All posts by Reiko.ws

Contact for Work ติดต่องาน K'Golf 081-843-7109 仕事依頼は reiko.ws@gmail.com You can call me "Meow" or "Reiko" Editor / Writer / Translator / MC / Talent / Cat lovers / Bangkok / Japan Profile ชื่อ : วรจรรย์ แสงเงิน (เรโกะ / เหมียว) การศึกษา : AFS Exchange Program, คณะศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, Waseda University Exchange Program ผลงาน : บรรณาธิการนิตยสาร SCawaii! Thai Edition, ViVi Thai Edition, Ray Thailand พิธีกรรายการ Kimochiii in Japan (2012-now) (ihereTV ทาง youtube), *OA now รายการ Beauty Versus สวยสั่งได้ (2015, 2016) (Fuji TV & Ch7), *OA now รายการ Many Many Japan ตอน จ.โอคายาม่า (2015) (Nation TV) รายการ Wezaa Cool Japan เก่งยกครัวทัวร์ยกบ้าน (2016) (3SD 28) *OA now ล่าม, นักแปล, นักเขียน และอื่นๆ *about me* facebook : Reiko.ws instagram & twitter & youtube @reiko_ws www.ReikoBangkokNeko.com

เที่ยวโอซาก้า 1 วัน กินเที่ยว ที่เดียวเอาอยู่ใน Grand Front Osaka

เมื่อพูดถึงเมืองยอดนิยมในญี่ปุ่นที่คนไทยนิยมมาเที่ยวกัน “โอซาก้า” ต้องเป็นอันดับแรกๆ สูสีกับโตเกียวอย่างแน่นอน ที่โอซาก้า ไม่ว่าจะชอบช้อปปิ้ง หาของกิน เที่ยวสวนสนุก ก็มีให้เลือกทำทุกอย่าง และในบล็อกนี้เรามีที่ท่องเที่ยวดีๆ มาแนะนำทุกคนกันด้วยล่ะ คนที่กำลังวางแผนจะไปเที่ยวโอซาก้า ห้ามพลาดเลยนะคะ!!

grand front 1

Grand Front Osaka เป็นห้างใหญ่ที่มีร้านเด็ดๆ ดังๆ จากทั้งในญี่ปุ่นเอง และจากต่างประเทศมากมายมาเปิดสาขาที่นี่ มากกว่า 270 ร้าน จุดเด่นคือ เนื้อที่ของแต่ละร้านกว้างมากกว่าห้างในสถานีรถไฟทั่วไป ทำให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงคอนเซปต์ของแบรนด์เป็นอย่างดี และสำหรับคนที่ชอบเที่ยวโต้รุ่งยันเช้า ที่ตึก North ชั้น 6 มีโซน “ที่พักผ่อนสำหรับผู้ใหญ่” เปิดให้บริการถึงตี 4 ของอีกวัน จะช้อปปิ้งก็ได้ หาของกินก็ดี จะมาดื่มสังสรรค์กับเพื่อนๆ ก็ลงตัวที่สุด เพราะอยู่ใจกลางเมืองโอซาก้า ย่านอูเมดะ ซึ่งคราวนี้เราจะมาแนะนำ Grand Front Osaka ให้ทุกคนได้รู้จักกันมากขึ้นค่ะ

การเดินทาง

ออกจากสถานี JR Osaka  เมื่อเดินผ่านที่ลานกว้าง Atrium ทางประตูทิศเหนือก็จะเจอเลย และยังมีมีทางเชื่อมที่ชั้น 2 ด้วย ถึงฝนตกหรือหนาวจัด ก็เดินได้สบายๆ เลยค่ะ

และในห้างก็มีโรงแรมด้วยนะคะ ที่ตึกทิศเหนือของ Grand Front Osaka มีโรงแรมหรู 5 ดาวอยู่ด้วย นานๆ ทีลองให้รางวัลตัวเองด้วยการมาพักที่โรงแรมหรูดูบ้างสิ

Intercontineltal Hotel Osaka นี้ตั้งอยู่ติดกับห้าง Grand Front Osaka เดินจากสถานีรถไฟ JR Osaka เพียง 5นาทีเท่านั้น มีทั้งฟิตเน็ส 24 ชั่วโมง, สระในร่ม และยังมีไวไฟฟรีทั้งโรงแรม เราพามาดูห้องที่อยู่สูงที่สุดของโรงแรม โอ้โหววววว หรูหราดูดี แถมยังวิวสวยมากๆ มองเห็นวิวเมืองโอซาก้าจากมุงสูง ในห้องมีทุกอย่างครบครัน ทั้งครัว, ห้องนั่งเล่น, ระเบียง แถมยังมีเครื่องซักผ้าและห้องเปลี่ยนชุดอีกด้วย ถึงชีวิตจริงจะไม่มีโอกาสอยู่ห้องใหญ่หรูหราแบบนี้ แต่ที่นี่ก็อาจจะช่วยเติมเต็มความฝันของเราได้นะ อิอิ

intercon 1intercon 2intercon 10intercon 9intercon 6intercon 7

ร้านอาหาร Pierre บนชั้น 20 ในโรงแรมเป็นร้านอาหารฝรั่งเศสที่ได้ดาวมิชลิน ที่นี่ เราสามารถลิ้มรสอาหารแสนอร่อยและดื่มด่ำกับวิวโอซาก้าสวยๆ ไปพร้อมกัน พนักงานก็มีมารยาทและบริการดี ถึงจะแพงหน่อย แต่ให้ราลวัลตัวเองด้วยร้านหรูๆ ซักมื้อก็ดีเหมือนกันนะ

pierre 1.jpg

มาลองดูร้านอาหารต่างๆ กันบ้าง ในตึก Grand Front Osaka มีร้านอาหารและร้านนั่งดื่มน่าสนใจมากมาย และนี่คือร้านที่เราอยากแนะนำค่ะ

เพื่อนๆ รู้จัก “ฮิซึมาบูชิ” มั้ยคะ เป็นเมนูที่ประยุกต์ปลาไหล ให้ทานได้หลายแบบหลายรสชาติในมื้อเดียว ด้วยการเติมเครื่องปรุงรส ซึ่งร้าน Hitsumabushi Bincho นี้ เลือกเนื้อปลาไหล หนังนิ่มมีมันติดนิดหน่อย ย่างด้วยไฟอ่อน ให้ความอร่อยของปลาไหลออกมามากที่สุด ใครได้มาทานก็บอกว่าอร่อยมากทั้งนั้นเลยล่ะ

hitsumabushi 1hitsumabushi 2hitsumabushi 3

อย่างที่บอกว่า เมนูนี้ประยุกต์ทานได้หลายแบบ สำหรับคนที่ไม่เคยทานมาก่อน เค้าก็มีป้ายแนะนำวิธีการทาน เป็นภาษาจีน, อังกฤษ, เกาหลี โดยมีวิธีทานทั้งหมด 3 แบบ ก่อนอื่นทานแบบเปล่าๆ ไม่ต้องปรุงรสก็อร่อย ซึ่งวิธีการทานอีก 2 แบบก็คือ เอาปลาไหลจิ้มวิซาบิและเนงิ และอีกแบบคือ ผสมสาหร่าย, เนงิ, วาซาบิ และปลาไหลเข้าด้วยกัน เป็นข้าวคลุก แถมท้ายด้วยการเติมน้ำซุปลงไป อร่อยร้อนๆ ชุ่มคอดี ซึ่งไม่ว่าจะทานแบบไหนก็อร่อย อยากให้ลองทานกันนะคะ

hitsumabushi 4hitsumabushi 5hitsumabushi 6

ร้าน BBQ33 สำหรับร้านนี้เราแนะนำให้ไปตอนมื้อค่ำ เพราะร้านเปิดถึงตี 4 ของวันถัดไป จะนั่งคุยกับเพื่อนยาวๆ ก็ได้ ในร้านตกแต่งสวยมาก มีสระว่ายน้ำด้วย เราจะได้สัมผัสบรรยากาศการทานบาบีคิวริมสระ ใจกลางเมืองใหญ่ ถ้าไม่ได้ยินพนักงานพูดภาษาญี่ปุ่น อาจจะนึกว่านั่งอยู่แถวชายทะเลประเทศตะวันตกไปแล้ว

bbq33 1bbq33 2bbq33 3

เมนูมีทั้งบาบีคิว, อาหารตะวันตก เป็นร้านอาหารที่ใกล้เคียงกับความเป็นบาร์ มี Tapas ทั้งหมด 33 ชนิด เป็นที่มาของชื่อ BBQ33 และยังมี Appetizer มากถึง 33 ชนิดอีกด้วย เพลินทั้งทูอินวัน นั่งเพลินๆ ถ่ายรูปสวย แถมอาหารยังอร่อยอีกด้วยล่ะ

bbq33 4bbq33 5

THEODOR TEA STAND ร้านนี้อยู่ใน Grand Front Hotel Osaka ตึก South ชั้น 2 เป็นสาขาของร้านชาจากฝรั่งเศส THEODOR มีชาหลายชนิด ทั้งชาโฮจิ, เซนฉะ และยังมีเครื่องดื่มแบบลิมิเต็ด จำกัดเฉพาะฤดูกาลด้วย แถมยังใจกว้าง มีที่นั่งสำหรับชาร์จแบตได้ด้วยthe door 1the door 3

เมนูที่น่าลอง เมนูแรก คือ Strawberry Passion Mamonde เป็นชาแช่เย็น ใส่สตรอว์เบอร์รี่และแพชชั่น ให้รสหวานลงตัวกับชาได้พอดี อีกเมนูที่อยากให้ลองคือ Melange Du Jardin De Maman เป็น Flovored Herb Tea ที่มีรสหวานอมเปรี้ยวเป็นจุดเด่น เป็น Tea Frozen ที่ใส่ผลไม้เยอะจุใจ

the door 2the door 4

และที่พนักงานแนะนำ คือ Peche Mignon เป็นเครื่องดื่มชาเขียวที่มีกลิ่นเมล่อนและพีชผสมอยู่ด้วย กลิ่นผลไม้หอมๆ จะค่อยๆ ตามมาตอนหลัง ช่วยให้ผ่อนคลายใครที่ติดใจชาจากร้านนี้ก็สามารถซื้อกลับบ้านได้ แพ็กเก็จสวย จะซื้อกลับไปเป็นของฝากก็ดีนะคะ

the door 5.jpg

The Lab. Café ถ้าอยากนั่งคาเฟ่ต์แบบชิลๆ พักผ่อนได้ ต้องที่นี่เลย จะมาทานอาหารเช้าที่นี่ก็ได้ เพราะเปิดตั้งแต่ 8 โมงเช้า มีหลายแบบให้เลือก ในรูปคือเซ็ตขนมปังทาเนย แยมสตอรว์เบอร์รี่, สลัดผัก และกาแฟ ขนมปังทาเนยและแยมที่นี่เป็นแบบหวานน้อย เข้ากับกาแฟได้เป็นอย่างดี

the lab 1the lab 2

ส่วนอาหารเช้าอีกแบบคือ เซ็ตขนมปัง, เนย, ไข่, สลัดผัก และชา ขนมปังมันนิ่มมากเข้ากับเนยได้ดี และที่สำคัญคือ ราคาค่ะ เพียงเซ็ตละ 500 เยนเท่านั้น ทั้งราคาดีแถมยังอร่อยทำให้ร้านนี้มีคนแน่นตลอดเลยค่ะ

the lab 3the lab 4

นอกจากคาเฟ่ต์แล้ว ที่ชั้น 2 – 3 ของที่นี่ยังมีสถานที่จัดแสดงศิลปะThe lab.อีกด้วย พอได้เข้าไปข้างในแล้วรู้สึกเหมือนเข้าไปโลกแห่งอนาคตเลยล่ะ ที่นี่เปิดโอกาสให้ศิลปิน, นักเรียนนักศึกษา รวมถึงบริษัททั่วไป ได้มาแสดงผลงาน, ทำกิจกรรมที่น่าสนใจ เหมาะสำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลยล่ะ และไม่ใช่แค่ดูอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังสามรถทดลองทำด้วยตัวเองได้ด้วย

the lab 7the lab 8

ที่เราสนใจเป็นพิเศษ คือ หน้าจอที่สามารถทดลองเสื้อผ้าได้แบบ VR และงานศิลปะที่ผสมผสาน อนาล็อกและดิจิตอลเข้าด้วยกัน ในแบบญี่ปุ่น น่าจะเหมาะกับชาวต่างชาติที่สนใจเรื่องราวของญี่ปุ่นนะคะ และนอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้ได้ทดลองอีกมากมาย ถึงจะไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่น แต่ก็สามารถสนุกได้ทุกคน

