All posts by Reiko.ws

Contact for Work ติดต่องาน K'Golf 081-843-7109 仕事依頼は reiko.ws@gmail.com You can call me "Meow" or "Reiko" Editor / Writer / Translator / MC / Talent / Cat lovers / Bangkok / Japan Profile ชื่อ : วรจรรย์ แสงเงิน (เรโกะ / เหมียว) การศึกษา : AFS Exchange Program, คณะศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, Waseda University Exchange Program ผลงาน : บรรณาธิการนิตยสาร SCawaii! Thai Edition, ViVi Thai Edition, Ray Thailand พิธีกรรายการ Kimochiii in Japan (2012-now) (ihereTV ทาง youtube), *OA now รายการ Beauty Versus สวยสั่งได้ (2015, 2016) (Fuji TV & Ch7), *OA now รายการ Many Many Japan ตอน จ.โอคายาม่า (2015) (Nation TV) รายการ Wezaa Cool Japan เก่งยกครัวทัวร์ยกบ้าน (2016) (3SD 28) *OA now ล่าม, นักแปล, นักเขียน และอื่นๆ *about me* facebook : Reiko.ws instagram & twitter & youtube @reiko_ws www.ReikoBangkokNeko.com

“หมอน Kenko” สำหรับคนปวดหลังปวดไหล่ ออเดอร์เมดเทคโนโลยีญี่ปุ่น

คนวัยทำงานอย่างเราๆนี่ มักจะมีปัญหาปวดหลังปวดไหล่นะคะ เท่าที่ฟังจากเพื่อนๆรอบตัว แทบทุกคนมีปัญหานี้กันหมด ไม่ว่าจะเป็นคนที่ทำงานนั่งในออฟฟิศทั้งวัน หรือคนที่มีอาชีพต้องเดินทาง ออกไปอีเว้นต์ หรือขนของหนักเป็นประจำก็ตาม เราเป็นคนที่ผ่านงานมาแล้ว ทั้งแบบนั่งทั้งวันในห้องแอร์ และงานที่ต้องออกเดินทางบ่อยๆ จึงเข้าใจมากเลยล่ะ

ช่วงที่เราทำงานหักโหมก็จะมีปัญหาปวดหลัง ปวดไหล่ๆ ไปร้านนวดทีนี่เส้นตึง กร็อบแกร๊บกันเลย นอกจากจะแก้ที่ปลายเหตุอย่างการไปนวดแล้ว เราเลยต้องหาไอเท็มที่จะช่วยสุขภาพได้ในระยะยาว

วันนี้ต้องได้หมอนคู่ใจกลับไปให้ได้ มาด้วยความมุ่งมั่น

การเลือกหมอนและที่นอนก็เป็นวิธีที่ดีมากเลย เพราะเวลาไม่กี่ชั่วโมงต่อวันที่เราจะได้นอนหลับพักร่างนั้น มันควรจะมีประสิทธิภาพที่สุดสิ ไม่ใช่ตื่นมาแล้วยิ่งปวดคอกว่าเดิม เพราะเจอหมอนที่ไม่เหมาะสมกับร่างกายเรา เราก็หาหมอนในฝันมานาน ของยังงี้มันต้องใช้เวลาเนอะ

เมื่อปีที่แล้วเราได้ไปงานท่องเที่ยวญี่ปุ่นในไทย แล้วมีบู้ทของ Kenko Shop มาออก  ตอนนั้นติดใจกลิ่นหอมๆ ของไม้ฮิโนกิ ที่ทำให้นึกถึงออนเซ็นของญี่ปุ่นเลยลองซื้อมาใช้ แต่ตอนนั้นเวลาน้อยไปหน่อย เลยกะขนาดของหมอนคร่าวๆแล้วรีบซื้อมาเลย ซึ่งก็ชอบแหละ แต่ในเมื่อเค้ามีไส้ในให้เลือกตั้งหลายแบบนี่นา เลยจะมาหาหมอน Kenko ใบที่ 2 กลับไป โดยจะให้พนักงานวัดให้อย่างดีเลย

ถึงหน้าเค้าน์เตอร์แล้วจ้าาาา อยู่ชั้น 4 ตรงชั้นเครื่องนอน ห้างพารากอนเลย หาไม่ยาก

วันนี้เรามากันที่งานเปิดเค้าน์เตอร์ใหม่ของ Kenko ในห้าง Siam Paragon ค่ะมีสินค้าเพื่อสุขภาพอิมพอร์ทมาจากญี่ปุ่นมากมาย ซึ่งไอเท็มที่เราเล็งเอาไว้ก็คือ “หมอนออเดอร์เมด” นั่นเอง โดยจะมีพนักงานที่ผ่านการอบรมจากคุณมิโฮะ มิฮาชิ ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับจากญี่ปุ่นคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

พนักงานคนสวยเตรียมพร้อมให้คำแนะนำกับเรา ชอบความนุ่มแบบไหน สัมผัสยังไง บอกเค้าได้เลย เดี๋ยวจัดให้
ทดลองวัดขนาดระยะคอและไหล่ หาขนาดของหมอนที่เหมาะสมกับตัวเอง โอ้โห มันมีเครื่องแบบนี้ด้วยหรอเนี่ยยย
ตัวอย่างหมอนที่ใส่ไส้ไว้แล้ว ปลอกจะเป็นโทนสีเทาและเขียวอ่อน มินิมอลสบายตาแบบญี่ปุ่น
ตัวไส้ในจะมีทั้งหมด 7 แบบให้เลือก ตามคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป ทั้งความแข็ง, ความนุ่ม, ช่วยดูดกลิ่นอับ และมีกลิ่นหอม เป็นต้น
เราชอบอันนี้มากเลย มันเป็นไส้หมอนที่ทำจากไม่ฮิโนกิที่ปลูกในญี่ปุ่น หมอนใบแรกของเราที่ซื้อจากร้านนี้ไปก็เป็นอันนี้แหละ นอนดมทุกคืนมาปีกว่าละ ฮ่าาาาา มันจะให้สัมผัสที่แข็งหน่อยนะ คราวนี้เลยจะลองหาใบที่นิ่มกว่าเดิม
เปรียบเทียบขนาดของหมอน S M L สำหรับเราคราวนี้เลือกเป็นไซส์ M จ้ะ จะได้พอดีกับคอ คราวก่อนเอาไซส์ S ไป เพราะกะจะเอาไปนอนกอดดมกลิ่นไม้หอมๆ คราวนี้เราเลือกไส้ในเป็น “ชาโคล (ถ่าน)” แบบนิ่ม

ภายในบริเวณร้านมีสินค้าเพื่อสุขภาพจากญี่ปุ่นมากมายหลายประเภท ทั้งเครื่องนอน, หมอน, รวมไปถึงสินค้าเพื่อสุขภาพอื่นๆอีกด้วย

มีเครื่องนอนหลายแบบให้เลือกตามความต้องการ
ตัวนี้เอาไว้นอนกอด หรือรองหลังเวลานั่งหรือนอนก็ได้ ขนาดกำลังดีเลย

ตอนนี้ห้างสรรพสินค้าของญี่ปุ่นก็ลดจำนวนน้อยลง และคนไทยยังไม่สามารถไปเที่ยวญี่ปุ่นได้อีกด้วย คนที่กำลังมองหาสินค้าเพื่อสุขภาพญี่ปุ่นดีๆ ที่เป็นของแท้ ไม่ต้องไปที่อื่นแล้ว ลองมาดูได้เลย

ทดลองนอนเล่นๆ แต่ง่วงจริงซะงั้น สัมผัสที่นอน สบายมากเลย มันจะเป็นปุ่มๆนวดหลังได้ด้วย แต่ไม่เจ็บนะ
เปิดดูด้านในที่นอน มีหลายชั้นซ้อนกันแบบนี้แหละ ตัวโปร่งๆนี่ช่วยระบายอากาศ และที่พิเศษคือ จะกลับเอาด้านปุ่ม หรือ ด้านเรียบขึ้นข้างบนก็ได้ นอนได้ทั้งสองแบบจ้า สามารถปูลงบนพื้นหรือเตียงได้เลย จะช่วยเรื่องการปวดหลังได้ดีกว่า นอนสบายกว่า

ตอนที่เราไปโชคดีมาก มีกิจกรรมไลฟ์สดส่งตรงจากญี่ปุ่น มีผู้เชี่ยวชาญมาแนะนำเรื่องสุขภาพด้วยล่ะ คนที่มาก็จะเป็นแฟนเพจที่ติดตามกันมาอย่างเหนียวแน่น

คุณล่ามพิธีกรกำลังสื่อสารกับอาจารย์ชาวญี่ปุ่น มีช่วงถามตอบด้วย ได้ประโยชน์มากๆ
ลูกค้าทุกคนตั้งใจมางานนี้โดยเฉพาะ เพราะเลือกใช้กันอยู่แล้วเป็นประจำ
มีสอนทำท่ายืดเส้นแบบง่ายๆด้วย ทำกันกลางห้างนี่แหละ ฮ่าาาา สนุกดีนะ

ถึงจะพลาดคราวนี้ไปก็ไม่เป็นไรนะ เพราะ Kenko Shop เค้าจัดงาน Japanese Healthty Fair อยู่เรื่อยๆ จะมาดูตามอีเว้นต์, มาดูที่เค้าน์เตอร์ในห้างก็ได้แล้วแต่สะดวกเลยจ้า

คนที่อยากหาหมอนเพื่อสุขภาพที่เข้ากับตัวเอง ก็ลองดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  https://www.facebook.com/kenkoshop/ และ https://kenkoshop.co.th/ เลยยย

Kenko Shop มีหลายสาขา สะดวกที่ไหนไปที่นั่นเลยจ้ะ

– โชว์รูมซอยรามคำแหง 60

297 ซอยรามคำแหง60 (สวนสน) ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240

โทร: 02-374-0420 หรือ 02-184-6779

mail: goodsleep@kenkoshop.co.th

เปิดทำการทุกวันจันทร์-เสาร์ 9:00-17:30น.

