เล่นเกมมันส์ๆกันที่โตเกียว VR Zone Shinjuku เกมเซ็นเตอร์ ที่มีแต่ VR!!

“ชินจูกุ” ย่านท่องเที่ยวในโตเกียวที่เป็นขวัญใจนักท่องเที่ยวไทย มีทั้งแหล่งเที่ยว ที่กิน ที่ช้อปครบในที่เดียว แถมยังสนุกได้จนดึก ทำให้หลายคนที่มาเที่ยวโตเกียว เลือกปักหลักหาที่พักในย่านนี้

ในฐานะที่เราก็คุ้นเคยกับย่านชินจูกุ เห็นว่ามีเกมเซ็นเตอร์แห่งใหม่เปิด จึงไม่พลาดที่จะไปลองเล่นดู ซึ่งเกมที่ว่านี้ก็ไม่ใช่เกมตู้ธรรมดานะคะ เพราะเป็น “เกม VR” สัมผัสประสบการณ์เสมือนจริง ที่กำลังฮิตอยู่ในตอนนี้!! เพิ่งเปิดให้บริการตั้งแต่ฤดูร้อน 2017 ที่ผ่านมานี่เอง ว่าแล้วก็ลองไปดูกันเลยค่ะ ว่ามีอะไรให้เล่นมั่ง

ราคาค่าใช้บริการก็ตามนี้เลยค่ะ คือ จะมีแบบเป็นตั๋วค่าเข้าพร้อมเซ็ต 4 เกมต่อ 1 วัน ราคา 4,400 เยน, ตั๋วค่าเข้า (ไม่รวมค่าเล่น) 800 เยน, ค่าเข้าสำหรับเด็ก (ไม่รวมเครื่องเล่น) 500 เยน

มีเกมให้เลือกเล่นเยอะมาก ตั้งแต่เกมประสบการณ์ต่างๆ แบบเบสิก เช่น ปีนตึก เล่นสกี ตกปลา ที่ฮิตสุด เห็นจะเป็น “กันดั้มยูนิคอร์น” ที่เราจะสามารถประสบการณ์ขึ้นไปนั่งบนอุ้งมือของกันดั้มยักษ์ โดยมีฉากหลังเป็นวิวโอไดบะสวยงาม แต่มาริโอ้กับดราก้อนบอลก็ฮิตไม่แพ้กัน

มีป้ายบอกว่าจะใช้เวลากี่นาที สำหรับการรอเล่นเกม จะได้เลือกบริหารเวลาได้ถูก บางเกมไม่ต้องรอก็มีค่ะ

ชั้นล่างจะเป็นส่วนร้านค้า และเกม ส่วนด้านบนเป็นเกมล้วนๆ ได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้เล่นดังออกมาเป็นระยะ20171028_203823.jpg

ด้านในตกแต่งอลังการ ด้วยแสงสี สามารถลงไปถ่ายรูปเล่นตรงกำแพงได้ด้วย โพสต์ท่าเล่นกับเส้นแสงสนุกมากเลยล่ะ

 

ตรงส่วนไฟประดับ เข้าไปถ่ายรูปสวยๆเล่นได้ด้วย 

โซนคาเฟ่ต์และอาหาร ก็ยังมี VR ให้เล่น ตกแต่งเป็นแบบธรรมชาติ ทั้งป่าไม้ และทะเล บรรยากาศและเสียงต่างๆ ทำให้เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในนั้นเลยล่ะ

20171028_205418.jpg

ส่วนเกมต่างๆนั้น ถูกกั้นล็อกไว้อย่างโปร่ง คนที่เดินผ่านไปมาสามารถมายืนดูได้ มันก็จะเขินตอนแรกๆ แต่เล่นไปแป้บเดียวก็อินจนลืมไปเลยว่ากำลังเล่นเกมอยู่

เกมโรงพยาบาลร้างผีสิง อันนี้ได้ยินเสียงกรี๊ดดังออกมาตลอดเวลา กลัวจนไม่กล้าเล่นเลย แฮ่ๆๆ

เราเล่นเกมเดินบนไม้กระดานที่ตึกสูง เพื่อไปช่วยลูกแมวเหมียวผู้น่าสงสาร (แทนด้วยตุ๊กตา) ถึงแม้ว่าจะมีลมแรง วิวข้างล่างน่ากลัวขนาดไหน แต่ทาสแมวอย่างเรา ก็ต้องไปช่วยแมวน้อยให้ได้ ด้วยสัญชาติญาณ แป้บเดียวก็อุ้มน้องแมวออกมาได้แล้วค่ะ อิอิ

20171028_2103372035967452.jpg

ตรงโซนกันดั้ม มีรูปจำลองกันดั้มยูนิคอร์นให้ถ่ายรูปด้วย ถ้าใครมาก็อย่าพลาดมุมนี้เลยนะ

สำหรับการมา VR Zone Shinjuku นี้ก็ง่ายมากเลยค่ะ ลงรถไฟที่สถานีชินจูกุ แล้วเดินมาทาง Kabukicho 歌舞伎町 ตัวตึกจะอยู่ตรงเวิ้งหน้าโรงแรม APA Kabukicho tower หรือสังเกตง่ายๆ เดินผ่านมาทางด้านหลังของโรงแรม Gracery Shinjuku ที่มีก็อตซิล่าอยู่ข้างบนน่ะ สมัยนี้สะดวกมากแค่ เซิร์ซ Google Map “VR Zone Shinjuku” ก็น่าจะมาได้ง่ายๆ ไม่หลงแน่นอน

*VR Zone Shinjuku*

1 Chome-29-1 Kabukicho, Shinjuku, Tokyo 160-0021, Japan

Open 10:00 – 22:00 https://vrzone-pic.com/en/

C360_2018-01-05-21-55-20-269.jpg

ไม่ต้องเป็นคนที่ชอบเล่นเกมเป็นประจำ แต่ก็สามารถสนุกไปกับประสบการณ์โลกเสมือนจริงของ VR ได้ คนที่มาเที่ยวโตเกียว แล้วเกิดเจอพายุฝน หิมะตก ไม่รู้จะออกไปเที่ยวข้างนอกที่ไหน ลองมาใช้เวลาที่นี่ก็น่าจะคุ้มค่าและได้ประสบการณ์แปลกใหม่นะคะ เพราะบางเกม หาเล่นได้เฉพาะที่ญี่ปุ่นเท่านั้น ขอให้สนุกกับการวางแผนทริปโตเกียวค่า

(รูปทั้งหมด อัพเดตเมื่อเดือนต.ค. 2017)

*************************************************************************************

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ..เรโกะ” คือใครเรียนอะไรทำงานอะไรมาเขียนเองเล่าเองซะเลยLet me introduce my self, Reiko.wsfacebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : youtube “Reiko_ws เรโกะ

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*

 

 

บุกจ.โอคายาม่าเที่ยวร้าน Momotaro Jeans แพงหลักหมื่น แต่ขายดีสุดๆ!!