the lab 5the lab 6

ASICS Store Osaka สำหรับคนที่ชื่นชอบรองเท้ากีฬา ต้องรู้จักแบรนด์นี้แน่นอน ซึ่งร้านสาขา Grand Front Osaka นื้ถือเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในแถบญี่ปุ่นตะวันตก มีรองเท้ากีฬาแบบแหวกแนวให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หัดวิ่ง หรือคนที่เป็นโปรแล้ว ก็สามารถหารองเท้าถูกใจที่นี่ได้ มีเครื่อง FOOT ID ที่จะวัดขนาดของเท้าเราแบบสามมิติ วัดได้ทั้งขนาดของเท้าแบบละเอียด Static Foor ID และวัดการเคลื่อนไหวของเท้าขณะวิ่งแบบ Dynamic Foot ID ได้ด้วย ซึ่งพอเราวัดขนาดเท้าทั้ง 2 แบบนี้เสร็จ ก็เอาไปประกอบการเลือกรองเท้าที่มีในร้านมากกว่า 150 แบบ รับรองว่าต้องเจอคู่ที่เข้ากับเท้าเราแน่นอน

asics 1asics 2asics 3asics 4

และยังมี Running Lab ซึ่งทีมงานจะแนะนำการเลือกรองเท้ากีฬาให้เราอย่างใกล้ชิด และตอนนี้ยังมีคอลเลคชั่นพิเศษ ลิมิเต็ดโอลิมปิกจำหน่ายด้วย ถ้าอยากหารองเท้าสวยๆ ดีต่อสุขภาพละก็ แนะนำให้ลองมาที่นี่เลย

asics 6asics 7asics 8
สำหรับคนที่เป็นสาวกของ G-SHOCK ถ้ามาญี่ปุ่นละก็อย่าพลาดสอยกลับไปซักเรือนสองเรือนนะ ซึ่งที่ร้าน G-SHOCK สาขา Grand Front Osaka นี่ มีรุ่นและแบบสวยๆ ให้เลือกเยอะมากเลยล่ะ นอกจากจะดูดีแล้วยังมีคุณสมบัติที่ใช้ง่ายได้อีกมากมาย และถ้าใครมีนาฬิกาที่เสียหรืออยากจะเปลี่ยนถ่าน ที่นี่ก็มีให้บริการซ่อมแซม ดูแลหลังการขายด้วยนะ

g shock 1g shock 2g shock 3g shock 4g shock 5g shock 6
Mercedes Me & Down Stair Café มีคาเฟ่ต์ของเบนซ์ที่นี่ด้วยนะ ซึ่งตัวร้านจะเป็นแบบเปิดโล่ง สามารถเข้าจากทางไหนก็ได้ โดยภายในแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนของร้าน Mercedes Benz และ Downstairs Coffee ส่วนของโชว์รูปนั้นมีรถสวยๆ โชว์ให้เราได้ดูอย่างใกล้ชิด

benz 1benz 2
ไอเท็มที่น่าสนใจ คือ ขวดแบบเก็บได้มั้งความร้อนและความเย็น และตรงปากจะกว้าง เพื่อให้ใส่น้ำแข็งได้ แถมยังเก็บอุณหภูมิได้ถึง 6 ชั่วโมง

benz 7.jpg

ตุ๊กตาหมีที่มีโลโก้อยู่ตรงหน้าอก ดูหรูหราน่ารักเหมาะจะใช้เป็นเครื่องเพิ่มความไฮโซให้กับกุญแจรถเรามากๆ เลยล่ะ

benz 5.jpg

นอกจากนี้ยังมีไอเท็มเกี่ยวกับกอล์ฟอีกด้วย ซึ่งที่นี่มีสินค้าเกี่ยวกับเบนซ์อีกมากมาย ที่ไม่ได้เกี่ยวกับรถยนต์เท่านั้น

benz 3benz 4benz 6benz 8

ในส่วนของคาเฟ่มีอาหารและเครื่องดื่มหลายชนิดให้บริการ ถึงจะดูหรู แต่ราคาไม่ได้แพงกว่าคาเฟ่ทั่วไปเลยนะ โดยที่ร้านนี้มีลูกค้ามาใช้บริการแต่เช้า เพราะมีเมนูอาหารเช้าด้วย ถ้ามีโอกาสก็ลองไปนั่งจิบชาดูบรรยากาศกันนะคะ

benz 9benz 10benz 11benz 12benz 13
ที่ตึก North ชั้น 4 มีโซนที่คนรักจักรยานและการตกปลาต้องถูกใจแน่ๆ เพราะที่นี่คือ Shimano Square ที่มีคาเฟ่ต์ และโซนจัดแสดงไอเท็มเกี่ยวกับจักรยานและการตกปลาเอาไว้ ทำให้เราได้ทึ่งกับเทคโนโลยีเจ๋งๆ ของญี่ปุ่นโดยบ.Shimano

shimano 1shimano 2shimano 3shimano 4shimano 5

และในโซนคาเฟ่ต์นอกจากจะม่อาหารและเครื่องดื่มแล้ว ยังมีนิตยสารและหนังสือของวงการจักรยานและวงการตกปลาเอาไว้ให้ดูเพลินๆ อีกด้วย

shimano 6shimano 7shimano 8

นอกจากจะมีร้านน่าช้อปน่ากินมากมายแล้ว ที่นี่ยังมีฟรีไวไฟทั่วทั้งห้าง จะไลน์หรือโทรหาเพื่อน รับส่งออเดอร์ก็สะดวกสบาย และสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แทบทุกร้านทำเรื่องคืนภาษีได้ด้วยค่ะ ประหยัดได้เยอะเลย

และถ้าเดินในห้างยังไม่จุใจ อยากจะไปเที่ยวตรงอื่นในย่านอูเมดะบ้าง ที่นี่เค้าก็มีป้ายรถเมล์ให้บริการอยู่ที่ตึก South และ North  ซึ่งค่าบริการต่อเที่ยวอยู่ที่ 100 เยน แนะนำให้ซื้อตั๋วแบบเหมา 200 เยน จะขึ้นลงที่ไหนกี่ครั้งก็ได้ใน 1 วัน โดยรถบัสนี้จะวนในย่ายอูเมดะ มีทั้งห้าง Hankyu 3rd street, Uniqlo สาขาที่ใหญ่ที่สุดในคันไซ, Loft, ห้าง Hanshin Umeda เรียกได้ว่าใช้เวลาทั้งวันละลายทรัพย์ ซื้อของก่อนกลับไทยได้ในย่านนี้ทั้งวันยาวๆ เลย

service 1service 2service 3service 4

นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของ Grand Front Osaka เท่านั้น ถ้าอยากรู้ว่ายังมีอะไรดีอีก ก็ต้องมาลองเที่ยวด้วยตัวเองดูนะคะ ก็หวังว่าทุกคนจะสนุกสนานกับการเที่ยวญี่ปุ่น แล้วอย่าลืม ถ้ามาเที่ยวโอซาก้า ก็ต้องแวะมา Grand Front Osaka นะคะ

illumination.jpg

วิ่งมาราธอนเลียบหาดที่ภูเก็ต เล่นโยคะกลางสวนกับ Roxy Run & Yoga 2018

ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นคนที่ฟิตแอนด์เฟิร์มอะไรมากมาย แต่ก็ชอบงานอีเว้นต์สนุกๆ เกี่ยวกับกีฬานะ ล่าสุดทางแบรนด์ Roxy เค้าก็เพิ่งจัดงาน Roxy Run & Yoga 2018 ที่ภูเก็ตไป แล้วเราก็มีโอกาสไปร่วมงานนี้ในฐานะบล็อกเกอร์ด้วย เย้!! ถือเป็นปีที่ 2 แล้วที่ได้ไปร่วมงานนี้ ซึ่งปีที่แล้วก็หกล้มกลางงานวิ่งขาเป๋กลับกทม. แต่ปีนี้เราจะไม่ซ้ำรอยเดิมแล้ว!! เอาล่ะ จะเป็นยังไง มาๆ เราจะเล่าให้อ่านกันนะ

งานนี้ ตอนแรกเค้ามีทาร์เก็ตเป็นผู้หญิงที่รักสุขภาพและการออกกำลังกายค่ะ เลยนำเอาการวิ่งมาราธอนแบบฟันรัน (ประมาณ 5 กม.) และเวิร์กช้อปโยคะมารวมกัน มีทั้งสาวๆ จากทางบ้านที่สมัครเข้ามาร่วมงาน, ผู้โชคดีจากกิจกรรมและสื่อมวลชน, บล็อกเกอร์แบบเรานี่แหละ ซึ่งในปีนี้ก็ได้ขยายทาร์เก็ตให้มีผู้ชายเข้าร่วมด้วย ดังนั้นจึงมีดาราเซเล็บหนุ่มหล่อล่ำมาร่วมงานเป็นสีสันหลายคนเลย

20180818_110913.jpg

ทริปนี้เราเดินทางจากกรุงเทพไปยังภูเก็ตด้วยเที่ยวบินของสายการบิน Bangkok Airways เมื่อไปถึงปุ๊บ เค้าก็พาชาวคณะไปช้อปปิ้งหาไอเท็มทะเลๆ ใส่กันที่ร้าน Roxy, Quiksilver ที่ศูนย์การค้าจังซีลอน มีของสวยๆ เพียบ ทั้งชุดว่ายน้ำ, กระเป๋า เสื้อผ้าแบบบีชและสตรีทที่ใส่ได้ตลอดปี เหมาะกับอากาศเมืองไทยบ้านเรา แน่นอนว่าเราก็ได้ของมากับเค้าด้วย อิอิ

IMG_20180818_124456_072.jpg

จากนั้นเข้าเช็กอินที่พัก Thavorn Palm Beach Resort เป็นรีสอร์ทขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงมานาน ปัจจุบันดูแลโดยทายาทผู้บริหารรุ่น 2 รีสอร์ทแห่งนี้ขึ้นชื่อว่า เต็มไปด้วยธรรมชาติ ทั้งต้นไม้ และสัตว์นานาชนิดที่เปิดโอกาสให้แขกที่มาพักได้พบปะอย่างใกล้ชิด เช่น นก, เต่า, กระต่าย เป็นต้น และยังมีพื้นที่มากพอให้พวกเราได้ทำกิจกรรมเล่นเกมตามฐานต่างๆ ในบริเวณสวนของโรงแรม ชิงรางวัลเป็นบัตรกำนัลสุดพิเสษมากมายอีกด้วย

20180820_101804.jpg

20180818_175450.jpg

DSC01727

IMG_20180818_172806_958.jpg

DSC01754

DSC01796

หลังจากสนุกกับกิจกรรมแล้ว เราก็ขึ้นไปพักผ่อน อาบน้ำแต่งตัวเพื่อลงมาร่วมงานดินเนอร์ ที่จัดบริเวณสระน้ำของโรงแรม มีการแสดงดนตรีสด และเวิร์กช็อปการทำผ้าบาติกให้ทดลองอีกด้วย ซึ่งในคืนแรกนี้ยังเป็นบรรยากาศชิลๆ สบายๆ อยู่ เพราะทุกคนต้องออมแรงไว้เพื่อตื่นมาวิ่งในเช้าวันถัดไป

IMG_20180825_201203_163.jpg

หลังจากที่พักผ่อนกันเต็มที่ทั้งคืน ก็ถึงเวลาที่จะได้สนุกกับงานมาราธอนและโยคะแล้ว เราเดินทางออกจากโรงแรมประมาณตี 5 เพื่อมาที่สวนสาธารณะแหลมพรหมเทพ ซึ่งเป็นจุดชมวิวชื่อดังของภูเก็ต

20180819_064112.jpg

DSC02061

บรรยากาศในตอนเช้าสดชื่น วิวที่ทองไปเห็นแหลมพรหมเทพนั้นช่างสวยงาม เปลี่ยนไปตามปริมาณแสงอาทิตย์ที่ค่อยๆ สาดส่องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนวอร์มอัพด้วยการเต้นตามครูอย่างพร้อมเพรียง และในที่สุดก็ถึงเวลาปล่อยตัว สตาร์ท!!!

