คิดยังไงหลังดู Girls Don’t Cry ภาพยนตร์สารคดี BNK48 *ไม่สปอย

นานๆ ทีเราจะเขียนบล็อกถึงภาพยนตร์ไทย จะบอกว่าเป็นรีวิวก็คงไม่เชิง เป็นการบอกความรู้สึกหลังจากการดูในมุมมองของเราเสียมากกว่า (จะพยายามไม่สปอยนะคะ) สำหรับคนที่ติดตาม BNK48 มาตั้งแต่ตอนแรกเริ่ม และ คนที่รู้จักเราอยู่แล้วจากผลงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานนิตยสาร, รายการ Kimochiii, Beauty Versus และอื่นๆ ก็คงจะรู้กันดีว่า เรานั้นเคยทำงานกับน้องๆ ไอดอล BNK48 มาก่อนตั้งแต่ยุคตั้งไข่ คือ เป็นพิธีกรในงานเดบิวต์ (มิ.ย.2017) และเป็นพิธีกรรายการ BNK48 Show ทางช่อง 3SD

แต่สำหรับคนที่เพิ่งจะมารู้จัก BNK48 ในยุคหลังจากที่บูมแล้ว คือตอนที่ซิงเกิ้ล “Koisuru Fortune Cookies คุกกี้เสี่ยงทาย” เริ่มดัง ในช่วงปลายปี 2017 บางคนอาจจะไม่คุ้นกับเราเสียเท่าไหร่ พูดง่ายๆ ถ้าให้เปรียบนะ ประมาณว่าเราคือ พี่เลี้ยงค่ายซัมเมอร์ ที่ได้เจอน้องๆ ช่วงปิดเทอมตอนม.ปลาย ก่อนที่จะเข้ามหาวิทยาลัย แล้วตอนนี้ไปโด่งดังเป็นดาวมหาลัย ที่ใครๆ ก็รู้จัก ประมาณนั้น ถึงจะมีเวลาอยู่ด้วยกันเพียงแค่เทอมเดียว แต่เราก็ยังจำภาพน้องๆ ในวันเริ่มต้นได้เป็นอย่างดี…

20180816_2217314629109682109233737.jpg

มาพูดถึงตัวภาพยนตร์กันบ้าง เป็นการเล่าไทม์ไลน์ตั้งแต่เริ่มฟอร์มวง ช่วงออดิชั่น ช่วงยุคแรกซิงเกิ้ล “Aitakatta อยากจะได้พบเธอ” ช่วงคุกกี้เริ่มบูม และช่วงใกล้เคียงปัจจุบัน คือมีซิงเกิ้ล “Shonichi วันแรก” แล้ว แต่ยังไม่มีรุ่น 2 เข้ามา ด้วยความที่เป็นภาพยนตร์สารคดี มีการเล่าเรื่องตามไทม์ไลน์ มีการใส่ชื่อของน้องๆ บอกโปรไฟล์ ดังนั้นสำหรับคนที่ไม่เคยอินกับไอดอลมาก่อน ก็น่าจะทำความเข้าใจและมีอารมณ์ร่วมไปกับมันได้ไม่ยาก

สำหรับแฟนคลับที่ติดตามน้องๆ มานาน รวมทั้งเราที่เห็นน้องๆ มาตั้งแต่ตอนแรก หลายอย่างที่พูดถึงในหนัง อาจไม่ใช่เรื่องใหม่ ไม่ใช่เรื่องที่ตกใจเมื่อได้เห็นในหนัง เพราะรู้ๆ กันอยู่แล้ว แต่มันเป็นเหมือนการเปิดใจบอกเล่าเรื่องราวที่ทำให้ผู้ดูคิดตาม และมองกลับไปมองสังคม รวมถึงมองเรื่องราวของตัวเองได้ด้วย

สิ่งที่น้องๆ เป็น คาแรกเตอร์ที่เห็นในหนัง เรามองว่าคือตัวตนจริงๆ ของพวกเค้าจริงๆ นั่นแหละ คำพูดแต่ละอย่างที่ออกมาจากปากของเด็กๆ สะท้อนเรื่องราวของสังคมที่เป็นอยู่จริงๆ ไม่เฉพาะวงการไอดอลเท่านั้น ทุกวงการมีปัญหา มีเบื้องลึกที่บางทีมันก็หาเหตุผลไม่ได้หรอก แต่บางเรื่องมันก็ไม่เหมาะสมจะพูดออกมา โดยเฉพาะในโลกการทำงานของผู้ใหญ่