Line ID: @kenkoshop

– สาขาห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน แผนก The Living ชั้น4 

 โทร: 02-610-8000 ต่อ The Living ชั้น 4 ร้าน Kenko Shop

เปิดทำการ จ-พฤ เปิด 11.00-21.00 น. | ศ-อา และวันนักขัตฤกษ์ เปิด10.00- 22.00 น.


– สาขาห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน แผนก the living โซน Health care  ชั้น4

โทร: 02-555-1000 ต่อ Health care ชั้น 4

เปิดทำการ จ-พฤ เปิด 11.00-21.00 น. | ศ-อา และวันนักขัตฤกษ์ เปิด10.00-22.00 น.

ร้านอาหารเจ “แตะสุข” เสนาเซ็นเตอร์ อร่อยจนลืมไปเลยว่า นี่คืออาหารเจ!

ทีม “กินเจเอาอร่อย” แบบเรา ไปเจอร้านเจที่ทั้งดี๊ดีย์หน้าตาและรสชาติ แทบไม่ต่างจากเมนูเนื้อสัตว์จริงเลยล่ะ!!

一年中菜食料理を販売する専門店を紹介します。「Tae Sook」はカセーサート大学近くのBTS Ratchayothin駅を降りてすぐにある菜食料理専門店です。見た目も味もとてもよかったです。名物はベジタリアンピザだけど、行ったときはすでに売り切れました。美味しい菜食料理を探して人、ぜひ行ってみてくださいね~

ร้านนี้ชื่อว่า “แตะสุข” เป็นร้านที่มีแต่เมนูอาหารเจ ไม่ใส่เนื้อสัตว์เลย มีเมนูหลากหลาย กินได้ไม่เบื่อ ที่เด่นมากคือ “พิซซ่าเจ” น่าเสียดายที่เราไปวันหลังจากทางร้านได้ไปโปรโมตในรายการออกทีวี ของเลยหมด อดกินเลย ไม่เป็นไรของที่เราสั่งมากินก็เด็ดอยู๋น้าาา

เมนูนั้นหลากหลาย มีทั้งไทย จีน อีสาน ตะวันตก พออาหารมาถึงโต๊ะนี่ร้อง ว้าวววว เลย เพราะชามใหญ่ ปริมาณเยอะมาก เราไปกับเพื่อน 2 คนสั่งมา 4 อย่างหารแล้วก็ตกประมาณ 200 กว่าบาทเอง

เมนูที่เราสั่งวันนั้น ก็มี ก๋วยเตี๊ยวต้มยำเจ, ก๋วยเตี๊ยวเรือเจ, ไส้กรอกอีสานเจ, ยำแหนมเจ รสชาติถูกใจเราทุกอย่างเลย คือถ้ามีร้านแบบนี้อยู่ใกล้บ้านให้กินอาหารเจทุกวันก็ยังไหวนะ พูดจริง

สำหรับคนที่อยากไปลองทานอาหารเจอร่อยๆบ้าง ร้านนี้อยู่แถวเสนานิยม ระหว่างเมเจอรัชโยธิน กับม.เกษตร ลงที่สถานีรถไฟฟ้า BTS รัชโยธินเลย ถ้าจะขับรถมาก็มีที่จอดนะ ร้านอยู่ในโครงการเสนาเซ็นเตอร์ เข้าไปท้ายโครงการด้านซ้ายมือเลยจ้ะ

ร้านอาหารเจ แตะสุข

อยู่ในโครงการเสนาเซ็นเตอร์ พหลโยธิน 37 กรุงเทพ

เปิด 9:00-20:00 น. (ครัวปิด 19:45 น.) หยุดทุกวันอังคาร

facebook ร้าน”แตะสุข”แคบเจ “คุณหนูไฮโซ”

#reikowsfoods #reikowsreikobangkokneko #กินกับเรโกะ #เรโกะ #เทศกาลกินเจ #อาหารเจ #กินเจ #ร้านอาหารเจแตะสุข #VegetarianFoods #菜食料理 #バンコク

1.6K1.6K10 Comments4 SharesLikeCommentShare

ชิจูย่า อาหารเจสไตล์ญี่ปุ่น แถวทรงวาด เยาวราช อร่อยอิ่มบุญ

จะกินเจทั้งที อิ่มบุญแล้วก็ต้องอิ่มอร่อยด้วยสิ เราไปเจอร้านอาหารเจสไตล์ญี่ปุ่นมาล่ะ อร่อยถูกใจ อร่อยจนอยากรีวิวเลยยยย

ชนแก้ววว น้ำหล่อฮั้งก๊วย (30 บาท) กับ ข้าวแกงเขียวหวานไก่ทอดเจ (100 บาท) มันญี่ปุ่นตรงไหน เออ นั่นดิ ฮ่าาา ไปร้านญี่ปุ่นแทนที่จะสั่งเมนูญี่ปุ่น ก็อันนี้มันน่ากินอะ

วันก่อน ไปทำธุระแถวเยาวราช ได้ยินว่ามี “ร้านชิจูย่า” เป็นร้านอาหารเจ สไตล์ญี่ปุ่นอยู่ตรงถนนทรงวาด เรากินเจทุกวันพระอยู่แล้ว เลยแวะไปลองสักหน่อย

จากประสบการณ์เวลาที่ไปแถวย่านเมืองเก่ามักจะหาที่จอดรถยาก เลยโทรไปถามที่ร้านก่อน คุณพี่ที่ร้านบอกว่ามีที่จอด ให้ขับมาได้เลย โอเครร ลุยยยย

เดินเข้ามาจากถนนจะเห็นป้าย “วัชรโพธิสถานมงคลธัญ” มีเจ้าแม่กวนอิมอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย แสงตอนเย็นสวยมาก

ร้านจะอยู่ตรงถนนทรงวาดถัดมาจากเยาวราชหน่อย จะรอดริมถนนหน้าร้านก็ได้ หรือเข้ามาด้านในก็ได้ มีพื้นที่กว้างขวางเชียวล่ะ

ถึงหน้าร้านแล้ววววว ตอนเราไปคนยังไม่เยอะ

พอเข้าไปก็นั่งดูเมนู ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารญี่ปุ่น แต่ก็มีอาหารไทยและตะวันตกด้วย ทุกอย่างเป็นอาหารเจทั้งหมด ไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์เลย ว้าววว แต่บางอย่างนี่หน้าตาดูไม่ออกเลยนะ ว่าแล้วก็ลองสั่งมาทานและเรายังซื้อกลับบ้านด้วยล่ะ

ภายในร้าน เป็นบรรยากาศสไตล์ร้านแถวเยาวราชทั่วไป มีกลิ่นอายความเป็นจีน
ข้าวแกงเขียวหวานไก่ทอดเจ (100 บาท) ถึงจะสั่งอาหารไทยที่ร้านญี่ปุ่น แต่ แกรรรร ไม่ผิดหวังเลย ทานตอนร้อนๆอร่อยมาก พริกแกงเขียวหวาน หอม ไม่เผ็ดเกินไป ส่วนไก่ทอดนั้นเนื้อสัมผัสใกล้เคียงของจริงมาก อร่อยยยย
โรลสาหร่ายงาดำเจ (160 บาท) เครื่องทั้งหมดนี้เป็นแบบเจหมดเลยนะ เห้ยยย ดูเผนๆนี่เนียนมาก รสชาติก็โอเคเลย
ซุปสาหร่าย (50 บาท) อันนี้เราซื้อกลับมาทานที่บ้าน ซดร้อนๆคล่องคอดี ซุปกลมกล่อม ตรงที่เห็นเป็นชิ้นๆนั้นคือ เผือกนะ
กระทะร้อนเยื่อไผ่เจ (200 บาท) อันนี้เราซื้อกลับมาอุ่นทานที่บ้าน นี่แบ่งมาอุ่นครึ่งเดียวนะ ให้เยอะมาก ทานเปล่าๆก็ได้ หรือทานกับข้าวก็อร่อย ผักเน้นๆกลมกล่ม ไม่จืดชืดและไม่มันด้วย
สาหร่ายกรอบ (3 กระปุก 100 บาท) เป็นของทานเล่นที่ดีย์มาก ฟองเต้าหู้กรอบ สอดไส้สาหร้ายและงาเอาไว้ เคี้ยวเพลิน แป้บๆหมดแล้วอะ

โดยรวมทุกอย่างหน้าตาดูดี รสชาติก็ดีด้วย โดยเฉพาะเวลาทานตอนร้อนๆ ทำเสร็จใหม่ๆ แต่ส่วนที่ซื้อกลับมาอุ่นทานเองที่บ้านก็ใช้ได้ เครื่องเยอะ ให้เยอะ ทั้งหมดที่เราซื้อนี่ก็ ราคารวม 640 บาทจ้า

ถ้าเป็นช่วงที่มีอีเว้นต์ตรงเยาวราช คนอาจจะเยอะ เราไปตอนที่ไม่มีงานน่ะ ยังไงก็ลองแวะไปทานดูนะ จะกินอาหารเจทั้งที อิ่มบุญแล้วอร่อยด้วยก็ยิ่งดีสิ อร่อยจนต้องบอกต่อเลยจ้าาา

ปครั้งแรกก็ชอบมาก รีวิวแบบจริงใจ ใส่ถุงกลับบ้านด้วย ฮ่าาาา จะแวะไปทานอีกแน่นอน ใครที่อยากทานอาหารเจอร่อยๆ ก็ลองแวะไปนะ

พิกัด ร้านอาหารเจ สไตล์ญี่ปุ่นชิจูย่า 和風菜食料理店「千寿屋」

1396 Song Wat Rd, Samphanthawong, Bangkok 10100 open everyday10:30 – 20:30

facebook : Chijuya 千寿屋 ชิจูย่า ร้านอาหารเจ สไตล์ญี่ปุ่น

ช่วงนี้ตามหาอาหารเจอร่อยๆ ทาน ไว้จะมารีวิวเพิ่มนะ ใครมีร้านแนะนำก็บอกด้วยน้าาา

#reikowsfoods #reikobangkokneko #กินกับเรโกะ #เรโกะ #อาหารเจ #กินเจ #อาหารเจสไตล์ญี่ปุ่น #เยาวราช #ชิจูย่า #VegetarianFoods #菜食料理

Shimafumi คาเฟ่น่ารักริมทะเล บนเกาะซาโดะ จ.นีงาตะ

🚗คิดถึงการขับรถเที่ยวญี่ปุ่น เลียบชายฝั่งทะเล เปิดกระจกรับลมชมวิว แล้วแวะพักที่คาเฟ่ กินของอร่อยแบบนี้จัง!!