สำหรับคนที่เป็นขาประจำยีนส์ญี่ปุ่น คงต้องเคยได้ยินชื่อ ยีนส์ “โมโมทาโร่” กันแน่ๆ ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์ยีนส์ชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น มีต้นกำเนิดที่ จ.โอคายาม่า ซึ่งที่นี่มีชื่อเสียงในการผลิตผ้ายีนส์มายาวนาน เพราะมีดินเค็ม เหมาะสมแก่การปลูกฝ้ายที่มีคุณภาพดี รวมทั้งยังได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตยีนส์จากอเมริกาอีกด้วย ทำให้ยีนส์ของที่นี่ได้รับความนิยม และเป็นที่รู้จักทั่วไปทั้งในและต่างประเทศ มีแบรนด์ดังๆ ที่ถือกำเนิดจากเมืองนี้มากมาย

ซึ่งด้วยค่าครองชีพที่แตกต่างกับเมืองไทย และวิธีการผลิตอันพิถีพิถัน ทำให้ราคาของยีนส์ที่นี่ค่อนข้างสูง เริ่มต้นที่หลักหมื่นเยนขึ้นไป ราคา 2-3 หมื่นเยนเป็นเรื่องปกติ ยิ่งถ้าส่งออกมาขายต่างประเทศ ก็จะได้รับการอัพราคาเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว

ดังนั้น ถ้าได้ไปถึงถิ่นเจอยีนส์ราคา 3 หมื่นเยน (เกือบ 1 หมื่นบาทไทย) ก็ถือว่าคุ้มค่าน่าซื้อมากเลยล่ะ ซึ่ง “โมโมทาโร่” ก็เป็นหนึ่งในแบรนด์ยีนส์ญี่ปุ่นชั้นนำที่สาวกยีนส์จะนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ  ในวันนี้เราจะพาเข้าไปเที่ยวชมร้านโมโมทาโร่ สาขาแรกที่เมืองโคจิม่ากันค่ะ

โมโมทาโร่ยินดีต้อนรับครับบบบ

DSCF7721

ป้าย Kojima Jeans ดีไซน์แบบเรโทร

DSCF7680 บรรยากาศภายในร้านตกแต่งด้วยไม้และสีขาวสบายตา เอายีนส์แขวนโชว์โดดเด่น

DSCF7702 ดิสเพลย์ยีนส์ภายในร้านแบบดิบๆ เรียบง่าย

DSCF7681 เสื้อเชิ้ตเท่ๆ เข้ากับแฟชั่นยีนส์ก็มีนะ DSCF7703DSCF7711 จุดเด่นอยู่ที่ลวดลายสีขาวและฟ้าที่กระเป๋ากางเกง ซึ่งลายเส้นขีด Going to Battle นี้คือลายที่ฮิตที่สุด เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์DSCF7686 พิถีพิถันถึงด้านในกระเป๋ากันเลย DSCF7684 ใส่กับเสื้อกั๊กเป็นเซ็ตก็เท่ดี DSCF7709 เข็มขัดหนัง ที่สามารถสั่งไซส์ตามความต้องการได้ด้วย DSCF7704 กระเป๋าผ้ายีนส์ก็เป็นอีกอย่างที่ขายดี DSCF7695 เลือกเพ้นท์ลายกระเป๋ากางเกงเป็นแบบที่ชอบได้ ราคาเริ่มต้นที่ 2,000 เยน DSCF7715 หมวกยีนส์เท่ๆ ก็ใส่ได้ทั้งชายหญิงนะ DSCF7716 นอกจากยีนส์แล้วยังมีอย่างอื่นขายอีกด้วย ในรูปคือ ลูกอมในกล่องเหล็กที่ระลึก, น้ำยาซักยีนส์ และ กระเป๋าผ้าเดนิม DSCF7683 สำหรับในตอนนี้ ร้านยีนส์โคจิม่า มีสาขาในจ.โคจิม่า 2 สาขาคือร้านนี้ และที่สาขาหน้าสถานีโอคายาม่า และ อีก 2 สาขาที่โตเกียว ที่โคเอ็นจิ และ อาโอยาม่า แต่สามารถสั่งซื้อทางออนไลน์ช็อป http://www.momotarojeans.com/ ได้ด้วย Location Momotaro Jeans Kojima Ajino Honten 1-12-17 Kojima Ajino Kurashiki-shi Okayama-ken 711-0913 Open 10:00-19:00 เปิดทุกวันไม่มีวันหยุด (ยกเว้นช่วงหยุดปีใหม่)

การเดินทาง ง่ายๆ เพียงแค่นั่งชินคันเซนจากชินโอซาก้ามาลงที่สถานีโอคายาม่า (ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง)  แล้วต่อรถไฟ JR มาลงที่สถานีโคจิม่า (ใช้เวลาประมาณ 30 นาที) ลงรถแล้วต่อแท็กที่อีกประมาณ 6 นาทื หรือเดิน ประมาณ 16 นาทีก็จะถึงร้านค่ะ DSCF7714

หวังว่าจะถูกใจคนรักแฟชั่นญี่ปุ่น โดยเฉพาะยีนส์กันนะคะ อ่านแล้วเผื่อจะมีกำลังใจปั่นงานหาเงินไปซื้อยีนส์สวยๆ ที่ญี่ปุ่นใส่กัน

(จากคอลัมน์ Japan Circle ที่เราเขียนลงนิตยสาร Ray Thailand ฉบับ Jan 2017 / รูปและข้อมูล อัพเดต ณ เดือนก.ค.2016)

*************************************************************************************

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ..เรโกะ” คือใครเรียนอะไรทำงานอะไรมาเขียนเองเล่าเองซะเลยLet me introduce my self, Reiko.wsfacebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : youtube “Reiko_ws เรโกะ

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*

ชิมราเมงเส้นนุ่ม ซุปละมุนลิ้น ที่ Ajisai Ramen สาขาทองหล่อ ย่านคนญี่ปุ่น

 

ถ้านึกถึงอาหารญี่ปุ่นที่คนไทยชอบ “ราเมง” ต้องเป็นอันดับต้นๆ แน่นอน เราก็เป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบราเมงมว้ากกกก สมัยวัยรุ่นนี่กินบ่อยจนน้ำหนักโอเวอร์เลยล่ะ ตอนนี้ก็เพลาๆลง เพื่อสุขภาพและความงาม ดังนั้นอะไรที่ไม่อร่อยจริง เราไม่กินค่ะ!! และวันนี้เราก็มีร้านราเมงญี่ปุ่น ที่อยู่ในกรุงเทพนี่แหละ มาแนะนำให้ทุกคนได้ดูกัน มาๆๆ หิวไปพร้อมกันเลยค่าาาา

exif_temp_image-5

ร้านนี้มีชื่อว่า Ajisai Ramen สาขาทองหล่อ เอ๊ะๆ คนที่เคยอ่านบล็อกเราอาจจะคุ้นๆ ว่าเราเคยรีวิวร้าน Ajisai ไปแล้วนี่นา แม่นแล้ววว เราเคยรีวิวร้าน Ajisai สาขาเซ็นทรัล รามอินทราค่ะ เพราะอยู่ใกล้กับบ้านและที่ทำงานของเรา ซึ่งที่สาขานั้นจะเน้นรสชาติแบบถูกปากคนไทย แต่ที่สาขาทองหล่อนี้ ด้วยความที่อยู่ย่านชาวญี่ปุ่น จึงเจาะตลาดคนญี่ปุ่นแท้ๆ รสชาติเลยจะต่างกันนิดนึง แต่อร่อยเหมือนกัน