คำที่ออกจากปากน้องๆ ตอนสัมภาษณ์ หลายประโยคถือเป็นประโยคเด็ด ที่ทำให้เราขำ, ให้เราพยักหน้าไม่หยุด เพราะเห็นด้วยอย่างมาก และทำให้เข้าใจความรู้สึกของพวกเค้า อยากกอดอยากปลอบ เพราะเราก็เคยเจอเรื่องคล้ายๆ แบบนี้มาก่อน แต่เคสของเราไม่สามารถพูดความรู้สึกออกมาได้อย่างเต็มปาก เพราะกลัวผลกระทบของมัน และในโลกการทำงานของผู้ใหญ่ เราก็ไม่มีโอกาสจะระบายสิ่งที่คิดออกมาทั้งหมดได้หรอก นี่คือความจริง ที่เกิดขึ้นในสังคม เหมือนน้องๆ เป็นกลุ่มคนตัวอย่างที่เปิดเผยเรื่องราวเหล่านี้ออกมาเป็นภาพยนตร์ให้เราดูกัน

20180818_225313.jpg

ในภาพยนตร์มีเรื่องของความเหลื่อมล้ำ ความพยายามที่ไม่ส่งผลเสียที เรื่องนี้สำหรับตัวเรายิ่งเข้าใจเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมาในบางสถานการณ์ เราเคยเป็นเด็กที่ถูกบังอยู่ในเงา ไม่มีตัวตน, บางสถานการณ์ เป็นคนที่ต้องแบกรับความรับผิดชอบมากมาย, เราเคยเป็นทั้งเด็กโม วิ่งแคสงานโฆษณา บางทีคนที่ถูกเลือกก็ไม่ใช่คนที่สวยที่สุด คนที่เก่งที่สุด แต่เป็นคนที่ผู้ใหญ่เห็นว่าเหมาะสมที่สุดต่างหาก, เราเคยเป็นคนคัดเลือกเด็กมาถ่ายงาน ต้องเด็ดขาดไม่งั้นงานไม่เดิน รวมถึงเคยเป็นตัวกลาง ประสานงานให้ลูกค้าเลือกเด็กไปถ่ายงาน แต่เค้าก็เลือกคนที่ไม่ถูกใจเรา ซึ่งก็ทำอะไรไม่ได้ … บางทีสิ่งที่คิดไว้ก็ไม่ได้ดั่งใจเสียทั้งหมด จากประสบการณ์ทำให้เราหัดปลง และพยายามคิดบวก

การแข่งขันมันก็แบบนี้แหละ จะให้ทุกคนเป็นผู้ถูกเลือกก็คงไม่ได้ เมื่อเข้ามาแล้วก็ต้องยอมรับมันให้ได้ เมื่อดู แล้วเราก็มาคิดนะ ว่าถ้าเป็นเรา จะพยายามในฐานะไอดอลได้แบบน้องเค้าแค่ไหน คงจะโดนครอบครัวสั่งให้ออกจากวงตั้งแต่ตอนที่ไม่ติดเซ็มซิงเกิ้ลแรกๆ แน่ๆ นับถือใจน้องๆ ทุกคนที่สู้และครอบครัวที่สนับสนุนพวกเค้ามากเลยล่ะ

เราได้ไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้ในงาน Ota Fest ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกโดยกลุ่มแฟนคลับของน้องๆ BNK48 บ้านต่างๆ ต้องขอขอบคุณที่ยังนึกถึงกันและชวนไปร่วมงานนะคะ อีกอย่างที่รู้สึกอย่างมากหลังจากดูหนังเรื่องนี้สร็จคือ ความผูกพันธ์ระหว่างไอดอลและแฟนคลับนี่มันยิ่งใหญ่จริงๆ เลยนะคะ