DSC02106

ระยะทางเพียง 5 กิโลกว่านั้นๆ เหมือนจะไม่ไกล สำหรับคนที่ฝึกซ้อมบ่อยๆ แต่ในงานนี้ก็มีผู้เข้าร่วมที่ไม่ใช่นักวิ่งมือโปรอยู่ไม่ใช่น้อย (เราก็ด้วย) เมื่อต้องวิ่งไปตามทางขึ้นลงภูเขาเป็นเนินแล้ว มันก็ทำให้เหนื่อยไม่ใช่เล่นกันเลย มีหลายคนที่วิ่งไม่ไหว จนต้องถูกรถพยาบาลของเจ้าหน้าที่ที่คอยซัพพอร์ทเก็บไปพักผ่อน แต่คนที่ยังไหวก็ยังพยายามกันต่อไป

1538303645473.jpg

(ขอบคุณภาพจากเพจ วิ่งตามใจ)

20180819_073753-01.jpeg

20180819_073714.jpg

สิ่งที่ทำให้ใจชื้นได้ ก็คือลมเย็นๆ ที่พัดมาจากทะเล และวิวสองข้างทางที่สวยสบายตา จนทำให้อยากมองไปข้างหน้าเรื่อยๆ นี่แหละ ไฮท์ไลท์คือ การวิ่งเลียบชายหาดก่อนถึงเส้นชัย สวนสาธารณะหนองในหาน บรรยากาศริมทะเลยามเช้านั้นมันสวยมาก จนสาวๆ ที่มาเข้าร่วมต่างอดใจไม่ได้ที่จะหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึกกัน จนถืมไปเลยว่า อีกนิดเดียวก็เส้นชัยแล้ว ฮ่าๆๆๆ ผู้หญิงก็ยังงี้แหละเนอะ ออกกำลังกายทั้งที ต้องมีรูปด้วยสิ

20180819_075323-01.jpeg

DSC03628

DSC03651

และตรงบริเวณเส้นชัย หลังจากรับมอบเหรียญแล้ว ทุกคนก็ได้เพลิดเพลินกันการช้อปปิ้งสินค้าราคาพิเศษ และไอเท็มแฮนด์เมดมากมาย รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มด้วย ก่อนที่จะเริ่มต้นคลาสโยคะสุดพิเศษ โดย “ครูเอก” ครูสอนโยคะชื่อดังเจ้าของโรงเรียน Yoga and Me

20180819_080227.jpg

และถึงแม้ว่าเริ่มต้นคลาสไปได้ไม่นาน ฝนก็กระหน่ำเทลงมา จนทำให้ต้องหยุดพักคลาสไปพักใหญ่ แต่เมื่อฝนซาลง สาวๆ รักสุขภาพ ต่างก็ไม่ย่อท้อ กลับมาเริ่มต้นการฝีกโยคะกับครูเอกท่ามกลางบรรยากาศเย็นช่ำฉ่ำหลังฝนตก งานนี้ถึงจะเปียกปอนไปสักหน่อย แต่ก็ถือว่าคุ้มค่ากับประสบการณ์ที่ได้รับเลยค่ะ

DSC03773

ช่วงบ่ายหลังจากเสร็จงานวิ่ง ก็เป็นเวลาฟรีไทม์ ใครจะไปเรียนเซิร์ฟที่โรงเรียนบนหาดกะตะ ทีมงานเค้าก็พาไป ใครอยากจะนอนเล่นพักผ่อนอยู่ที่โรงแรมก็ได้ เราน่ะเหรอ… นอนสิคะ ถามได้ ฮ่า ไม่ใช่ขี้เกียจนะ แต่ได้มาพักที่โรงแรมดีๆ ทั้งที ก็อยากจะใช้เวลาพักผ่อนที่โรงแรมซะหน่อย ก็นั่งทำงานในห้องแล้วออกไปเดินเล่นดูสวนดูสระว่ายน้ำเพลินดีค่ะ

พอตอนค่ำก็ไปร่วมงานปาร์ตี้ส่งท้ายอีเว้นต์ที่ Phuket Surf House ร้านอาหารที่ให้เราดูคนเล่นเซิร์ฟไปได้พร้อมๆ กับฟังเพลงเพลินๆ ในงานมี โตโน่ และวง The Dust มาเล่นโชว์ให้ดูด้วย (มีแฟนคลับตามมากรี๊ดด้วยล่ะ) เมื่อถึงเวลาอันสมควรก็กลับที่พัก พักผ่อนให้สมกับที่ทำกิจกรรมสนุกๆ มาทั้งวัน

20180819_1926248775894704108272430.jpg

DSC04279

DSC04409

DSC04431

วันสุดท้ายแล้วของทริปนี้ วันนี้ค่อนข้างฟรีสไตล์ เพราะแยกไฟลท์กันกลับกัน ไม่มีตารางอะไรแล้ว เราก็ลงมาทานอาหารเช้าในโรงแรมเสร็จแล้วยังไม่อิ่มค่ะ เลยเดินมาตรงหน้าโรงแรม

ที่นี่มีร้านไอศกรีมและคาเฟ่ต์น่ารักมากอยู่ด้วย ชื่อร้าน The Sweet Talk ตกแต่งร้านแบบเรโทร สีสันหวานๆ ลูกกวาดและยังมีมุมถ่ายรูปในร้านอีกมากมาย คนที่ชอบถ่ายรูปแนวคาวาอี้น่ารักๆ ต้องชอบร้านนี้แน่ๆ ค่ะ

20180820_104223.jpg

20180820_110745.jpg

IMG_20180820_113105_397.jpg

เมื่อถึงเวลา เราก็เดินทางไปยังสนามบินภูเก็ต เดินทางกลับกรุงเทพด้วยเที่ยวบินของสายการบิน Bangkok Airways สะดวกสบาย แป้บเดียวก็ถึงกทม.แล้ววววว เป็นอันจบทริปวิ่งและโยคะ Roxy ของเราอย่างสมบูรณ์

IMG_20180819_063451_126.jpg

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทาง Roxy ที่ชวนเราไปสนุกด้วยกัน ทั้งๆ ที่ไม่ใช่สายเฮลธ์ตี้นะคะ คราวหน้าถ้าได้ไปร่วมอีก จะพยายามฟิตให้มากกว่านี้ ฮึบๆ ๆ ๆ (เราชอบบิกินี่ของ Roxy นะ มีหลายชุดเลย แต่ยังไม่มั่นใจหุ่นพอที่จะใส่ออกสื่อ ฮ่า) และขอบคุณสปอร์นเซอร์ทุกเจ้าที่ทำให้งานนี้สนุกถูกใจสาวๆ ด้วยนะคะ

ไว้จะมาอัพเดตเรื่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์เรื่อยๆ ติดตามอ่านได้ในบล็อกถัดไปเลย แล้วก็อย่าลืมติดตามโซเชี่ยลอื่นๆ ของเราไว้ด้วยนะจ๊ะ มีเรื่องมาเล่าทุกวัน เราจะได้รู้จักกันมากกว่านี้ยังไงล่ะ บายยยย

Photo by me, Roxy Thailand PR.

#MakeWavesMoveMountains
#ROXYThailand
#ROXYFitness
#Thavornpalmbeachresort
#BangkokAirways
#Anessa
#ZA
#Dhipaya
#TIPlady
#Singha
#Surfhousephuket

รีวิวเที่ยวโอกินาว่า ทะเลญี่ปุ่นแสนสวยที่ต้องไปให้ได้ซักครั้ง!

“เมืองนาฮา” เมืองหลวงของจ.โอกินาว่า ที่น่าจะมีคนไทยไปบ่อยที่สุด ก็เป็นศูนย์กลางของจังหวัดนี่นา ความเจริญ แหล่งท่องเที่ยวมากมายอยู่ที่นี่ แต่ก็ยังมีธรรมชาติ และทะเลสวยงามให้ทุกคนได้สัมผัส คนที่อยากเที่ยวทะเลญี่ปุ่นสวยๆ แต่ไม่อยากติดเกาะแบบเหงาๆ ไม่มีที่ช้อปปิ้งละก็ต้องรักเมืองนาฮาแน่นอน ซึ่งหลังๆ นี่คนไทยเดินทางไปเที่ยวโอกินาว่ากันเยอะขึ้น เพราะมีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพของสายการบิน Peach แถมยังราคาไม่แพง ทำให้นึกจะไปเมื่อไหร่ก็ไปได้สะดวกมาก

จะบอกว่าโอกินาว่านี่เป็นหนึ่งในจังหวัดของญี่ปุ่นที่เราเลิฟสุดๆ เลยล่ะ เคยได้ยินคนไทยหลายคนบ่นว่า ทะเลบ้านเราก็สวย จะมาเที่ยวที่นี่ทำไม ไม่มีลมเย็นๆ ไม่มีหิมะให้เล่น แต่แหมมมม… เสน่ห์ของญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่หิมะซะหน่อย เราเป็นชอบคนอากาศอบอุ่นและทะเล ยิ่งผสมผสานความทันสมัย บ้านเมืองเป็นระเบียบเรียบร้อยแบบญี่ปุ่นเข้าไป โอกินาว่าจึงตอบโจทย์เรามากเลย

ซึ่งนี่เป็นการเที่ยวโอกินาว่า ครั้งที่ 3 ของเรา แต่ก็มีหลายสถานที่เคยมาเป็นครั้งแรก แน่นอนว่ามากี่ครั้งก็ไม่เบื่อ แถมยังอยากไปซ้ำอีกนี้ด้วย ดังนั้นคนที่กำลังวางแผนจะมาเที่ยวโอกินาว่า ตามติดบล็อกนี้ไว้ให้ดีๆ ที่เที่ยวดีๆ มีมาแนะนำเพียบเลยจ้า

ประสบการณ์ล่องเรือดูวาฬ Whale Watching

ในช่วงเดือนมกราคม ถึงเดือนมีนาคม ปลาวาฬจากรัสเซีย จะหนีความหนาวลงใต้ มาอยู่ที่ทะเลแถบโอกินาว่านี่แหละ มันเจ๋งตรงที่ท่าเรือที่จะพาเราไปดูน้องวาฬนั้น อยู่ใกล้กับตัวเมืองนาฮาเลย แถมยังใช้เวลานั่งเรือไม่นานก็ถึงจุดชมน้องวาฬแล้ว โดยที่นี่เค้ารับประกันถึง 98 เปอร์เซ็นต์ ว่าจะได้เห็นน้องวาฬ

DSCF0203

20180313_104041

DSCF0240

ซึ่งวันที่เราไปนั้น โชคดีมาก เรือออกจากท่าไม่ถึง 10 นาทีก็เห็นน้องวาฬออกมาพ่นน้ำให้ได้ดูกันแบบใกล้มากเลย แต่เรือค่อนข้างสั่นโคลง แนะนำให้คนที่เมาพาหนะได้ง่ายทานยาแก้เมาไว้ก่อนก็จะดีนะจ๊ะ (สามารถซื้อยาแก้เมาได้ที่ร้านขายยาทั่วไปเลย)

DSCF0248

Whale Watchcing 3-7-2 Kinjo, Naha city, Okinawa 901-0155

ราคา ผู้ใหญ่และเด็กอายุเกิน 12 ปี 4,500 เยน / เด็กอายุ 3 -11 ปี 3,500 เยน

เปิด – ปิดสำนักงาน 9:00 – 20:00

http://www.tms-news.jp/whalewatching/

ทานเนื้อหมู เมนูขึ้นชื่อของโอกินาว่า

อาหารขึ้นชื่อของโอกินาว่ามีหลายอย่างค่ะ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “เนื้อหมู” หรือที่เรียกในภาษาถิ่นว่า “อากู” คนโอกินาว่านิยมทานเนื้อหมูกันมาก และนี่เป็นร้านเมนูหมูทอดที่ดังมากๆ ของที่นี่ กัดไปแล้วรู้สึกได้เลยว่ากรอบนอกนุ่มใน สมกับเป็นเมนูเด็ดจริงๆ ค่ะ นอกจากนี้เมนูยากินิคุ และชาบูชาบู ที่ใช้เนื้อหมูโอกินาว่ายังอร่อยไม่แพ้กัน อยากให้ลองทานกันนะคะ

DSCF0660

DSCF0666

DSCF0669

Ganaha Buta Niku ten มี 6 สาขาในจ.โอกินาว่า

https://www.ganaha-butaniku.co.jp/

เดินเล่นถนนช็อปปิ้งสุดคึกคัก Kokusai Do-ri

แหล่งช้อปปิ้งที่คึกคักที่สุดของเมืองนาฮา “โคคุไซ” แปลว่า นานาชาติ, “โดริ” แปลว่า ถนน ซึ่งที่นี่ก็สมชื่อจริงๆ เพราะเป็นถนนการค้าที่รวมนักท่องเที่ยวหลากเชื้อชาติให้มาที่นี่ซึ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นร้านของฝาก, ร้านอาหารพื้นเมืองและนานาชาติ, ร้านขายยาและเครื่องสำอาง, ร้านปลอดภาษี