*อ่านรีวิวของสาขารามอินทราได้ที่นี่เลย Ajisai Ramen Ramintra 

img_3257

ซึ่งราเมงของร้านนี้ จะรสชาติเข้มข้น ตามแบบฉบับชาวญี่ปุ่นแท้ๆ เพราะเจ้าของเป็นคนญี่ปุ่น ที่อยู่เมืองไทย แล้วหาราเมงที่ถูกใจทานยากเลยรวมกลุ่มกันเปิดร้านซะเลย (เจ๋งมาก)

img_3256

ตัวหมูชาชูของทางร้าน จะเป็นแผ่นค่อนข้างหนา มีความหอมมัน นุ่มมากกก เรียกได้ว่าแค่ใช้เหงือกขบเบาๆก็ละลายแล้วค่ะ

img_3261

มีให้เลือกทุกซุป ทั้งทงคตซึ (กระดูกหมู), โชยุ, มิโสะ, ชิโอะ (ซุปเกลือ) และยังมีแบบ “ไลท์” น้ำซุปรสอ่อนๆ สำหรับคนที่ไม่ชอบความเค็มอีกด้วย ราเมงแบบแห้งจุ่มซุป (ซึเคะเมง) ก็มีนะ เหมาะสำหรับคนชอบความเข้มข้นรสนัวววว

img_3282

คนอยากให้ซุปเจือจางลงไปอีกตามความชอบ ก็สามารถขอ “น้ำซุปโกลเด้น” เพื่อมาเติมให้เจือจางลงได้ อันนี้เรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นของอาจิไซเลยล่ะ เพราะแค่ซุปสำหรับเติมก็อร่อยกลมกล่อมแล้ว

img_3283

เส้นจะมีขนาด ความหนา และเหนียวนุ่ม แตกต่างกันไปตามประเภทของราเมง ที่แน่ๆ มันอร่อยมาก ดูหน้าเค้าสิ 555

ไม่ใช่แค่ราเมงนะคะ เมนูอื่นๆ เค้าก็จัดเต็ม สำหรับคนที่มาดื่มเป็นแก้งค์หลังเลิกงาน นั่งทานกันได้ยาวๆเลยล่ะ เพราะร้านมี 3 ชั้น มีโซนแยกเป็นสัดส่วนด้วย

ขอบอกว่าปลาแซลม่อนที่นี่ คือหนึ่งในของเด็ดที่ ทางร้านภูมิใจนำเสนอเลยล่ะ

เมนูเครื่องเคียงอื่นๆ พวกกะทะร้อน เทปปัน หมูผัด ก็อร่อยถึงเครื่อง ทานกับข้าวก็ลงตัวกำลังดี

อ้ามมมมมมมม เมนูข้าวเค้าก็มีนะ จัดเต็มเพิ่มพลังกันได้เลย

และอีกอย่างที่เราชอบมากที่นี่ คือ “หม้อไฟ” ค่ะ เคยไปทานที่สาขารามอินทรามาแล้ว ที่นี่ก็มีเหมือนกัน ได้ทานของต้มร้อนๆเน้นผักเยอะๆ แล้วมันรู้สึกเฮลธ์ตี้ขึ้นมาทันทีเลย 555

สำหรับคนที่กังวลเรื่องราคา ลองดูนี่เลย มันไม่ได้แพงอย่างที่คิดนะ เมื่อเทียบกับร้านอาหารญี่ปุ่นในห้างทั่วไป ถ้าเป็นราเมงไซส์เล็ก สำหรับสาวๆ ราคาก็ 159 บาทเท่านั้น ส่วนหม้อไฟ หม้อมันใหญ่แบ่งกันทานซัก 3-4 คนก็ยังได้ ถ้ามากันหลายคน สั่งหลายอย่าง หารกันก็ไม่น่าเกิน 500 ค่ะ (ถ้าไม่มีแอลนะ 55555)

*พิกัด*

ร้านเป็นตึกแถวอยู่ระหว่างซอยทองหล่อ 5 และ 7 เดินทางง่ายๆ ด้วยรถไฟฟ้าลงที่สถานีทองหล่อ (ซอยสุขุมวิท 55) แล้วนั่งพี่วิน หรือรถเมล์เล็กเข้ามา ถ้าขับรถมาก็จอดที่ Tops ทองหล่อ แล้วเดินข้ามมาฝั่งตรงข้ามตรงซอย 5 ถึง 7ได้เลย

เปิด 11:30 – 02:30 (ทุกวัน ไม่มีวันหยุดกำหนดแน่นอน)

โทร 02 004 0470 facebook Ajisai Ramen Thonglor

20171220_194149.jpg

ในฐานะที่เป็นคนเดินทางไปญี่ปุ่นบ่อย และชอบทานราเมง ร้านนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในร้านในกรุงเทพที่เราชอบเลยล่ะ ก็อยากให้มาลองทานกันนะคะ นอกจากที่ทองหล่อนี้แล้ว ยังมีที่อโศก, รามอินทรา และรามคำแหง24 อีกด้วย ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น ไม่แน่นะ เราอาจจะได้นั่งซดราเมงอยู่โต๊ะข้างๆกันก็ได้ 555

exif_temp_image-6

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ..เรโกะ” คือใครเรียนอะไรทำงานอะไรมาเขียนเองเล่าเองซะเลยLet me introduce my self, Reiko.ws

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : youtube “Reiko_ws เรโกะ”

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*

ทำเนียน ไปเรียนแต่งหน้ากับบิวตี้บล็อกเกอร์ญี่ปุ่นที่โตเกียว @cosme workshop

คิดว่าสาวๆที่ชอบญี่ปุ่น น่าจะรู้จักเว็บไซต์ @cosme กันดี เพราะเป็นเว็ปไซต์จัดอันดับเครื่องสำอางขายดี ที่ดังเป็นลำดับต้นๆของญี่ปุ่น ได้รับความเชื่อถือจากสื่อ, บิวตี้บล็อกเกอร์ และแบรนด์ต่างๆ บางทีเวลาไปซื้อไอเท็มบิวตี้ก็จะมีสติ๊กเกอร์โลโก้ @cosme แปะยืนยัน ว่าอันนี้ดีจริงนะ เพิ่มความมั่นใจก่อนซื้อไปใช้

ช่วงเดือนต.ค.ที่ผ่านมา เราไปถ่ายรายการ Kimochiii ที่ญี่ปุ่นนาน นานพอที่จะหากิจกรรมอื่นๆทำในยามว่าง ไหนๆก็มีคนรู้จักชวนไปร่วมงานเวิร์กช็อปบิวตี้ของ @cosme ที่จะจัดขึ้นเดือนละครั้ง เราจึงไม่พลาดที่จะตอบตกลงทันที!!

งาน Minna no Make みんなのメイク นี้เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นทุกเดือน เพื่อให้สมาชิกของ Minna no Make ในเครือเว็บ @cosme ได้มาทำความรู้จัก แลกเปลี่ยนความรู้ เรียนเทคนิกการแต่งหน้า และที่สำคัญมีเครื่องสำอางจากแบรนด์สปอนเซอร์แจกอีกด้วย!!