20180816_191744.jpg

เห็นกันแล้วว่าการจะเป็นไอดอลนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องผ่านบททดสอบมากมายทั้งร่างกายและจิตใจ แต่น้องๆ ก็ยังสู้ต่อเพื่อรอยยิ้มของแฟนๆ ส่วนแฟนคลับนั้นก็ได้ไอดอลเป็นเป้าหมายในชีวิต มีกิจกรรมสนุกๆ ทำ ได้เพื่อนใหม่และมิตรภาพ การที่มีคนที่เราอยากเจอ อยากเป็นกำลังใจให้กันนี่มันเป็นเรื่องสุดยอดมากเลยนะคะ เรียกได้ว่า “ไอดอล” และ “แฟนคลับ” เป็นอะไรที่ขาดกันไม่ได้ และช่วยเกื้อหนุน ส่งพลังบวกให้แก่กัน จากภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้เราเห็นจุดนี้ชัดเจนเลยล่ะค่ะ

สุดท้ายนี้อยากฝากถึงทั้งคนที่ติดตามอยู่แล้ว และไม่ได้ติดตามมาก่อน ว่าให้ลองไปดูเถอะค่ะ นอกจากภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้คุณเข้าใจ BNK48 และไอดอลมากขึ้นแล้ว คุณจะได้แง่คิดหลายอย่าง กลับมามามองสังคมและตัวเองแน่นอน

และฝากถึงน้องๆ BNK48 และไอดอลวงอื่นๆ (ถ้าน้องมาอ่านเจอ) ว่า น้องๆ แต่ละคนมีความเก่ง, มีเสน่ห์, คาแรกเตอร์และความสามารถที่แตกต่างกันไป อยากจะให้กำลังใจน้องๆ ว่าสักวันเราจะเจอทางของเรา ทางที่เราเดินแล้ว “ส่องประกายที่สุดในแบบของตัวเอง” ตอนนี้ก็ทำหน้าที่ตรงหน้าให้ดีที่สุดแล้วกันนะ เวลาและประสบการณ์จะทำให้ทางนั้นเปิดออกเอง ขอบคุณที่มอบความสุขและรอยยิ้มให้ การที่พวกหนูมีความฝันและตั้งใจทำฝันให้เป็นจริงนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าเหนื่อยล้า ก็พักบ้างนะคะ อย่าแคร์ความรู้สึกของคนอื่นมากเกินไป จนลืมใส่ใจความรู้สึกของตัวเองนะคะ เพราะ “ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะมีความสุข” ค่ะ

C360_2018-08-16-22-59-34-534.jpg

รีวิวภาพยนตร์ญี่ปุ่น Shoplifters ครอบครัวที่ลัก 万引き家族

เราเขียนบล็อกนี้ขึ้นมาในวันแม่ วันที่ใครๆ ก็ใช้เวลากับครอบครัว เข้าโซเชี่ยลก็จะเจอแต่ภาพบรรยากาศอันอบอุ่นของคนที่ใช้เวลากับครอบครัวที่รัก ดูแล้วก็รู้สึกอบอุ่นไปด้วย ถึงแม้ว่า ในวันสำคัญแบบนี้ทุกครอบครัวจะดูมีความสุขกัน แต่ก็ปฏิเศษไม่ได้ว่า ลึกๆ แล้ว เมื่อคนหลายคนมาอยู่ร่วมกัน มันก็ต้องมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นแน่นอน

ไม่ว่าจะจากความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน ทัศนะคติ ช่องว่างระหว่างวัย ไปจนถึงจากความคาดหวัง ที่บางทีคนในครอบครัวนำไปยัดใส่อีกคนจนมากเกินไป ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสิทธิเสรีภาพ แต่นั่นเพราะเราเลือกครอบครัวไม่ได้นี่นา จึงต้องทนๆ กันไป พยายามปรับตัวเพื่อให้อยู่กันได้แบบที่ปัญหาน้อยที่สุด

แล้วถ้าเราสามารถเลือกสมาชิกในครอบครัวแบบที่เราอยากให้เป็นได้ล่ะ มันจะเป็นอย่างไร?

