Tag Archives: ภาพยนตร์ญี่ปุ่น

รีวิวภาพยนตร์ญี่ปุ่น Shoplifters ครอบครัวที่ลัก 万引き家族

เราเขียนบล็อกนี้ขึ้นมาในวันแม่ วันที่ใครๆ ก็ใช้เวลากับครอบครัว เข้าโซเชี่ยลก็จะเจอแต่ภาพบรรยากาศอันอบอุ่นของคนที่ใช้เวลากับครอบครัวที่รัก ดูแล้วก็รู้สึกอบอุ่นไปด้วย ถึงแม้ว่า ในวันสำคัญแบบนี้ทุกครอบครัวจะดูมีความสุขกัน แต่ก็ปฏิเศษไม่ได้ว่า ลึกๆ แล้ว เมื่อคนหลายคนมาอยู่ร่วมกัน มันก็ต้องมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นแน่นอน

ไม่ว่าจะจากความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน ทัศนะคติ ช่องว่างระหว่างวัย ไปจนถึงจากความคาดหวัง ที่บางทีคนในครอบครัวนำไปยัดใส่อีกคนจนมากเกินไป ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสิทธิเสรีภาพ แต่นั่นเพราะเราเลือกครอบครัวไม่ได้นี่นา จึงต้องทนๆ กันไป พยายามปรับตัวเพื่อให้อยู่กันได้แบบที่ปัญหาน้อยที่สุด

แล้วถ้าเราสามารถเลือกสมาชิกในครอบครัวแบบที่เราอยากให้เป็นได้ล่ะ มันจะเป็นอย่างไร?

c1ef72a7d7cd922a

“Shoplifters” ชื่อภาษาไทย “ครอบครัวที่ลัก” 万引き家族ภาพยนตร์ดราม่าครอบครัว ผลงานของผู้กำกับชื่อดัง “ฮิโรคาสุ โคโรเอดะ” ซึ่งได้รับรางวัลปาล์มทองคำจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีล่าสุด โดยภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดตัวเป็นอันดับ 1 ใน Japan Box Office ประจำสุดสัปดาห์และเป็นภาพยนตร์ญี่ปุ่นคนแสดงที่ทำรายได้ครบ 1,000 ล้านเยนเร็วที่สุดอีกด้วย ซึ่งเนื้อเรื่องได้รับแรงบัลดาลใจมาจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น

bafb199b496b82ba40250d58935a9631-1

เรื่องย่อ : ครอบครัวยากจนในโตเกียว ที่ประกอบไปด้วย พ่อ, แม่, ลูกชาย, น้องสาวของภรรยา และคุณยาย มีความลับอยู่อย่างนึง คือพวกเค้าดำรงชีวิตด้วยการลักขโมยของจากร้านค้าต่างๆ เพื่อดำรงชีวิต วันหนึ่งพ่อและลูกชาย ไปเจอเด็กหญิงตัวน้อยร้องไห้อยู่หน้าบ้าน จึงได้มาพากลับมา และเลี้ยงดูในฐานะลูกสาวคนเล็ก ถึงมันจะเป็นความสัมพันธุ์ที่ไม่ได้ถูกต้องแต่เริ่มแรก แต่เมื่อได้อยู่ร่วมกัน ก็ทำให้เกิดเสียงหัวเราะ ความสุข และความทรงจำดีๆ เกิดขึ้น ที่ถึงจะแตกต่างจากครอบครัวปกติทั่วไป แต่มันก็ทำให้เรายิ้มได้เมื่อเห็นช่วงเวลาที่พวกเค้าอยู่ด้วยกัน

จริงอยู่ที่ว่าครอบครัวนี้ สมาชิกแต่ละคนมีความลับ มีความเป็นสีเทา สิ่งที่พวกเค้าทำผิดทั้งกฎหมายและศีลธรรม จะบอกว่าพวกเค้าเป็นคนดีก็คงไม่ใช่ แต่สายใยความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นมาในฐานะ “ครอบครัว” นั้นช่างสวยงาม และทำให้เราได้กลับมาคิดว่า “ถ้าเป็นครอบครัวที่เราเลือกได้เองล่ะ จะเป็นยังไง”