DSCF0798

DSCF0707

DSCF0677

ตอนวางแผนเที่ยวถ้าจะนอนโรงแรมนอกเมืองริมทะเล แล้วย้ายมานอนย่านนี้ก่อนกลับ เพื่อจะได้สะดวกต่อการช้อปปิ้งก็น่าจะดีนะคะ ร้านดื่มร้านช้อปปิ้งที่นี่ปิดดึกค่ะ เดินเล่นจนเที่ยงคืนก็ยังได้

https://naha-kokusaidori.okinawa/en/

ตลาด Makishi Daiichi

ตลาดเก่าแก่ที่ยังคงวิถีชีวิตของชาวโอกินาว่าแบบดั้งเดิมเอาไว้ ถึงแม้ว่าจะอยู่ติดกับถนนสุดคึกคึกอย่าง Kokusai Do-ri แต่เมื่อเดินเข้ามาในตลาด บรรยากาศจะเปลี่ยนไปเป็นกลายเป็นความอบอุ่นในแบบโอกินาว่าดั้งเดิมทันที

DSCF0695

DSCF0699

DSCF0683

DSCF0688

DSCF0702

ถ้าอยากเข้าถึงโอกินาว่า ลองอุดหนุนสินค้าพื้นเมือง หรือไม่ก็อาหารพื้นบ้านฝีมือคุณลุงคุณป้าชาวโอกินาว่าดูสิ แถมยังมีตลาดอาหารทะเลสดๆ ให้เราได้เดินเล่นดูปลาทะเลเขตร้อนแปลกๆ อีกด้วย เรียกได้ว่า ถึงจะไม่ซื้ออะไรกิน แค่ได้มาเดินเล่นก็เพลินแล้วค่ะ

DSCF0753

DSCF0796

DSCF0789

https://kosetsu-ichiba.com/en/

ถนนสายเครื่องกระเบื้อง Tsuboya Yachimun

เดินเลยตลาด Makishi Daiichi มาอีกหน่อย ก็จะถึงถนนสายเครื่องกระเบื้อง Tsuboya Yachimun เครื่องกระเบื้องและเครื่องปั้นดินเผา ถือว่าเป็นของฝากที่รู้จักกันดีของโอกินาว่า บนถนนเส้นนี้รวมร้านเครื่องกระเบื้องไว้มากมาย รวมถึงร้านเก่าแก่โดยช่างฝีมือชื่อดัง และยังมีคาเฟ่ต์น่ารักๆ ที่ตกแต่งสไตล์โอกินาว่าอีกด้วย

DSCF0712

DSCF0730

DSCF0721

DSCF0747

ถ้ามาที่นี่แนะนำให้ซื้อตุ๊กตาดินเผารูป “ซีซ่า” ซึ่งเป็นสิงโตของโอกินาว่า (คล้ายๆ ปี่เซี๊ยะของจีน) กลับไป ชาวโอกินาว่านิยมตั้งรูปปั้นซีซ่าไว้หน้าบ้าน หรือบนหลังคาบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล แต่ในเมื่อเราไม่สะดวกจะหิ้วตัวใหญ่กลับบ้าน ก็ดูเป็นของที่ระลึกชิ้นเล็กๆ ก็ได้

DSCF0748

DSCF0763

DSCF0752

DSCF0777

และข่าวดีอีกอย่างสำหรับทาสแมวคือ ถนนสายนี้มีแมวเยอะมาก มาเล่นกันน้องแมวตัวอวบๆ ขนปุยๆ ที่นี่ได้เลยค่ะ

DSCF0716

http://www.tsuboya-yachimundori.com/

Yatai Mura ศูนย์รวมของอร่อย

เป็นศูนย์อาหารแห่งใหม่ ใจกลางตัวเมืองนาฮาที่เพิ่งได้ไม่กี่ปี รวมร้านอาหารไว้มากกว่า 20 ร้าน บรรยากาศเหมือนงานเทศกาล มีโคมไฟประดับดูครึกครื้นตลอดเวลา ถ้าไม่รู้จะไปทานอาหารที่ไหน ก็ลองมาที่นี่เลย น่าจะมีร้านที่อยากทานแน่นอน

DSCF0802

DSCF0813

DSCF0806

DSCF0814

DSCF0820

DSCF0827

Yatai Mura

3 – 11 – 16 Makishi, Naha-shi, Okinawa 900 – 0013

เปิด – ปิด 11:00 – 23:00

http://www.okinawa-yatai.jp/

เก็บสตรอว์เบอร์รี่ที่ Chura Ichigo

ถ้าพูดถึงฟาร์มสตรอว์เบอร์รี่ที่ญี่ปุ่น คนไทยน่าจะนึกถึงจังหวัดที่อากาศหนาวเย็นมากกว่าจะเป็นที่อบอุ่นแบบโอกินาว่า แต่จริงๆ ที่นี่ก็มีฟาร์มสตรอว์เบอร์รี่นะ ฟาร์มจุลาอิจิโกะแห่งนี้ เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2017 ยังใหม่และสวยมากเลยล่ะ

DSCF0922

DSCF0891

DSCF0881

โดยจุดเด่นคือ มีสตรอว์เบอร์รี่ให้ทานกันถึง 4 พันธุ์ ที่อยากแนะนำคือ “สตรอว์เบอร์รี่กลิ่นพีช” รับรองว่าอร่อยแปลกใหม่แน่นอน ยิ่งจิ้มนมข้นหวานแบบญี่ปุ่นที่ไม่ข้นเหนียวเกินไปหวานอ่อนๆ นะ หืมมมม แค่คิดก็ฟินแล้ว

DSCF0912

มีคอร์ส 2 แบบให้เลือก คือแบบทานไม่อั้น 40 นาที ผู้ใหญ่ / 1,800 เยน (วันเสาร์อาทิตย์) 1,600 เยน (วันธรรมดา) และแบบชั่งน้ำหนัก คิดน้ำหนักกรัมละ 3 เยน (ค่าเข้าฟาร์ม 300 เยน)

DSCF0899

พิกัด Okinawa Chura Ichigo 555 Tamagusuku Kakinohana, Nanjo city, Okinawa, Japan

http://www.chura-ichigo.jp/en/

Cafe Kurukuma ร้านอาหารริมทะเลบนเนินเขา ที่มีอาหารทะเลแสนอร่อยรอต้อนรับ

เป็นร้านอาหารและคาเฟ่ต์ที่มีวิวสวยหลักล้าน ตั้งอยู่บนเนินเขา มองไปเห็นทะเลสีฟ้าใส ในวันอากาศดีจะมองเห็นหาดเนินทรายที่เกาะคุเมะจิม่าได้ด้วย ทำให้กลายเป็นจุดชมวิวที่ชาวญี่ปุ่นนิยมมาเที่ยวและถ่ายรูปอัพลงโซเชี่ยลกัน

DSCF1007

DSCF0959

DSCF0969

IMG_20180315_111143_010

โดยจุดเด่นของที่นี่นอกจากจะมีวิวที่สวยงามแล้ว อาหารยังอร่อยเลื่องชื่อ แถมยังเป็นอาหารไทย โดยฝีมือเชฟคนไทยแท้ๆ อีกด้วย ซึ่งเครื่องเทศเครื่องปรุงแบบไทยๆ ต่างๆ นั้น สามารถหาได้ที่โอกินาว่า 100% เพราะสภาพอากาศที่ค่อนข้างอบอุ่นตลอดทั้งปี ไม่ต่างจากเมืองไทยมากนัก

DSCF0986

DSCF0983

DSCF0980

DSCF0988

บางคนอาจจะคิดว่า มาถึงญี่ปุ่น จะมากินอาหารไทยทำไม แต่อยากให้ลองทานจริงๆ เพราะถึงจะเป็นอาหารไทย แต่ก็ปรุงด้วยเนื้อสัตว์และวัตถุดิบอื่นๆ ของญี่ปุ่น โดยวิธีทำแบบไทยแท้ๆ รับรองว่าแซ่บแน่นอนค่ะ

DSCF0947

DSCF1014

DSCF1012

Café Kurukuma

1190 Aza-Chinen, Nanjo-shi 901-1513

เปิด – ปิด 10:00 – 9:00 (last call 9:00)
10:00 – 18:00 (last call 17:00) เฉพาะวันอังคาร

http://okinawatravelinfo.com/gourmet/cafe_kurukurma/

เที่ยวโรงงานสาเกโอกินาว่า อาวาโมริ

สาเกโอกินาว่า หรือ “อาวาโมริ” นั้น มีความเกี่ยวข้องกับประเทศไทย เพราะใช้ข้าวพันธุ์ของไทยในการผลิตด้วย ซึ่งที่นี่นั้นผลิตอย่างครบวงจร คือมีจำหน่ายแบบสำเร็จรูป และยังมีรับทำตามสั่งอีกด้วย

DSCF1025

DSCF1019

DSCF1027

ที่น่าสนใจคือ คนโอกินาว่าจะนิยมทำสาเกอาวาโอริ เมื่อมีเด็กเกิดใหม่ในครอบครัว แล้วสลักชื่อของเด็กไว้ที่ขวด ตอนที่เด็กเติบโตจนอายุครบ 20 ปี บรรลุนิติภาวะก็จะมอบให้เด็กเปิดดื่มเหล้าที่มีอายุเท่ากับตัวเองนั่นเอง

DSCF1037

DSCF1038

DSCF1052

สามารถขอเข้าชมโรงงานอาวาโมริได้ฟรี โดยติดต่อทางเว็บไซต์ไว้ล่วงหน้า และยังมีเวิร์กช้อปทดลองทำสาเกอามาโมริด้วยตัวเองให้ลองอีกด้วย

DSCF1074

CHUKO GURA

132 Nakachi Tomigusuku City Okinawa 901-0235 Japan

เปิด – ปิด 9:00 – 18:00

http://www.chuko-awamori.com/chukogura

ช็อปปิ้งที่เอ้าต์เล็ท Ashibinaa

เอ้าต์เล็ทที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะโอกินาว่า ที่นี่ทั้งแบรนด์โลคอลของญี่ปุ่น, แบรนด์กีฬา, แบรนด์อินเตอร์, ร้านขายยา, ร้านของฝากพื้นเมือง และร้านร้อยเยน ที่ขอแนะนำ คือร้านเอ้าต์เล็ทของ ABC Mart ร้านรองเท้าที่คนไทยรู้จักกันดี สามารถหาซื้อรองเท้าสวยๆ ดีไซน์แปลกๆ ได้ในราคาสุดคุ้ม

DSCF1088

DSCF1133

DSCF1091

DSCF1095

DSCF1108

DSCF1221

DSCF1116

DSCF1114

DSCF1112

DSCF1124

พิกัด Ashibinaa Outlet

1 – 188 Toyosaki, Tomigusuku-shi, Okinawa 901-0225

เปิด – ปิด 10:00 – 20:00

http://ashibinaa.okinawa/index.html?lang=en

ชิลๆ ชมวิวตะวันตกดินที่ Umikaji Terrace

ปิดท้ายก่อนขึ้นเครื่องกลับบ้าน มาแวะช้อปปิ้งมอลล์เอ้าต์ดอร์ที่ขึ้นชื่อกันว่าบรรยากาศดีมากกันก่อน “อูมิ” แปลว่า ทะเล “คาจิ” เป็นภาษาถิ่นโอกินาว่า แปลว่า ลม ซึ่งที่นี่ก็รับลมสมชื่อเลยค่ะ เพราะด้วยลักษณะตึกที่เป็นเทอร์เรสหัสหน้าเข้าสู่ทะเลนั้น เหมาะจะมานั่งรับลมอ่อนๆ ยามเย็น ชมพระอาทิตย์ตกดิน และด้วยความที่อยู่ใกล้สนามบินนาฮา ทำให้เห็นเครื่องบินขึ้นลงได้อย่างใกล้ชิด น่าจะถูกใจคนที่ชอบเครื่องบินเลยล่ะ

DSCF1209

DSCF1263

DSCF1226

DSCF1230

สำหรับร้านค้าที่นี่ ก็มีทั้งอาหารเครื่องดื่ม, ของหวาน, ร้านเสื้อผ้าเครื่องประดับ, ร้านของฝาก และยังมีกิจกรรมให้ทำมากมาย เช่น การแช่ออนเซ็นเท้าฟรี, ร้านที่บริการถ่ายรูปแบบเมอร์เมดและเล่น Sup, ร้านคาเฟ่ต์ฮันมอค (เปลญวน) เป็นต้น

IMG_20180314_190842_726

DSCF1283

IMG_20180909_085547_797.jpg

DSCF1244

DSCF1159

DSCF1162

DSCF1220

DSCF1250

DSCF1252

พิกัด

174 – 6 Senaga, Tomigusuku, Okinawa 901 – 0233

เปิด – ปิด 10:00 – 21:00

https://www.umikajiterrace.com/

และสำหรับทริปเมืองนาฮานี้ เราได้ไปพักที่โรงแรมแสนสบาย ทั้ง 2 แห่งนี้ ลองดูไว้เป็นตัวเลือกสำหรับวางแผนเที่ยวกันนะคะ