🏝ตอนไปเที่ยว “เกาะซาโดะ จ.นีงาตะ” เราได้ขับรถเที่ยวรอบเกาะ มีคาเฟ่ริมทะเลอยู่ร้านนึงมันน่ารักมากกก และขนมปังของที่นี่ก็อร่อยมากเช่นกัน ร้านนี้คือ “ชิมะฟูมิ”

🥐ถือเป็นจุดแวะพักของนักท่องเที่ยวที่มาเกาะซาโดะ ตัวร้านเป็นบ้านเล็กๆริมทะเลน่ารัก มีเมนูเป็นขนมปัง เบเกอร์รี่ ที่เราชิมแล้ว บอกเลยว่าอร่อยทุกอย่าง เพราะจ.นี้เค้าขึ้นชื่อเรื่องน้ำและข้าวอร่อย แน่นอนว่าต้องทำขนมปังอร่อยด้วย

🇯🇵ถ้าหมดโควิดแล้ว มีโอกาสได้ไปเที่ยวเกาะซาโดะ ก็อย่าลืมแวะร้านนี้กันนะ ดูบรรยากาศของร้านได้ในคลิปนี้เลยจ้า

🎞”ขับรถเที่ยวต่างจังหวัดญี่ปุ่น หาทอง ล่องเรือกะละมังที่เกาะซาโดะ Sado Niigata”
https://youtu.be/bkmEdnj7ALk

📍”ร้านชิมะฟูมิ” しまふうみ Shimafumi
105-4 Daisho, Sado, Niigata 952-0431
https://maps.app.goo.gl/wh9LF1U3EfhkMKcz6

ปล.เราไปตั้งแต่เดือนต.ค.2019 จ้ะ

📌Facebook post on Reiko.ws

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=3427266457318261&id=200769936634612

#reikowsniigata #reikomeow #reikowsyoutube #niigata #sadoisland #เที่ยวญี่ปุ่นตงด้วยตัวเอง #ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น #นีงาตะ #เกาะซาโดะ #新潟県 #佐渡島

เที่ยวญี่ปุ่นตามรอย 8 โลเคชั่นละครและภาพยนตร์ ที่ Yamagata Sendai

ช่วงนี้ไม่ว่าใครก็คง เก็บตัวอยู่บ้าน มีโอกาส หนังละครซีรีย์ และที่ตอนนี้กำลังมาแรงมากๆเลยก็ต้องละครช่อง 3 เรื่อง “ดั่งดวงหฤทัย” นี่แหละ ที่พี่ติ๊กเจษฎาภรณ์กับคิมเบอร์ลี่เขาเล่นไง เพิ่งออกฉายตอนแรกทางช่อง 3 เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2020 นี่เองกระแสตอบรับดีมากๆเลย

-ละครดี-1024x576

ดั่งดวงหฤทัย (2020)

เรื่องนี้เขายกกองไปถ่ายทำกันถึงภูมิภาคโทโฮคุ หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่นเชียวนะ แน่นอนว่าไปไกลขนาดนี้ต้องมีวิวสวยๆ และโลเคชั่นเด็ดๆมาให้เราได้ดูกันแน่นอน ไปดูกันเลยค่ะว่ามีที่ไหนบ้าง

โลเคชั่นในจังหวัดยามากาตะ

1.ล่องเรือ Mogami River

DCIM100GOPROGOPR8999.JPGIMG_6344mogami_river_1

แม่น้ำโมกามิถือเป็นเส้นทางการคมนาคมที่สําคัญตั้งแต่ในสมัยก่อนของจังหวัดยามากาตะ ชาวบ้านจะขนของเพื่อค้าขายไปยังเมือง Sakata ถึงแม้ว่าตอนนี้จะไม่ได้ถูกใช้เป็นเส้นทางค้าขายหลักแล้วแต่ก็ยังขึ้นชื่อในฐานะ แม่น้ำสายท่องเที่ยวที่สามารถล่องเรือเพื่อชมความงามของธรรมชาติสองข้างทาง โดยสามารถชมได้ทั้ง 4 ฤดูกาลสวยงามแตกต่างกัน

mogami_river_2mogami_river_3IMG_6347

สำหรับการล่องเรือนั้นมีหลายแบบแตกต่างกันไปที่เราได้ไปขึ้นนั้นใช้เวลา 50 นาทีราคา 2,500 เยนและสามารถเลือกซื้อข้าวกล่องขึ้นมาทานเองได้

IMG_633920200122_12490189622963_498414614171741_2787823831148920832_n

และถึงจะเป็นฤดูหนาวแต่ก็สามารถนั่งชมวิวได้อย่างอบอุ่นเพราะมีโต๊ะ อุ่นขาหรือ Kotatsu ไว้บริการด้วย

สองข้างทางมีจุดชมวิวมากมายโดยใช้ซึ่งเป็นพนักงานที่อยู่ในเรือจะคอยอธิบายจุดถ่ายรูปต่างๆรวมถึงร้องเพลงโบราณแบบที่ชาวบ้านสมัยก่อนเขาร้องกันให้ฟังอีกด้วย

IMG_6376IMG_6374

ที่นี่ถูกใช้เป็นโลเคชั่นของละครเรื่องดั่งดวงหฤทัยและยังเป็นที่รู้จักกันในฐานะโลเคชั่นของละครญี่ปุ่นที่โด่งดังอมตะ เรื่อง “โอชิน” นั่นเอง

2.Snow Monster และ Zao Onsen

SONY DSC

zao_snowmonster_2

Zao เป็นที่รู้จักกันดี เพราะมี Snow Monster ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่หิมะก่อตัวกับต้นไม้จนกลายเป็นแท่งขึ้นมาเหมือนปีศาจท่ามกลางความขาวโพลน หรือที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า Juhyo นั่นเอง

20200123_115801-01

IMG_6663IMG_6676

และยังเป็นที่ตั้งของสกีรีสอร์ทอีกมากมาย ทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากในฤดูหนาว

และที่นี่ยังมีออนเซ็นที่มีน้ำแร่ที่ดีมาก เก่าแก่ มีการค้นพบตั้งแต่ปี 110 ก่อนคริสตศักราช และยังเป็น 1 ใน 3 ของน้ำพุร้อนที่ยอดเยี่ยมที่สุดในภูมิภาคโทโฮคุของญี่ปุ่น

received_321028385480214-01IMG_20200124_002205_391

น้ำพุร้อนของที่นี่ มีชื่อในการรักษาสภาพผิวและความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร นอกจากน้ำแร่จะดีแล้วบ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้งของที่นี่ยังสวยงาม ทำให้รู้สึกผ่อนคลายกับวิวที่สวยงามอีกด้วย และที่นี่ก็เป็นหนึ่งในโลเคชั่นถ่ายทำละครและภาพยนตร์หลายเรื่อง

zao_openairbathzao_openairbath_2

3 อาคารโรงพยาบาลเก่า Kyu – Saiseikan

87012596_536151353642713_1429326023316471808_n

อาคารโรงพยาบาลเก่าที่มีสถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตกนี้เป็นตึกที่ได้รับการอนุรักษ์ โดยย้ายมาจากสถานที่ตั้งเดิมมาตั้งไว้ที่นี่ เพื่อเป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการต่างๆและให้ความรู้

89775159_206163097159115_1951834006332899328_n

ตัวตึกมีความแปลก เพราะเป็นตึก 14 สี่เหลี่ยม ซึ่งแต่ละห้องก็เคยถูกใช้เป็นห้องตรวจรักษา และในปัจจุบันก็ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี เพื่อให้ความรู้และเป็นโลเคชั่นในการถ่ายทำภาพยนตร์และละครต่างๆ

4.อาคารศาลาว่าการจังหวัดเก่า Bunshokan

89548689_185915989521476_602001870545747968_n89561318_189557202460943_6087821356999639040_n

อาคารอิฐสถาปัตยกรรมสไตล์เรเนซองของอังกฤษที่เคยเป็นศาลาว่าการจังหวัดและหอประชุมสภาของจังหวัดยามากาตะ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่น

89631900_186095292811754_6236491366482837504_n89792823_3049398835084904_4119547628901892096_n

ในตอนนี้ ได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านของจังหวัดและเป็นโลเคชั่นในการถ่ายทำละครและภาพยนตร์หลายเรื่อง อาทิเช่น Rurouni Kenshin ภาพยนตร์ซามูไรของญี่ปุ่นอีกด้วย ซึ่งที่นี่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมฟรี

89785405_208201167051525_5694462761401057280_n

และยังมีภาพยนตร์เรื่อง Gravity of love (2018) ที่บอยปกรณ์กับเต้ยจรินพรแสดงนำ ซึ่งมีโลเคชั่นถ่ายทำที่เมืองเซนไดจังหวัดมิยางิด้วยนะ ซึ่งจังหวัดยามากาตะและมิยากินั้นอยู่ข้างกัน ดังนั้นเราจะนำมาแนะนำในบล็อกนี้ไปพร้อมกันเลยค่ะ

Gravity of love (2018)

โลเคชั่นในจังหวัดมิยางิ

5.Jogi Nyorai Saihoji Temple

89782595_2729714250482875_8908787384892522496_n

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมทั้งในหมู่ชาวต่างชาติและชาวญี่ปุ่นเอง ผู้คนนิยมมาสักการะขอพรเรื่องความรัก เอกลักษณ์ของที่นี่คือเจดีย์ไม้โบราณสูง 5 ชั้น ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่สันติสุขของมวลมนุษยชาติ

89261039_213559446692025_748517653282291712_n89782263_2785920508155758_984357799314063360_n

