยนึกถึงสำหรับการไปเที่ยว แต่ถ้่าใครยังไม่มีโอกาสเดินทาง ก็ไม่ต้องเสียใจนะจ๊ะ เพราะตอนนี้ ที่ห้าง Isetan (ตรงเซ็นทรัลเวิลด์) เค้ากำลังจัด “งานนิทรรศการผลิตภัณฑ์พื้นเมืองของจังหวัดโทยาม่า” 富山県伝統工芸品展 มีกิจกรรมให้ลองทำ  ชิม ช้อปมากมายเลย เราได้ลองไปเที่ยวมาแล้ว เลยจะมารีวิวให้อ่านกันล่ะ!

img_2349งานจัดอยู่ที่ชั้น 4 ในห้างอิเซตันค่ะ เข้าไปแล้วก็เจอเลย เป็นลานกิจกรรม ที่มีเสื่อทาทามิอยู่ตรงกลาง และมีสินค้าหัตกรรมจากจ.โทยาม่าตั้งโชว์อยู่

img_2351สำหรับคนที่ยังไม่รู้จักจ.โทยาม่า จังหวัดนี้ตั้งอยู่กลางประเทศญี่ปุ่นเลยค่ะ เดินทางได้ทั้งจากกสนามบินนาโงย่า หรือจากโตเกียวก็ได้ แต่ถ้าโตเกียวตอนนี้มีชินคันเซนด้วย เดินทางจากโตเกียวใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงกว่าๆเท่านั้นก็ถึงแล้ว (อยู่ข้างๆจ.นากาโนะ)

มาถึงปุ๊บ เราก็ลองเข้าร่วมเวิร์กช้อปเพ้นท์ของแฮนด์เมด “Lacquerware Workshop” ก่อนเลย เลือกได้ว่าจะทำอะไร ระหว่างถ้วย Guninomi 2,000 บาท, จี้สายหนังสำรับห้อยคอ 700 บาท, ช้อน 400 บาท

20170924_115017.jpgimg_2364

เราเลือกทำสร้อยคอ จะได้ใส่กลับบ้านเลย อิอิ ซึ่งตัวจี้ทำจากไม้ เค้าจะให้เราเลือกลายที่ชอบจากแพทเทิร์น แล้วร่างแบบลงไป อาจารย์บอกว่ายิ่งเลือกลายใหญ่ๆ จะยิ่งเขียนง่าย

20170924_112535.jpg

img_2361

20170924_114704.jpg

จากนั้นอาจารย์จะใส่ผงทองแท้หรือผงเงินแท้ลงไป จะเลือกสีเดียวหรือทั้งสองสีก็ได้ เพื่อเน้นลวดลายให้ดูสวยงาม img_2360ไม่ต้องรอให้สีแห้ง ดังนั้นใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็เสร็จแล้วค่ะ เราเลือกสายสีแดง นี่แหละสร้อยคอของเรา จะได้ดูตัดกัน เสร็จแล้ววววว สวยมั้ย!?20170924_121535.jpgถ่ายกับอาจารย์ Satoru Tsuji ช่างฝีมือที่บินตรงจากจ.โทยาม่า มาสอนทุกวันตลอดระยะเวลาการจัดงานimg_2359

จากนั้น พักฟังทอร์กโชว์ เพิ่มความรู้กันหน่อย หัวข้อ “การพัฒนาทักษะใหม่ๆในการใช้ความสามารถประดิษฐ์” บรรยายโดยคุณ Katsuji Nousaku (กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท Nousaku)

คำว่า NOU 能 หมายถึง ทำได้, ทำได้ดี, มีความสามารถ / SAKU 作 หมายถึง เริ่มต้นสร้างขึ้น, ทำสำเร็จ

img_2345

บริษัท NOUSAKU ก่อตั้งในปี 1916 เริ่มต้นจากการผลิตเครื่องทองเหลืองที่เมืองทาคาโอกะ ประเทศญี่ปุ่น แต่ก่อนเน้นผลิตหิ้งพระ อุปกรณ์ชงชา และแจกันเป็นหลัก ปัจจุบันมีการประยุกต์ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากทองแดงมากมาย เช่น ของแต่งบ้านดีไซน์ทันสมัย เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร โคมไฟ เป็นต้น20170924_135242.jpg