สถานที่จัดงาน คือห้องประชุมของออฟฟิศย่านอาคาซากะ สาวๆที่มาเข้าร่วม ประมาณ 30 คนมีทั้งคนทางบ้านทั่วไป ส่วนใหญ่เป็นสาวออฟฟิศ, บิวตี้บล็อกเกอร์, ยูทูปเบอร์ มีชาวต่างชาติสองสามคน ที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น และทุกคนสื่อสารภาษาญี่ปุ่นได้ดี

เนื่องจากจัดในช่วงปลายเดือนต.ค. จึงมีธีมเป็น “ฮาโลวีน” ให้สาวๆที่มาแต่งหน้าแต่งตัวในธีมวันฮาโลวีน จะผีจริงจังก็ได้ แต่งคอสน่ารักๆก็ดี หรือจะแต่งเอาฮาก็ตามสะดวก โดยมีของรางวัลเล็กๆน้อยๆให้กับคนที่รับคะแนนโหวตสูงสุด

เราเตรียมชุดไทยมาค่ะ กะจะใส่ไปงานฮาโลวีนที่ชิบูย่าอยู่แล้ว เลยเอามาประเดิมที่งานนี้ซะเลย ฮี่ๆๆ ไม่ซ้ำใคร แถมยังทำให้ได้เพื่อนใหม่เข้ามาคุยด้วยเพียบเลย

วันที่เราไปเข้าร่วมมีแบรนด์มาให้ความรู้ และแจกสินค้า 2 เจ้า คือ Geurlain และ Hana Organic มีการสาธิตวิธีใช้ผลิตภัณฑ์โดยผู้เชี่ยวชาญ

 อันนี้ได้ของแถมจากแบรนด์ canmake ชอบทุกชิ้นเลย ดีงาม

ที่เก๋ คือมีมุมให้สาวๆได้ถ่ายรูปสินค้า พร้อมพร็อพที่จัดวางเพิ่มเองได้ตามใจชอบ เพื่อให้อัพลง instagram ได้ด้วย ที่ญี่ปุ่น ถึงจะยังไม่ฮิตเท่าเมืองไทย แต่ช่วงปีนี้ในหมู่สาวๆ ก็นิยมการอัพรูปชีวิตดี๊ดีลง IG เช่นกัน จนมีคำศัพท์ที่ว่า インスタ映え insuta bae แปลประมาณว่า “รูปที่ดูดี (ถ่ายขึ้น) ในอินสตาแกรม” นั่นเอง

ได้เรียนรู้เรื่องบิวตี้ ลองเล่นไอเท็มใหม่ๆ ทำความรู้จักกับเพื่อนๆในคลาส ถึงจะเป็นเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่มันก็ทำให้เราเพลิดเพลิน คุยกับเพื่อนใหม่แบบไม่ต้องมีเรื่องงาน ไม่มีตำแหน่งหน้าที่มาเกี่ยวข้อง เหมือนได้กลับไปเป็นนักเรียนอีกครั้งเลย

คนที่สนใจอยากร่วมเวิร์กช้อปแบบนี้บ้างก็ลองติดตามกันได้ที่ https://mutv.jp/ แต่ว่าทั้งหมดเป็นภาษาญี่ปุ่นนะคะ เหมาะสำหรับคนที่มีพื้นฐานภาษาสื่อสารได้แล้ว แต่สำหรับคนที่สนใจเครื่องสำอางญี่ปุ่น อยากหาข้อมูลช้อปปิ้งก็เข้าไปดูกันได้ที่ http://s.cosme.net เลยจ้ะ

ข่าวดี!! เร็วๆนี้ แฟนเพจของ @cosme เวอร์ชั่นภาษาไทยได้เปิดตัวแล้ว ตามไปส่องไอเท็มญี่ปุ่นน่าใช้ อ่านเข้าใจง่ายด้วยภาษาไทย ได้ที่นี่เลย https://www.facebook.com/atcosmeTH/

ปล.รอชมคลิป VLOG ได้เร็วๆนี้ ขอตัดต่อก่อนนะจ๊ะ

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ..เรโกะ” คือใครเรียนอะไรทำงานอะไรมาเขียนเองเล่าเองซะเลยLet me introduce my self, Reiko.ws

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : youtube “Reiko_ws เรโกะ”

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*

ฉายเดี่ยวเที่ยวคาเฟ่ต์ไอดอลญี่ปุ่น SKE48 Cafe ที่นาโงย่า

ช่วงปีนี้ตั้งแต่มี BNK48 ที่เมืองไทย วงการไอดอลบ้านเราก็คึกคักขึ้นมาก นอกจากจะติดตามไอดอลไทยแล้ว ยังทำให้คนที่เพิ่งรู้จักไอดอลญี่ปุ่น หันมาสนใจวงพี่ที่ญี่ปุ่นอีกด้วย

ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า BNK48 เป็นวงน้องสาวในต่างประเทศของ AKB48 ไอดอลกรุ๊ปชื่อดังของญี่ปุ่น ภายใต้คอนเซปต์ “ไอดอลทีไปพบได้” ไม่ว่าจะในอีเว้นต์ต่างๆ งานจับมือ รวมถึงเธียเตอร์ที่จะมีสมาชิกสลับเปลี่ยนกันออกมาแสดงกันนั่นเอง ซึ่งในญี่ปุ่นเองยังมีวงน้องสาวอีกมากมาย หนึ่งในนั้นคือ SKE48 ประจำเมืองนาโงย่า จ.ไอจิ (ชื่อ SKE ย่อมาจาก Sakae ทำเลที่ตั้งเธียเตอร์)

เรามีโอกาสได้ร่วมงานกับ BNK48 ด้วย เลยเริ่มหันมาศึกษาข้อมูลมากขึ้นค่ะ ไดอารี่ประสบการณ์เป็นพิธีกรในงาน BNK48 The Debut 

20171020_195145-11223008660.jpg

เมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมา เราได้เดินทางไปถ่ายทำรายการ Kimochiii in japan รวมลิ้งค์ทุกตอนคิโมจี้ “Kimochiii in Japan” ตั้งแต่ซีซั่น 1 ถึงล่าสุด! All youtube  Links of Kimochiii  ที่ญี่ปุ่นค่ะ และได้ไปเมืองนาโงย่าเป็นเวลา 2 วัน ที่พักตั้งอยู่ใจกลางเมืองในย่านซาคาเอะ เรารู้มาว่าเธียเตอร์ของ SKE48 อยู่ที่นี่่ ในห้าง Sunshine Sakae เมื่อได้จังหวะเราจึงไม่พลาดที่จะไปลองสัมผัสประสบการณ์คาร์เฟ่ต์ไอดอลที่นี่ค่ะ