และรอบๆบริเวณนี้ยังคงสภาพเมืองเก่ามีร้านอาหารที่ขายเมนูท้องถิ่นมากมาย สามารถสัมผัสบรรยากาศ ในสมัยก่อนของเมืองเซนไดได้ที่นี่

IMG_7137

6.หินรูปหัวใจ Rai-raikyo Gorge Heart Shaped Rock

IMG_7402จุดชมวิวที่สะพาน Nozoki Bashi Bridge อยู่ในหุบเขาไรไรเคียว ซึ่งมีจุดเด่นคือ ร่องหินที่เป็นรูปหัวใจ ว่ากันว่าการมาขอพรความรักที่นี่จะช่วยให้สมหวัง เป็นจุดที่ชาวญี่ปุ่นนิยมมาถ่ายรูปกันด้วยล่ะ

7.เจ้าแม่กวนอิมใหญ่แห่งเซนได

20200125_095430

รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมใหญ่แห่งเซนได (Sendai Dai Kannon) มีความสูงถึง 100 เมตร ที่วัด Daikan Mitsu ji เราสามารถเข้าชมด้านในขององค์เจ้าแม่กวนอิมได้

20200125_10392820200125_102651

มีทั้งหมด 12 ชั้นจากด้านบนสุดสามารถมองเห็นวิวของเมืองเซนได และยังมีพระพุทธรูป รวมถึงพระโพธิสัตว์กวนอิมปางต่างๆให้ชมมากถึง 108 องค์ตามทางเดินจากบนลงล่าง และยังมีจุดให้ขอพรอีกมากมาย

DCIM100GOPROGOPR9353.JPG

20200125_10392820200125_10414920200125_10462720200125_102924สำหรับคนที่นับถือเจ้าแม่กวนอิมห้ามพลาดเลยเพราะที่นี่มีเครื่องรางสวยๆน่าเก็บเป็นที่ระลึกไว้บูชาอีกด้วย

20200127_134809

8.ศาลเจ้า Shiogama Jinjya

20200125_12124120200125_124024

เป็นศาลเจ้าที่มีประวัติยาวนานมากกว่า 1,200 ปีเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านมาตั้งแต่สมัยก่อน และยังได้รับคัดเลือกให้เป็นสถานที่ทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่นในปี 2545

IMG_7515IMG_752983797378_3381508605209642_3340385422617346048_nด้วยความที่ตั้งอยู่บนเขาทำให้สามารถมองลงมาเห็นวิวจนถึงอ่าวมัตสึชิม่าได้ในวันอากาศดี และที่นี่ยังมีซากุระปลูกไว้มากมาย ทำให้ในช่วงซากุระบาน ประมาณเดือนเมษายน จะเป็นจุดชมซากุระที่ขึ้นชื่อมากๆ

ตอนนี้กรุงเทพฯและโทโฮคุก็ใกล้กันมากกว่าเดิมเพราะมีเที่ยวบินตรงของการบินไทย ไปลงที่เมืองเซนไดด้วย ดังนั้นคนที่กำลังวางแผนจะไปเที่ยวในภูมิภาคโทโฮคุ ในอนาคตในช่วงที่สถานการณ์ไวรัสดีขึ้นแล้ว ลองดูบล็อกนี้ของเรา แล้วไปเที่ยวตามรอยละครและภาพยนตร์ดังในจังหวัดยามากาตะและ จังหวัดมิยางิกันนะคะ

20200126_094952

และเรายังทำรีวิวทริปยามากาตะเซนไดไว้เป็น วีดีโอ YouTube อีกด้วยเข้าไปดูได้ที่นี่เลยค่ะ

ตามรอยละคร ที่ Yamagata Sendai!

และสามารถดูข้อมูลการท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์นี้เลยค่ะ

Yamagata เที่ยวเมืองยามากาตะ ตามรอยละครเรื่อง ดั่งดวงหฤทัย

หลังจากที่สถานการณ์ไวรัสโคโรน่าดีขึ้นแล้ว ก็หวังว่าทุกคนจะลองดูเส้นทางยามากาตะเซนได เป็นทางเลือกในการท่องเที่ยวญี่ปุ่นกันนะคะ

20200122_144933-01

ลองชานมไข่มุก ในขวดกัมดั้มสุดเท่ ที่ Gandum Cafe อากิฮาบาร่า

🤩ชานมกันดั้ม!! ที่ญี่ปุ่นก็ฮิตชานมไข่มุกไม่แพ้เมืองไทยนะ แม้แต่คาเฟ่อนิเมะเท่ๆอย่างกันดั้มยังมีจ้าาา

😋ขายพร้อมขวดพลาสติก ราคา 1,320 เยน (เกือบๆ 400 บาท) มีขวดให้เลือก 4 ลาย และก็เลือกเครื่องดื่มข้างในได้ตามชอบ แต่ตอนเราไปเหลือแต่ลายสุดท้าย ลายเดียว แง๊~ จริงๆอยากได้ลายกันดั้มกับเมฆโฮคุไซมากกว่า

😚ส่วนเครื่องดื่ม เราเลือกชานมเกาลัด มันจะมีกลิ่นหอมๆมันๆเพิ่มเข้ามา รสชานมไม่หวานเกินไป ไข่มุกค่อนข้างหนึบและแข็ง แต่ก็ไม่ได้ทานยากเกินไป ถือว่าโอเคเลย เราเคยทานชานมไข่มุกที่ญี่ปุ่นมาหลายเจ้า โดยรวมที่ไทยอร่อยกว่า 5555 แต่ก็ซื้อเอาขวดอะนะ

📍พิกัด กันดั้มคาเฟ่ สาขาอากิฮาบาร่า ออกจากสถานีอากิฮาบาร่าก็เจอเลย อยู่ข้างๆ AKB48 Cafe เหฺนร้านเล็กๆแต่คนเต็มทุกโต๊ะ ชาวต่างชาติฝั่งแฟนกันดั้มก็เยอะนะ http://g-cafe.jp/akiba/

เปิดหน้าสด รีวิว ฉีดโบท็อกและรีเนอร์จี้ครั้งแรกในชีวิต!!

เกิดเป็นผู้หญิงทั้งที ไม่ว่าใครก็คงอยากสวยดูดี เท่าที่ตัวเองจะทำได้ตลอดเวลา ที่ว่าสวยนั้น ไม่จำเป็นต้องดูเด็กเสมอไป แต่หมายถึง ให้ดูดีแบบสมวัยแบบที่ควรจะเป็น ซึ่งสมัยนี้เทคโนโลยีก็ก้าวไกล อะไรที่หย่อนคล้อยไปตามกาลเวลาเราก็สามารถชลอ และเสริมทำให้ดูดีได้นานกว่าขึ้น การเข้าคลีนิกเสริมความงามจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป สาวๆ สมัยนี้ไม่ต้องรอให้แก่ ให้เกิดปัญหาจนเยียวยาไม่ได้ แล้วค่อยเข้าคลีนิกทำหน้าแล้วววว

สำหรับเราเอง ก็มีการดูแลผิวพรรณแบบพื้นฐานมานาน ไม่ว่าจะเป็นการล้างหน้าให้สะอาด ไม่เข้านอนทั้งเครื่องสำอาง, ทาครีมกันแดดทุกวัน ตั้งแต่สมัยมัธยม, ทานอาหารเสริมวิตามินคอลลาเจน รวมไปถึงดูแลผิวกดสิว ทำทรีตเม้นต์เป็นประจำ ทำให้สามารถยื้อเวลาของปัญหาผิวมาได้นานพอสมควร อิอิ

received_1602505183207605-01.jpeg

แต่เราก็สนใจเทคนิกการเติมริ้วรอยบนใบหน้า และการทำให้ผิวกระชับ หน้าเรียวเล็กเช่นกัน จริงอยู่ที่ว่าเราไม่ค่อยรู้สึกถึงปัญหาสักเท้าไหร่ แต่ถ้ามันดูดีกว่านี้ ได้ก็น่าลองนี่นา เมื่อทาง Blossom Clinic ที่อยู่ตรง Stadium One (ใกล้ๆ สนามกีฬาแห่งชาติ) ชวนเราไปลองรีวิว จึงตอบตกลง และนี่คือการทำโบท็อกครั้งแรกในชีวิตของเรา!!

บรรยาศภายในร้านตกแต่งด้วยสีขาว – ชมพู ให้ฟีลแบบค่าเฟ่น่ารัก สไตล์เกาหลี คุณหมอบีเป็นคนดูแล และให้คำแนะนำแบบเป็นกันเอง

received_2498701456912820-01.jpeg

หลังจากที่วิเคราะห์ผิวหน้าเราและ คุณหมอบีบอกว่า ผิวเรามีพื้นฐานที่ดีอยู่แล้ว แจะมีริ้วรอยบริเวณหน้าผาก หว่างคิ้ว โดยเฉพาะเวลายิ้มแสดงอารมณ์จะเห็นได้ชัด และบริเวณแก้มทั้งสองข้าง เริ่มหย่อนคล้อย ถ้ามองตรงๆจะสังเกตุได้ ว่ามันไม่เท่ากัน แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เราจะเน้นให้มันกระชับมากขึ้นดีกว่า

received_471265760154412-01.jpeg

สิ่งที่เราได้ลองทำ คือ ทำทรีตเม้นต์เทคโนโลยีจากเกาหลี Blossom Customized Skin Treatment 1 ชั่วโมง, Renergy Age Laser เลเซอร์ยกกระชับหน้าเรียว 45 นาที, โบท็อก ลดริ้วรอยระหว่างคิ้ว และ ฟิลเลอร์ เติมเต็มร่องแก้ม ซึ่งทั้งหมดนี้เราเพิ่งได้ลองเป็นครั้งแรกนี่แหละ

มาทำความรู้จักแต่ละตัวกันก่อน

1.Blossom Customized Skin Treatment เป็นทรีตเม้นต์นวัตกรรมใหม่จากเกาหลี ลูตรเฉพาะของที่นี่เท่านั้น ช่วยเติมน้ำให้แก่ผิว ฟื้นฟูสภาพผิวหน้า บำรุงได้ทุกสภาพผิวหน้า ช่วยรักษาสิวและฟื้นฟูผิวหน้าให้ขาวใส ช่วยลดเลือนริ้วรอยอีกด้วย พร้อมผิดท้ายด้วยการนวดผ่อนคลาย