นอกจากนี้ NOUSAKU ยังมีชื่อเสียงด้านการผลิตสินค้าจากดีบุก เพราะทำจากดีบุกบริสุทธิ์ 100%  ไม่ผสมโลหะอื่น ซึ่งดีบุกเป็นแร่โลหะที่มีมูลค่าสูง รองจากทองคำ และเงินนั่นเองimg_2337

มีการประยุกต์ทำไอเท็มที่เกี่ยวข้องกับการ์ตูนชื่อดัง เช่น กันดั้ม และโดราเอม่อนด้วย โดยเฉพาะโดราเอม่อน ถือว่ามีต้นกำเนิดที่เมืองทาคาโอกะ จ.โทยาม่านี่เอง เพราะอ.ฟูจิโกะ ฟูจิโกะ มีบ้านเกิดอยู่ที่เมืองนี้20170924_131717.jpg

img_2344

และยังมีการชิมน้ำส้มที่เสริฟในภาชนะดีบุกของ NOUSAKU อีกด้วย เปรียบเทียบกับน้ำส้มที่เสริฟด้วยแก้วใสธรรมดาแล้ว น้ำส้มที่เสริฟจากแก้วดีบุกจะคงความเย็นได้นานกว่า และรสชาติอร่อย กลมกล่อมกว่า ซึ่งถ้าใช้ดื่มไวน์ก็จะได้รสชาติที่อร่อยกว่าเช่นกัน (เค้าว่ามางี้นะ)  อันนี้ก็ต้องมาลองชิมกันเองที่งานนะจ๊ะ

20170924_132444.jpg

สินค้าของ NOUSAKU มีน่าสนใจหลายชิ้นเลยนะคะ อย่างเช่นอันนี้ เป็นแก้วน้ำที่ลวดลายจะขยายใหญ่ขึ้น เมื่อใส่น้ำลงไป ดูเพลินเลยล่ะ

และอันนี้เป็นตะกร้าดัดได้ “คาโกะ” ทำจากดีบุก สามารถดัดให้เป็นรูปทรงตามที่เราต้องการ จะใส่ของก็ได้ หรือเป็นหมวกเก๋ๆก็ยังได้

จากนั้น ก็ถึงเวลาของการจิบชาแบบญี่ปุ่น ในช่วง Japanese Tea Ceremony โดยอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่น คุณ Fumi Kojima และทีมงาน

img_2355img_2356img_2353

สามารถลงชื่อเข้าร่วมได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย ชมการชงชา่แบบดั้งเดิมแบบใกล้ชิด พร้อมชิมขนม น้ำชา และชมความงามของถ้วยชาที่ถือเป็นศิลปะอีกอย่างของญี่ปุ่นด้วย 20170924_1237561842316610.jpg20170924_123300.jpg

img_2354

ซึ่งในส่วนของนิทรรศการนี้  จะจัดถึงวันพุธที่ 4 ตุลาคม 2017 นี้ ที่บริเวณลานกิจกรรมชั้น 4 ห้าง Isetan กรุงเทพ เข้าชมได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย ลองดูตารางกิจกรรมที่น่าสนใจตามนี้ได้เลยจ้ะ

20170924_115956201438228.jpg20170924_120004255584651.jpg20170924_115946243280737.jpg

และถึงจะพ้นช่วงกิจกรรมไปแล้ว ทุกคนก็ยังสามารถแวะมาชมและช้อปปิ้งสินค้าแฮนด์เมดจากโทยาม่าได้ตลอด เพราะที่ชั้น 4  นี้มีมุมที่จำหน่ายสินค้าของ NOUSAKU อีกด้วย มาดูไอเดียแหวกแนวของหัตถกรรมญี่ปุ่นกันเถอะimg_2339img_2341img_2347

img_2340img_2346

ใครที่กำลังหาที่เที่ยวในกรุงเทพช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้ก็ลองแวะมานะคะ แล้วคุณจะรู้ว่าจ.โทยาม่า ยังมีอะไรดีๆที่รอให้ค้นพบอยู่อีกเพียบเลย!