20171022_132046.jpg

ขอออกตัวก่อนว่า นี่เป็นครั้งแรกนะคะ ที่เราได้เข้าไปลองทานอาหารที่คาร์เฟ่ต์ไอดอลแบบนี้ ที่ผ่านมาก็เคยแต่เข้าคาร์เฟ่ต์แบบมีธีม คาร์เฟ่ต์คาแรกเตอร์การ์ตูน คาร์เฟ่ต์สัตว์น่ารักๆ แต่ด้วยความที่ไม่ได้เป็นแฟนคลับของไอดอลวงไหนเลยยังไม่เคยมา เพราะที่ผ่านมาคิดว่ามันต้องเป็นสถานที่สำหรับแฟนคลับมาพบปะกัน นั่งกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ดูรูปแลกของไอดอลกัน มันอาจจะไม่ใช่แนวเรา แถมยังไปคนเดียว มันก็จะเขินๆหน่อยนะ

เมื่อเข้าประตูร้านมาก็จะเจอกับป้ายชื่อร้าน SKE48 Cafe & Shop with AKB48

20171022_131900.jpg

ช่วงที่เราไปคือปลายเดือนต.ค.ค่ะ ดังนั้นการตกแต่งจะเป็นธีมฮาโลวีน มีสคูลบัสสีเหลืองอยู่ในร้านด้วย ดูสนุกดีนะ นอกจากนี้ยังมีจอขนาดใหญ่ ฉายภาพการแสดงของสาวๆ ให้ชมกันตลอด

20171022_131912.jpg

ที่นี่เค้ามีกฎเข้มงวดค่ะ คือ เราจะ “สามารถ”่ ถ่ายรูปได้ที่เฉพาะมุมที่กำหนดไว้เท่านั้น เช่น ป้ายหน้าร้าน, รถที่อยู่ในร้าน,บนโต๊ะตัวเอง,เมนูอาหารที่เราสั่ง แต่จะ “ห้ามถ่ายรูป” น้องพนักงานเสิร์ฟ, มุมกว้างที่เห็นบริเวณทั้งร้าน, ถ่ายติดลูกค้าท่านอื่น, ถ่ายลวดลายบนโต๊ะอื่นๆที่ไม่ใช่โต๊ะตัวเอง20171105_004730.jpg

โต๊ะอาหารจะเป็นกระดานสีขาว เพื่อให้สาวๆเมมเบอร์มาเซ็นลายเซ็นไว้เป็นที่ระลึก ซึ่งแต่ละโต๊ะจะไม่เหมือนกันเลย มีใครบ้าง ลองดูเอานะคะ

มาลองดูเมนูอาหารกันมั่ง เมนูส่วนใหญ่จะมีธีมให้เข้ากับเมมเบอร์เด่นๆแต่ละคน ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารตะวันตกสไตล์ญี่ปุ่น ตกแต่งหน้าตาน่ารักสไตล์คาร์เฟ่ต์ธีมที่ญี่ปุ่นตามปกติ

20171022_123938.jpg

แต่ละเมนูจะมีชื่อเมมเบอร์กำกับไว้ด้วย ว่าใครเป็นคนร่วมครีเอต ราคาก็ตามป้ายเลยค่ะ

20171022_123949.jpg

อาหารจานเดี่ยว ราคาประมาณ 800-900 เยน ถือว่าเป็นราคาปกติของคาร์เฟ่ต์ธีมนะคะ แต่ถ้าเทียบกับร้านข้างนอก พวกแฟมมิลี่เรสเตอร์รอง ก็ถือว่าสูงกว่าหน่อยนึง20171022_123955.jpg

เมนูแบบลิมิเต็ด จำกัดเฉพาะช่วงก็มีนะ อย่างไส้กรอกนี้ มีขายเฉพาะช่วงนี้เท่านั้น ซึ่งจะมีการ์ดออริจินอลแถมด้วย

20171022_123959.jpg

และนี่คือเมนูเด่นจากเมมเบอร์คนดังของ SKE48 ค่ะ ทำออกมาได้น่ารักมาก เลือกไม่ถูกเลยล่ะ

20171022_124006.jpg

ข้างๆโต๊ะจะมีป้ายบอกกฏในการใช้บริการที่นี่เอาไว้ เห็นว่ามีเบียร์ขายด้วยแฮะ ราคา 700 เยน

20171022_125308.jpg

และนี่คือเครื่องดื่มของเรา ชื่อเมนูว่า 青春ジュース  เซชุนจูส (680 เยน) เป็นชาพีชสมุนไพร รสเปรี้ยวๆหวานๆ แต่กลิ่นและรสชาติ ค่อนข้างจางไปหน่อย

20171022_124849.jpg

ทุกเมนูเครื่องดื่ม จะมีแผ่นรองแก้วแถมมาด้วย โดยจะมีแบบคละกันไป เลือกไม่ได้ เราได้ของน้องอาคาเนะ ทาคายานางิ

20171022_124330.jpg

แต่นแต๊นนนน นี่เลยเมนูที่เราเลือก มีชื่อว่า “อาหารที่ชอบคือ โปเตโต้, อโวคาโด้, โทเมโท่ ค่ะ! จากโปรไฟล์ของโอโตฮะ” (ชื่อยาวม้ากกก เค้าเขียนแบบนี้จริงๆนะ) ของน้องโอโตฮะ นั่นเอง (980 เยน)

20171105_004321.jpg

เป็นครีมสตูว์ ใส่เนื้อไก่และผักต่างๆ มีเครื่องเคียงคือขนมปัง, สลัดมันฝรั่ง และแป้งคล้ายๆปอเปี๊ยะห่อครีมไว้ข้างใน หน้าตาดูดี น่ารักเชียว

20171022_125354.jpg

มาลองชิมกันดูรสชาติตามรสนิยมของเรา ก็โอเคนะคะไม่ถึงกับอร่อยมาก ว้าวววว ไรงั้น พอทานได้ เป็นของว่างทานเล่นๆ แต่มันไม่อิ่มอะ เหมาะจะมานั่งเพลินๆดูของสวยๆงามๆ แต่ไม่ต้องหวังความอิ่มอร่อย ไปทานข้าวที่อื่นให้เรียบร้อยแล้วค่อยมานั่งเล่นทานของว่าง ดูบรรยากาศเพลินๆจะดีกว่า

แต่สำหรับบรรยากาศ เราว่าโอเคเลยค่ะ ค่อนข้างชิลกว่าที่คิดไว้คนไม่เยอะ (เราเข้าร้านตอนประมาณ 11 โมงครึ่ง) แขกอีกโต๊ะที่มาพร้อมๆกับเรา เป็นผู้หญิงสองคนนั่งทานขนมแล้วก็ดูจอคุยกันไป แล้วซักพักก็มีกลุ่นแฟนคลับผู้ชายล้วนตัวใหญ่ๆ มานั่งกัน 3-4 โต๊ะ แต่เค้าก็มีมารยาทกันดี ไม่คุยเสียงดังนะคะ ทำให้เราที่เป็นผู้หญิงมาคนเดียวไม่รู้สึกเขิน

สรุปแล้วสำหรับคนที่เป็นแฟนคลับไอดอล ลองไปเถอะค่ะ น่าจะถูกใจนะคะ บรรยากาศมันน่ารักจริงๆนั่งดูคอนสาวๆก็เพลินแล้ว ส่วนคนที่ไม่ได้ติดตามไอดอล จะลองหาโอกาสไปซักครั้งก็ไม่เสียหายอะไรค่ะ ไปให้รู้ว่าญี่ปุ่นก็มีแบบนี้ด้วย เพราะในบ้านเรายังไม่มีคาร์เฟ่ต์แบบนี้ ถือเป็นการเรียนรู้ญี่ปุ่นอีกมุมนะคะ