เราได้ลองมาแล้ว เป็นการทำทรีตเม้นต์ที่มีหลายขั้นตอน รู้สึกได้ว่าเค้าพิถีพิถันจริงๆ และยังสบายมาก ได้ผ่อนคลายจนเกือบหลับเลย ถ้าทำต่อเนื่องในระยะยาวน่าจะเห็นผลชัดเจนขึ้น

received_483097505623268-01.jpeg

2.Renergy Age Laser เป็นการทำเลเซอร์ยกกระชับผิวหน้า กระตุ้นฟื้นฟูผิว ลึกจนถึงระดับเซลส์ผิว ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน ช่วยยกกระชับให้ผิวดูเฟิร์ม ดูสุขภาพดีจากภายใน สามารถทดแทนโบท็อก ฟิลเลอร์ได้ สำหรับคนที่กลัวเข็ม แต่จะเห็นผลช้ากว่า และมีผลในระยะยาว ข้อดีคือไม่ทำให้หน้าดูแปลก เหมาะสำหรับคนที่ชอบความเป็นธรรมชาติreceived_656466451425890-01.jpeg

เราเคยทำเลเซอร์มาแล้วหลายครั้ง แต่จะเน้นเป็นการลดรอยและจุดด่างดำ นี่เป็นครั้งแรกที่ทำเลเซอร์ยกกระชับ เราค่อนข้างขี้กลัว เลยให้คุณหมอแปะยาชาให้ด้วย ตอนทำจะเหมือนรู้สึกมีไฟฟ้ามาแปล๊บๆ ๆ ที่ข้างแก้ม โดยหมอจะเน้นทำเป็นจุดๆ ไป สลับกับการเอาน้ำแข็งประคบ ตอนแรกก็จะตกใจเสียง แสง และเจ็บหน่อยๆ แต่เมื่อทำไปเรื่อยๆ ก็เริ่มชิน เพื่อความสวยแล้วเราทนได้ค่ะ

3.ฉีดโบท็อก ตัวเด็ดเพื่อการเติมร่องริ้วรอยเลย ตัวที่เราได้ลองคือ โบท็อกจากเกาหลี ชื่อ Neuronox ฉีดแล้วจะคงอยู่ได้ 6 เดือน

ส่วนของตัวเราเน้นฉีดที่หน้าผากและหัวคิ้ว รวมกันแล้ว  12 ยูนิต ตอนฉีดก็ไม่รู้สึกเจ็บเท่าไหร่ เพราะเรากดสิว ฉีดสิวเป็นประจำอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าเป็นเข็มเลยค่อนข้างชินแล้วล่ะ หลังจากทำแล้ว สามารถแต่งหน้าไปทำงานได้ตามปกติ แต่ต้องระวังห้ามไม่ให้ผิวหน้าโดนความร้อน  ไม่ว่าจะเป็นการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น แช่ออนเซ็น หรือ อยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน

ลองมาดูผลกันค่ะ เราถ่ายรูปเปรียบเทียบเอาไว้ในระยะเวลา 1 เดือน แสงของรูปอาจจะแตกต่างกัน แต่โดยรวมแล้ว เห็นได้ชัดว่า โครงหน้าดูเป็นรูปชัดขึ้น และความหย่อนคล้อยลดลง

19-11-07-22-27-13-265_deco.jpg

19-11-07-22-31-29-146_deco.jpg

และหลังจากที่ทำครั้งแรกไปแล้ว 1 เดือน เราได้กลับไปเพื่อให้คุณหมอบีตรวจเช็กสภาพอีกครั้ง ซึ่งโดยรวมดีมาก เรื่องหน้ายกกระชับ และริ้วรอยจากหายไปมาก แต่มีปัญหาสิวขึ้นมาเนื่องจากเดินทางเยอะ อาจจะมีอาการแพ้อากาศแพ้น้ำบ้าง คุณหมอบีจึงแนะนำให้ทำ Laser V-IPL ลดริ้วรอยและรอยแดง กระชับรูขุมขนด้วยคลื่นแสงจากธรรมชาติ และ Dual Pro Laser กำจัดเม็ดสีส่วนเกิน และรอยต่างๆ ช่วยให้สิว ฝ้า กระจางไสขึ้นอีกด้วย

received_2370154049916763-01.jpeg

received_484782728787804-01.jpeg

จากการได้ทำเปิดโลกใหม่ลองทำทรีตเม้นต์และนวัตกรรมเรื่องความงามที่ไม่เคยทำมาก่อน ทำให้เรารู้สึกมั่นใจมากขึ้น ที่ผ่านมา อาจจะถือว่า ยังไม่รู้สกถึงปัญหาสักเท่าไหร่ แต่เกิดมาทั้งที ถ้ามีวิธีที่จะทำให้เป็นตัวเองให้เวอร์ชั่นที่ดีกว่าเดิมได้ และมันไม่ลำบากอะไร ก็น่าลองไม่ใช่เหรอ

received_942132139503177-01.jpeg
ทุกคนก็อย่ารอให้สายเกินไปนะคะ ดูแลผิวหน้ากันเถอะ ถ้าพยายามดูแลด้วยตัวเองแล้วยังรู้สึกว่าไม่พอ ก็ลองมาปรึกษาคุณหมอดูนะคะ ลองมาที่ Blossom Clinic ดูก็ได้ค่ะ อย่ารอเลย มาสวยขึ้นด้วยกันนะ

ปล.รูปทั้งหมด ผ่านการปรับแต่งสีเล็กน้อย แต่ไม่ได้ปรับโหมดผิวเนียน หรือลบริ้วรอยใดๆทั้งสิ้น

received_2372446419732478-01.jpeg

Blossom Clinic

อยู่ในโครงการ Stadium One ลง BTS สนามกีฬาแห่งชาติ

Facebook https://www.facebook.com/blossomclinicth/

Instagram @blossomclinicth

 

 

คาเฟญี่ปุ่นย่านพระราม 4 มีแมวเหมียวเต็มไปหมด! Okurimono Café

วันก่อน มีเพื่อนชาวญี่ปุ่นชวนเราไปร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งย่านพระราม 4 เจ้าของเป็นชาวญี่ปุ่นกับภรรยาชาวไทยที่เปิดร้านเค้ก มีบรรยากาศสบายๆ นั่งเล่นได้เหมือนไปบ้านเพื่อน มีขนมและเครื่องดื่มรสชาดสไตล์ญี่ปุ่น เราตอบตกลงทันที เพราะอยากจะหาคาเฟ่ร้านใหม่ๆ ไปนั่งเล่นเวลาเข้าเมือง แต่เมื่อไปแล้วก็พบว่า ที่นี่มีมากกว่าความเป็นคาเฟ่ญี่ปุ่น เพราะที่นี่มี “แมว” ด้วยค่ะ

received_402195240465439-01.jpeg

ร้าน Okurimono Café นี้ มีชื่อเป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่า “ของขวัญ” สื่อถึงความรู้สึกที่อยากจะส่งต่อสิ่งดีๆ ไปยังคนสำคัญ ผ่านทางขนมหวาน เครื่องดื่มของทางร้าน

received_395866947750815-01.jpeg

โดยภายในร้านมีของหวานทั้งแบบตะวันตก และขนมญี่ปุ่นพร้อมเสริฟ ไม่ว่าจะชอบแนวครีมสด แนววากาชิ หรือแนวเยลลี่ผลไม้ใสๆ ก็มีให้เลือกทาน ขนมที่นี่ทำสดใหม่ทุกวันโดยผีมือภรรยาเจ้าของร้านและทีมงานที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี

received_671659749990732-01.jpeg

received_508303693294572-01.jpeg

สำหรับเมนูที่เราได้ลองชิมแล้วติดใจที่สุด คือ สตรอว์เบอร์รี่ช้อตเค้ก ที่มีความหวานเบาๆ ไม่หวานแหลม ครีมนุ่ม หอมนมไม่เลี่ยน

received_778044795958722-01.jpeg

ช็อกโกแลตเค้ก-ชาเขียว ที่มีความเข้มข้นของช็อกโกแลตเต็มที่ คนที่ชอบช็อกโกแบบเน้นๆ น่าจะติดใจเมนูนี้นะคะ

received_2574232639337493-01.jpeg

เมนูเค้กส้ม และเยลลี่หยดน้ำไส้สตรอว์เบอร์รี่ เหมาะสำหรับคนที่ชอบแนวผลไม้ กลิ่นส้มหอมหวานฉ่ำ ทานแล้วสดชื่น ถ้าหวานเกินไปก็ดื่มมัตฉะตามช่วยกลบรสชาดได้ดี เยลลี่หยดน้ำก็ชุ่มฉ่ำ เหมาะสำหรับคนที่กังวลเรื่องน้ำหนักอีกด้วย

received_416839735557939-01.jpeg

สำหรับเมนูขนมญี่ปุ่น ถั่วแดงอังโกะสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ทานกับมัตฉะชงเข้มข้นเข้ากันมากเลยค่ะ

received_2373372452927902-01.jpeg

ลาเต้อาร์ต ที่นี่เค้าก็ทำตามออเดอร์ได้นะคะ แน่นอนว่า อย่างเรา ต้องเลือกลายแมวอยู่แล้วววว

received_1208434496011173-01.jpeg

บริเวณภายในร้านไม่แออัดเกินไป มีโต๊ะเก้าอี้สำหรับรับแขกได้ประมาณ 24 คน และสิ่งที่เป็นเสน่ห์ของที่นี่ ที่เราเซอร์ไพรซ์มากคือ แมว ค่ะ

received_2037913352978347-01.jpeg

received_2258901701072451-01.jpeg

received_617452618659508-01.jpeg

ที่นี่มีแมวหลายตัวมาก เพราะเจ้าของร้านรักแมว และแวะเวียนพาแมวมานั่งเล่นรับแขกที่ร้าน ซึ่งจากการที่มีแมวนี้ ทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาหน้าร้านต้องหยุดมอง ชื่นชมความน่ารักของน้องๆ และมีหลายคนที่อดใจไม่ไหวเข้าร้านมาเพราะอยากเล่นกับน้องๆนี่แหละ

received_2579295395468646-01.jpeg

received_2437364116350890-01.jpeg

received_626799494516308-01.jpeg

received_2537029449696333-01.jpeg

received_390324011851972-01.jpeg

สำหรับคนที่ไม่สะดวกทานที่ร้าน เค้าก็มีบริการรับออเดอร์ทาง foodpanda นะคะ และยังมีเซอร์วิซ จัด snack box, coffee break สำหรับงานเลี้ยง, มีตติ้งอีกด้วย ราคาเริ่มต้นที่ ชุดละ 60 บาท

received_415522322494893-01.jpeg

นอกจากนี้ คนที่อยากได้เค้กวันเกิดแบบออริจินอลไม่ซ้ำใคร ที่นี่ก็สามารถออกแบบให้ได้ อย่างวันนี้ทางร้านทำเค้กรูปน้องแมวมาเซอร์ไพรซ์เรา เพราะรู้ว่าเราเป็นทาสแมว น่ารักมากเลยเมี้ยวววว

received_397652064242625-01.jpeg

พิเศษ!! สำหรับคนที่อ่านบล็อกนี้เท่านั้น

1.เปิดโชว์ให้ทางร้านดู บอกว่า “เห็นมาจากเรโกะ”