Hotel Rocore Naha

ถ้าชอบชีวิตเมืองมีแสงสี แนะนำพักที่นี่เลย เพราะอยู่ใจกลางเมืองนาฮา ใกล้ปากทางเข้าถนนสายช้อปปิ้งโคคุไซ เดินช้อปปิ้งหาของกินยันดึกก็ได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องรถกลับ

http://www.rocore.jp/

The Naha Terrace city Resort

สมชื่อกับที่เป็นรีสอร์ทเลย เพราะถึงจะอยู่ใจกลางเมือง แต่บรรยากาศเหมือนอยู่รีสอร์ทจริงๆ ตั้งอยู่บนเนินสูง สามารถมองวิวนาฮาแสนสวยได้ ดังนั้นได้ทั้งความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบายในการเดินทางเที่ยวในเมืองนาฮาแน่นอน

https://www.terrace.co.jp/en/naha/

เป็นอย่างไรบ้างคะ กับทริปโอกินาว่าในแบบของเรา หวังว่าจะพอเป็นประโยชน์ในการหาข้อมูลเที่ยวของทุกคนได้นะคะ “โอกินาว่า” เป็นเมืองที่เราชอบมากๆ ต้องมีไปซ้ำแน่นอน อยากให้ทุกคนลองไปกันนะคะ นอกจากในบล็อกนี้แล้ว เรายังมีเวอร์ชั่น VLOG เห็นทั้งภาพและเสียงเหมือนได้ไปเที่ยวด้วยกันเลย มีทั้งหมด 6 ตอน ดูได้ที่ youtube “Reiko Meow” เลยค่ะ ลิ้งทั้ง 6 ตอน >> https://www.youtube.com/watch?v=GWsF7WKMDKc&list=PLp2rHc2l2qb0GSGrBXMQuYB0zoC1-94Jr

แล้วพบกับเรื่องเล่าไลฟ์สไตล์ท่องเที่ยวญี่ปุ่นของเราได้ใหม่ในบล็อกและคลิปยูทูปตอนหน้านะคะ ไฮไซ! สวัสดีค่ะ

ฝากช่วยติดตามโซเชี่ยลอื่นๆ ของเราด้วย ทั้ง twitter, Instagram @reiko_ws / facebook : Reiko.ws รับรองว่ามีเรื่องเที่ยวญี่ปุ่นมาฝากเรื่อยๆ แน่นอนค่าาาา

DSCF1270

สนับสนุนการเดินทางโดย การท่องเที่ยวโอกินาว่า Visit Okinawa, เว็บเรื่องราวเกี่ยวกับญี่ปุ่นในมุมมองใหม่ anngle

อ่านบทความท่องเที่ยวโอกินาว่าเพิ่มเติมได้ที่ นิตยสารออนไลน์ ANNGLE(แองเกิ้ล)
http://anngle.org/th/category/j-journer/okinawa-ken
http://anngle.org/th

2018_anngle_logo01

สนับสนุนโดย
Be.Okinawa / Okinawa Convention & Visitors Bureau

https://www.visitokinawa.jp/?lang=th

https://m.facebook.com/visit.okinawa.th

Beokinawa_board_1200

Photo by Worajan Sangngern, Atipati Praihirun, Okinawa Tourism

ช้อปสุดคุ้มที่ Donki แจกคูปองส่วนลดใช้ได้ทุกสาขาทั่วญี่ปุ่น!

คนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นมาแล้วน่าจะรู้จักร้าน Don Quijote (หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า ดองกี้) กันเป็นอย่างดี เพราะที่นี่คือร้านที่มีทุกอย่าง สากกะเบือยันเรือรบ!! เรียกได้ว่าจะซื้ออะไรที่ญี่ปุ่นกลับไป ถ้าไม่ใช่ของเฉพาะทางมากๆ ไปดูที่นี่ไม่ผิดหวัง แถมยังจำหน่ายในราคาที่คุ้มค่าและมีโปรโมชั่นน่าสนใจบ่อยๆ ทำให้การเดินดองกี้นั้นไม่เคยทำให้เบื่อเลย

20180613_171957.jpg

สำหรับเราเองก็เป็นแฟนคลับร้านดองกี้ตัวจริงเลยล่ะ ไม่ว่าจะไปทำงานที่เมืองไหนของญี่ปุ่น ก่อนกลับไทย ต้องมีซักวันที่แวะดองกี้ ซื้อของที่โดนออเดอร์มา ของฝากเพื่อนๆ และของใช้ที่จำเป็นของตัวเอง ส่วนใหญ่เราจะซื้อของที่ใช้ประจำ เช่น วิตามิน, คอลลาเจน, ชากาแฟที่ดื่มประจำ โดยจะซื้อทีละเยอะๆ เพราะที่นี่ทำเรื่องภาษี ลด 8% สำหรับนักท่องเที่ยวที่ซื้อครบ 5,000 เยนขึ้นไปได้ด้วย

ดังนั้นแทนที่จะซื้อจากร้านโน้นร้านนี้ ทีละน้อยๆ สู้มาซื้อที่นี่ทีเดียวแล้วรวมราคาไปยังคุ้มกว่า แถมยังมีสาขาแทบทุกเมืองใหญ่ในญี่ปุ่น การจัดวางร้านและของต่างๆ ก็ใกล้เคียงกัน ดังนั้นเข้าดองกี้ทีไร จะอุ่นใจเหมือนเดินซูเปอร์แถวบ้านเลยล่ะ 555

20180725_210245.jpg

แต่… แค่ลดภาษี 8% ยังไม่พอนะ เพราะตอนนี้เค้ามีคูปองส่วนลดเพิ่มเติมสำหรับนักท่องเที่ยวมาให้ใช้เพิ่มด้วย ง่ายมากแค่ตอนจ่ายตังค์ที่เค้าน์เตอร์ กดลิ้งนี้เปิดให้พนักงานดูได้เลย

https://www.yokosojapanpass.com/donki_fuel/public/coupon/index/0006573

  • แสดงหน้าจอคูปองแก่พนักงานที่เค้าเตอร์คิดเงิน และให้พนักงานเป็นผู้กดปุ่มให้

(クーポン画面をレジスタッフにご提示頂き、スタッフが、ボタンを押させて頂きます。)

  • สามารถใช้ได้ 1ครั้ง/1สาขา/ 1วัน

(1日1店舗1回のみ利用可能)

  • ※ชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น ※สุรา, บุหรี่, POSA card ไม่สามารถใช้เป็นส่วนลดได้ ※ไม่สามารถใช้ร่วมกับส่วนลดอื่นได้

(ご利用資格:訪日客のみ お酒・タバコ・POSAカードのお会計には使用できません。他の割引サービスとの併用不可。)

coupon1

<คูปองส่วนลด2,000เยน> รับส่วนลด 2000 เยน เมื่อซื้อสินค้า 30,000 เยนขึ้นไป (ไม่รวมภาษี)

(<2,000円OFFクーポン>税抜3万円以上のお買物で2000円引きになります。)

coupon2

<คูปองส่วนลด500เยน> รับส่วนลด500เยน เมื่อซื้อสินค้า 10,000 เยนขึ้นไป (ไม่รวมภาษี)

(<500円OFFクーポン>税抜1万円以上のお買物で500円引きになります。)

coupon3

<คูปองส่วนลด200เยน> รับส่วนลด 200 เยน เมื่อซื้อสินค้า 5,000 เยนขึ้นไป (ไม่รวมภาษี)

(<200円OFFクーポン>税抜5千円以上のお買物で200円引きになります。)

เราเคยซื้อของครบ 30,000 เยน นอกจากจะได้ภาษีคืนมา 8% แล้วยังได้เงินส่วนลดคืนมาตั้ง 2,000 เยน คุ้มค่ามากเลยล่ะ

สำหรับสาขาที่เราชอบที่สุดคือ สาขา Shinjuku ตรงทางเข้าโคเรียนทาวน์ (เดินตรงมาจากสถานีชินจูกุประตูตะวันออก ประมาณ 15 นาที) พอเข้าร้านปุ๊บ เราจะหยิบรถเข็นมาใส่ตะกร้าแล้วเดินวนทั่วๆ ทุกแผนก หยิบของตามลิสต์ที่จดไว้ เดินสบายเพราะร้านเป็นที่ราบ ไม่ต้องขึ้นลิฟต์ขึ้นบันได อาจจะเดินไกลจากสถานีชินจูกุหน่อย แต่อยากให้ลองไปดูนะคะ

(รูปสาขา Shinjuku ตรงโคเรียนทาวน์ ที่เราชอบไป มีทางเข้าหลายทาง เป็นตึกชั้นเดียวแต่กว้างมาก)

20180829_124636.jpg20180829_124839-01.jpeg

(ส่วนอันนี้เป็นรูปสาขา Shinjuku สาขายอดฮิตที่มีทัวร์ลงบ่อยๆ สะดวก ใกล้สถานีชินจูกุแต่คนแน่นมากตลอดเวลา มักจะต่อแถวจ่ายเงินนานมาก โดยเฉพาะเวลาทำเรื่องภาษี)

20180827_173630.jpg

เอาล่ะ แนะนำเกร็ดการช้อปปิ้งดีๆ ที่ดองกี้ไปเรียบร้อยแล้ว ไปเที่ยวญี่ปุ่นคราวหน้าก็อย่าลืมกดคูปองไปใช้กันนะจ๊ะ

20180829_1307575454657412329644698.jpg

 

คิดยังไงหลังดู Girls Don’t Cry ภาพยนตร์สารคดี BNK48 *ไม่สปอย

นานๆ ทีเราจะเขียนบล็อกถึงภาพยนตร์ไทย จะบอกว่าเป็นรีวิวก็คงไม่เชิง เป็นการบอกความรู้สึกหลังจากการดูในมุมมองของเราเสียมากกว่า (จะพยายามไม่สปอยนะคะ) สำหรับคนที่ติดตาม BNK48 มาตั้งแต่ตอนแรกเริ่ม และ คนที่รู้จักเราอยู่แล้วจากผลงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานนิตยสาร, รายการ Kimochiii, Beauty Versus และอื่นๆ ก็คงจะรู้กันดีว่า เรานั้นเคยทำงานกับน้องๆ ไอดอล BNK48 มาก่อนตั้งแต่ยุคตั้งไข่ คือ เป็นพิธีกรในงานเดบิวต์ (มิ.ย.2017) และเป็นพิธีกรรายการ BNK48 Show ทางช่อง 3SD

แต่สำหรับคนที่เพิ่งจะมารู้จัก BNK48 ในยุคหลังจากที่บูมแล้ว คือตอนที่ซิงเกิ้ล “Koisuru Fortune Cookies คุกกี้เสี่ยงทาย” เริ่มดัง ในช่วงปลายปี 2017 บางคนอาจจะไม่คุ้นกับเราเสียเท่าไหร่ พูดง่ายๆ ถ้าให้เปรียบนะ ประมาณว่าเราคือ พี่เลี้ยงค่ายซัมเมอร์ ที่ได้เจอน้องๆ ช่วงปิดเทอมตอนม.ปลาย ก่อนที่จะเข้ามหาวิทยาลัย แล้วตอนนี้ไปโด่งดังเป็นดาวมหาลัย ที่ใครๆ ก็รู้จัก ประมาณนั้น ถึงจะมีเวลาอยู่ด้วยกันเพียงแค่เทอมเดียว แต่เราก็ยังจำภาพน้องๆ ในวันเริ่มต้นได้เป็นอย่างดี…

20180816_2217314629109682109233737.jpg

มาพูดถึงตัวภาพยนตร์กันบ้าง เป็นการเล่าไทม์ไลน์ตั้งแต่เริ่มฟอร์มวง ช่วงออดิชั่น ช่วงยุคแรกซิงเกิ้ล “Aitakatta อยากจะได้พบเธอ” ช่วงคุกกี้เริ่มบูม และช่วงใกล้เคียงปัจจุบัน คือมีซิงเกิ้ล “Shonichi วันแรก” แล้ว แต่ยังไม่มีรุ่น 2 เข้ามา ด้วยความที่เป็นภาพยนตร์สารคดี มีการเล่าเรื่องตามไทม์ไลน์ มีการใส่ชื่อของน้องๆ บอกโปรไฟล์ ดังนั้นสำหรับคนที่ไม่เคยอินกับไอดอลมาก่อน ก็น่าจะทำความเข้าใจและมีอารมณ์ร่วมไปกับมันได้ไม่ยาก