SKE48 cafe

อยู่ที่จ.Aichi เมือง Nagoya ตั้งอยู่ในอาคาร Sunshine Sakae ชั้น 5 บนตึกมีชิงช้าสวรรค์อันใหญ่มาก หาง่ายมากเลยค่ะ http://ske48cafeshop.com/

การเดินทาง : ขึ้นรถไฟใต้ดินมาลงที่สถานี Sakae ออกทางออกเบอร์ 8

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ..เรโกะ” คือใครเรียนอะไรทำงานอะไรมาเขียนเองเล่าเองซะเลยLet me introduce my self, Reiko.ws

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : youtube “Reiko_ws เรโกะ”

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพและเรื่องทั้งหมด ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ห้ามนำไปคัดลอก ดัดแปลง ก๊อปปี้ ไปลงซ้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย*

 

8 สเต็ปเตรียมตัวจัดกระเป๋าก่อนไปญี่ปุ่นของเรโกะ

เข้าช่วงปลายปีแล้ว หลายคนคงกำลังวางแผนการท่องเที่ยวต่างประเทศ ใช้วันลาโควต้าของปีนี้ที่ยังเหลืออยู่ อิอิ โดยเฉพาะการเดินทางไปสัมผัสอากาศหนาวๆแบบที่เมืองไทยไม่มี รวมทั้งใบไม้เปลี่ยนสี หรือนอนกลิ้งบนหิมะนุ่มๆ ซึ่งญี่ปุ่นก็อยู่ในตัวเลือกต้นๆ เพราะเดินทางไม่นาน สะดวก ไม่ต้องขอวีซ่า

ในฐานะที่เดินทางค่อนข้างบ่อย (โดยเฉพาะญี่ปุ่น ปีที่แล้ว มาทำงานมากกว่า 10 ทริป) เลยอยากเอาสเต็ปการเตรียมตัวก่อนออกเดินทางของเรามาแชร์ให้ทุกคนอ่านกันค่ะ

1.เช็กพาสปอต

จะเดินทางได้ก็ต้องมีพาสปอต หาให้เจอว่าเก็บอยู่ที่ไหน ยังมีอายุเหลืออีกกี่เดือน ถ้าอายุเหลือน้อยกว่า 6 เดือนจะไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศไทยได้

ในเคสที่จะเดินทางไปประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า เราสามารถไปทำพาสปอตเล่มใหม่ แบบเร่งด่วนได้ที่กรมการกงศุล แจ้งวัฒนะ โดยยื่นเรื่องก่อน 11:30 จ่ายค่าธรรมเนียมแบบเร่งด่วน 3,000 บาท จะได้รับเล่มใหม่ในวันนั้นช่วงบ่าย เวลา 14:30-15:30 เลย
แต่ถ้าทำเล่มใหม่แล้ว ตอนออกจากบ้านก็เช็กดีๆ อย่าเผลอหยิบเล่มเก่ามานะคะ

2.เช็กข้อมูลตั๋ว

เช็กรายละเอียดไฟลต์ให้ดีๆ โดยเฉพาะไฟลต์ที่บินหลังเที่ยงคืนนี่มักจะเข้าใจผิดกันได้ง่ายๆ อ่านให้ชัดเจน ถ้าเครื่องออก 01:00 เราต้องไปถึงสนามบินคืนของวันก่อนหน้า ซัก 22:00 นะคะ

รวมถึงปริ้นท์รายละเอียดการเดินทางไปด้วย ในกรณีที่เราเดินทางไปประเทศที่ตม.เข้มงวด เค้าจะถามตารางการเดินทาง ที่พักของเรา ยิ่งถ้าพูดภาษาของเค้า หรือภาษาอังกฤษไม่คล่อง เตรียมใบปริ้นท์ไปชัวร์สุดค่ะ

3.แลกเงิน อัพเดตค่าเงินเรื่อยๆ

ช่วงนี้เงินเยนราคาถูกลง สามารถแลกได้ในเรตต่ำกว่า 30 บาท ต่อ 100 เยน ถือว่าราคาดีมาก ถ้าใครที่มีแพลนจะเดินทางอยู่แล้ว ทยอยแลกเก็บไว้ก็ดีนะคะ เพราะช่วงที่คนเดินทางเยอะ เงินอาจขาดตลาดได้

4.ทำผม ทำเล็บก่อนวันเดินทาง

เวลาไปออกทริปที่ต้องถ่ายรูปออกสื่อหรือถ่ายรายการ เราจะไปทำผมที่ร้านในวันที่จะเดินทาง เพราะส่วนใหญ่จะเดินทางในตอนกลางคืน เมื่อถึงปุ๊บ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาแต่งผม พร้อมทำงาน ถ่ายรูปสวยๆ ได้เลย

สำหรับสาวๆที่ชอบการถ่ายรูปถือของกับวิว การทำเล็บสวยๆไปมันช่วยเพิ่มความมั่นใจได้มากเลยนะคะ เรามักจะเข้าเนลซาลอน ทำเล็บเจลก่อนเดินทางวันนึง เพราะเล็บเจลสามาถอยู่ได้นานกว่าสีปกติ สวยได้ตลอดทั้งทริป ไม่ต้องกลัวลอกเลยล่ะ

5.เช็คสภาพอากาศ เพื่อเตรียมชุดให้เข้ากัน

ที่ญี่ปุ่นสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย โดยเฉพาะช่วงรอยต่อฤดูกาล บางวันอากาศอบอุ่น แต่ถัดมาอีกวันอาจจะหนาว อุณหภูมิลดลง ต่างกันเป็นสิบองศาก็ได้

ดังนั้นนอกจากการดูอุณหภูมิคร่าวๆโดยประมาณของฤดูกาลนั้นๆ ควรเช็กให้แน่นอนทางอินเตอร์เน็ตก่อนเดินทางด้วย และเมื่อมาแล้วก็ควรเช็กพยากรณ์อากาศบ่อยๆ ซึ่งพยากรณ์ของญี่ปุ่นเค้าแม่นยำ เชื่อถือได้แน่นอนค่ะ

สำหรับคนที่เดินทางมาแล้วเจออากาศหนาวกะทันหัน ไม่ได้เตรียมเสื้อกันหนาวมา แนะนำร้าน Uniqlo และ GU ร้านขายเสื้อผ้าคุณภาพดี ราคาถูก (พันกว่าบาทก็ซื้อเสื้อโค้ตได้แล้ว) ถ้านานๆเดินทางที ไม่ต้องซื้อของแพงมากก็ได้ค่ะ สำหรับเรานะ คิดว่าซื้อของราคาไม่แพง คุณภาพกลางๆ ก็พอแล้ว เพราะเทรนด์มันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ซื้อแบบใหม่ใส่หลายตัวดีกว่า หรือจะเช่าเสื้อโค้ตตามร้านก็ดี ไม่ต้องเก็บรักษา ไม่ต้องซื้อแพง สะดวกดี