2. กดไลค์เพจ https://www.facebook.com/Okurimonocafe/ ก็รับส่วนลดสำหรับทุกเมนูไปเลย 10% จ้าาาา

received_911377562581468-01.jpeg

ไม่ว่าคุณหาที่นั่งพักผ่อนทำงานเงียบๆ จิบชาทานขนมในสไตล์ญี่ปุ่น หรือเล่นแมวนุ่มๆ ฟูๆ น่ารัก ในเมืองย่านพระราม 4 ที่นี่มีครบเลยค่ะ สำหรับที่จอดรถ ถ้าไม่ได้มาด้วยรถสาธารณะ เราเลือกจอดรถไว้ที่เกตเวย์เอกมัย แล้วเดินทะลุซอยข้างๆ มา ประมาณ 5 นาทีก็ถึงแล้วค่ะ อยากให้ลองมาเที่ยวกันดูนะคะ

received_753273705119486-01.jpeg

Okurimono Café โอคุริโมโน คาเฟ่

Open : Monday – Saturday 8:00 – 20:00 (Close on Sunday)

3781 Room 2-3 Rama4 Road Phra Khanong, Klong Toei 10110 Bangkok

Tel : 091-775-9803 (TH/EN) okurimono.cafe@gmail.com

https://www.facebook.com/Okurimonocafe/

received_2330725547239838-01.jpeg

10 อย่างห้ามพลาดที่จ.อาคิตะในวันที่ไม่มีหิมะ เที่ยวญี่ปุ่นฤดูร้อน

เมื่อพูดถึงจังหวัด “อาคิตะ” ส่วนใหญ่ก็คงจะนึกถึงบรรยากาศหนาวเย็น ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน สมกับเป็นเมืองเหนือ ภูมิภาคโทโฮคุของญี่ปุ่น เพราะขึ้นไปอีกนิดเดียวก็ฮอกไกโดแล้ว แต่จริงๆ แล้วการท่องเที่ยวจ.อาคิตะ ไม่ได้ทำได้แค่เพียงในฤดูหนาวเท่านั้นนะคะ ทั้งสี่ฤดูที่จ.อาคิตะ ต่างก็มีเสน่ห์แตกต่างกันออกไป แม้ในฤดูร้อนก็สามารถท่องเที่ยวได้ สัมผัสประสบการณ์และสนุกสนานไปอีกแบบ เราได้ไปเที่ยวจ.อาคิตะ ในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงกลางฤดูร้อนมาค่ะ เลยขอรวมรวม “10 อย่างที่ห้ามพลาดในจ.อาคิตะ เที่ยวญี่ปุ่นในฤดูร้อนก็สนุกนะ”

20190808_150551.jpg

1.ชมประเพณีปีศาจนามาฮาเกะ Namahage kan

IMG_0739

ที่เมืองโอกะ ในจ.อาคิตะ ในคืนวันสิ้นปีจะมีประเพณีที่ให้ชายหนุ่มในหมู่บ้าน แต่งกายเป็นปีศาจนามาฮาเกะ ออกมาเคาะประตูตามบ้าน เพื่อจัดการสั่งสอน เด็กๆ และคนที่เกียจคร้านไม่ยอมทำงานบ้านและตั้งใจเรียนหนังสือ ซึ่งประเพณีนี้ก็ยังสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน และไม่ต้องรอให้ถึงคืนวันสิ้นปี เราก็สามารถสัมผัสประสบการณ์นามาฮาเกะมาเยี่ยมบ้านได้ เพราะเค้ามีการจำลองให้ชมกันตลอดปี สามารถถ่ายภาพและถ่ายวิดิโอได้ แต่ห้ามใช้แฟลชนะจ๊ะ ที่สำคัญ ฟางที่ตกจากชุดของนามาฮาเกะ ถือเป็นเครื่องรางนำโชค และปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายอีกด้วย ถ้ามีโอกาสได้มา ก็อย่าลืมเก็บกลับไปเป็นที่ระลึกนะคะ

IMG_0729

 

2.เทศกาลแห่โคมไฟประจำปีสุดอลังการ Akita Kantou Matsuri

IMG_0863

เทศกาล Akita Kantou Matsuri เป็น 1 ใน 3 ท็อปเทศกาลใหญ่ของภูมิภาคโทโฮคุ ที่จะถูกในช่วงต้นเดือนสิงหาคมของทุกปี ปิดถนนจัดกันบริเวณใจกลางเมือง เป็นเวลา 4 วันเต็ม คันโต แปลว่า โคมไฟ ตกแต่งอยู่บนหิ้งไม้ไผ่ขนาดใหญ่  ถูกยกขึ้นด้วยท่าทางต่างๆ ของผู้เชี่ยวชาญที่ฝึกฝนมาเป็นอย่างดี หิ้วโคมไฟขนาดใหญ่บางอัน หนักมาถึง 50 กิโลกรัม!! โดยผู้ที่ร่วมแสดงนี้มีตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้สูงอายุเลยทีเดียว ถือเป็นงานใหญ่ที่ชาวเมืองอาคิตะให้ความร่วมมือร่วมใจกันเป็นอย่างดี

71497555_469061487286935_473035006353080320_n

3.ทะเลสาบที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่นในวันที่ไม่มีหิมะ Tazawa Lake

20190806_160631.jpg

ทะเลสาบที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่น คือลึกถึง 423.4 เมตร (เป็นอันดับที่ 17 ของโลก) ที่มีตำนานเล่าขานมานาน เกี่ยวกับรูปปั้นสีทองของหญิงสาวที่ชื่อว่า “ทัตสึโกะ” เธอเป็นคนที่อยากสาวและสวยตลอดกาล จึงไปขอพรกับเทพเจ้า ซึ่งเทพเจ้าก็บอกให้เธอไปดื่มน้ำจากบ่อวิเศษ แต่ด้วยความโลภ เธอดื่มมากเกินไป ด้วยความไม่รู้จากพอ จึงถูกสาปให้กลายเป็นมังกรเฝ้าทะเลสาบแห่งนี้นี่เอง ถ้ามาในช่วงฤดูหนาวก็จะเห็นหิมะขาวโพลนปกคลุมรอบๆ ทะเลสาบ การได้มาฤดูร้อนก็จะได้เห็นวิวที่สวยไปอีกแบบ

 

4.ชมกระท่อมหิมะได้แม้ในฤดูร้อน Yokote Kamakura

IMG_1669

เมืองโยโกะเทะ จ.อาคิตะ ถือเป็นเมืองทีขึ้นชื่อเรื่องการทำกระท่อมหิมะ หรือที่เรียกว่า อิกกลู แบบของเอสกิโมนั่นแหละ ของขึ้นชื่อขนาดนี้ แน่นอนว่าไม่ต้องเป็นฤดูหนาว ก็สามารถเข้าชมได้ค่ะ เพราะเค้ามีจำลองคามาคุระ ในอุณหภูมิติดลบสิบกว่าองศา ให้ได้เข้าชมกันตลอดปี ไปสัมผัสประสบการณ์หนาวเย็นยะเยือกแบบนี้กันได้ที่ คามาคุระคังนะคะ

IMG_1676

5.เข้าไปดูบ้านคลังเก็บของโบราณที่ยังมีคนใช้ชีวิตอยู่ในนั้นจริงๆ Masuda Uchikura

20190807_143552.jpg

คำว่า “คุระ” แปลว่าโรงเก็บของ คุระโดยส่วนใหญ่ของญี่ปุ่นจะถูกทากำแพงด้วยสีขาว ละมีหลังคาสีดำ พบได้ทั่วไปทั่วญี่ปุ่น แต่ “อุจิคุระ” ของที่นี่ มีความพิเศษคือ เป็นโรงเก็บของที่ตั้งอยู่ภายในบ้าน ไม่ได้ตั้งออกมาแยกจากตัวบ้านแบบที่อื่นๆ และที่สำคัญ อุจิคุนะเก่าแก่ของที่นี่ยังถูกรักษาสภาพไว้เป็นอย่างดี บางแห่งยังมีผู้คนอาศัยอยู่ภายในนั้นจริงๆ ด้วย สามารถไปเข้าชมและถ่ายรูปกันได้เลยค่ะ

IMG_1744DCIM100GOPROGOPR2221.JPG

6.ใส่กิโมโนเดินชมบ้านซามูไรเก่าแก่สมัยสองร้อยกว่าปีก่อน Kaku no date

IMG_20190811_142529_461.jpg

ถ้าอยากสัมผัสเมืองเก่า เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสมัยซามูไรเฟื่องฟู ก็ต้องมาที่เมืองคาคุโนะดาเทะ เลย เพราะที่นี่เค้ามีโซนหมู่บ้านซามูไรเก่าแก่ กว่า 300 ปี ที่อนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี จะแต่งกิโมโนหรือยูคะตะเดินถ่ายรูปเล่นก็ได้ เพราะมีร้านเช่าอยู่ใกล้ๆ และแน่นอนว่าคนไม่เยอะเท่าเมืองเก่ายอดฮิตอย่าง เกียวโต แต่ให้บรรยากาศที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้นคนที่อยากได้รูปสวยๆ ต้องลองมาที่นี่เลย