c1ef72a7d7cd922a

“Shoplifters” ชื่อภาษาไทย “ครอบครัวที่ลัก” 万引き家族ภาพยนตร์ดราม่าครอบครัว ผลงานของผู้กำกับชื่อดัง “ฮิโรคาสุ โคโรเอดะ” ซึ่งได้รับรางวัลปาล์มทองคำจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีล่าสุด โดยภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดตัวเป็นอันดับ 1 ใน Japan Box Office ประจำสุดสัปดาห์และเป็นภาพยนตร์ญี่ปุ่นคนแสดงที่ทำรายได้ครบ 1,000 ล้านเยนเร็วที่สุดอีกด้วย ซึ่งเนื้อเรื่องได้รับแรงบัลดาลใจมาจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น

bafb199b496b82ba40250d58935a9631-1

เรื่องย่อ : ครอบครัวยากจนในโตเกียว ที่ประกอบไปด้วย พ่อ, แม่, ลูกชาย, น้องสาวของภรรยา และคุณยาย มีความลับอยู่อย่างนึง คือพวกเค้าดำรงชีวิตด้วยการลักขโมยของจากร้านค้าต่างๆ เพื่อดำรงชีวิต วันหนึ่งพ่อและลูกชาย ไปเจอเด็กหญิงตัวน้อยร้องไห้อยู่หน้าบ้าน จึงได้มาพากลับมา และเลี้ยงดูในฐานะลูกสาวคนเล็ก ถึงมันจะเป็นความสัมพันธุ์ที่ไม่ได้ถูกต้องแต่เริ่มแรก แต่เมื่อได้อยู่ร่วมกัน ก็ทำให้เกิดเสียงหัวเราะ ความสุข และความทรงจำดีๆ เกิดขึ้น ที่ถึงจะแตกต่างจากครอบครัวปกติทั่วไป แต่มันก็ทำให้เรายิ้มได้เมื่อเห็นช่วงเวลาที่พวกเค้าอยู่ด้วยกัน

จริงอยู่ที่ว่าครอบครัวนี้ สมาชิกแต่ละคนมีความลับ มีความเป็นสีเทา สิ่งที่พวกเค้าทำผิดทั้งกฎหมายและศีลธรรม จะบอกว่าพวกเค้าเป็นคนดีก็คงไม่ใช่ แต่สายใยความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นมาในฐานะ “ครอบครัว” นั้นช่างสวยงาม และทำให้เราได้กลับมาคิดว่า “ถ้าเป็นครอบครัวที่เราเลือกได้เองล่ะ จะเป็นยังไง”

ในความเป็นจริง คงไม่มีใครสามารถใช้ชีวิตแบบครอบครัวนี้ได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับสมาชิกในครอบครัวนี้ มันก็ทำให้เรารู้สึกอิ่มเอมหัวใจ และได้เรียนรู้ความรักในอีกรูปแบบหนึ่ง

https_imgix-proxy.n8s.jpcontentpic2018060996958A99889DE1E3E7E0EAEAE4E2E2EAE2E4E0E2E3EA9097E282E2E2-DSXKZO3152887008062018BE0P00-PB1-5

ขอชื่นชมการเลือกตัวแสดง ของเรื่องนี้ที่ดูสมบทบาททุกตัว ภาพจากตอนแรกที่เห็นหน้าตาสมาชิกในครอบครัว เราเกิดคำถามในตอนแรก ว่าทำไม? แต่เมื่อดูไปเรื่อยๆ ปมจะเริ่มคลี่คลาย และเข้าใจมากขึ้นเอง

สำหรับคนที่คิดว่า เรื่องนี้น่าจะเป็นภาพยนตร์ครอบครัวอบอุ่นฟีลกู้ด มันอาจไม่ใช่อย่างที่คุณคาดหวัง แต่ในความเทาๆ นั้น มันทำให้คุณยิ้มได้ (และอาจทำให้เสียน้ำตา) ได้แน่นอนค่ะ

และทำให้คิดได้ว่า ทุกความสัมพันธ์ถึงจะไม่เพอร์เฟคต์ แต่เมื่อได้มาเจอ ได้มาใช้เวลาร่วมกันแล้วจงทำทุกวันให้ดีที่สุด ถึงความสุขนั้นจะไม่อยู่กับเราได้นาน แต่สุดท้ายมันจะอยู่ในความทรงจำตลอดไป

1534062357537-01.jpeg

ตอนนี้ Shoplifters กำลังเข้าฉายที่ House RCA และ Scala ลองหาโอกาสชวนคนที่รักไปดูนะคะ แล้วคุณจะได้มุมมองอีกแบบของ “ครอบครัว”

1534062368632-01.jpeg