สำหรับแฟนคลับที่ติดตามน้องๆ มานาน รวมทั้งเราที่เห็นน้องๆ มาตั้งแต่ตอนแรก หลายอย่างที่พูดถึงในหนัง อาจไม่ใช่เรื่องใหม่ ไม่ใช่เรื่องที่ตกใจเมื่อได้เห็นในหนัง เพราะรู้ๆ กันอยู่แล้ว แต่มันเป็นเหมือนการเปิดใจบอกเล่าเรื่องราวที่ทำให้ผู้ดูคิดตาม และมองกลับไปมองสังคม รวมถึงมองเรื่องราวของตัวเองได้ด้วย

สิ่งที่น้องๆ เป็น คาแรกเตอร์ที่เห็นในหนัง เรามองว่าคือตัวตนจริงๆ ของพวกเค้าจริงๆ นั่นแหละ คำพูดแต่ละอย่างที่ออกมาจากปากของเด็กๆ สะท้อนเรื่องราวของสังคมที่เป็นอยู่จริงๆ ไม่เฉพาะวงการไอดอลเท่านั้น ทุกวงการมีปัญหา มีเบื้องลึกที่บางทีมันก็หาเหตุผลไม่ได้หรอก แต่บางเรื่องมันก็ไม่เหมาะสมจะพูดออกมา โดยเฉพาะในโลกการทำงานของผู้ใหญ่

คำที่ออกจากปากน้องๆ ตอนสัมภาษณ์ หลายประโยคถือเป็นประโยคเด็ด ที่ทำให้เราขำ, ให้เราพยักหน้าไม่หยุด เพราะเห็นด้วยอย่างมาก และทำให้เข้าใจความรู้สึกของพวกเค้า อยากกอดอยากปลอบ เพราะเราก็เคยเจอเรื่องคล้ายๆ แบบนี้มาก่อน แต่เคสของเราไม่สามารถพูดความรู้สึกออกมาได้อย่างเต็มปาก เพราะกลัวผลกระทบของมัน และในโลกการทำงานของผู้ใหญ่ เราก็ไม่มีโอกาสจะระบายสิ่งที่คิดออกมาทั้งหมดได้หรอก นี่คือความจริง ที่เกิดขึ้นในสังคม เหมือนน้องๆ เป็นกลุ่มคนตัวอย่างที่เปิดเผยเรื่องราวเหล่านี้ออกมาเป็นภาพยนตร์ให้เราดูกัน

20180818_225313.jpg

ในภาพยนตร์มีเรื่องของความเหลื่อมล้ำ ความพยายามที่ไม่ส่งผลเสียที เรื่องนี้สำหรับตัวเรายิ่งเข้าใจเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมาในบางสถานการณ์ เราเคยเป็นเด็กที่ถูกบังอยู่ในเงา ไม่มีตัวตน, บางสถานการณ์ เป็นคนที่ต้องแบกรับความรับผิดชอบมากมาย, เราเคยเป็นทั้งเด็กโม วิ่งแคสงานโฆษณา บางทีคนที่ถูกเลือกก็ไม่ใช่คนที่สวยที่สุด คนที่เก่งที่สุด แต่เป็นคนที่ผู้ใหญ่เห็นว่าเหมาะสมที่สุดต่างหาก, เราเคยเป็นคนคัดเลือกเด็กมาถ่ายงาน ต้องเด็ดขาดไม่งั้นงานไม่เดิน รวมถึงเคยเป็นตัวกลาง ประสานงานให้ลูกค้าเลือกเด็กไปถ่ายงาน แต่เค้าก็เลือกคนที่ไม่ถูกใจเรา ซึ่งก็ทำอะไรไม่ได้ … บางทีสิ่งที่คิดไว้ก็ไม่ได้ดั่งใจเสียทั้งหมด จากประสบการณ์ทำให้เราหัดปลง และพยายามคิดบวก

การแข่งขันมันก็แบบนี้แหละ จะให้ทุกคนเป็นผู้ถูกเลือกก็คงไม่ได้ เมื่อเข้ามาแล้วก็ต้องยอมรับมันให้ได้ เมื่อดู แล้วเราก็มาคิดนะ ว่าถ้าเป็นเรา จะพยายามในฐานะไอดอลได้แบบน้องเค้าแค่ไหน คงจะโดนครอบครัวสั่งให้ออกจากวงตั้งแต่ตอนที่ไม่ติดเซ็มซิงเกิ้ลแรกๆ แน่ๆ นับถือใจน้องๆ ทุกคนที่สู้และครอบครัวที่สนับสนุนพวกเค้ามากเลยล่ะ

เราได้ไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้ในงาน Ota Fest ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกโดยกลุ่มแฟนคลับของน้องๆ BNK48 บ้านต่างๆ ต้องขอขอบคุณที่ยังนึกถึงกันและชวนไปร่วมงานนะคะ อีกอย่างที่รู้สึกอย่างมากหลังจากดูหนังเรื่องนี้สร็จคือ ความผูกพันธ์ระหว่างไอดอลและแฟนคลับนี่มันยิ่งใหญ่จริงๆ เลยนะคะ

20180816_191744.jpg

เห็นกันแล้วว่าการจะเป็นไอดอลนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องผ่านบททดสอบมากมายทั้งร่างกายและจิตใจ แต่น้องๆ ก็ยังสู้ต่อเพื่อรอยยิ้มของแฟนๆ ส่วนแฟนคลับนั้นก็ได้ไอดอลเป็นเป้าหมายในชีวิต มีกิจกรรมสนุกๆ ทำ ได้เพื่อนใหม่และมิตรภาพ การที่มีคนที่เราอยากเจอ อยากเป็นกำลังใจให้กันนี่มันเป็นเรื่องสุดยอดมากเลยนะคะ เรียกได้ว่า “ไอดอล” และ “แฟนคลับ” เป็นอะไรที่ขาดกันไม่ได้ และช่วยเกื้อหนุน ส่งพลังบวกให้แก่กัน จากภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้เราเห็นจุดนี้ชัดเจนเลยล่ะค่ะ

สุดท้ายนี้อยากฝากถึงทั้งคนที่ติดตามอยู่แล้ว และไม่ได้ติดตามมาก่อน ว่าให้ลองไปดูเถอะค่ะ นอกจากภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้คุณเข้าใจ BNK48 และไอดอลมากขึ้นแล้ว คุณจะได้แง่คิดหลายอย่าง กลับมามามองสังคมและตัวเองแน่นอน

และฝากถึงน้องๆ BNK48 และไอดอลวงอื่นๆ (ถ้าน้องมาอ่านเจอ) ว่า น้องๆ แต่ละคนมีความเก่ง, มีเสน่ห์, คาแรกเตอร์และความสามารถที่แตกต่างกันไป อยากจะให้กำลังใจน้องๆ ว่าสักวันเราจะเจอทางของเรา ทางที่เราเดินแล้ว “ส่องประกายที่สุดในแบบของตัวเอง” ตอนนี้ก็ทำหน้าที่ตรงหน้าให้ดีที่สุดแล้วกันนะ เวลาและประสบการณ์จะทำให้ทางนั้นเปิดออกเอง ขอบคุณที่มอบความสุขและรอยยิ้มให้ การที่พวกหนูมีความฝันและตั้งใจทำฝันให้เป็นจริงนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าเหนื่อยล้า ก็พักบ้างนะคะ อย่าแคร์ความรู้สึกของคนอื่นมากเกินไป จนลืมใส่ใจความรู้สึกของตัวเองนะคะ เพราะ “ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะมีความสุข” ค่ะ

C360_2018-08-16-22-59-34-534.jpg

รีวิวภาพยนตร์ญี่ปุ่น Shoplifters ครอบครัวที่ลัก 万引き家族

เราเขียนบล็อกนี้ขึ้นมาในวันแม่ วันที่ใครๆ ก็ใช้เวลากับครอบครัว เข้าโซเชี่ยลก็จะเจอแต่ภาพบรรยากาศอันอบอุ่นของคนที่ใช้เวลากับครอบครัวที่รัก ดูแล้วก็รู้สึกอบอุ่นไปด้วย ถึงแม้ว่า ในวันสำคัญแบบนี้ทุกครอบครัวจะดูมีความสุขกัน แต่ก็ปฏิเศษไม่ได้ว่า ลึกๆ แล้ว เมื่อคนหลายคนมาอยู่ร่วมกัน มันก็ต้องมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นแน่นอน

ไม่ว่าจะจากความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน ทัศนะคติ ช่องว่างระหว่างวัย ไปจนถึงจากความคาดหวัง ที่บางทีคนในครอบครัวนำไปยัดใส่อีกคนจนมากเกินไป ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสิทธิเสรีภาพ แต่นั่นเพราะเราเลือกครอบครัวไม่ได้นี่นา จึงต้องทนๆ กันไป พยายามปรับตัวเพื่อให้อยู่กันได้แบบที่ปัญหาน้อยที่สุด

แล้วถ้าเราสามารถเลือกสมาชิกในครอบครัวแบบที่เราอยากให้เป็นได้ล่ะ มันจะเป็นอย่างไร?

c1ef72a7d7cd922a

“Shoplifters” ชื่อภาษาไทย “ครอบครัวที่ลัก” 万引き家族ภาพยนตร์ดราม่าครอบครัว ผลงานของผู้กำกับชื่อดัง “ฮิโรคาสุ โคโรเอดะ” ซึ่งได้รับรางวัลปาล์มทองคำจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีล่าสุด โดยภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดตัวเป็นอันดับ 1 ใน Japan Box Office ประจำสุดสัปดาห์และเป็นภาพยนตร์ญี่ปุ่นคนแสดงที่ทำรายได้ครบ 1,000 ล้านเยนเร็วที่สุดอีกด้วย ซึ่งเนื้อเรื่องได้รับแรงบัลดาลใจมาจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น

bafb199b496b82ba40250d58935a9631-1

เรื่องย่อ : ครอบครัวยากจนในโตเกียว ที่ประกอบไปด้วย พ่อ, แม่, ลูกชาย, น้องสาวของภรรยา และคุณยาย มีความลับอยู่อย่างนึง คือพวกเค้าดำรงชีวิตด้วยการลักขโมยของจากร้านค้าต่างๆ เพื่อดำรงชีวิต วันหนึ่งพ่อและลูกชาย ไปเจอเด็กหญิงตัวน้อยร้องไห้อยู่หน้าบ้าน จึงได้มาพากลับมา และเลี้ยงดูในฐานะลูกสาวคนเล็ก ถึงมันจะเป็นความสัมพันธุ์ที่ไม่ได้ถูกต้องแต่เริ่มแรก แต่เมื่อได้อยู่ร่วมกัน ก็ทำให้เกิดเสียงหัวเราะ ความสุข และความทรงจำดีๆ เกิดขึ้น ที่ถึงจะแตกต่างจากครอบครัวปกติทั่วไป แต่มันก็ทำให้เรายิ้มได้เมื่อเห็นช่วงเวลาที่พวกเค้าอยู่ด้วยกัน

จริงอยู่ที่ว่าครอบครัวนี้ สมาชิกแต่ละคนมีความลับ มีความเป็นสีเทา สิ่งที่พวกเค้าทำผิดทั้งกฎหมายและศีลธรรม จะบอกว่าพวกเค้าเป็นคนดีก็คงไม่ใช่ แต่สายใยความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นมาในฐานะ “ครอบครัว” นั้นช่างสวยงาม และทำให้เราได้กลับมาคิดว่า “ถ้าเป็นครอบครัวที่เราเลือกได้เองล่ะ จะเป็นยังไง”

ในความเป็นจริง คงไม่มีใครสามารถใช้ชีวิตแบบครอบครัวนี้ได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับสมาชิกในครอบครัวนี้ มันก็ทำให้เรารู้สึกอิ่มเอมหัวใจ และได้เรียนรู้ความรักในอีกรูปแบบหนึ่ง

https_imgix-proxy.n8s.jpcontentpic2018060996958A99889DE1E3E7E0EAEAE4E2E2EAE2E4E0E2E3EA9097E282E2E2-DSXKZO3152887008062018BE0P00-PB1-5

ขอชื่นชมการเลือกตัวแสดง ของเรื่องนี้ที่ดูสมบทบาททุกตัว ภาพจากตอนแรกที่เห็นหน้าตาสมาชิกในครอบครัว เราเกิดคำถามในตอนแรก ว่าทำไม? แต่เมื่อดูไปเรื่อยๆ ปมจะเริ่มคลี่คลาย และเข้าใจมากขึ้นเอง

สำหรับคนที่คิดว่า เรื่องนี้น่าจะเป็นภาพยนตร์ครอบครัวอบอุ่นฟีลกู้ด มันอาจไม่ใช่อย่างที่คุณคาดหวัง แต่ในความเทาๆ นั้น มันทำให้คุณยิ้มได้ (และอาจทำให้เสียน้ำตา) ได้แน่นอนค่ะ