20190807_0855574061941231576930753.jpg

7.ดื่มด่ำกับธรรมชาติ สูดโอโซนเต็มปอดที่ Yuzawa Geo Park

DCIM100GOPROGOPR2303.JPG

ถ้าเป็นสายเอ้าต์ชอบขึ้นเขา ชมธรรมชาติดูน้ำตก ก็ต้องมาที่ Yuzawa Geo Park เลย ตรงโซน “Koyasu Kyodai fun yu” ที่นี่มีทั้งน้ำตกจากธรรมชาติที่มีทั้งน้ำอุณหภูมิปกติ และน้ำแร่ออนเซ็น เท่าที่เห็น มีชาวญี่ปุ่นมาเดินเล่นออกกำลังกายกันไม่น้อยเลยค่ะ

20190808_095820.jpg

8.ชมภูเขาหินแร่สีขาวโพลน ต้นกำเนิดออนเซ็น

71373332_620171371850346_1954719150613987328_n

ภูเขาสีขาวสวยแปลกตานี้ คือ “Kawahara ke Jigoku” เป็นภูเขาหินที่ปกคลุมไปด้วยแร่กำมะถัน กลิ่นจะคล้ายๆ กับที่โอวาคุดานิ ที่คนไทยรู้จักกันดี สามารถเข้าชมได้ แต่ไม่แนะนำให้อยู่นานเพราะมีผลต่อทางเดินหายใจได้ ว่ากันว่าในสมัยก่อน พวกนักบวชและนักรบนิยมมาฝึกวิชาที่นี่

20190808_113948585527172269059815.jpg

9.ทดลองขุดน้ำแร่ออนเซ็นด้วยตัวเอง

20190808_143732.jpg20190808_143741.jpg

และที่ Yuzawa Geo Park  เรายังสามารถขุดน้ำพุร้อนที่อยู่ใต้ดินขึ้นมาแช่เท้าได้ด้วยตัวเองอีกด้วย เป็นประสบการณ์แปลกใหม่เลยล่ะ โดยเค้าจะมีพลั่วให้ยืมฟรี เราสามารถเลือกจุดที่อยากขุดแล้วก็ช่วยกันขุดๆ ได้เลย โดยน้ำที่อยู่ด้านบนจะเป็นน้ำอุณหภูมิปกติ แต่เมื่อขุดน้ำแร่ใต้ดินขึ้นมา ก็จะผสมกัน เป็นน้ำแร่ที่สามารถแช่เท้าได้กำลังพอดี

DCIM100GOPROGOPR2508.JPG

10.ทานของอร่อย เมนูท้องถิ่นจ.อาคิตะ

20190807_190939_001-01.jpeg

จ.อาคิตะ นี่ขึ้นชื่อเรื่องมีสาวสวยอยู่เยอะ ถึงขนาดมีคำพูดที่ว่า “อาคิตะบิจิน” แปลว่า “คนสวยแห่งอาคิตะ” ซึ่งมาจากที่นี่อากาศดี น้ำสะอาด ทำให้ได้วัตถุดิบที่ดี ทำอาหารได้อร่อย ดีต่อผิวพรรณและสุขภาพนั่นเอง จะบอกว่าอาหารที่นี่อร่อยทุกมื้อเลยค่ะ และเมนูเด็ดที่ห้ามพลาดคือ “คิริทัมโปะ” หรือ ข้าวปั้นก้อน นั่นเอง จะทานแบบเปียก คือเอามาต้มเป็นซุป หรือ ทานแบบย่างแล้วราดซอสมิโซะ อารมณ์คล้ายๆ ข้าวจี่ของไทยเลย

IMG_1171

สำหรับเรื่องการเดินทางไปจ.อาคิตะนั้น สามารถทำได้ โดยขึ้นเครื่องบินจากกรุงเทพ ไปลงที่สนามบินฮาเนดะ แล้วต่อเครื่องภายในประเทศ ไปลงที่สนามบินอาคิตะ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ เท่านั้น ก็เริ่มต้นท่องเที่ยวกันได้เลย สำหรับคนทีชอบการเดินทางด้วยตัวเอง ขับรถเที่ยวก็เป็นตัวเลือกที่ดีนะคะ ต่างจังหวัดญี่ปุ่น ถนนโล่งขับง่ายไม่ค่อยมีมอร์เตอร์ไซด์ ขับสนุกสุดๆ เลยค่ะ

20190805_074802.jpg

และเพื่อให้ทุกคนเห็นเสน่ห์ของจ.อาคิตะในแบบที่มาเต็มทั้งภาพและเสียง ก็ขอฝาก Akita Vlog ของเราทางยูทูปด้วยนะคะ

อยากให้ทุกคนลองหาโอกาสไปเที่ยวจ.อาคิตะดูนะคะ ไม่ว่าจะฤดูไหน ก็เที่ยวสนุกได้แน่นอนค่า

IMG_0799

ช่องทางการติดตามของเราจ้ะ ฝากด้วยน้าา Nice to Meet you, I’m Reiko Meow 🙂
facebook Page https://www.facebook.com/ReikoEditor/
instagram https://www.instagram.com/reiko_ws/
twitter https://twitter.com/reiko_ws
Blog https://reikobangkokneko.com/
youtube https://www.youtube.com/channel/UClDnQRFXD5kb9ueBKFRBBQw

 

เที่ยวปูซาน 5 วัน กับ 10 พิกัดต้องตามไปถ่ายรูป (CR)

-ปูซาน-ทัวร์ครับ

ถ้าพูดถึง “เกาหลี” เราเคยไปมาหลายครั้งแล้ว แต่ส่วนใหญ่จะเน้นอยู่ที่เมืองโซล ซึ่งสถานที่เที่ยวในเกาหลีใต้ที่นิยมอีกเมืองนึงก็คือ “ปูซาน” เราอยากลองไปเที่ยวมานานแล้ว ตั้งใจว่าจะหาโอกาสไปให้ได้สักวัน เมืองปูซานเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความชิลล์สุดๆ เหมาะสำหรับคนที่ชอบธรรมชาติ ไม่คลั่งไคล้ความเป็ฯเมืองศรีวิไล สูดอากาศบริสุทธิ์  พักผ่อนสบายๆ สไตล์อินดี้ และผู้คนไม่พลุกพล่านมากนัก นี่ก็หาข้อมูลล่วงหน้า ถ้ามีวันว่างจะจัดทริปปูซานแบบไม่เร่งรีบสัก 5 วัน เพราะปูซานมีที่เที่ยวสวยๆ เยอะล่ะ แต่จะมีที่ไหนกันบ้าง  ตามเรามาทางนี้เลยเรารวบรวมมาให้แล้วจ้า เที่ยวปูซาน 5 วัน กับ 10 พิกัดต้องตามไปถ่ายรูปให้ได้!!

สำหรับใครที่อยากมาเที่ยวปูซาน แต่ไม่อยากยุ่งยาก ทั้งเรื่องเอกสาร ตั๋วเครื่องบินปูซาน ที่พักปูซาน ไหนจะต้องแพลนเที่ยวอีกยุ่งยากมากมาย  ไหนจะเรื่องภาษาเกาหลีที่ไม่ได้เลย  หรือแม้แต่เรื่องการขึ้นรถ ต่อรถไฟฟ้าในกับเกาหลีใต้อีก  เอาเป็นว่าทุกอย่างจะง่าย เพียง เลือกทัวร์ปูซานแล้วจองไปเที่ยวกับ ทัวร์ครับ (Tourkrub) จองง่าย เที่ยวได้แบบสบายใจ คิดจะจองเที่ยวทัวร์ก็จองเลย หาทัวร์ครบจบที่ทัวร์ครับ  เว็บไซต์ที่รวบรวมทุกเรื่องทัวร์เที่ยวให้คุณจนครบจบในที่เดียว

จองทัวร์ปูซาน  กับ  ทัวร์ครับ

https://tourkrub.co/korea-tour/busan

 

 

  1. หมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน Gamcheon Culture VillageGamcheon Culture Village Beautiful color ,Busan , South Korea

เริ่มต้นเปิดฉากด้วยความสดใสในสีพาสเทลที่หมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน (Gamcheon Culture Village) กันก่อนเลย  พิกัดที่เที่ยวสุดฮอตของเมืองปูซาน  กับแลนด์มาร์คฮิป ๆ ของบ้านเมืองเล็กๆ ที่ตั้งเรียงรายบนเนินเขาที่ตกแต่งด้วยสีสันสดใสสุดคัลเลอร์ฟลูในสไตล์พสาเทลหวาน ๆ รายล้อมไปด้วยงานสตรีทอาร์ตเท่ๆ งานศิลป์และปะติมากรรมเก๋  ที่เรียงรายอยู่ทั่วเมือง  อีกทั้งบนจุดสูงสุดของเนินเขายังเป็นจุดชมวิวเมืองสีพาสเทลมุมสูงสุด Unseen ให้ไปถ่ายรูปสวยๆ เก๋ๆ กันอีกด้วย  จนหมู่บ้านแห่งนี้ยังได้รับการขนานนามว่าเป็น Machu Picchu of Busan  เลยทีเดียว

พิกัด : Gamcheon Culture Village

 

  1. วัดแฮดงยงกุกซา Haedong Yonggungsa TempleHaedong Yonggungsa Temple. Busan, South Korea