ปล. เราเคยเขียนบล็อกรีวิวทริปจ.โทยาม่า ช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงด้วยนะ ลองดูสิ เผื่อจะได้ไอเดียเที่ยวญีปุ่นทริปหน้า รีวิวเที่ยว Toyama สนุกครบทั้งชมธรรมชาติ,เล่นหิมะเรียนทำซูชิ, นั่งรถรางโดราเอมอน, ใส่กิโมโนเดินเล่นเมืองเก่า 

img_2336

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ..เรโกะคือใคร? เรียนอะไร? ทำงานอะไรมา? เขียนเองเล่าเองซะเลย Let me introduce my self, Reiko.ws

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : youtube “Reiko_ws เรโกะ”

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพในบล็อกนี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของบล็อก ไม่อนุญาติให้นำไปใช้โดยไม่ได้แจ้งก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินการตามกฏหมาย

 

 

 

 

รีวิว Zen Villa Khaoyai โรงแรมที่ให้ฟีลญี่ปุ่น แต่อยู่เขาใหญ่นี่เอง

สวัสดีค่ะ เมื่อช่วงวันแม่ที่ผ่านมา เรามีโอกาสพาพ่อแม่ไปเที่ยวมาล่ะ จริงๆอยากพาพ่อกะแม่ไปเที่ยวญี่ปุ่นนะ แต่พ่อเราไม่ค่อยชอบนั่งเครื่องบินเดินทางไกลๆ ก็เลยลองเซิร์ชหาสถานที่พักผ่อน ที่ไม่ไกลกรุงเทพ ให้อารมณ์แบบญี่ปุ่นๆดู แล้วก็เจอที่นี่ค่ะ ZEN Villa Khaoyai

ซึ่งราคาประมาณ 2,000 ปลายๆ แต่ราคานี้เราจองที่พักกับ Traveloka เพราะเราเช็คหลายเว็บไซต์เลยนะ รู้สึกว่าเขาจะราคาดีสุดเลย แล้วการใช้งานจองง่ายด้วย หากใครสนใจก็สามารถเข้าไปจองที่พักได้ที่ลิงก์นี้เลย >> https://www.traveloka.com/th-th/hotel/thailand/zen-villa-khao-yai-3000010036079

20170822_162106 ขับรถจากกรุงเทพ แวะโน่นนี่นิดหน่อย แล้วแต่ความหิว ประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าๆก็ถึงแล้วค่ะ ตั้งอยู่ข้างๆร้านดัง Chocolate Factory เลย

img_2179

ทางเข้าด้านหน้า ตกแต่งด้วยไม้ ดูเรียบง่ายแต่มีดีไซน์ ถึงแล้วก็จัดการเช็กอินให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินชมด้านใน 20170822_161655

มีห้องเสื่อทาทามิไว้นั่งเล่น ทำงานก็ได้ เป็นพื้นที่ส่วนกลางค่ะ20170822_161539

ด้านหน้าห้องทาทามิ มีเครื่องออกกำลังกาย และจักยานให้ยืมปั่นฟรีด้วยimg_2208

ที่นี่มีห้องพักทั้งหมด 6 ห้อง ทำให้แขกที่มาพักได้รับความเป็นส่วนตัว เพราะคนไม่พลุกพล่าน แต่ควรจองล่วงหน้าแต่เนิ่นๆนะคะ โดยเฉพาะช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ และช่วงหยุดยาว

20170822_151512เปิดประตูเข้าห้องพักมา ก็จะเจอเตียงขนาดใหญ่ สำหรับพักได้ 4 ที่ ภายในห้องตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่น ด้วยไม้ดูสบายตา

ห้องที่เราพักเป็นแบบ Deluxe Room (Twin beds) ค่ะ จองแบบรวมอาหารเช้า 4 คน แต่เรามาแค่ 3 คน ก็ดี พ่อจะได้นอนกลิ้งสบายๆ20170822_151625

20170822_151711

ออกมาเดินชมสวนด้านนอกกันมั่ง ที่นี่เค้่าให้ความสำคัญกับบรรยากาศมากๆเลยล่ะ 20170823_100701

เพราะด้านหลัง ทำให้เป็นพื้นที่ของสวนสไตล์ญี่ปุ่นขนาดใหญ่ ยิ่งวันที่เราไปอากาศดีมาก ฟ้าใส ถึงจะแดดจ้าแต่อากาศไม่ร้อนมาก