และทำให้คิดได้ว่า ทุกความสัมพันธ์ถึงจะไม่เพอร์เฟคต์ แต่เมื่อได้มาเจอ ได้มาใช้เวลาร่วมกันแล้วจงทำทุกวันให้ดีที่สุด ถึงความสุขนั้นจะไม่อยู่กับเราได้นาน แต่สุดท้ายมันจะอยู่ในความทรงจำตลอดไป

1534062357537-01.jpeg

ตอนนี้ Shoplifters กำลังเข้าฉายที่ House RCA และ Scala ลองหาโอกาสชวนคนที่รักไปดูนะคะ แล้วคุณจะได้มุมมองอีกแบบของ “ครอบครัว”

1534062368632-01.jpeg

รีวิวภาพยนตร์ญี่ปุ่น Kids on the Slope เพลงแรก รักแรก จูบแรก 坂道のアポロン

ดีใจจัง ช่วงปีนี้มีภาพยนตร์ญี่ปุ่นหลายเรื่องเข้ามาฉายในไทย เร็วๆ นี้เราเพิ่งไปดูเรื่อง Kids on the Slope (ชื่อไทย เพลงแรก รักแรก จูบแรก / ชื่อญี่ปุ่น 坂道のアポロン Sakanmichi no Apollon) สร้างจากมังงะของอ.ยูกิ โคดามะ และมีเป็นเวอร์ชั่นอนิเมชั่นด้วย แต่เราไม่เคยอ่านและดูมาก่อน ทำให้ครั้งนี้เข้าโรงแบบไม่รู้อะไรมากนัก เห็นโปสเตอร์ตอนแรก ก็คิดว่าน่าจะเป็นหนังรักวัยรุ่นใสๆ มีเด็กวัยรุ่นหน้าตาดี รักสามเส้าอะไรแบบนี้มั้ง

71kpb3FCGwL._AA_.jpg

เรื่องย่อก็มีอยู่ว่า ในช่วงปี 1966 “คาโอรุ นิชิมิ” เด็กเนิร์ดลุคคุณหนูจำเป็นต้องย้ายโรงเรียนจากเมืองโยโกสุกุ (จ.คานากาว่า ใกล้โตเกียว) มาอยู่ที่เมืองซาเซโบะ จ.นางาซากิ (เกาะคิวชู) ด้วยความจำเป็นของครอบครัว จนได้มารู้จักกับ “เซนทาโร่ คาวาบุจิ” เด็กหนุ่มนักเลงสุดเฮี้ยว ตัวใหญ่ใจสู้ ที่ต่างกันสุดขั้นแต่ทั้งสองก็กลายเป็นเพื่อนกันได้ด้วยการแนะนำของ “ริตซึโกะ” เด็กสาวจิตใจดี ที่รักดนตรีแจ๊ส เกิดเป็นเรื่องราวมิตรภาพระหว่างเพื่อนและประสบการณ์ความรักครั้งใหญ่ในชีวิตของพวกเค้า

C360_2018-06-03-16-06-38-222.jpg

“คาโอรุ” เด็กแว่นหน้าตาน่ารัก รับบทโดย “ยูริ จิเน็น” เมมเบอร์วงไอดอล Hey! Say! JUMP

“เซนทาโร่” หนุ่มบ้าพลังตัวยักษ์ แต่จริงๆ แล้วจิตใจอ่อนโยน รับบทโดย “ไทชิ ทาคากาวะ”

และ “ริตซึโกะ หรือ ริตจัง” สาวน่ารักจิตใจดี รับบทโดย “นานะ โคะมัตซึ” ซึ่งทั้งสามคนเป็นดาราวัยรุ่นที่กำลังมาแรง เมื่อดูรุปภาพเทียบกับเวอร์ชั่นมังงะแล้ว เรียกได้ว่าเหมาะสมมาก

C360_2018-06-03-16-06-05-171.jpg

นางาซากิ เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากระเบิดปรมาณู ด้วยความที่เป็นหนังย้อนยุคไปสมัยปี 1966 ซึ่งผ่านมา 21 ปีหลังจากยุติสงครามในปี 1945 ทำให้เราได้เห็นสภาพบ้านเมืองของญี่ปุ่นในยุคที่กำลังฟื้นฟูหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองซาเซโบะนั้นไม่ได้โดนระเบิดโดยตรง แต่ด้วยเป็นที่ตั้งของฐานทัพทหารอเมริกัน ทำให้มีวัฒนธรรมตะวันตกหลายอย่างผสมผสานอยู่ในชีวิตของผู้คนที่นี่

และเพราะจ.นางาซากิเป็นเมืองแรกๆ ของญี่ปุ่นที่ทำการค้ากับต่างประเทศ ในเมืองนี้จึงมีคนที่นับถือศาสนาคริสต์อยู่มากมาย ภายในเรื่องเราจะได้เห็นฉากในโบสถ์ ความเกี่ยวข้องของตัวละครที่มีต่อศาสนาคริสต์ และความเป็นตะวันตก เช่น เพลงแจ๊สที่เป็นแก่นหลักของเรื่องด้วย เรียกได้ว่าดูแล้วสนุกกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในช่วงนั้นไปด้วย เราเคยไปเที่ยวเมืองซาเซโบะมาแล้ว เป็นเมืองที่ชอบอันดับต้นๆ เลยยิ่งสนุกกับการดูสถานที่ต่างๆ ภายในเรื่อง

78445-20180529040008-4477765.jpg

ในเรื่องมีโมเม้นต์ที่ทำให้ต้องกรี๊ดต้องจิ้นต่อเยอะกว่าที่คิดเอาไว้ ซึ่งแน่นอนว่า “ไม่ใช่ระหว่างพระเอกและนางเอก” คือจะบอกว่าคนไหนเป็นพระเอกก็แล้วแต่จะตีความ ที่แน่ๆ เวลาที่เด็กผู้ชาย 2 คนนี้ เค้าอยู่ด้วยกัน คุยกัน เล่นดนตรีด้วยกัน สายตาของพวกเค้ามันสื่ออกมาได้เลย ว่า “กำลังมีความสุขอยู่จริงๆ” ถึงไม่ใช่สาววายแต่ก็ต้องมีแอบฟินบ้างแหละน่ะ

ส่วนตัวเราประทับใจทุกฉากที่เซนและคาโอรุเล่นดนตรีด้วยกัน ทำให้ยิ้มได้ตลอด และรู้สึกว่า “ดนตรีนี่มันดีจังเลยน้า” ทำให้คนสองคนที่ต่างกันสุดขั้วกลายมาเป็นเพื่อนกันได้ ซึ่งริตจังผู้หญิงคนเดียวในเรื่อง ก็คงรู้สึกเช่นเดียวกันเวลาที่มองทั้งสองคนเล่นดนตรี จึงเป็นที่มาของประโยค “ให้ฉันเข้าไปในโลกของเธอสองคนได้เหรอ” แอร๊ยยยยย ประโยคนี้มันช่างแทนใจจริงๆ

และหนังยังสะท้อนเรื่องครอบครัวในสังคมเอเชียได้เป็นอย่างดี แต่ละครอบครัวก็มีปัญหาที่แตกต่างกันๆ ไป บางบ้านเหมือนจะสมบูรณ์ เหมือนจะมีความสุขแล้ว แต่บางทีมันก็ไม่ใช่อย่างที่เห็น ซึ่งจิตใจของเด็กที่มีแผลนั้น ได้รับการเยียวยาด้วย “ดนตรี” เพลงในเรื่องเป็นสิ่งที่ดีงาม ฟังเพลินตลอดเรื่อง จนออกจากโรงมาแล้วยังอยากหามาฟังต่อ

สำหรับคนที่เรียนภาษาญี่ปุ่น สิ่งที่สนุกในการดูอีกอย่างคือ การใช้ภาษาของตัวละครในเรื่องที่เป็นคนท้องถิ่นจ.นางาซากิ ยกเว้นคาโอรุ และตัวละครที่มาจากโตเกียว แทบทุกคนพูดสำเนียงถิ่นหมดเลย เป็นรายละเอียดที่น่าสนใจดี ได้ฝึกฟังด้วย ดูว่าตัวเองจะฟังออกแค่ไหน

C360_2018-06-03-16-04-22-375.jpg

สรุปแล้ว หนังเรื่องนี้ทำให้เรามีความสุขได้ทั้งจาก “ตาดู” วิวนางาซากิสวยๆ, ตัวแสดงนำหน้าตาดี / “หูฟัง” เพลงประกอบเพราะๆ / “ใจอิ่มเอม” กับมิตรภาพในเรื่อง ถึงแม้ว่าตัวหนังจะเอาคำว่า “รักแรก” มาเป็นจุดขาย แต่สำหรับเรา “มิตรภาพ” มันทำให้รู้สึกอินได้ที่สุดแล้ว

หนังเพิ่งเข้าฉายเมื่อ 31 พ.ค.นี้เอง ถ้ากำลังหาหนังที่ทำให้ดูแล้วฟีลกู้ด คิดบวก มีความสุขไม่ต้องเครียดอะไรมาก ไปดูเถอะค่ะ หนังเรื่องนี้จะทำให้คุณหัวใจเต็มอิ่มได้แน่นอน ถ้านับตามความประทับใจ เราให้ 8/10 ค่ะ

http://sahamongkolfilm.com/saha-movie/kidsontheslope-movie/

https://www.facebook.com/MongkolCinemaMovie/

C360_2018-06-03-16-05-27-172.jpg

และสำหรับคนที่ดูแล้วอยากจะเที่ยว “เมืองซาเซโบะ จ.นางาซากิ” บ้าง เรามีรีวิวให้ดูกันด้วย มีทั้งเวอร์ชั่นบล็อก เที่ยวญี่ปุ่น ซาเซโบะ จ.นางาซากิ พักโรงแรมหุ่นยนตร์ เฮ้าส์เทนบอส Nagasaki 05

และ youtube เลย ถ้ามีโอกาสก็ลองตามรอย ไปดูสถานที่ที่คาโอริ เซน และริตจัง เคยไปกันเถอะ!

สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มาทำความรู้จักกันในบล็อกนี้ก่อนเลย ประวัติ..เรโกะคือใคร? เรียนอะไร? ทำงานอะไรมา? เขียนเองเล่าเองซะเลย Let me introduce my self, Reiko.ws

facebook : Reiko.ws

instagram, twitter @reiko_ws

youtube : youtube “Reiko_ws เรโกะ”

และบล็อกนี้ www.ReikoBangkokNeko.com

Contact for Work / ติดต่องานต่างๆ ทั้งงานเขียนคอลัมน์, รีวิว, ถ่ายแบบ, สัมภาษณ์, พิธีกร, งานแสดง, ล่าม, นักแปล / 仕事依頼はこちら : คุณกอล์ฟ 081-843-7109 (Thai language) และ reiko.ws@gmailcom (Japanese OK)