วัดเก่าแก่ที่โดดเด่นด้วยทำเลที่ตั้ง  บนโขดหินริมชายฝั่งทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองปูซาน  สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1376  ด้านหน้าวัดหันออกสู่ทะเล  อีกด้านหนึ่งเป็นผาหินติดกับชายฝั่งมหาสมุทร นับเป็นวัดเก่าแก่ริมทะเลที่วิวดีและสวยที่สุดของเมืองปูซาน  ที่ชาวเมืองปูซานเคารพนับถือกันมาอย่างยาวนาน  โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญๆ อย่างวันปีใหม่จีน  ที่วัดแห่นี้จะเนืองแน่ไปด้วยชาวปูซานที่มาไหว้พระขอพรและรับแสงแรกของวันเพื่อความเป็นศิริมงคลที่วัดแห่งนี้  และที่สำคัญวัดนี้ยังเป็นสถานที่ชมซากุระบานที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของปูซานอีกด้วย

พิกัด : Haedong Yonggungsa

 

  1. วัดซัมกวางซา Samgwangsa Temple3.samgwangsa Temple

วัดสำคัญอันมีชื่อเสียงของเมืองปูซาน  ตั้งอยู่บนยอดเขา Baekyang mountain  โดดเด่นและมีชื่อเสียงด้วยเทศกาลจัดงานแห่ขบวนโคมไฟดอกบัว  ในเดือนพฤษภาคม  ทั่วพื้นที่วัดตลอดจนทางเดินรอบเนินเขาจะประดับประดาเรียงรายไปด้วยโคมไฟดอกบัวหลากหลายสีนับพันดวง  เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองก่อนถึงวันประสูติของพระพุทธเจ้าอย่างยิ่งใหญ่อลังการ  ใครที่เดินทางมาเที่ยวปูซานในช่วงเดือนพฤษภาคม  ไม่ควรพลาดงานเฉลิมฉลองตามประเพณีดั้งเดิมของชาวเกาหลีที่วัดแห่งนี้อย่างเด็ดขาด

พิกัด : Samgwangsa Temple

 

  1. วัดเบียวเมียวซา Beomeosa Temple4.วัดเบียวเมียวซา

วัดเบียวเมียวซา Beomeosa Temple  เป็นอีกหนึ่งวัดเก่าแก่ซึ่งอยู่คู่เมืองปูซานมาอย่างยาวนานกว่า 1,300 ปี  ตั้งอยู่บนภูเขา Geumjeongsan  รายล้อมด้วยทัศนียภาพอันร่มรื่นย์สวยงามของขุนเขา  ตัววัดสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบเกาหลีโบราณที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ได้เป็นอย่างดี  ท่ามกลางอากาศเย็นสบายบนยอดเขา  และธรรมชาติอันเงียบสงบ  เหมาะแก่การทำสมาธิปฎิบัติธรรม  และการพักผ่อนให้จิตใจร่มเย็นเป็นที่สุด

พิกัด : Beomeosa Temple

 

  1. ชายหาดแฮอึนแด Haeundae beachGwangan bridge

เปลี่ยนบรรยากาศมาที่สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติชายฝั่งทะเลกันบ้าง  กับชายหาดแฮอึนแด Haeundae beach ชายหาดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของปูซาน  เป็นชายหาดที่อยู่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้  ตัวหาดทรายสีน้ำตาลอ่อนๆ มีความยาวถึง 1.5 กิโลเมตร  อยู่ไม่ไกลจากใจกลางตัวเมืองปูซาน  จึงเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจยอดนิยมของชาวเมืองและนักท่องเที่ยว  ทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานและเทศกาลต่างๆ ที่สำคัญของเมืองปูซานอีกด้วย  เนื่องจากทำเลที่ตั้งใกล้เมืองบวกกันหาดทรายกว้างที่เหมาะกับการรองรับผู้คนจำนวนมาก  จึงทำให้ชายหาดแห่งนี้คึกคักเนืองแน่นเต็มไปด้วยผู้คนตลอดทั้งปี

พิกัด : Haeundae beach

 

  1. สะพานควางอัน Gwangan Bridge6.Gwangan Bridge

แลนด์มาร์คสุดฮอตและจุดที่มีทัศนียภาพยามค่ำคืนที่สวยงามที่สุดของปูซาน  กับสะพานควางอัน Gwangan Bridge  สะพานแขวนข้ามทะเลที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้  ตัวสะพานมีความยาวมากถึง 7.4 กิโลเมตร  พาดผ่านเหนือท้องทะเลจาก Haeundae-gu ฝั่งหนึ่งไปยังพื้นที่ Suyeong-gu อีกด้านหนึ่งของสะพาน  โดยเฉพาะในช่วงเดือนเมษายน  ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลดอกไม้ไฟนานาชาติ หรือ Busan International Fireworks Festival ที่สะพานแห่งนี้จะยิ่งทวีคูณความสวยงามในยามค่ำคืนไปด้วยดอกไม้ไฟหลากสีสันอันวิจิตรงดงาม  ที่ช่วยสร้างความอลังการสุดพิเศษให้กับสะพานแห่งนี้

พิกัด : Gwangan Bridge

 

  1. ทางเดินลอยฟ้าชายหาดซองโด Songdo Beach SkywalkBusan Songdo Skywalk, the longest skywalk on the water in South Korea.

ทางเดินลอยฟ้าชายหาดซองโด Songdo Beach Skywalk เป็นสกายวอร์คที่ยาวที่สุดในเกาหลี  กับทางเดินสอยฟ้าเหนือผืนมหาสมุทรความยาว 365 เมตร  ที่ถูกออกแบบให้มีลักษณะคดเคี้ยวเลี้ยวไปมาเหมือนมังกรบิน  ตัวสะพานสกายวอลล์ทำจากไม้เจาะช่องกระจก Temper Glass ตรงกลางสำหรับชมวิวท้องทะเลด้านล่าง  ที่ระดับผิวน้ำซึ่งอยู่ต่ำลงไปราวๆ 5 – 6 เมตร  ตัวทางเดินลอยฟ้ายื่นผ่านเข้าไปในท้องทะเล  ทำให้สามารถรับลมชมวิวทะเลสีเขียวฟ้าสุดโรแมนติกได้แบบพาโนราม่า 360 องศา  ใครที่ชื่นชอบทะเลแต่ไม่อยากตัวเปียก  ก็สามารถมาสัมผัสบรรยากาศท้องทะเลอย่างใกล้ชิดได้สบายๆ ที่แลนด์มาร์คแห่งนี้

พิกัด : Songdo Beach Skywalk

 

  1. ชายหาดควังกาลี Gwangalli BeachBusan Gwangalli Beach

ด้วยปูซานเป็นเมืองริมฝั่งทะเล  สถานที่เที่ยวสวยๆ ก็หนีไม่พ้นชายหาด  งั้นไปต่อกันที่อีกหนึ่งชายหาดสวยๆ ของปูซาน  ที่ชายหาดควังกาลี Gwangalli Beach หาดทรายสีขาวเนียน  น้ำทะเลใส  ความกว้างประมาณ 60 เมตรที่ทอดตัวยาวตามแนวชายฝั่งกว่า 1.4 กิโลเมตร  ขนานเคียงคู่ไปกับอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของเมืองปูซานอย่างสะพานควางอัน Gwangan Bridge  นอกจากทัศนียภาพคลาสสิคเกินบรรยายของหาดทรายและสะพานสวยแล้ว  ความสวยงามทางธรรมชาติของท้องทะเลแห่งนี้ก็ดีงามไม่แพ้กัน   นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ที่มีกิจกรรมทางน้ำให้เลือกทำอย่างหลากหลายอีกด้วย  เรียกได้ว่ามาที่เดียวมีครบเลย

พิกัด : Gwangalli Beach

 

  1. เกาะดองเบคซ็อก Dongbaekseom IslandThe right place it the most romantic.

เกาะเล็กๆ ที่เป็ยแหลมยื่นออกไปในทะเล  มีพื้นที่เชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่ของปูซานทางด้านฝั่งตะวันออกของชายหาดแฮอุนแด  ซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติ  ต้นไม้นานาพันธุ์ที่เขียวขจี  ด้วยทำเลที่ตั้ง  และลักษณะภมิประเทศที่ทำให้เกาะแห่งนี้เป็นพื้นที่ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของเมืองปูซานอีกแห่งหนึ่ง  จึงกลายเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสุดฮิตของปูซาน  และเป็นจุดชมวิวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไปพร้อมๆ กัน  โดยมีจุดชมวิวไฮไลท์อยู่ที่  อาคารนูริมารู (Nurimaru APEC House)

พิกัด : Dongbaekseom Island

 

  1. ออยุคโด สกายวอร์ค Oryukdo SkywalkOryukdo skywalk in Busan city, South Korea

ทางเดินลอยฟ้า โอรยุคโด (Oryukdo skywalk) แลนด์มาร์คสุดหวาดเสียวที่มาพร้อมวิวสวย ๆ เหนือท้องทะเล  กับทางเดินลอยฟ้ารูปเกือกม้าขนาดใหญ่ที่ทำจากกระจก  เหนือหน้าผาสูงที่ยื่นเข้าไปในทะเลกว่า 35 เมตร  ตรงแนวเส้นแบ่งทะเลตะวันออกและตะวันตกของเกาหลีพอดิบพอดี  จึงทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น  และตกที่สวยงามที่สุดของปูซานเลยทีเดียว  ใครที่อยากสัมผัสทัศนียภาพสุดโรแมนติกแบบเสียวๆ ต้องมาลองเช็คอินที่พิกัดนี้ดูสักครั้ง  รับรองว่าต้องประทับใจ

พิกัด : Oryukdo Skywalk

 

และนี่คือ 10 พิกัดถ่ายรูปในปูซานสวยๆ ที่ต้องตามไปถ่ายรูปกันให้ครบ ก่อนออกเดินทางอย่าลืมเตรียมอุปกรณ์ถ่ายรูปกันไปให้พร้อม และโพสต์ท่าถ่ายรูปสวยๆ กลับมาเยอะๆ นะ ก่อนอื่นๆ เริ่มจากเช็กวันลากันก่อนแล้วรวบรวมสมาชิก วางแผนไปเที่ยวกัน ถ้าเราได้ไปเมื่อไหร่ รับรองว่าจะมีรูปสวยๆ มาลงอวดทุกคนแน่นอนจ้าาา