20170822_163921

บางทีก็มีผีเสื้อบินผ่านหน้าด้วยนะ ธรรมชาติดีจัง

หน้าห้องพักเรามีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่และน้ำตกด้วย ตอนกลางคืนจะเปิดไฟแบบนี้ดูสวยไปอีกแบบimg_2231

ค่ำแล้วอาบน้ำพักผ่อน คุยกับพ่อแม่ก่อนนอน เหมือนได้กลับไปเป็นเด็กเลย มากับพ่อแม่เลยนอนไว เก็บแรงไว้ถ่ายรูปเล่นพรุ่งนี้ต่อ อิอิ

เช้าวันถัดมา เราตื่นมาทีหลัง พ่อกับแม่ออกมานั่งๆนอนๆทานข้าวเช้าก่อนแล้ว ได้มองวิวสวยๆ สูดอากาศยามเช้าที่เขาใหญ่ ดูท่าทางพวกเค้าแฮปปี้มากเลยล่ะ20170823_084800

ในห้องมีชุดยูคะตะ ทั้งของผู้หญิงและผู้ชายให้แขกได้ยืมใส่ฟรีด้วยค่ะ (ถ้ามีเด็กมาพัก ก็จะมีชุดเด็กให้ยืม) เราเลยชวนพ่อกับแม่เปลี่ยนชุด เป็นนายแบบและนางแบบให้เราถ่ายรูปหน่อย20170822_1534161267804152

แต่นแต๊นนนนนน!! หนุ่มสาวญี่ปุ่นของเราดูดีเหมือนกันนะเนี่ย 555 ในโรงแรมมีมุมถ่ายรูปเยอะมากเลยค่ะ โดยเฉพาะคุณแม่ชอบมากเลยที่ได้แต่งตัวถ่ายรูปเล่นเนี่ย วันนี้เราเลยรับหน้าที่ตากล้องให้พวกเค้าเต็มที่ไปเลย20170823_104056

พ่อกะแม่น่ารัก บอกให้ทำท่าอะไรก็ทำ อิอิ โดยเฉพาะพ่อ ปกติแกเป็นเสือยิ้มยากค่ะ ไม่ค่อยชอบถูกถ่ายรูปด้วย แต่คงจะโพสต์ท่าเป็นเพื่อนแม่ กลัวแม่เขิน20170823_104629

แม่ถ่ายรูปส่งไลน์ไปอวดเพื่อนเยอะมาก เห็นแม่ชอบเราก็ดีใจ20170823_1053262039600345

ถ้าใครที่อยากพาคุณพ่อคุณแม่มาสัมผัสบรรยากาศแบบญี่ปุ่น แต่ยังไม่สะดวกพาท่านนั่งเครื่องบินไกลๆ จะลองพามาพักผ่อน ถ่ายรูปเล่นที่นี่ดูก่อนก็ได้นะคะ ทำอะไรได้ตอนนี้ก็รีบทำเถอะ พ่อแม่แก่ลงทุกวัน ใช้เวลาดีๆร่วมกันให้ได้เยอะที่สุดดีกว่าเนอะ (ปล.พ่อเราไม่ยิ้ม แต่ไม่ได้หมายความว่าโกรธอยู่นะ อิอิ) 20170823_1050341234293665

Zen Villa Khaoyai

Address : 177/1 ถนน ธนะรัชต์ Tambon Mu Si, Amphoe Pak Chong, Chang Wat Nakhon Ratchasima 30130

Tel. 084 710 7777

https://www.facebook.com/zenvillakhaoyai/

http://www.zenvillakhaoyai.com/

ขอให้มีความสุขกับทริปต่อไปของคุณนะคะ

20170823_105656

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ..เรโกะคือใคร? เรียนอะไร? ทำงานอะไรมา? เขียนเองเล่าเองซะเลย Let me introduce my self, Reiko.ws

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : youtube “Reiko_ws เรโกะ”

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพในบล็อกนี้ เราถ่ายเองด้วยกล้องและมือถือค่ะ

Kimochiii & Cawaii! it's my LIFEstyle by Reiko บ.ก.เรโกะ กับเรื่องสนุกๆสไตล์ญี่ปุ่น