ในความเป็นจริง คงไม่มีใครสามารถใช้ชีวิตแบบครอบครัวนี้ได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับสมาชิกในครอบครัวนี้ มันก็ทำให้เรารู้สึกอิ่มเอมหัวใจ และได้เรียนรู้ความรักในอีกรูปแบบหนึ่ง

https_imgix-proxy.n8s.jpcontentpic2018060996958A99889DE1E3E7E0EAEAE4E2E2EAE2E4E0E2E3EA9097E282E2E2-DSXKZO3152887008062018BE0P00-PB1-5

ขอชื่นชมการเลือกตัวแสดง ของเรื่องนี้ที่ดูสมบทบาททุกตัว ภาพจากตอนแรกที่เห็นหน้าตาสมาชิกในครอบครัว เราเกิดคำถามในตอนแรก ว่าทำไม? แต่เมื่อดูไปเรื่อยๆ ปมจะเริ่มคลี่คลาย และเข้าใจมากขึ้นเอง

สำหรับคนที่คิดว่า เรื่องนี้น่าจะเป็นภาพยนตร์ครอบครัวอบอุ่นฟีลกู้ด มันอาจไม่ใช่อย่างที่คุณคาดหวัง แต่ในความเทาๆ นั้น มันทำให้คุณยิ้มได้ (และอาจทำให้เสียน้ำตา) ได้แน่นอนค่ะ

และทำให้คิดได้ว่า ทุกความสัมพันธ์ถึงจะไม่เพอร์เฟคต์ แต่เมื่อได้มาเจอ ได้มาใช้เวลาร่วมกันแล้วจงทำทุกวันให้ดีที่สุด ถึงความสุขนั้นจะไม่อยู่กับเราได้นาน แต่สุดท้ายมันจะอยู่ในความทรงจำตลอดไป

1534062357537-01.jpeg

ตอนนี้ Shoplifters กำลังเข้าฉายที่ House RCA และ Scala ลองหาโอกาสชวนคนที่รักไปดูนะคะ แล้วคุณจะได้มุมมองอีกแบบของ “ครอบครัว”

1534062368632-01.jpeg

รีวิวภาพยนตร์ญี่ปุ่น Kids on the Slope เพลงแรก รักแรก จูบแรก 坂道のアポロン

ดีใจจัง ช่วงปีนี้มีภาพยนตร์ญี่ปุ่นหลายเรื่องเข้ามาฉายในไทย เร็วๆ นี้เราเพิ่งไปดูเรื่อง Kids on the Slope (ชื่อไทย เพลงแรก รักแรก จูบแรก / ชื่อญี่ปุ่น 坂道のアポロン Sakanmichi no Apollon) สร้างจากมังงะของอ.ยูกิ โคดามะ และมีเป็นเวอร์ชั่นอนิเมชั่นด้วย แต่เราไม่เคยอ่านและดูมาก่อน ทำให้ครั้งนี้เข้าโรงแบบไม่รู้อะไรมากนัก เห็นโปสเตอร์ตอนแรก ก็คิดว่าน่าจะเป็นหนังรักวัยรุ่นใสๆ มีเด็กวัยรุ่นหน้าตาดี รักสามเส้าอะไรแบบนี้มั้ง

71kpb3FCGwL._AA_.jpg

เรื่องย่อก็มีอยู่ว่า ในช่วงปี 1966 “คาโอรุ นิชิมิ” เด็กเนิร์ดลุคคุณหนูจำเป็นต้องย้ายโรงเรียนจากเมืองโยโกสุกุ (จ.คานากาว่า ใกล้โตเกียว) มาอยู่ที่เมืองซาเซโบะ จ.นางาซากิ (เกาะคิวชู) ด้วยความจำเป็นของครอบครัว จนได้มารู้จักกับ “เซนทาโร่ คาวาบุจิ” เด็กหนุ่มนักเลงสุดเฮี้ยว ตัวใหญ่ใจสู้ ที่ต่างกันสุดขั้นแต่ทั้งสองก็กลายเป็นเพื่อนกันได้ด้วยการแนะนำของ “ริตซึโกะ” เด็กสาวจิตใจดี ที่รักดนตรีแจ๊ส เกิดเป็นเรื่องราวมิตรภาพระหว่างเพื่อนและประสบการณ์ความรักครั้งใหญ่ในชีวิตของพวกเค้า