6.เตรียมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าให้พร้อม

ไม่ว่าจะเป็นที่ชาร์จแบต พาวเวอร์แบงค์ ปลั๊กต่อ และหัวแปลงไฟ ไฟที่ญี่ปุ่นกำลังไฟน้อยกว่าไทย 110 v ของไทย 240 v ส่วนใหญ่พวกที่ชาร์จมือถือ กล้องจะใช้ไฟได้ทั้งแบบอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นอุปกรณ์อื่นๆ เช่น ที่ม้วนผมบางรุ่น อาจจะใช้ด้วยกันไม่ได้ เราแก้ปัญหาโดยการ ซื้อที่ม้วนผมของญี่ปุ่นมาใช้เวลาเดินทางโดยเฉพาะ แต่ถ้าจะซื้อใหม่ก็ลองดูรุ่นที่ใช้ไฟได้ทั้งสองแบบนะคะ

7.หาหมอสิวดูแลผิว

เราเป็นคนผิวแพ้ง่ายค่ะ และมีปัญหาสิวอุดตันด้วย ก่อนเดินทางสัก 2-3 วันจะมาหาหมอที่คลีนิกผิวหน้าก่อน จัดการสิวอุดตันให้เรียบร้อย และบางทีแปลกที่ เจอน้ำและอากาศที่ไม่คุ้นเคยก็อาจทำให้แพ้ มีสิวผุดขึ้นมา ก็เตรียมยาแต้มยาทาไป

นอกจากนี้เรายังติดน้ำเกลือไว้ชุบสำลีเช็ดหน้า ช่วยป้องกันปัญหาแพ้น้ำ และที่ลืมไม่ได้คือการซื้อยาประจำตัวติดไปด้วย เช่น ยาแก้ปวด แก้แพ้ แก้อักเสบ ลดน้ำมูก ยาพ่นแก้เจ็บคอในกรณีที่ใช้เสียงมาก  ด้วยความที่ชอบเตรียมของไปพร้อมทำให้สัมภาระเยอะ เลยถูกแซวอยู่บ่อยๆว่าเป็นบ้าหอบฟาง (แต่เวลาใครขาดเหลืออะไร ก็ชอบมาขอที่เรานี่แหละ หุหุ)

8.ทำประกันการเดินทาง ทั้งสุขภาพและทรัพย์สินส่วนตัว

และที่ขาดไม่ได้เลย คือการทำประกันการเดินทางค่ะ เพราะในการเดินทางแต่ละครั้ง มีความเสี่ยง ทั้งจากอุบัติเหตุ การสูญหายของทรัพย์สิน การเดินทางล่าช้า และอื่นๆ ที่เราคาดเดาไม่ได้ ดังนั้นก่อนการเดินทางควรทำประกันไว้ก่อนนะคะ 

adver (1).jpg

ซึ่งตอนนี้ มีประกันดีๆจาก LH Bank ที่นอกจากจะดูแลคุ้มครองการเสียชีวิต การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ, มีศูนย์ช่วยเหลือ 24 ชม.โดยเจ้าหน้าที่คนไทย, ชดเชยค่าอาหารและที่พัก กรณีเดินทางล่าช้า การพลาดเที่ยวบิน รวมกรณีเปลี่ยนเส้นทางการบิน,  ชดเชยกรณีระบบสายการบินผิดพลาด (overbooking) แล้ว 

และที่เราคิดว่าเจ๋งสุดๆ คือ “การคุ้มครองทรัพย์สินภายในบ้าน ขณะท่องเที่ยวในต่างประเทศ” ไม่ว่าจะ โจรขึ้นบ้าน หรือใดๆ ก็ตาม เรายังได้รับความคุ้มครองทรัพย์สินภายในบ้านสูงสุด 100,000 บาท อีกด้วย ลองดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  https://goo.gl/MvRH2G

จากประสบการณ์ที่มาเล่าให้อ่านกันในครั้งนี้ หวังว่าพอจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังจะเดินทางนะคะ เตรียมตัวให้พร้อมแล้ว ก็เตรียมใจไปพบกับความสนุกและประสบการณ์ใหม่ๆในต่างแดนกันเถอะ! ขอให้สนุกกับทริปต่อไปของคุณค่า!

C360_2017-09-11-10-38-52-201.jpg

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ..เรโกะ” คือใครเรียนอะไรทำงานอะไรมาเขียนเองเล่าเองซะเลยLet me introduce my self, Reiko.ws

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : youtube “Reiko_ws เรโกะ”

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพในบล็อกนี้ เราถ่ายเองด้วยกล้องและมือถือค่ะ

อยู่ไทยก็ลองทำงานฝีมือญี่ปุ่นจาก TOYAMA ได้ ที่ Isetan นี่เอง!!

เข้าช่วงปลายปีแล้ว หลายคนคงกำลังวางแผนไปเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งญี่ปุ่นก็น่าจะเป็นลำดับต้นๆที่คนไทยนึกถึงสำหรับการไปเที่ยว แต่ถ้่าใครยังไม่มีโอกาสเดินทาง ก็ไม่ต้องเสียใจนะจ๊ะ เพราะตอนนี้ ที่ห้าง Isetan (ตรงเซ็นทรัลเวิลด์) เค้ากำลังจัด “งานนิทรรศการผลิตภัณฑ์พื้นเมืองของจังหวัดโทยาม่า” 富山県伝統工芸品展 มีกิจกรรมให้ลองทำ  ชิม ช้อปมากมายเลย เราได้ลองไปเที่ยวมาแล้ว เลยจะมารีวิวให้อ่านกันล่ะ!

img_2349งานจัดอยู่ที่ชั้น 4 ในห้างอิเซตันค่ะ เข้าไปแล้วก็เจอเลย เป็นลานกิจกรรม ที่มีเสื่อทาทามิอยู่ตรงกลาง และมีสินค้าหัตกรรมจากจ.โทยาม่าตั้งโชว์อยู่

img_2351สำหรับคนที่ยังไม่รู้จักจ.โทยาม่า จังหวัดนี้ตั้งอยู่กลางประเทศญี่ปุ่นเลยค่ะ เดินทางได้ทั้งจากกสนามบินนาโงย่า หรือจากโตเกียวก็ได้ แต่ถ้าโตเกียวตอนนี้มีชินคันเซนด้วย เดินทางจากโตเกียวใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงกว่าๆเท่านั้นก็ถึงแล้ว (อยู่ข้างๆจ.นากาโนะ)

มาถึงปุ๊บ เราก็ลองเข้าร่วมเวิร์กช้อปเพ้นท์ของแฮนด์เมด “Lacquerware Workshop” ก่อนเลย เลือกได้ว่าจะทำอะไร ระหว่างถ้วย Guninomi 2,000 บาท, จี้สายหนังสำรับห้อยคอ 700 บาท, ช้อน 400 บาท

20170924_115017.jpgimg_2364

เราเลือกทำสร้อยคอ จะได้ใส่กลับบ้านเลย อิอิ ซึ่งตัวจี้ทำจากไม้ เค้าจะให้เราเลือกลายที่ชอบจากแพทเทิร์น แล้วร่างแบบลงไป อาจารย์บอกว่ายิ่งเลือกลายใหญ่ๆ จะยิ่งเขียนง่าย