ไปกินไก่ ส่องสาวหุ่นดี ที่ Hooters สีลม

เมื่อพูดถึงร้าน Hooters ร้านนี้ดังมาก เราเคยได้ยินชื่อมานานแล้วล่ะ แต่ยังไม่เคยไปลองมาก่อน จากอิมเมจของเราคือ เป็นร้านที่มีพนักงานเสริฟสาวสวยหุ่นดี แต่งตัววับๆ แวบๆ เสริฟอาหาร แกล้มแอลกอฮอร์ แล้วก็เป็นสไตล์อเมริกัน แต่ก็มีสาขาในหลายประเทศ คือเป็นร้านที่เหมาะกับผู้ชายเค้าจะไปนั่งสังสรรค์กัน ไม่ได้มีอิมเมจว่าผู้หญิงจะเข้าไปนั่งในนั้น

img_4905

อยู่มาวันนึงมีคุณพีอาร์ติดต่อมาให้ลองไปรีวิวร้าน Hooters สาขาสีลมที่เพิ่งเปิดใหม่ ในเดือนพ.ค.นี้เอง เราก็งงนิดๆ เราเป็นผู้หญิงนะ จะให้ไปรีวิว Hooters จะเหมาะเหรอ แต่มาคิดอีกทีฟอลโล่วเวอร์เราผู้ชายเยอะ (จากรายการ Kimochiii) จริงๆ พีอาร์เค้าก็มองขาดนะ 555555 โอเค ไปก็ไป มันก็น่าสนุกดี

img_4915

ร้าน Hooters สาขาสีลมนี้ เป็นสาขาที่ 6 ในประเทศไทยค่ะ ส่วนใหญ่จะเปิดอยู่ตามสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชาวต่างชาติเยอะๆ สำหรับสาขานี้ถือว่าค่อนข้างใหญ่ มี 2 ชั้น บรรยากาศของร้านเปิดโล่ง มองเข้ามาเห็นภายในร้านได้สบาย มีทั้งโต๊ะนั่ง และเคาน์เตอร์ให้เลือก และยังมีดนตรีเล่นสดอีกด้วย

img_4917

img_4914

สาวๆ ภายในร้านได้รับการคัดเลือกมาอย่างดี เท่าที่เห็นจะเป็นสาวสวยสไตล์หน้าไทยคมๆ เสียส่วนใหญ่ มีหมวยๆ มาบ้างประปราย แต่ที่แน่ๆ คือทุกคนหุ่นดีมากกกกก อกเป็นอก เอวเป็นเอว และฟิตแอนด์เฟิร์มมาก โดยร้านจะสมัครฟิตเน็สให้สาวๆ เพื่อไปออกกำลังกายรักษารูปร่างให้ดีสม่ำเสมอ ถือเป็นส่วนหนึ่งของงานด้วย (เราก็ขอเนียนไปกะเค้าด้วย ฮ่าาาา)

img_4913

ที่น่ารักคือ จะมีช่วงเปิดเพลงสากลให้สาวๆ ที่ยืนตรงจุดต่างๆ ในร้านเต้นให้แขกดูด้วย อารมณ์คล้ายๆ ที่พนักงาน MK เต้นน่ะแหละ ซึ่งท่าเต้นก็เป็นแบบน่ารักๆ ไม่ได้เย้ายวนอะไร เป็นการเอนเตอร์คนดู

img_4920

ซึ่งเท่าที่เห็นแขกที่สาขานี้ ตอนที่เราไป จะเป็นต่างชาติฝรั่ง – แขก ประมาณ 70% ญี่ปุ่น – จีน 20% และคนไทย 10%

img_4903

มาดูเรื่องอาหารการกินกันบ้าง คราวนี้เราจะไม่พูดถึงแอลกอฮอร์นะคะ เพราะเราขับรถมา และปกติก็ไม่ค่อยดื่มอยู่แล้ว เรามาสายกินค่ะ 555 ที่เห็นนี่มอคเทล และพร็อพถ่ายรูปนะ อิอิ

exif_temp_image-3

IMG_20180519_131126_494.jpg

แน่นอนว่าเมนูที่เด็ดๆ ของที่นี่จะเป็นเมนูแบบอเมริกัน พวกเบอร์เกอร์, ฮอตด็อก และไก่ทอด ซึ่งมีทั้งไก่ชิ้น และไก่แบบมีกระดูก

exif_temp_image-4

img_4911

img_4909

เมนูไก่ ถือว่าเป็นไฮไลต์ของครั้งนี้ เลยเพราะไก่ที่นี่เค้ามีให้เลือกหลายซอสมาก ทานเปล่าๆ แบบไม่ต้องจิ้มอะไรเพิ่มยังได้ เพราะซอสมันชุ่มฉ่ำเคลือบไก่ไว้เต็มๆ อาจจะติดตรงเค็มเกินไปบ้าง แต่สำหรับคนที่ดื่ม ก็น่าจะโอเคสำหรับการเป็นกับแกล้มนะคะ ส่วนตัวเราชอบตรงที่มันมีความกรอบอร่อย แต่แป้งไม่หนาเกินไปค่ะ

exif_temp_image-12

img_4908

เมนูเฮลธ์ตี้อย่างสลัดก็มีให้เลือกนะคะ ถ้าไม่อยากอ้วนมากจะสั่งสลัดมาทานเป็นหลักก็ได้ และยังมีเมนูแบบไทยๆ เช่น แกงเขียวหวาน, ต้มข่าไก่ ให้เป็นทางเลือกอีกด้วย แต่เห็นว่าเป็นรสชาติแบบเอาใจฝรั่งเลยไม่ได้สั่งมาลอง

img_4902

img_4906

สำหรับราคาอาหาร มีอิมเมจว่าแพงนะคะ แต่ถ้าเราเคยผ่านอาหารที่ขายในสนามบินเมืองไทยมาแล้ว เราว่าอันนี้มันก็ไม่ได้แพงเว่อร์ขนาดนั้นหรอกค่ะ 555 ไก่ 6 ชิ้น 239 บาท น้ำราคาประมาณสองร้อยกว่าๆ เมนูอื่นๆจานละประมาณสามร้อย เดี๋ยวนี้ร้านอาหารขึ้นห้างในกทม.ก็ราคาประมาณนี้แหละ ปริมาณก็เยอะดีด้วย สำหรับเราว่าโอเคนะ

img_4918

มีมุมของที่ระลึกพวกเสื้อ, หมวก, แก้วขายด้วย บางชิ้นมีโลโก้ของสาขาอื่นๆ เช่น ไต้หวัน, สิงคโปร์ ติดอยู่ก็เท่ไปอีกแบบ

exif_temp_image-14

สรุปแล้ว การมา Hooters ในครั้งนี้ของเราสามารถลบภาพร้านนั่งของซารารี่มังหลังเลิกงาน, ลุงฝรั่งมานั่งเหล่สาวไปได้ (บ้าง) ซึ่งจริงๆ แล้วผู้หญิงก็สามารถเข้ามานั่งในร้านได้ ตอนที่เราไปก็ยังมีแก้งสาวฝรั่ง 4-5 คนมานั่งทานกันเลย คราวหน้าชวนเพื่อนมาลองทานกันหลายๆ คนก็น่าจะสนุกดี แถมยังได้แรงบัลดาลใจจากการมองหุ่นฟิตเปรี๊ยะของสาวๆ Hooters อีกด้วย แทะไก่ไปก็คิด “พรุ่งนี้ชั้นจะไปฟิตเน็ส” 555exif_temp_image-13และเราก็มีคูปองกินไก่ฟรีที่ Hooters มาแจกกันด้วยนะคะ อ่านกติกาที่ facebook Reiko.ws เลยยยimg_4904*Hooter สาขาสีลม เปิดทุกวัน 11:00 – 02:00อยู่ตรงสถานีรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง ลงฝั่งธนิยะก็จะเจอเลย หาง่ายมากPhoto by Atipati, Me

โอนิกิริหมูไข่ เมนูเด็ดห้ามพลาด ท ี่โอกินาว่า Pork Tamago Onigiri

มีเมนูเด็ดที่คนไปเที่ยวญี่ปุ่น จ.โอกินาว่าห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงงงง!! เพราะนี่คือ “โอกินิริ” เจ้าดังจากเมืองโอกินาว่าาาาา

20180314_202842.jpg

แหมมม แค่ได้ยินบางคนก็คงยกมือปั้น โอ่นิกิริ๊ โอนิกิริ๊ แบบน้องๆ BNK48 555 น่ากินละซี้ ซึ่งจุดเด่นของโอกินิกิริที่นี่ คือไม่ได้ห่อสาหร่ายเป็นรูปสามเหลี่ยมแบบที่เราเห็นกันบ่อยๆ แต่เป็นสาหร่ายห่อชั้นข้าวที่พันไส้อีกที ให้ไส้เยอะล้นทะลักจนแทบจะเรียกได้ว่า เป็น “เบอร์เกอร์ข้าว” เลยล่ะ
沖縄の「ポークたまごおにぎり本店 那覇空港店」のミニレビューです!スパムとたまごが美味しくてタイ人のみんなに紹介したい。笑

20180314_211243.jpg

ร้านนี้ชื่อว่า Pork Tamago Onigiri Honten สาขาแรกอยู่ที่ตลาดมากิชิ ใจกลางเมืองนาฮา จ.โอกินาว่า เป็นร้านชื่อดังที่ทีคนต่อแถวรอซื้อทุกวัน แต่ได้มาเปิดสาขาที่สนามบินนาฮา ชั้น 1 ด้วย (หาง่ายๆใกล้ๆ Lawson เลยจ้ะ) แต่เป็น Domestic Terminal คนละเทอร์มินอลกับที่สายการบิน Peach ขึ้น-ลงนะ

20180314_2028352976850455798815050.jpg

ตอนนี้มีอยู่ทั้งหมด 3 สาขา อยู่ในจ.โอกินาว่าทั้งหมดเลย

20180314_202811.jpg

จุดเด่นคือ ร้านนี้จะปั้นข้าวปั้นให้สดใหม่ หลังจากได้รับออเดอร์ ไม่มีการทำค้างไว้ และเมนูยังมีให้เลือกหลากหลาย เด่นๆ ที่ต้องลองคือ ไส้ SPAM (เป็นเนื้อหมูแปรรูปใส่ในกระป๋อง) และไส้ไข่ ที่นุ่มๆ เค็มๆ อร่อยลงตัวเข้ากับข้าวญี่ปุ่น ราคาประมาณ 200กว่าถึง 400 เยนเท่านั้น ทานได้สบายๆ จะห่อกลับไปทานเป็นมื้ออื่นก็ยังได้

ทางร้านจะทำสดใหม่หลังจากได้รับออเดอร์ ดังนั้นพอสั่งแล้วก็รับบัตรคิว รอไปจ้ะ

20180314_202807.jpg

C360_2018-05-05-18-33-00-001.jpg

อร่อยจริงๆ เราเลยมาแนะนำกัน เอาล่ะ ใครที่มีแพลนจะไปโอกินาว่าก็อย่าพลาดไปลองนะ!!

facebook Reiko.ws

Worajan Reiko Sangngern   
#reiko_ws #reikowsfoods #reikowsokinawa #กินกับเรโกะ #เที่ยวญี่ปุ่น #รีวิวญี่ปุ่น #โอกินาว่า #沖縄 那覇

รีวิวหนังญี่ปุ่น Tonight at Romance Theater 今夜ロマンス劇場で

ภาพยนตร์ญี่ปุ่น “Tonight At Romance Theater” (รักเราจะพบกัน) 「今夜ロマンス劇場で」เข้าฉายในเมืองไทยเมื่อ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา เป็นเรื่องราวของหนุ่มผู้ช่วยผู้กำกับภาพยนตร์ในปี 1960 ที่ดันไปตกหลุมรักเจ้าหญิงในภาพยนตร์ขาวดำ จนกระทั่งเจ้าหญิงออกจากโลกภาพยนตร์ขาวดำออกมาเจอเขาในโลกความเป็นจริง!

เจ้าหญิงแก่นแก้ว สร้างเรื่องวุ่นวายมากมาย แต่สุดท้ายก็เริ่มมีใจให้กัน ติดตรงที่ว่าเจ้าหญิงนั้น ไม่สามารถสัมผัสไออุ่นจากตัวคนที่รักได้ ไม่อย่างนั้นจะหายไปตลอดกาล… หูยยยย แค่อ่านเรื่องย่อก็บีบหัวใจแล้ว ความรักครั้งนี้จะลงเอยยังไงกันนะ

เราเพิ่งไปดูมา อินจนน้ำตาไหลออกมาเองเลย ตัวแสดงดีมาก ถึงจะเป็นหนังรักแฟนตาซี แต่มันทำให้เราเชื่อจริงๆว่ามันได้เกิดขึ้น ชอบตรงที่อินกับไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์ สนุกตรงดูฉากพร็อพที่ตรงกับยุคนั้นๆ ให้ 10/10 เลยอะ

พระเอกหล่อน่ารักซื่อๆ ดูอบอุ่น (เคนจิ รับบทโดย ซาคากุจิ เคนทาโร่) นางเอกสวยมีคลาส แต่ก็ไม่ดูไฮโซเกินเอื้อม (เจ้าหญิงมิยูกิ รับบทโดย อายาเสะ ฮารุกะ) ชุดสวยทุกชุด ถึงจะเป็นแฟชั่นย้อนยุคก็ไม่ดูเชย ทำให้อยากแต่งตาม ถึงจะแอบรำคาญความเกรี้ยวกราดของนางเอกในช่วงแรกแต่ก็เข้าใจได้ว่าเป็นคาแรกเตอร์ เพราะปูที่มาที่ไปแล้ว

สิ่งที่ดูแล้วได้จากหนังเรื่องนี้คือ ได้เห็นความรักที่สวยงาม อิ่มเอมหัวใจ และได้เป้าหมายใหม่ คือไปตามรอยโลเคชั่น! เท่าที่อ่านแว้บๆ ถ่ายที่ Edo Wonderland และที่จ.กิฟุ พูดเลยว่ารักหนังเรื่องนี้มาก กลายเป็นหนังในดวงใจไปแล้ว ถ้ายังลังเลอยู่ ไปดูเถอะ! เราเชียร์!

MONGKOL CINEMA Sahamongkolfilm Inter
#今夜ロマンス劇場で #TonightAtRomanceTheater #รักเราจะพบกัน #reikowsmovie #ดูหนังกับเรโกะ