C360_2018-06-03-16-06-38-222.jpg

“คาโอรุ” เด็กแว่นหน้าตาน่ารัก รับบทโดย “ยูริ จิเน็น” เมมเบอร์วงไอดอล Hey! Say! JUMP

“เซนทาโร่” หนุ่มบ้าพลังตัวยักษ์ แต่จริงๆ แล้วจิตใจอ่อนโยน รับบทโดย “ไทชิ ทาคากาวะ”

และ “ริตซึโกะ หรือ ริตจัง” สาวน่ารักจิตใจดี รับบทโดย “นานะ โคะมัตซึ” ซึ่งทั้งสามคนเป็นดาราวัยรุ่นที่กำลังมาแรง เมื่อดูรุปภาพเทียบกับเวอร์ชั่นมังงะแล้ว เรียกได้ว่าเหมาะสมมาก

C360_2018-06-03-16-06-05-171.jpg

นางาซากิ เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากระเบิดปรมาณู ด้วยความที่เป็นหนังย้อนยุคไปสมัยปี 1966 ซึ่งผ่านมา 21 ปีหลังจากยุติสงครามในปี 1945 ทำให้เราได้เห็นสภาพบ้านเมืองของญี่ปุ่นในยุคที่กำลังฟื้นฟูหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองซาเซโบะนั้นไม่ได้โดนระเบิดโดยตรง แต่ด้วยเป็นที่ตั้งของฐานทัพทหารอเมริกัน ทำให้มีวัฒนธรรมตะวันตกหลายอย่างผสมผสานอยู่ในชีวิตของผู้คนที่นี่

และเพราะจ.นางาซากิเป็นเมืองแรกๆ ของญี่ปุ่นที่ทำการค้ากับต่างประเทศ ในเมืองนี้จึงมีคนที่นับถือศาสนาคริสต์อยู่มากมาย ภายในเรื่องเราจะได้เห็นฉากในโบสถ์ ความเกี่ยวข้องของตัวละครที่มีต่อศาสนาคริสต์ และความเป็นตะวันตก เช่น เพลงแจ๊สที่เป็นแก่นหลักของเรื่องด้วย เรียกได้ว่าดูแล้วสนุกกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในช่วงนั้นไปด้วย เราเคยไปเที่ยวเมืองซาเซโบะมาแล้ว เป็นเมืองที่ชอบอันดับต้นๆ เลยยิ่งสนุกกับการดูสถานที่ต่างๆ ภายในเรื่อง

78445-20180529040008-4477765.jpg

ในเรื่องมีโมเม้นต์ที่ทำให้ต้องกรี๊ดต้องจิ้นต่อเยอะกว่าที่คิดเอาไว้ ซึ่งแน่นอนว่า “ไม่ใช่ระหว่างพระเอกและนางเอก” คือจะบอกว่าคนไหนเป็นพระเอกก็แล้วแต่จะตีความ ที่แน่ๆ เวลาที่เด็กผู้ชาย 2 คนนี้ เค้าอยู่ด้วยกัน คุยกัน เล่นดนตรีด้วยกัน สายตาของพวกเค้ามันสื่ออกมาได้เลย ว่า “กำลังมีความสุขอยู่จริงๆ” ถึงไม่ใช่สาววายแต่ก็ต้องมีแอบฟินบ้างแหละน่ะ