20170924_112535.jpg

img_2361

20170924_114704.jpg

จากนั้นอาจารย์จะใส่ผงทองแท้หรือผงเงินแท้ลงไป จะเลือกสีเดียวหรือทั้งสองสีก็ได้ เพื่อเน้นลวดลายให้ดูสวยงาม img_2360ไม่ต้องรอให้สีแห้ง ดังนั้นใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็เสร็จแล้วค่ะ เราเลือกสายสีแดง นี่แหละสร้อยคอของเรา จะได้ดูตัดกัน เสร็จแล้ววววว สวยมั้ย!?20170924_121535.jpgถ่ายกับอาจารย์ Satoru Tsuji ช่างฝีมือที่บินตรงจากจ.โทยาม่า มาสอนทุกวันตลอดระยะเวลาการจัดงานimg_2359

จากนั้น พักฟังทอร์กโชว์ เพิ่มความรู้กันหน่อย หัวข้อ “การพัฒนาทักษะใหม่ๆในการใช้ความสามารถประดิษฐ์” บรรยายโดยคุณ Katsuji Nousaku (กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท Nousaku)

คำว่า NOU 能 หมายถึง ทำได้, ทำได้ดี, มีความสามารถ / SAKU 作 หมายถึง เริ่มต้นสร้างขึ้น, ทำสำเร็จ

img_2345

บริษัท NOUSAKU ก่อตั้งในปี 1916 เริ่มต้นจากการผลิตเครื่องทองเหลืองที่เมืองทาคาโอกะ ประเทศญี่ปุ่น แต่ก่อนเน้นผลิตหิ้งพระ อุปกรณ์ชงชา และแจกันเป็นหลัก ปัจจุบันมีการประยุกต์ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากทองแดงมากมาย เช่น ของแต่งบ้านดีไซน์ทันสมัย เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร โคมไฟ เป็นต้น20170924_135242.jpg

นอกจากนี้ NOUSAKU ยังมีชื่อเสียงด้านการผลิตสินค้าจากดีบุก เพราะทำจากดีบุกบริสุทธิ์ 100%  ไม่ผสมโลหะอื่น ซึ่งดีบุกเป็นแร่โลหะที่มีมูลค่าสูง รองจากทองคำ และเงินนั่นเองimg_2337

มีการประยุกต์ทำไอเท็มที่เกี่ยวข้องกับการ์ตูนชื่อดัง เช่น กันดั้ม และโดราเอม่อนด้วย โดยเฉพาะโดราเอม่อน ถือว่ามีต้นกำเนิดที่เมืองทาคาโอกะ จ.โทยาม่านี่เอง เพราะอ.ฟูจิโกะ ฟูจิโกะ มีบ้านเกิดอยู่ที่เมืองนี้20170924_131717.jpg

img_2344

และยังมีการชิมน้ำส้มที่เสริฟในภาชนะดีบุกของ NOUSAKU อีกด้วย เปรียบเทียบกับน้ำส้มที่เสริฟด้วยแก้วใสธรรมดาแล้ว น้ำส้มที่เสริฟจากแก้วดีบุกจะคงความเย็นได้นานกว่า และรสชาติอร่อย กลมกล่อมกว่า ซึ่งถ้าใช้ดื่มไวน์ก็จะได้รสชาติที่อร่อยกว่าเช่นกัน (เค้าว่ามางี้นะ)  อันนี้ก็ต้องมาลองชิมกันเองที่งานนะจ๊ะ

20170924_132444.jpg

สินค้าของ NOUSAKU มีน่าสนใจหลายชิ้นเลยนะคะ อย่างเช่นอันนี้ เป็นแก้วน้ำที่ลวดลายจะขยายใหญ่ขึ้น เมื่อใส่น้ำลงไป ดูเพลินเลยล่ะ

และอันนี้เป็นตะกร้าดัดได้ “คาโกะ” ทำจากดีบุก สามารถดัดให้เป็นรูปทรงตามที่เราต้องการ จะใส่ของก็ได้ หรือเป็นหมวกเก๋ๆก็ยังได้

จากนั้น ก็ถึงเวลาของการจิบชาแบบญี่ปุ่น ในช่วง Japanese Tea Ceremony โดยอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่น คุณ Fumi Kojima และทีมงาน

img_2355img_2356img_2353

สามารถลงชื่อเข้าร่วมได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย ชมการชงชา่แบบดั้งเดิมแบบใกล้ชิด พร้อมชิมขนม น้ำชา และชมความงามของถ้วยชาที่ถือเป็นศิลปะอีกอย่างของญี่ปุ่นด้วย 20170924_1237561842316610.jpg20170924_123300.jpg

img_2354

ซึ่งในส่วนของนิทรรศการนี้  จะจัดถึงวันพุธที่ 4 ตุลาคม 2017 นี้ ที่บริเวณลานกิจกรรมชั้น 4 ห้าง Isetan กรุงเทพ เข้าชมได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย ลองดูตารางกิจกรรมที่น่าสนใจตามนี้ได้เลยจ้ะ

20170924_115956201438228.jpg20170924_120004255584651.jpg20170924_115946243280737.jpg

และถึงจะพ้นช่วงกิจกรรมไปแล้ว ทุกคนก็ยังสามารถแวะมาชมและช้อปปิ้งสินค้าแฮนด์เมดจากโทยาม่าได้ตลอด เพราะที่ชั้น 4  นี้มีมุมที่จำหน่ายสินค้าของ NOUSAKU อีกด้วย มาดูไอเดียแหวกแนวของหัตถกรรมญี่ปุ่นกันเถอะimg_2339img_2341img_2347

img_2340img_2346

ใครที่กำลังหาที่เที่ยวในกรุงเทพช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้ก็ลองแวะมานะคะ แล้วคุณจะรู้ว่าจ.โทยาม่า ยังมีอะไรดีๆที่รอให้ค้นพบอยู่อีกเพียบเลย!

ปล. เราเคยเขียนบล็อกรีวิวทริปจ.โทยาม่า ช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงด้วยนะ ลองดูสิ เผื่อจะได้ไอเดียเที่ยวญีปุ่นทริปหน้า รีวิวเที่ยว Toyama สนุกครบทั้งชมธรรมชาติ,เล่นหิมะเรียนทำซูชิ, นั่งรถรางโดราเอมอน, ใส่กิโมโนเดินเล่นเมืองเก่า 

img_2336

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ..เรโกะคือใคร? เรียนอะไร? ทำงานอะไรมา? เขียนเองเล่าเองซะเลย Let me introduce my self, Reiko.ws

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : youtube “Reiko_ws เรโกะ”

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

*รูปภาพในบล็อกนี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของบล็อก ไม่อนุญาติให้นำไปใช้โดยไม่ได้แจ้งก่อน มิฉะนั้นจะดำเนินการตามกฏหมาย

 

 

 

 

Kimochiii & Cawaii! it's my LIFEstyle by Reiko บ.ก.เรโกะ กับเรื่องสนุกๆสไตล์ญี่ปุ่น