ส่วนตัวเราประทับใจทุกฉากที่เซนและคาโอรุเล่นดนตรีด้วยกัน ทำให้ยิ้มได้ตลอด และรู้สึกว่า “ดนตรีนี่มันดีจังเลยน้า” ทำให้คนสองคนที่ต่างกันสุดขั้วกลายมาเป็นเพื่อนกันได้ ซึ่งริตจังผู้หญิงคนเดียวในเรื่อง ก็คงรู้สึกเช่นเดียวกันเวลาที่มองทั้งสองคนเล่นดนตรี จึงเป็นที่มาของประโยค “ให้ฉันเข้าไปในโลกของเธอสองคนได้เหรอ” แอร๊ยยยยย ประโยคนี้มันช่างแทนใจจริงๆ

และหนังยังสะท้อนเรื่องครอบครัวในสังคมเอเชียได้เป็นอย่างดี แต่ละครอบครัวก็มีปัญหาที่แตกต่างกันๆ ไป บางบ้านเหมือนจะสมบูรณ์ เหมือนจะมีความสุขแล้ว แต่บางทีมันก็ไม่ใช่อย่างที่เห็น ซึ่งจิตใจของเด็กที่มีแผลนั้น ได้รับการเยียวยาด้วย “ดนตรี” เพลงในเรื่องเป็นสิ่งที่ดีงาม ฟังเพลินตลอดเรื่อง จนออกจากโรงมาแล้วยังอยากหามาฟังต่อ

สำหรับคนที่เรียนภาษาญี่ปุ่น สิ่งที่สนุกในการดูอีกอย่างคือ การใช้ภาษาของตัวละครในเรื่องที่เป็นคนท้องถิ่นจ.นางาซากิ ยกเว้นคาโอรุ และตัวละครที่มาจากโตเกียว แทบทุกคนพูดสำเนียงถิ่นหมดเลย เป็นรายละเอียดที่น่าสนใจดี ได้ฝึกฟังด้วย ดูว่าตัวเองจะฟังออกแค่ไหน

C360_2018-06-03-16-04-22-375.jpg

สรุปแล้ว หนังเรื่องนี้ทำให้เรามีความสุขได้ทั้งจาก “ตาดู” วิวนางาซากิสวยๆ, ตัวแสดงนำหน้าตาดี / “หูฟัง” เพลงประกอบเพราะๆ / “ใจอิ่มเอม” กับมิตรภาพในเรื่อง ถึงแม้ว่าตัวหนังจะเอาคำว่า “รักแรก” มาเป็นจุดขาย แต่สำหรับเรา “มิตรภาพ” มันทำให้รู้สึกอินได้ที่สุดแล้ว

หนังเพิ่งเข้าฉายเมื่อ 31 พ.ค.นี้เอง ถ้ากำลังหาหนังที่ทำให้ดูแล้วฟีลกู้ด คิดบวก มีความสุขไม่ต้องเครียดอะไรมาก ไปดูเถอะค่ะ หนังเรื่องนี้จะทำให้คุณหัวใจเต็มอิ่มได้แน่นอน ถ้านับตามความประทับใจ เราให้ 8/10 ค่ะ

http://sahamongkolfilm.com/saha-movie/kidsontheslope-movie/

https://www.facebook.com/MongkolCinemaMovie/

C360_2018-06-03-16-05-27-172.jpg

และสำหรับคนที่ดูแล้วอยากจะเที่ยว “เมืองซาเซโบะ จ.นางาซากิ” บ้าง เรามีรีวิวให้ดูกันด้วย มีทั้งเวอร์ชั่นบล็อก เที่ยวญี่ปุ่น ซาเซโบะ จ.นางาซากิ พักโรงแรมหุ่นยนตร์ เฮ้าส์เทนบอส Nagasaki 05

และ youtube เลย ถ้ามีโอกาสก็ลองตามรอย ไปดูสถานที่ที่คาโอริ เซน และริตจัง เคยไปกันเถอะ!

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ..เรโกะคือใคร? เรียนอะไร? ทำงานอะไรมา? เขียนเองเล่าเองซะเลย Let me introduce my self, Reiko.ws

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : youtube “Reiko_ws เรโกะ”

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)